บทที่ 6 เปิดบริสุทธิ์

วินาทีที่อาวุธประจำกายของเขาเด้งผึงออกมาจากกางเกง สุดที่รักก็แทบจะพูดไม่ออก ได้แต่มองเขาสวมเครื่องป้องกันอย่างเร่งรีบ ก่อนกลับมาทาบทับอีกครั้งด้วยความปรารถนาที่พลุ่งพล่าน

“คิดว่าไหวไหม”

“หนู…วะ ไหว...”

“ไหวไม่ไหวก็ต้องไหวแล้วล่ะ เพราะผมไม่ไหวแล้ว” พยัคฆ์พูดแค่นั้น แล้วจัดการตะครุบร่างกายนุ่มนวลทันที จูบเร่าร้อนบดขยี้ เล่นเอาเด็กสาวถึงกับมึนเบลอราวโดนค้อนทุบ

ส่วนหน้าที่สวมเครื่องป้องกันอย่างดีถูไถส่วนปลายไปกับร่องเนื้อหวานฉ่ำ ค่อย ๆ ดันมันเข้าไปทีละน้อยอย่างเชื่องช้า

“จะ เจ็บ เจ็บค่ะ” นานทีเดียวกว่าจะเข้าไปถึงครึ่ง เสียงหอบหายใจหนักดังประสานกัน มันปะปนไปด้วยเสียงสะอื้นของหญิงสาวที่กำลังใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด

“อีกนิดเดียวค่ะ อีกนิดเดียว” พอเริ่มตั้งหลักได้และไม่ต้องใช้มือช่วยแล้ว พยัคฆ์จึงละมือออก เปลี่ยนไปนวดเอวของเธอเพื่อช่วยผ่อนคลาย

ริมฝีปากหยักจูบซับหยดน้ำที่ไหลจากหางตาหวาน ก่อนจะพรมจูบไปทั่วใบหน้าแล้ววกไปที่ใบหูขาวเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจอีกที

อย่าว่าแต่ของเธอที่มันเล็กขนาดนั้นเลย เขาเองที่เป็นคนใส่ไปก็ยังเจ็บไปด้วยจนหายใจไม่ทั่วท้อง

“ผ่อนคลายหน่อยเร็ว” เขากระซิบ จูบหวานป้อนเข้าปากของเด็กสาว ลิ้นร้อนผ่าวสอดเข้าพัวพันครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งใส่เข้าไปจนสุดจึงยอมผละออก

เขากัดฟันแช่มันเอาไว้ให้เธอปรับตัว ระหว่างนั้นก็ไล้เลียปทุมถันขาวเนียนไปด้วย “ผ่อนคลายนะ ไม่งั้นมันจะเจ็บกว่านี้”

“เฮีย…”

“ครับ?”

“ขยับได้ไหมคะ หนูอึดอัด” ทว่าขณะที่เขาตั้งใจจะถนอมเธอก็พลันเอ่ยขึ้นเสียงสั่น แววตาหวานฉ่ำสั่นระริกมองเขาอย่างเว้าวอน ช่องทางที่ตอดตุบบีบรัดออดอ้อนจนชายหนุ่มบดกรามแน่น

“ได้สิคะ” แต่ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายร้องขอเขาจะไปทำอะไรได้ สุดท้ายพยัคฆ์ก็ยอมผละออก กายสูงยันขึ้นกับที่นอน ช่วงล่างขยับเบา ๆ ในจังหวะตื้น ๆ

เขาจับขาของเธอพาดไปกับข้อพับแขนของตัวเอง จากนั้นจึงเริ่มขยับโจนจ้วงเน้นลึกมากขึ้น

“อ๊า อื้อ!”

“อ่า...แน่นมากเลยที่รัก”

ลมหายใจของเด็กสาวติดขัดไม่เป็นจังหวะ ความรู้สึกเจ็บจากช่องทางอ่อนไหวเริ่มหายไปเปลี่ยนเป็นความสยิวสุดกลั้น เธอขยุ้มผ้านวมเบื้องล่างเอาไว้จนแทบขาดติดมือ

รู้สึกได้ถึงเลือดลมที่เริ่มพลุ่งพล่านมากขึ้นจนหายใจแทบไม่ทัน มันวาบหวามจนต้องจิกปลายเท้าลงกับที่นอน เสียวจนหูอื้อไปหมด แต่ก็ยังรับจูบของเขาอย่างเต็มใจ

“อ๊า!”

“แม่ง...โคตรดี”

จังหวะรักเริ่มเร่งเร้าถี่ขึ้น เสียงลมหายใจฟืดฟาดราวกับสัตว์รายบาดเจ็บยิ่งทำให้เธอรู้สึกเหมือนร่างกายโดนแผดเผา

ยิ่งตอนที่เขาดันมันเข้าไปจนสุดพื้นที่ด้านใน ใบหน้าสวยก็ยิ่งสะบัดไปมาอย่างเสียวซ่าน ลมหายใจที่เคยถี่บัดนี้กลับขาดห้วงเพราะความต้องการ

หญิงสาวประสบการณ์น้อยไม่อาจทานทนต่อไปได้ไหว

“มะ ไม่ไหว” เธอไม่ไหวอีกต่อไป “หนูจะเสร็จอีกแล้ว”

“เอาสิ เดี๋ยวก็ได้เสร็จอีกหลายรอบอยู่แล้ว”

สิ้นคำพูด ไม่นานร่างขาวก็กระตุกสั่น ปล่อยน้ำหวานสีใสออกมาจนชุ่มโชก เมื่ออารมณ์วาบหวามดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด

“อ๊ะ อ๊า!!”

สุดที่รักหอบหนัก หัวใจเต้นรัวจนเหมือนจะหลุดออกมาจากอกเสียให้ได้ แต่นอนหอบอยู่แบบนั้นได้ไม่เท่าไหร่ ริมฝีปากก็โดนครอบครองโดยเขาที่ยังไม่ถึงฝั่งฝัน

คุณพยัคฆ์ไม่ยอมให้เธอได้พักหายใจเลย หลังจากถึงจุดสุดยอดจนเกร็งไปทั้งตัวแบบนั้น กายขาวก็ถูกจับให้เปลี่ยนท่ามาเป็นหันหลังจับหัวเตียง

จากนั้นก็ตามมาประกบด้านหลัง จัดการสอดใส่เข้ามาในร่องเนื้ออ่อนไหวอย่างลื่นไหลจนสุดโคน

“เกาะดี ๆ นะ” เขาว่าขณะที่ดึงมันออกไปจนสุดแล้วตอกกายเข้ามาแรงกว่าเดิม สานต่อจากเมื่อครู่จนหญิงสาวหัวสั่นหัวคลอน ต้องจับหัวเตียงเอาไว้แน่น

“อื้อ! เฮียคะ เฮียเสือ”

“ขา คนดี ฮึ่ม!”

ความเสียวกระสันแลนปรี่ไปทั่วร่างของหญิงสาว สุขล้นจนแม้ว่าจะยังแสบอยู่บ้างแต่เธอกลับไม่อยากบอกให้เขาหยุดเลยแม้แต่น้อย

“หนูเสียว”

“ผมก็เสียว ที่รักเสร็จอีกรอบไหวไหม”

“มะ ไม่”

“ไม่เชื่อ”

เพี๊ยะ!

“อ๊า! เจ็บ!”

ใบหน้าสวยเหยเกเมื่อเขาเสยงัดเต็มสูบ เสียงมือฟาดเนื้อก็ยังไม่ดังเท่าเสียงเชิงกรานของเขาที่กำลังฟาดตี ส่วนนั้นขยับเข้าออกซ้ำ ๆ แรงขึ้นกว่าทุก ๆ ครั้ง

“ผมจะเสร็จแล้ว”

“อ๊า!!”

ที่สุดแล้วเธอก็เป็นอย่างที่เขาว่าจริง ๆ

เพราะยามที่กายสูงอัดสะโพกเข้ามาเป็นครั้งสุดท้าย กายบอบบางก็สั่นกระตุกอีกรอบเป็นจังหวะเดียวกัน

“อ่าห์…”

เสียงลมหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่สอดประสานกันดังขึ้นกว่าเดิม พยัคฆ์ยังคงแช่กายค้างไว้แบบนั้นอยู่พักหนึ่ง เขาช้อนตัวเธอที่อ่อนปวกเปียกไปหมดด้วยแขนข้างเดียว

จัดการล้มตัวลงนอนบนที่นอนโดยมีร่างขาวนวลนอนทับบนอกทั้งที่ส่วนนั้นยังคงไม่แยกจากกัน

“เมื่อกี้เสร็จอีกรอบเหรอคะ”

“ค...ค่ะ”

“อ่อนไหวจริง แต่ก็ดีแล้ว ผมชอบ”

ปากหยักกดจูบขมับขาวชื้นเหงื่อแผ่วเบา ขณะที่ดึงส่วนนั้นออกจากส่วนกลางกายของเธอ เขาพลิกร่างของสุดที่รักลงไปนอนเบื้องล่าง ส่วนตัวเองก็ลงจากเตียงไปจัดการถุงยาง

ด้านหญิงสาวที่เพิ่งถูกเปิดบริสุทธิ์ไปหมาด ๆ เธอ ยังนอนมองเขานิ่งไม่ขยับเขยื้อน เพิ่งรู้ว่าการมีเซ็กซ์มันเหนื่อยใจแทบขาด

เหนื่อยมาก ๆ ทั้งที่เขาเป็นคนออกแรงอยู่ฝ่ายเดียว

แต่นอนได้ไม่นานเธอก็ระลึกได้ว่าไม่ควรนอนอยู่บนเตียงของเขาแบบนี้ การที่คุณเสือลุกออกไปบางทีอาจเป็นสัญญาณว่าอยากให้เธอกลับแล้วก็ได้

คิดได้อย่างนั้นสุดที่รักจึงพยายามยันกายลุกขึ้น

“อาบน้ำไหมคะ มาอาบพร้อมผมเลย” แต่ขณะที่กำลังจะก้าวลงจากเตียงเขากลับหันมาถามเสียงนุ่ม ความนิ่งขรึมหรือดุดันบนใบหน้าที่เธอเห็นช่วงแรก ๆ เหมือนจะหายไปหมด

สุดที่รักได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่นิ่งงัน รับมือไม่ค่อยจะทันเพราะไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ว่าเขาจะชวนทำอย่างอื่น

“เอ่อ...อาบน้ำเหรอคะ”

“ค่ะ มาแช่น้ำอุ่นกัน” แช่น้ำอุ่น เขาหมายถึงแช่ในอ่างน่ะเหรอ แบบที่...เธอกับเขาต้องแช่ด้วยกันน่ะนะ

“...ดะ ได้ค่ะ แต่ว่าหนูขอไปเอากิ๊บหนีบผมก่อนนะคะ”

“โอเค งั้นเดี๋ยวผมเปิดน้ำรอ”

พูดจบเขาก็คว้าผ้าขนหนูเดินเข้าไปในห้องน้ำ ส่วนเธอเองยืนหันหน้าหันหลังอยู่ไม่นานเธอก็เดินตรงไปยังกระเป๋าของตนที่ตกอยู่อีกฝั่งของห้อง

โดยไม่ลืมที่จะหยิบชุดเดรสขึ้นมาใส่ลวก ๆ เพื่อไม่ให้ต้องเดินเปลือยไปมา

“คิดว่าจะให้กลับเลยเสียอีก” ขณะที่กำลังม้วนผมขึ้นแล้วหนีบด้วยกิ๊ปพลาสติกตัวใหญ่ ดวงตาหวานก็มองไปที่ประตูห้องน้ำซึ่งเปิดอยู่ และมีเสียงน้ำดังลอดออกมาอย่างฉงน

ถึงอย่างนั้นความรู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจก็เริ่มก่อร่างสร้างตัวขึ้น แม้ไม่ได้มากเท่าไหร่นักแต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นโดยที่สุดที่รักไม่รู้ตัวเลย ว่าเธอเผลอลดความระวังตัวลงไปมากแค่ไหน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป