บทที่ 9 สืบรัก 9

ณ เมืองจิ่นสือ

เกือบ 3 ปีแล้วที่รูปภาพเหล่าสาวงามหุ่นอวบอัดแห่งยุคซึ่งไร้อาภรณ์

พร้อมเรื่องราวสุดหวามหวิวถูกถ่ายทอดผ่านฝีมือฉีหยางซิ่ว ผู้ใช้ฉายา เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง (ขนนกหงส์ฟ้า)

นอกจากภาพวาด เขาได้ขยายผลงานแต่งหนังสือชุนกง รวมถึงตำรากามสูตรซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการในตลาดลับๆ ของชายหนุ่มทุกเพศทุกวัย โดยฉากหน้าเขาคือคุณชายซึ่งถูกถีบหัวส่งให้มาอยู่ในเรือนหลังเล็กที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเล้าหมู

ดังนั้น ฉีหยางซิ่วจึงกลายเป็นคุณชายผู้ต่ำต้อย คือคนที่ไร้ซึ่งเกรียติและศักดิ์ศรี สุดท้ายจึงถูกหลงลืม

แต่ใครจะรู้ว่าอีกด้านหนึ่งของฉีหยางซิ่ว หรือ เฟิ่งหวงสีแดงเพลิง เขาได้ถ่ายทอดศิลปะสุดมหัศจรรย์ซึ่งปลุกไฟราคะของชายหนุ่มทั้งแผ่นดินให้ลุกโชน ต้นแบบสาวงามที่อวดทรวดทรงองค์เอวชวนให้สิเน่หา ส่วนหนึ่งคือนางโลมชื่อดังในหอคณิกา

กระนั้น ฉีหยางซิ่วมิใช่ชายรักสนุกที่จะมีสัมพันธ์กับหญิงสาวไม่เลือกหน้า แต่การที่ไม่ค่อยมีเพื่อนมาตั้งแต่เด็กเพราะเติบโตอยู่ที่ผาไร้นามทำให้เขาเก็บตัว

กระทั่งย้ายมาอยู่ที่ เมืองจิ่นสือ โลกเขาก็เปิดกว้าง ทุกครั้งที่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตา เขาจึงเลือกที่ไปเที่ยวเตร่ในหอนางโลม นั่นทำให้เขาได้พบต้นแบบซึ่งนำมาสร้างสรรค์ผลงานในเวลาต่อมา

และผลลัพธ์ในตอนนี้ช่างหอมหวาน เงินทองไหลมาเทมาให้ได้ใช้สอยมิขาดสาย โดยได้เพ่ยเพ่ยคุณหนูตระกูลซือแห่งห้างซือเชี่ยน ซึ่งเป็นคนออกหน้าขายภาพวาดให้เขา

อย่างไรเสีย ถึงตอนนี้เขายังไม่รู้ความต้องการที่แท้จริงของเพ่ยเพ่ย แม้นางจะทอดสะพานให้อยู่เนืองๆ แต่เมื่อเขาคิดจะเด็ดดอกฟ้า นางก็บ่ายเบี่ยงเล่นตัวจนเขามันเขี้ยว

และคืนนี้ก็เป็นอีกคืนที่นางเดินทางมาพบเขาอย่างลับๆ

“อาเพ่ย เจ้ามาหายามวิกาล มิกลัวท่านเจ้าบ้านซือตำหนิรึ” เขาเอ่ยถึงซือเหวิน พ่อค้าผู้มั่งคั่ง มีห้างใหญ่โตในเมืองแห่งการค้านี้

“ในเมื่อหัวใจเพรียกหาบุรุษรูปงาม เหตุใดข้าต้องใส่ใจผู้อื่น”

สีหน้าและท่าทางนางดูกร้านโลก แต่ดวงตามิต่างจากเด็กสาวในวัยซุกซน นางถือตนว่าเป็นบุตรสาวคนโตของซือเหวิน และยังดูแลกิจการต่างๆ แทนบิดาได้ จึงมิเกรงกลัวคำครหาใคร หมู่นี้ซือเหวินเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ เรียกว่าสามวันดีสี่วันไข้ ดังนั้นห้างซือเชี่ยนจึงตกอยู่ในกำมือนาง

“ในเมื่อมาแล้ว เจ้าต้องการสิ่งใด”

ลูกตาสีน้ำตาลอ่อนของนางจ้องที่มือเรียวสวยของฉีหยางซิ่ว ก่อนไล่สายตาไปยังดวงหน้าเขา ยามนี้แสงเทียนตกกระทบ ขับให้ใบหน้านั้นงดงามและน่าหลงใหล

“คุณชายเป็นผู้มีฝีมือล้ำเลิศ เป็นชายงามที่หายากในแผ่นดิน แต่น่าประหลาดใจ สิ่งที่ข้าต้องการ ท่านมิล่วงรู้...”

เพ่ยเพ่ยยิ้มหวานหยด ก่อนหัวเราะน้อยๆ ด้วยกิริยาน่าชม ใครต่างรู้ว่านางเป็นผู้หญิงที่ชอบเป็นช้างเท้าหน้า อีกทั้งมักมัดใจผู้ชายด้วยเสน่ห์ นางยังมีหัวการค้าล้ำเลิศ โดยเฉพาะการที่เป็นตัวแทนจำหน่ายภาพวาดของ

ฉีหยางซิ่วจนสามารถส่งขายให้กับเหล่าขุนนางรวมถึงคนในราชวงศ์

“จิตใจสตรียากแท้หยั่งถึง” หนุ่มรูปงามกล่าว

“โถ คุณชายช่างอ่อนต่อโลก และไม่ได้เรื่องเสียจริง”

นางเอ่ยจบก็ก้าวไปยังเตียงนอน เริ่มปลดสายรัดเอว และเสื้อคลุมตัวนอกออก ก่อนกระดิกนิ้วเชิญชวนให้ฉีหยางซิ่วก้าวเข้าไปหา

“นั่น...อาเพ่ย เจ้ากระทำการใด” เขาว่าเสียงตื่น เหงื่อแตกพลั่กเต็มหน้าผาก

ดวงตาแฝงกิเลสหยาดเยิ้มของเพ่ยเพ่ยมองมาที่หนุ่มรูปงาม แล้วเอ่ยเสียงแหบพร่า

“คุณชายย่อมรู้ดีแก่ใจ ข้ารอเวลานี้มาเนิ่นนาน กระทั่งถึงวันที่อยากเก็บเกี่ยวผลแห่งรักที่กำลังสุกงอม”

ฉีหยางซิ่วหาใช่ชายหนุ่มไม่ประสีประสา เขารู้เล่ห์กลของนาง หากยอมโอนอ่อนผ่อนตามแต่โดยดี เขาก้าวไปข้างหน้าช้าๆ จวบจนยืนอยู่เบื้องหน้าหญิงสาวที่มีเรือนร่างอวบอิ่ม และกลิ่นกายก็หอมจัดชวนให้คิดถึงเรื่องบัดสี

ริมฝีปากสีสดของเพ่ยเพ่ยเผยอเล็กน้อย มือนุ่มนิ่มของนางวนเวียนอยู่กับสายรัดเอวของหนุ่มรุ่นน้อง วันนี้เขาเติบโตเต็มวัย มิใช่เด็กหนุ่มอย่างเช่นวันวานที่แรกพบหน้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป