บทนำ
บท 1
สองทุ่มห้าสิบนาที
ณ คลับหรูแชงกรีล่า
ด้านหน้าตึกที่ประดับประดาไปด้วยไฟสีทองแลดูอลังการนั้นค่อนข้างคึกคัก แขกหน้าใหม่และเก่าที่ตั้งใจมาหาความสุขต่างตบเท้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย
รถหรูนับสิบคันต่อแถวกันขับผ่านทางเข้าทำเอาพนักงานรับรถวิ่งกันจนขาแทบขวิด ทว่ามีอยู่คันหนึ่งที่สามารถผ่านเส้นทางพิเศษที่สุดได้
รถยุโรปคันหรูสีดำสนิทคันนั้นไปจอดสนิทตรงทางเข้าส่วนบุคคล เมื่อพนักงานทำการเปิดประตูให้ ร่างสูงในชุดสูทสีดำสนิททั้งตัวก็ก้าวลงมาจากรถ
“สวัสดีครับคุณเสือ”
“อืม คุณนภาล่ะ” ขณะที่เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถาม มือของเขาก็ขยับสูทของตนให้เข้าที่ไปด้วย วงหน้าดุดันเรียบเฉย ดวงตาเรียวชี้อย่างคนมีเชื้อสายจีนมองไปยังด้านในตึก
ไม่นานมือที่ประดับไปด้วยรอยสักเกือบเต็มพื้นที่ก็ยกขึ้นจัดคอเสื้อของตน ดึงขึ้นให้เรียบร้อยทว่าไม่ได้ตั้งใจให้ปิดรอยสักรูปหัวมังกรบนลำคอแต่อย่างใด
“อยู่ที่ห้องรับรองครับ คุณนภาให้ผมมาเชิญคุณเสือเข้าไป ตอนนี้ น้อง เขารออยู่แล้วนะครับ”
เพียงได้ยินคำว่า ‘น้อง’ คิ้วคมของ พยัคฆ์ ก็เลิกขึ้น ใจนึกไปถึงผู้หญิงในรูปที่ ‘ทิโมธี’ เพื่อนเขาส่งมาให้เมื่อตอนเย็น แม่คนนั้นที่ร้องไห้จนใบหน้าสวย ๆ แดงไปหมด
‘เด็กกูส่งมาให้ เห็นว่าเดือดร้อนต้องใช้เงินแบบด่วน ๆ กูเห็นว่าขาว ๆ เล็ก ๆ สเปคมึงเลย เก็บไว้พิจารณาหน่อยสิวะ’
เขาชอบเลี้ยงเด็กสาว ๆ ไว้เชยชมก็จริง แต่ปกติจะชอบหาคนที่ถูกใจเอง ไม่ใช่แนวที่จะให้ใครติดต่อหรือหาให้ ทว่ารอบนี้ไม่รู้ทำไมถึงตอบตกลงไปอย่างง่ายดาย
อาจจะเป็นเพราะใบหน้าที่แม้จะร้องไห้ขนาดนั้นก็ยังสวย หรือเพราะดวงตาบวมช้ำน่ารังแกมันกวนใจเขาตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น ทำให้รู้สึกแปลกในอกอย่างบอกไม่ถูก
สุดท้ายจึงต้องมาดูให้เห็นกับตา ทั้งที่ช่วงนี้งานรุมเร้าจนแทบจะตายห่าทุกวัน
“อ้อ…ไปสิ”
“เชิญทางนี้ครับ”
ร่างสูงเดินตามพนักงานคนนั้นเดินลึกเข้าไปในโซนวีไอพี ซึ่งเป็นส่วนตัวและแสงสีอึมครึมมากกว่าด้านนอก เมื่อถึงด้านหน้าห้องที่อยู่ด้านในสุดก็พบว่ามีคนรออยู่แล้ว
เธอคือคุณนภา มาม่าซังประจำสถานที่แห่งนี้
“สวัสดีค่าคุณเสือ ไม่เจอกันนานเลย สบายดีไหมคะ”
สาวใหญ่วัยราวสี่สิบทว่าแต่งตัวสวยพริ้งเดินตรงรี่เข้ามาหาทันที อีกทั้งยังมือไม้อ่อนยกขึ้นไหว้เขาอย่างชดช้อย แม้ว่าเขาจะอายุน้อยกว่าหลายปีก็ตาม
“สบายดีครับ คุณนภาล่ะ สบายดีไหม”
“นภาสบายดีค่ะ เชิญทางนี้ดีกว่าค่ะคุณเสือ นภาให้น้องเขาเตรียมตัวรออยู่แล้ว คุณเสือตาถึงมากเลยนะคะ เด็กคนนี้ขาวสวยอึ๋มมาก แถมกว่าจะยอมมาทำงานกับเรา นภาตื๊ออยู่ตั้งนาน”
เธอจีบปากจีบคอชวนเขาคุยอย่างมีจริตจก้าน ขณะที่เปิดประตูพาเขาเข้าไปในห้อง ซึ่งตอนนี้มีแค่ไฟดวงเล็ก ๆ ส่องให้เห็นว่าบนเวทีด้านหน้าที่มีไว้สำหรับโชว์นั้นยังว่างเปล่า
แต่เนื้อความในคำพูดของเธอกลับทำให้ชายหนุ่มที่กำลังหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาพลันขมวดคิ้ว พยัคฆ์หันไปมองเธออย่างตั้งคำถาม ไม่ได้ใส่ใจพนักงานที่กำลังเสิร์ฟเครื่องดื่มแต่อย่างใด
“เธอไม่เคยทำงานที่นี่เหรอครับ”
ด้านนภาได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าพลางยิ้มกริ่ม รีบโน้มตัวมาป้องปากเชียร์สุดฤทธิ์
“คนนี้ใหม่เอี่ยมแกะกล่องค่ะคุณเสือ เห็นว่าไม่เคยทำงานนี้ด้วยนะคะ เป็นเพื่อนเด็กของนภานี่แหละ บังเอิญได้เจอเมื่อหลายเดือนก่อน ชวนมาทำงานด้วยตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่เพิ่งจะยอมมา”
“อ๋อครับ”
ไม่ต้องถามให้มากมายว่าเพื่อนเธอที่ว่าเป็นใคร เพราะเขาก็รู้แน่ ๆ อยู่แล้วว่าเป็น ‘เด็กกู’ ของทิโมธีนั่นแหละ
พยัคฆ์ไม่คิดจะสนใจเรื่องเพื่อนเธอหรอก เพราะเขาสนใจที่คุณนภาบอกว่าไม่เคยทำงานที่นี่มากกว่า เนื่องจากไปสอดคล้องกับที่ทิโมธีบอกว่าเธอกำลังร้อนเงินพอดี
ตอนแรกเขาก็คิดว่าเป็นเด็กที่ทำงานที่นี่แค่ต้องการใช้เงินด่วน แบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมทิโมธีถึงต้องต่อสายตรงจากจีนมา ทั้งที่วันนี้มันก็จะบินมาไทยอยู่แล้ว
เพราะไม่เคยขายนี่เอง
“ใกล้เวลาโชว์เริ่มแล้ว อย่างนั้นนภาขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ”
บอกลาเขาแล้ว คุณนภาก็พาตัวเองออกไปด้านนอกไปพร้อมกับพนักงานเสิร์ฟ ทำให้ในห้องนั้นเหลือแค่พยัคฆ์ในฐานะลูกค้าที่ยังนั่งอยู่
ประตูปิดลงไม่นาน ไฟส่วนที่เขานั่งอยู่ก็ถูกหรี่ให้มืดลงไปอีก ทว่าไฟสปอตไลท์ที่ส่องยังเวทียกระดับเล็ก ๆ ด้านหน้านั้นกลับสว่างจ้าขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในห้องทำเอาก้อนเนื้อในอกของชายหนุ่มที่นั่งเอนพิงพนักโซฟาอยู่นั้นเริ่มเต้นถี่อย่างตื่นเต้น ดวงตาคมจับจ้องไปบนเวทีนั้นเขม็ง
เวลาผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ประตูหลังเวทีก็เปิดออก ก่อนที่หญิงสาวตัวเล็กผิวขาวในชุดวาบหวิวจะเดินขึ้นมาหยุดที่เสาโพลแดนซ์ เขามองเห็นใบหน้าของเธอไม่ชัดนัก
เนื่องจากมีผ้าบางปักเลื่อมปิดบังครึ่งล่าง
“สวัสดีค่ะ คุณพยัคฆ์”
“สวัสดีครับ”
เธอสวมเพียงบราตัวเล็กบาง ๆ ที่แทบจะปิดอะไรไม่ได้ ทำให้รู้ว่าสาวเจ้าหน้าอกใหญ่เต็มไม้เต็มมือ ส่วนท่อนล่างสวมจีสตริง รอบเอวมีสร้อยลูกปัดสีทองห้อยลงมาคลอเคลียบั้นท้ายงอนงาม
ภาพตรงหน้าชัดว่าเธอหุ่นดีมาก ดีกว่าที่เขาจินตนาการจากที่เห็นในรูปไปมากโข แม้แต่เสียงตอนเอ่ยปากเมื่อครู่ก็หวานกว่าที่เคยคิดเอาไว้ไปไกล ดูท่าตอนที่ครางคงจะน่าฟังดีพิลึก
เห็นแบบนั้นชายหนุ่มก็ผ่อนลมหายใจลงอย่างผ่อนคลาย หันไปหยิบแก้วไวน์มาแกว่งก่อนจะยกดื่ม สายตากวาดไปทั่วร่างก่อนจะเจาะจงเป็นพิเศษที่สะโพกกลมกลึงน่าเคล้น
รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากหยัก...
ทิโมธีมันรู้ใจเขาจริง ๆ ถึงส่งเด็กคนนี้มาให้ สงสัยต้องตอบแทนหนัก ๆ เสียแล้ว
บทล่าสุด
#84 บทที่ 84 บทพิเศษ : ออกทริปกับคุณแม่ลูกสาม (1)
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#83 บทที่ 83 บทพิเศษ : คืนเข้าหอกับคุณแฝด (2)
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#82 บทที่ 82 บทพิเศษ : คืนเข้าหอกับคุณแฝด (1)
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#81 บทที่ 81 บทส่งท้าย (จบ)
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#80 บทที่ 80 ฟ้าหลังฝน
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#79 บทที่ 79 สุดที่รักอย่าลำเอียง
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#78 บทที่ 78 อ้อนเมีย
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#77 บทที่ 77 คิดได้ยัง
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#76 บทที่ 76 บทพิเศษ : พี่แฝดเนิร์ดกับดาวมหาลัย (1)
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026#75 บทที่ 75 บทพิเศษ : พี่แฝดเนิร์ดกับดาวมหาลัย (2)
อัปเดตล่าสุด: 6/12/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักร้าย Toxic love
"ออกไป ถ้าไม่อยากโดนข้อหาบุกรุกห้องคนอื่นในยามวิกาล" นินิวบอกริกมาเสียดังด้วยสีหน้าโกรธจัด ที่ริกเข้าห้องเธออย่างถือวิสะ
"ไม่ไป ในเมื่อที่นี่คือห้องเมียฉัน ทำไมฉันต้องออก" ร่างสูงบอกมาด้วยเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจ
"ห้องฉันไม่ใช่ห้องของยัยโมเน่ เมียคนปัจจุบันของพี่ ถ้าพี่ยังหลงเหลือความเป็นคนอยู่บ้างก็ออกไปจากห้องฉันคะ" แต่ริกกับไม่สนใจคำพูดนินิวเลยซักนิด ร่างสูงเดินเข้ามาหาคนตรงหน้า นินิวที่เห็นเช่นนั้นถึงกับจับที่ชายผ้าขนหนูเอาไว้แน่นขึ้น เพราะคนตรงหน้านั่นดูอันตรายสำหรับเธอ
"อย่านะพี่ริก เรื่องของเรามันจบไปแล้ว" นินิวบอกมาด้วยเสียงสั่นเพราะสายตาที่เขามองเธอมามันน่ากลัวมากจริงๆ
"ชอบฉันไม่ใช่เหรอ เอาฉันแล้วจะไปอ่อยคนอื่น อีกทำไม ฉันเห็นเต็มสองตาว่าเธอจูบกับไอ้ไทม์"
"ในเมื่อพี่เห็นเช่นนั้น พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียสิ ฉันจะอ่อยจะจูบกับใครมันก็เรื่องของฉันไหม ฉันบอกพี่ไม่กี่ร้อยครั้งแล้วว่าเราเลิกกันแล้ว เพราะพี่มันเลว ฉันเลยไม่อยากได้พี่แล้ว "
อริรักท่านประธาน
ส่วนเธอ...คู่แข่งตัวเล็กๆที่เกลียดชังเขาเพราะถูกเขากลั่นแกล้ง
เมื่อคู่อริอย่างเธอและเขาที่ชังกันมาตลอด....แต่จู่ๆในวันหนึ่งต้องมานอนเตียงเดียวกัน...เรื่องราวต่อไปจะเป็นเช่นใด!?
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
วิศวะร้ายพ่ายรักยัยตัวป่วน
พยาบาลที่รักของนายจอมเหวี่ยง
"แหม ผู้ชายเพอร์เฟกต์ดูแลตัวเองได้มันจืดชืดจะตายค่ะ มะลิชอบดูแลคนไข้ดื้อๆ ปากแข็งแบบคุณคิรินมากกว่า... ท้าทายดี!"
ใครจะไปคิดว่า 'คิริน' ท่านประธานจอมเหวี่ยงที่เอาแต่ขังตัวเองในห้องและไล่พยาบาลออกเป็นว่าเล่น จะต้องมายอมสิ้นฤทธิ์ให้พยาบาลจบใหม่หน้ามึนอย่าง 'มะลิ'
จากที่ตั้งป้อมเกลียดชัง ทำไปทำมา... กำแพงที่กั้นไว้กลับพังทลายไม่มีชิ้นดี
และจากคนไข้ปากร้ายที่เอาแต่ไล่ตะเพิดเธอในวันนั้น กลายเป็นคนไข้สายรุกที่ขยันชวนพยาบาลส่วนตัวทำ 'กายภาพบำบัด' บนเตียงทุกคืนไปซะได้
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
คลั่งรักแค่เธอ (มาวิน X อบิเกล)
ปากบอกไม่รักไม่ชอบ แค่ของเล่นที่ยังไม่เบื่อแต่ตามติดเป็นเงาแบบนี้เขาเรียกว่าอะไรกัน
กับดักรักท่านประธาน
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
MY HONEY ของรักวิศวะ
“มันไม่รับหรอก ก็ว่าทำไมไม่บอกว่าของข้างในเป็นอะไร ที่แท้ก็เอาแฟนกับรถมาลงเดิมพัน หึ…ตลกดี”
“ไม่ใช่!”
“งั้นก็ลองโทรหามันดูสิ ถ้ามันรับฉันจะส่งเธอหามัน แต่ถ้าไม่…ก็ช่วยไม่ได้”
“พี่เจฟเป็นแฟนเมล แฟนเมลไม่ทำแบบนั้นแน่นอนค่ะ”
“หึ เออเอา แล้วแต่เธอเลย แต่ฉันจะเอารถคันนี้กลับ”
เมล รีบเดินอ้อมมาหาซาน เอาตัวเองดันตัวเขาออกห่างจากรถแล้วกางมือออกห้ามไว้
“ไม่ได้ค่ะ รถแฟนเมล”
ซานยกมือขึ้นเกาหางคิ้วเบาๆ มองท่าทางดื้อดึงอีกฝ่ายอย่างถอดใจ
“มันเอารถคันนี้เดิมพัน…รวมถึง เธอ ด้วย”













