บทที่ 7 คุณเสือไม่เหมือนเดิม
แสงแดดในยามเช้าจนเกือบสายภายในคฤหาสน์หลังโตนั้นไม่ร้อนมากนัก เพราะนอกจากแอร์จะเย็นแล้วก็ยังมีม่านกรองแสงกรองเอาไว้ จากฟิล์มของกระจกกันความร้อนอีกที
แต่ถึงไม่ร้อนทว่าแสงของมันก็ยังทำให้ภายในห้องสว่างขึ้น พาให้ร่างขาวที่สวมเพียงเสื้อยืดตัวโคร่งตัวเดียวของเจ้าของห้องขยับพลิกไปมาอย่างไม่สบายอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา
ท่ามกลางอุณหภูมิยี่สิบสององศา เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั้นตัวจากไข้ต่ำ ๆ ที่เป็นผลจากการโดนเปิดบริสุทธิ์เมื่อคืนวาน ส่วนลึกกลางกายเองก็รู้สึกเจ็บระบมไปหมด
นอนพลิกไปพลิกมาอยู่อย่างนั้นได้ไม่นาน เปลือกตาสวยก็เปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า เธอหรี่ตาเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพ มือขาวกุมขมับเพราะรู้สึกปวดหัวตุบ ๆ
“กี่โมงแล้วเนี่ย” เสียงหวานเอ่ยอู้อี้ เดาจากแสงที่ส่องหน้าเธออยู่ในตอนนี้ คงสายมากแล้วแน่ ๆ
ไม่รู้เจ้าของบ้านจะว่าอย่างไรที่เธอมานอนตื่นสายเหมือนนอนอยู่บ้านตัวเองแบบนี้ ไม่ได้การ เธอต้องรีบตื่นแล้วไปรับเงินกับเขา จะได้เอาไปจ่ายค่าผ่าตัดให้ป้า
จะได้รู้ด้วยว่าที่ได้มามันพอหรือไม่ หรือต้องหาอีกเท่าไหร่
“แปดโมงแล้วครับ”
“...”
แต่ขณะที่คิดวุ่นวายอยู่ในใจ มือที่กุมขมับอยู่ก็พลันถูกดึงออกโดยใครบางคน สิ่งแรกที่เธอเห็นคือใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่เธอนอนมองจนเผลอหลับไป
“คุณ...”
“คนอะไรขี้โกงจริง เพิ่งตื่นยังน่ารักเลย” เขาว่า พลางยิ้มให้อย่างใจดี ชายหนุ่มในตอนนี้นอนตะแคงเอามือค้ำศีรษะมองเธอตาหวาน หวานกว่าเมื่อคืนไปไกล
ถึงเมื่อคืนเขาจะอ่อนโยนกับเธอมาก แต่สุดที่รักแน่ใจว่าไม่มากขนาดนี้แน่ ตื่นมาแล้วอารมณ์ดีหรือไงนะ ก็ดีเหมือนกัน เขาอารมณ์ดีแบบนี้จะได้ให้ทิปเธอเยอะ ๆ
“ตื่นนานแล้วเหรอคะ”
“ก็…นานแล้วครับ หนูล่ะหลับสบายดีไหมเมื่อคืน”
“ก็ดีค่ะ” เธอไม่คิดจะบอกเขาเรื่องที่เป็นไข้ เพราะคิดว่าคงไม่มีความจำเป็นอะไรจะต้องบอก เขาเองก็คงไม่ได้คิดจะแคร์อะไร ความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนี้ แค่รับเงินแล้วเดินออกไปมันก็จะจบลง
แต่ดูเหมือนว่าต่อให้จะไม่บอก เขาก็ยังรับรู้ได้จากใบหน้าอันซีดเซียว ชายหนุ่มมองหน้าเธออยู่ชั่วครู่ก่อนที่มือหนาจะยื่นมาอังที่หน้าผาก แล้วเอ่ยขึ้นเสียงราบเรียบ
“ตัวอุ่น ๆ นะ เดี๋ยวอยู่กินข้าวกินยาก่อนนะครับ มัน...ผมสั่งให้แม่บ้านทำโจ๊กหมูแล้ว หนูทานได้ใช่ไหม”
“เอ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ คือหนูเกรงใจ เดี๋ยวยังไงหนูก็จะกลับแล้ว” เธอตอบไม่เต็มเสียงนัก เพราะในลำคอมันแห้งผากและแสบไปหมด ขนาดเมื่อคืนอาบน้ำแปรงฟันทั้งยังบ้วนปากอย่างดี
เห็นทีออกจากที่นี่ไปคงต้องแวะซื้อยาเสียแล้ว
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก มีคนป่วยในห้องจะไม่ให้ผมดูดำดูดีได้ยังไง หน้าซีดแบบนี้ปล่อยออกไปแล้วเกิดหนูไปเป็นลมเป็นแล้ง ผมรู้สึกแย่ตายเลยนะ” เขาว่า
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเว้าวอนขณะที่ดึงมือเธอไปวางบนตำแหน่งหัวใจ อีกทั้งยังพูดเสียยาวเหยียดต่างจากเมื่อคืนที่เหมือนจะพูดแค่ตอนที่ต้องพูดเท่านั้น
"อยู่ก่อนเถอะคนสวย ยังเช้าอยู่เลย"
แม้จะรู้สึกแปลก ๆ แต่สุดที่รักก็ไม่ได้พูดอะไร เธอสลัดความคิดไร้สาระทิ้งด้วยเหตุผลที่ว่าตนคงคิดมากเอง ในเมื่อเขาก็ยังเป็นเขา จะเป็นใครอื่นไปได้
“ก็ได้ค่ะ…อุ๊ย!”
ทันทีที่เธอตอบรับเอาคอดก็ถูกเขารั้งเข้าหา ตัวเธอจมเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทันที แม้ตกใจแต่สุดที่รักก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร มันไม่มีเหตุผลที่เธอจะทำแบบนั้นเพราะเมื่อคืนเราทำกันยิ่งกว่านี้
เงินที่เขาบอกจะให้พิเศษเป็นค่าพรหมจรรย์ก็ยังไม่ได้ คนอย่างเธอจะมีทางเลือกอะไร สุดท้ายจึงยอมให้เขาทั้งกอดทั้งหอมไปจนทั่ว ยอมให้สอดมือเข้ามาเคล้นคลึงเนื้อตัวภายใต้เสื้อตัวโคร่ง
“อื้ออ”
“เห็นตัวเล็ก ๆ ที่จริงแล้วซ่อนรูปนี่” เขาว่าพลางขยับหน้าเข้ามากดจูบลงบนริมฝีปากสวย แต่จังหวะนั้น จู่ ๆ ความกังวลที่ว่าเธอเพิ่งจะลืมตาตื่นและยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันก็ผุดขึ้นในสมอง
สุดที่รักได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ ขณะที่ร้อนรนผลักใบหน้าเขาออกแม้ว่าจะกลัวชายหนุ่มหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย
“ดะ เดี๋ยวค่ะ”
“เป็นอะไรครับ”
"หนู...หนูขอไปล้างหน้าล้างตาหน่อยได้ไหมคะ คือ...หนูเพิ่งตื่..." แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค มือที่แปะอยู่บนหน้าเขาก็โดนดึงออก ปากหยักกดจูบลงบนฝ่ามือขาวที่กร้านเล็กน้อยเบา ๆ
รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นมาชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะจางหายไป
“ไม่จะเหม็นตรงไหน เมื่อคืนมันก็อาบน้ำให้แล้วนี่” คำพูดของผู้ชายตรงหน้าพาให้สุดที่รักมุ่นคิ้วอย่างไม่เข้าใจ มัน? มันไหน ในเมื่อเมื่อคืนเขาเป็นคนที่แช่น้ำอุ่นอ่างเดียวกับเธอ
แปลก ๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ เขาเป็นโรคสองบุคลิคหรือไง
“เฮีย...อื้อ” แต่ครั้นยามที่จะเอ่ยถามปากก็โดนประกบจูบ ดูดกลืนความสงสัยไปจนหมด จังหวะการบดเบียดนั้นเร่งร้อนเอาแต่ใจแบบที่เธอไม่ได้พบเจอเมื่อคืน
สัมผัสรุกรานรุนแรงทำให้หญิงสาวไม่กล้าขัด ต่อให้กังวลเรื่องกลิ่นปากของตัวเอง แต่หากเขาบอกว่ามันไม่เหม็นก็ต้องตามน้ำไป
สุดท้ายแม้จะมีเรื่องแปลกใจเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้มากมายเต็มไปหมด แต่เธอก็ยอมปล่อยให้เขาบดขยี้อยู่อย่างนั้น
มือหนาสอดเข้ามาในเสื้อยืดตัวโคร่งอีกครั้ง บีบเคล้นเนื้อตัวเธอหนัก ๆ ไปทั่วทั้งตัว จังหวะที่มือตะปบเข้าที่บั้นท้ายงามงอนก็ยิ่งคำรามในลำคออย่างพึงพอใจ
“อื้อ…” กว่าจะยอมผละออกได้ ก็เป็นตอนที่โดนเธอทุบหน้าอกเพราะหายใจไม่ทัน
