บทที่ 7

อัญชลีสบตาถิรอย่างไม่สะทกสะท้าน

วรินทร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ

ปกติอัญชลีเป็นคนเงียบ ๆ ใจเย็น แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้นทำไมถึงดูเหมือนไปกินรังแตนที่ไหนมา

ถิรเป็นถึงลูกค้าและเป็นนายทุนกระเป๋าหนักเชียวนะ

เมื่อเห็นท่าไม่ดี

ภนิตาจึงรีบพูดแทรกขึ้นมาด้วยความร้อนรน "ขอโทษค่ะ ฉันเข้าใจเจตนาของคุณอัญชลีผิด ฉันคิดมากไปเองค่ะ"

อัญชลียิ้มอย่างขอไปที "งั้นคราวหน้าคุณภนิตาก็อย่าคิดมากอีกนะคะ เดี๋ยวฉันจะกลายเป็นนางร้ายไปซะเปล่า ๆ"

พูดจบ เธอก็ปรายตามองถิรที่มีสีหน้าเย็นชาแวบหนึ่ง

"ขอโทษนะคะ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน"

อัญชลีเดินออกไปอย่างสง่าผ่าเผยบนรองเท้าส้นเข็มสูงสามนิ้ว

เธอยืนล้างมืออยู่หน้าอ่างล้างมือ มองตัวเองในกระจกที่ดูอิดโรยเล็กน้อย แล้วถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ

เพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของภนิตา ถิรก็รีบออกโรงปกป้องทันที

นึกถึงตอนที่เธอพึ่งเข้ามาทำงานในบริษัทใหม่ ๆ แล้วโดนหัวหน้ากลั่นแกล้ง พอไปบ่นให้ถิรฟัง เขากลับทำท่ารำคาญใส่

แถมยังบอกกับเธออีกว่า ถ้าทำไม่ไหวก็ไปลาออกซะ

เธอเพิ่งเข้าใจตอนนี้เองว่า ความจริงแล้วถิรรู้วิธีรักและดูแลคนอื่น เพียงแต่คนคนนั้นไม่ใช่เธอเท่านั้นเอง

ตอนที่อัญชลีออกมาจากห้องน้ำ ถิรก็กลับไปแล้ว

หลังจากผ่านสมรภูมิไปเมื่อครู่แววตาแห่งความอยากรู้อยากเห็นของวรินทร์ก็ยิ่งเปล่งประกาย

วรินทร์พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ "เธอกับสองคนนั้นต้องมีเรื่องราวรักสามเส้าอะไรกันแน่ ๆ ตอนที่เธอเถียงท่านประธานเมื่อกี้ ฉันอยากจะพุ่งเข้าไปเอามืออุดปากเธอใจจะขาด

กลัวเขาจะด่าเธอจริง ๆ"

อัญชลีดึงกระดาษทิชชูมาเช็ดมือจนแห้ง ก่อนจะตอบกลับไป

"เธอคิดมากไปแล้ว ฉันแค่ตระหนักเสมอว่าหน้าที่หลักของพวกเราคือมาเขียนแบบ ฉันไม่ยอมให้ใครมาใส่ร้ายโดยที่ไม่ตอบโต้หรอก"

วรินทร์ลูบคางครุ่นคิด "มันก็จริงของเธอนะ แต่ฉันว่าคำพูดคำจาของเลขาภนิตาคนนั้นดูเสแสร้งไม่เบา

ท่านประธานก็ดูโอ๋เธอจริง ๆ ไม่แน่อนาคตอาจจะได้เป็นคุณนายของเขาก็ได้"

สำหรับข้อสันนิษฐานนี้ อัญชลีพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบ ๆ

รอให้พวกเขาหย่ากันเมื่อไหร่ ถิรคงรีบแต่งงานพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้านแน่ ๆ ถึงตอนนั้นภนิตาก็คงได้เป็นนายหญิงสมใจ

วรินทร์เอามือปิดแก้ม ทำหน้าเพ้อฝัน

"เธอว่าไหมโชคชะตาคนเรานี่มันไม่ยุติธรรมเลยนะ เมื่อไหร่ฉันจะได้เจอผู้ชายหล่อรวยแบบท่านประธานบ้างนะ อยากจะมีตำนานรักในออฟฟิศแบบสะท้านโลกันตร์กับเขาบ้าง"

เธอกดเสียงลงกระซิบข้างหูอัญชลี

"ฉันได้ยินมาว่าถ้าอยากรู้เรื่องบนเตียงของผู้ชาย

ให้ดูที่จมูกกับนิ้วมือ ท่านประธานจมูกโด่งขนาดนั้น นิ้วก็เรียวยาว ต้องเป็นเทพบุตรบนเตียงแน่ ๆ"

อัญชลีแทบสำลักน้ำ เธอรีบหยิบทิชชู่มาซับน้ำที่มุมปาก

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินทฤษฎีนี้ แต่สิ่งที่วรินทร์พูดมา... มันคือเรื่องจริงทั้งหมด

ทุกครั้งถิรจะรุกเร้าอย่างหนักหน่วงและดุดัน

เคี่ยวกรำเธอจนลุกจากเตียงไม่ไหวถึงจะยอมหยุด

คราวที่แล้วถุงยางสี่ชิ้นที่บ้านก็ใช้จนหมดเกลี้ยง

จนเธอต้องจำใจกินยาคุมฉุกเฉิน

อัญชลีดึงสติกลับมา แล้วกระแอมเบา ๆ ไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินัก

"เราเลิกคุยเรื่องในที่ร่มพวกนี้กันเถอะ"

วรินทร์พิงพนักเก้าอี้ ยกมือไหว้เพดาน

"ฟ้าดินเจ้าขา ขอผู้ชายแบบท่านประธานให้ลูกสักคนด้วยเถิด"

สิ้นเสียงคำขอ พระเอกในบทสนทนาก็ผลักประตูเข้ามาทันที เล่นเอาวรินทร์ตกใจจนแทบกัดลิ้นตัวเอง

เธอรีบก้มหน้าลงอย่างลนลาน แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

"เอ้อ อัญ! ฉันมีเพื่อนสมัยเรียนคนนึง เขากำลังจะย้ายมาทำงานที่เมืองนี้ หน้าตาหล่อเหลา นิสัยสุขุมพึ่งพาได้ รู้สึกว่าเหมาะกับเธอมากเลย สนใจจะลองนัดเจอกันหน่อยไหม"

คนในบริษัทต่างก็รู้กันดีว่าอัญชลีโสด ถึงขนาดเคยมีคนลงพนันกันว่าเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจมีแฟนสักที

อัญชลีปรายตามองถิรนิ่ง ๆ แล้วยกยิ้มมุมปากอย่างเกียจคร้าน "เอาสิ"

วรินทร์ดีใจจนออกนอกหน้า "จริงเหรอ เพื่อนฉันคนนี้งานดีจริง ๆ นะ พวกเธอต้องคุยกันถูกคอแน่ ๆ เดี๋ยวฉันส่งคอนแทคให้เลย"

"ไม่มีปัญหา"

อัญชลีทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเค

เธอไม่พลาดที่จะได้เห็นสีหน้าของถิรที่ดูเข้มขรึมขึ้นเรื่อย ๆ

แต่แล้วจะทำไมล่ะ ทั้งสองคนกำลังจะหย่ากันอยู่แล้ว เธอจะหาคนใหม่มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ

ถิรมองมาด้วยสายตาเย็นเยียบ "คุณอัญชลี ตามผมมาที่ห้องทำงานหน่อย"

อัญชลีเม้มปาก แต่ก็ยอมเดินตามถิรไป

เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง เธอก็ถูกถิรดันไปติดมุมห้องทันที

แขนแกร่งกั้นทางหนีของเธอไว้ ใช้ร่างกายของเขาและผนังห้องกักขังเธอให้อยู่ในมุมอับ

บนใบหน้าของอัญชลีเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

นี่มันหมายความว่ายังไง

คาเบดง? (ท่าเอามือยันกำแพงกั้นผู้หญิงไว้)

อัญชลียกมือกอดอก จ้องมองเขาอย่างระแวดระวัง

"ท่านประธานหมายความว่ายังไงคะ หรือคุณภนิตาไปเป่าหูอะไรคุณอีก คุณถึงได้มาลงที่ฉัน?"

ดวงตาของถิรฉายแววอันตราย เขาเอ่ยเสียงเย็น "เตรียมหาคนใหม่แล้วเหรอ คาดหวังกับผู้ชายที่ยังไม่เคยเห็นหน้าขนาดนั้นเชียว"

"ใช่ค่ะ ก็ต้องคาดหวังอยู่แล้วว่าพระเอกในความรักครั้งต่อไปของฉันจะเป็นคนยังไง"

ไม่รู้ทำไม อัญชลีจึงสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจในน้ำเสียงของถิร

หรือว่าเขาหึง

ไม่

เป็นไปไม่ได้

ถิรน่าจะแค่เกิดอาการหวงก้างตามประสาคนขี้หวงมากกว่า

"ท่านประธานยังมีคนใหม่รอเสียบตั้งแต่เรายังไม่หย่ากันเลย ฉันก็แค่จะเพิ่มเพื่อนในไลน์สักคน มันจะมากเกินไปตรงไหนคะ"

ถิรหรี่ตาลงช้า ๆ "กล้าแอดก็ลองดู"

ประโยคสั้น ๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความอันตราย

เขาคว้าหมับที่ข้อมือของอัญชลี ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้ใบหน้าของเธอบิดเบี้ยว

เธอจ้องเขาอย่างไม่พอใจ "คุณทำฉันเจ็บนะ"

ผิวของอัญชลีแม้จะขาวเนียนละเอียด แต่ก็บอบบางเป็นพิเศษ ออกแรงเพียงเล็กน้อยก็ทิ้งรอยแดงเป็นปื้นบนผิวสวยได้แล้ว

ถิรคลายแรงบีบลง แต่ยังคงจ้องหน้าเธอเขม็ง

"ฉันอยากจะให้ของขวัญเธอสักชิ้น เธออยากได้อะไร"

หัวข้อสนทนาเปลี่ยนกะทันหันจนอัญชลีตามแทบไม่ทัน

และสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจยิ่งกว่า คือเธอเหมือนจะเห็นความอ่อนโยนสายหนึ่งในแววตาของถิร

ภาพหลอน

ต้องเป็นภาพหลอนแน่ ๆ

เรื่องที่ถิรเพิ่งจะโมโหออกโรงปกป้องภนิตาเมื่อกี้ เธอยังจำได้แม่น

"ไม่ชอบอะไรทั้งนั้นค่ะ ของขวัญจากท่านประธาน ฉันรับไว้ไม่ได้หรอก"

คำตอบนี้ยิ่งทำให้ถิรไม่พอใจ

"อัญมณีเป็นไง เธอชอบแบบไหน"

อัญชลีเผลอหลุดปากตอบออกไป "ทับทิมสยามสีเลือดนกพิราบค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป