บทที่ 5 คุณเสือเป็นคนสอน

“วันนี้ผมสอนให้ว่าต้องทำยังไง แต่ครั้งหน้าที่รักต้องเป็นงานกว่านี้นะคะ” ว่าพลางมือหนากลับชักนำมือทั้งสองข้างของเธอให้คล้องคอตัวเอง

ปากหยักกดจุมพิตลงบนริมฝีปากนิ่มแผ่วเบา เพราะจูบกับเขามาแล้วที่แชงกรีล่าสุดที่รักจึงพอจับทางได้เธอเอียงใบหน้ารับจูบเขาขณะที่มือเล็กสองข้างลูบหลังคอแกร่งไปด้วย

มีนาเคยบอกว่าผู้ชายเวลาจูบบางคนชอบให้ลูบหัว แต่บางคนที่ไม่ชอบให้เล่นหัวก็ยังลูบหลังคอได้ พยัคฆ์คงเป็นผู้ชายประเภทหลัง เพราะทันทีที่เธอลูบเขาก็ส่งเสียงครางต่ำในลำคอ

ปากหยักบดขยี้หนักหน่วงขึ้น ลิ้นชื้นสอดเข้ามารุกไล่เด็กสาวในอ้อมกอดจนตัวอ่อน แขนแข็งแรงข้างซ้ายรัดเอวคอดแนบแน่นจนหน้าอกนิ่มบดบี้ไปกับแผ่นอกแกร่ง

มือหนาข้างขวาบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึงอย่างเมามัน

“อื้อ”

“เกาะดี ๆ นะคะ” ยังไม่ทันจะได้หายใจเต็มปอด ทั้งร่างก็ถูกอุ้มขึ้นจากพื้นในท่าเข้าเอวจนสุดที่รักจำต้องกอดลำคอแกร่งเอาไว้ เรียวขาตวัดรัดเอวสอบแน่นด้วยความตกใจ

“ว้าย! คุณ…เฮียเสือ!”

“ที่รักตัวเล็กค่ะ ยืนจูบนานกว่านี้ผมเมื่อยคอตายเลย” เขาตอบยิ้ม ๆ พลางกดจมูกหอมหน้าอกนิ่มและลำคอขาวไปด้วย

เขาพาเธอเดินลึกเข้าตรงส่วนที่เป็นเตียงนอนหลังกว้างซึ่งอยู่ด้านในสุด ตลอดทางจูบรุกเร้าไม่หยุดจนคนไม่มีประสบการณ์หายใจหายคอไม่ทัน

“แฮ่ก!!”

สติกระเจิดกระเจิงไปหมด รู้สึกเหมือนกำลังล่องลอยอยู่ท่ามกลางปุยเมฆอย่างไรอย่างนั้น รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แผ่นหลังสัมผัสกับที่นอนนุ่ม

ผ้านวมสีเทาเข้มตัดกับผิวขาวสว่างของเด็กสาวสะท้อนอยู่ในดวงตาคม เขายันตัวกลับมาปลดกระดุมเสื้อพลางไล่สายตาสำรวจเด็กสาวที่นอนเปลือยอยู่บนที่นอนของตัวเองอย่างพึงพอใจ

ปกติเวลาไปเที่ยวที่แชงกรีล่าพยัคฆ์ไม่ค่อยได้พาใครกลับบ้าน ขนาดเด็กที่เลี้ยงไว้เป็นขาประจำก็ยังไม่เคยพามาทำบนเตียงในห้องนอนส่วนตัวแบบนี้

ไม่เคยมีใครมีสิทธิ์ได้เหยียบเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ แต่จู่ ๆ ก็พาแม่คนนี้เข้ามาง่าย ๆ จนเขาก็ยังแปลกใจตัวเองเหมือนกัน

เสื้อเชิ้ตสีดำเนื้อดีถูกถอดโยนลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ ทว่าเขาก็ยังยืนอยู่ที่เดิม เฝ้ามองท่าทีแตกตื่นที่กลับมาเป็นพัก ๆ นั้นอย่างใจเย็น

มองสายตาของเธอ ที่ลากไล้ไปบนรอยสักที่ปรากฏตั้งแต่บนลำคอ แผงอก และแขนทั้งสองข้าง สำรวจจนถ้วนทั่วอย่างอยากรู้อยากเห็นแล้วก็รู้สึกเอ็นดูมากกว่าเดิม

“มีข้างหลังด้วยนะ เต็มหลังเลย อยากดูไหม”

“อะ เอ่อ...ไม่เป็นไรค่ะ”

“ยังยืนยันคำเดิมไหมว่าจะทำ”

“ยะ...ยืนยันค่ะ”

“ถ้ายืนยันก็อ้าขาให้ผมได้แล้วค่ะ หุบขาแบบนี้ผมทำอะไรไม่ได้หรอกนะ”

ได้ยินเขาพูดแบบนั้น เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมที่ไร้ซึ่งแววล้อเล่น สุดที่รักก็เริ่มแยกขาออกจากกันอย่างเชื่อฟัง เผยให้เห็นดอกไม้ตูมที่ยังปิดสนิท

สีของมันเป็นสีอ่อน สะอาดสะอ้านและกำจัดขนมาอย่างเรียบร้อย พอได้มาเห็นชัด ๆ ในแสงที่เพียงพอพยัคฆ์ก็ยิ้มแล้วเลียปากอย่างพอใจ

ร่างสูงใหญ่คลานเข้าไปแทรกที่ระหว่างต้นขาขาว พรมจูบทั่วใบหน้าของเธอ ก่อนจะมาจบที่กลีบปากนิ่มอย่างนุ่มนวล ดูดดึงแผ่วเบาอย่างปลอบประโลม

“ไม่ต้องกลัว ผมจะทำเบา ๆ”

แขนข้างหนึ่งเกี่ยวรัดเอวคอด มืออีกข้างเคล้นคลึงปทุมถันขาวจัดปลุกความปรารถนา เขาจูบเธออยู่นานจนแทบจะลืมหายใจ ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าลงไปลากไล้ที่ซอกคอ

วินาทีที่เขาอ้าปากงับยอดถันสีชมพู แล้วตวัดลิ้นรอบฐานถี่ ๆ กายสาวก็กระตุกเฮือก

“อื้อ…เฮีย เฮียเสือ” เสียงครางไพเราะหลุดออกมาจากริมฝีปากกระจับที่ผ่านการโดนขบกัดจนขึ้นสี ยิ่งได้ยินเธอร้องแบบนั้นเขาก็ยิ่งลงมือหนัก

ยิ่งดิ้นหนีเพราะความเสียวซ่านเขาก็ยิ่งล็อกตัวแล้วรุกรานหนักขึ้นเล่นเอาหญิงสาวตัวสั่นระริก เผลอบิดเร้าบดเบียดโหนกนูนไปกับกล้ามท้องที่ขึ้นเป็นลูก

“ว่าไงคะ” ท่าทางแบบนั้นพาให้คนสอนยิ้มกริ่ม ยันตัวขึ้นมามองหน้าอกอวบที่กำลังสะท้อนตามจังหวะหายใจ เร้าง่ายแบบนี้มันโคตรน่าแกล้งเลย

“ทำไมชอบเรียกแล้วไม่พูด หืม?” ขณะที่ปากพูดแบบนั้นแต่เรื่องจริงเขาไม่ได้คิดตำหนิเธอสักนิด ตรงข้ามตาคมกำลังจ้องกลีบเนื้อปิดสนิทที่เริ่มขมิบคายน้ำหล่อลื่นสีใสเขม็ง

กลิ่นสาวหอมเย้ายวนพาให้ชายหนุ่มวัยสามสิบหกถึงกับคอแห้งผาก ตอนที่เขาเอานิ้วไปแตะก็ยิ่งกระตุกรับถี่ยิบอย่างน่าดู

“หนู...หนูพูดไม่ไหว”

“ผมถือเป็นคำชมได้ไหม” ได้ยินเธอพูดแบบนั้นพยัคฆ์ก็ไม่คิดจะรั้งรออีก จัดการแยกเรียวขาขาวออกจากกัน ลิ้นร้อนชื้นตวัดรังแกส่วนสงวนของหญิงสาวในทันที

“อ๊ะ! อื้มมม”

นิ้วเรียวยาวสอดลึกในตอนที่เธอพร้อมเต็มที่ สัมผัสแปลกใหม่ที่รุกล้ำเข้ามาทำให้สุดที่รักหายใจไม่ทั่วท้อง ใบหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู ทั้งตัวแทบจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู

แต่ครั้นจะบอกให้เขาหยุดเธอก็เสียวซ่านเกินไป สุดท้ายก็ได้แต่นอนกลั้นใจ ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไม่ให้ทำเสียงน่าอายไปมากกว่านี้

“อย่ากลั้นเสียง” แต่เขาก็ไม่ปรานีกันเอาเสียเลย

นอกจากไม่หยุดการกระทำก็ยังถดกายขึ้นมาหา กระซิบเสียงพร่าพร้อมกับป้อนจูบร้อนเร่าเต็มไปด้วยความกระหาย

“อื้ม! อ๊า! เฮีย เฮียเสือ”

“ว่ายังไง”

“หนูจะ อื้อ! จะไม่ไหว”

“จริงเหรอ”

“อ๊าา” จนในที่สุดกายขาวก็กระตุกสั่นรุนแรง เสร็จสมจนเกร็งไปทั้งร่างเหมือนโดนไฟฟ้าช็อต ในหัวชาหนึบราวกับโดนใครสักคนเอาน้ำเย็นมาราดสมองอย่างไรอย่างนั้น

ภาพทุกอย่างตรงหน้าสะท้อนอยู่ในดวงตาคม ไม่รู้ว่าครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่พยัคฆ์ยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขากดริมฝีปากลงบนปากแดง ๆ ของเธอที่กำลังนอนดวงตาลอยคว้าง

“ตาลอยหมดแล้วคนดี”

“...”

“อย่าเพิ่งเหนื่อย ผมมีอีกหลายเรื่องเลยที่ต้องสอนหนู” ไม่นานเขาก็ผละลงจากเตียง แล้วเริ่มถอดเข็มขัดขณะที่ตายังมองเธอไม่ละไปไหน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป