บทนำ
บท 1
หลังจากบทบรรเลงรักอันเร่าร้อนจบลงอีกครั้ง
อัญชลีสวมชุดนอนผ้าไหมบางเบา ผมยาวสลวยดุจสาหร่ายทะเลแผ่สยายอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าขาวเนียนยังคงเจือสีแดงระเรื่อจากรสรัก
แม้จะเหนื่อยจนแทบยกนิ้วขึ้นไม่ไหว แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะหันหลังให้หัวเตียง ยกเรียวขายาวพาดพิงผนัง โดยมีหมอนรองไว้ใต้สะโพก
นี่เป็นท่าที่เธอจำมาจากคำแนะนำของหมอ เพื่อช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น
เธอหลับตาลง พลางคำนวณวันไข่ตกในใจเงียบ ๆ
พวกเขาแต่งงานกันมาสามปีแล้ว ถึงเวลาที่ควรจะมีลูกสักที
ทางฝั่งตระกูลทับทองเร่งรัดเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะคุณแม่สุชาดาที่ถึงขั้นตั้งเป้าหมายให้เธอว่า สิ้นปีนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีข่าวดีให้ได้
ถิรอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำ ภาพที่เห็นคือภรรยาในท่วงท่านั้น
เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักดูมีมิติและลึกล้ำ สายตาเย็นชากวาดตามองอัญชลี
"คุณทำอะไรอยู่"
"ช่วยให้ท้องค่ะ"
อัญชลีลืมตาขึ้น สายตามองไปที่เขา
"เราแต่งงานกันมานานขนาดนี้แล้ว ควรจะขยับไปอีกขั้นได้แล้วนะคะ"
ก่อนที่จะได้พบกับถิร เธอเคยเป็นพวกที่ไม่นิยมการแต่งงานมาก่อน
แต่เมื่อถิร ชายหนุ่มรูปงามที่มีความสามารถและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
อัญชลีก็ไม่อาจห้ามใจไม่ให้หวั่นไหวได้
ถึงขนาดที่ยอมรับเงื่อนไขการแต่งงานแบบปกปิดสถานะของทั้งคู่ได้
ถิรแววตาเย็นเยียบ เขาเดินไปที่ลิ้นชักหัวเตียง หยิบขวดยาออกมาแล้วโยนให้อัญชลี
"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา"
น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้าง ราวกับกำลังออกคำสั่ง
อัญชลีจ้องมองเขาเขม็ง ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น"นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของฉันคนเดียวนะคะ แต่เป็นที่บ้านของคุณเร่งรัดมาด้วย คุณจะไปอธิบายกับพวกเขาเองไหมล่ะ"
สีหน้าของถิรเย็นชาลง "ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา ผมไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเรื่องของผม"
อัญชลีกำหมัดแน่นเงียบ ๆ
การคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งสองรู้กันดีโดยไม่ต้องพูดออกมา
แต่นี่มันผ่านมาสามปีแล้ว ทำไมถึงยังไม่ได้อีก
อัญชลีลดขาลง มองหน้าเขาตรง ๆ"งั้นคุณบอกฉันมาสิว่าต้องรอไปถึงเมื่อไหร่คุณเกลียดเด็กขนาดนั้นเลยเหรอ"
หว่างคิ้วของถิรย่นเข้าหากัน แสดงความรำคาญออกมาจาง ๆ "ผมไม่ชอบ"
อัญชลีเม้มริมฝีปากแน่น
เธอเคยเห็นถิรอยู่กับหลานชายของเขาด้วยท่าทีอ่อนโยน
เขาอดทนเล่นเกมปัญญาอ่อนกับเด็ก ๆ ได้
ถิรไม่ได้เกลียดเด็ก แต่เขาแค่ไม่อยากมีลูกกับเธอต่างหาก
วินาทีที่ข้อเท็จจริงนี้ผุดขึ้นมา ก็คล้ายกับมีมีดที่มองไม่เห็นทิ่มแทงเข้าไปที่กลางอกของอัญชลี
จริง ๆ แล้วเธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าแม้จะอยู่ด้วยกันมานานหลายปี
เธอก็ไม่เคยเข้าไปนั่งในหัวใจของถิรได้เลย
ช่วงเวลาเดียวที่เขาจะอ่อนโยนกับเธอ ก็คงมีแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้น
ทั้งสองสบตากัน บรรยากาศตึงเครียดและน่าอึดอัด
สุดท้าย ก็เป็นอัญชลีที่ยอมถอย
ถิรมีนิสัยเผด็จการ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการมีคนมาขัดใจเขา
เธอไม่อยากทำลายค่ำคืนที่เงียบสงบนี้
อัญชลีคว้าขวดยามา เทออกมาสองเม็ด แล้วกลืนลงคอพร้อมกับน้ำอุ่น
"ถึงเวลาคุณก็อย่าลืมไปอธิบายกับที่บ้านคุณด้วยแล้วกัน อย่าให้ฉันต้องมารับผิดชอบผลที่ตามมา"
ถิรปรายตามองเธออย่างไม่ใส่ใจ ไม่พูดอะไร แต่หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องไป
อัญชลีมองตามแผ่นหลังของเขา แล้วถามด้วยความร้อนรน"คุณจะไปไหน"
"คืนนี้ผมจะนอนที่ห้องทำงาน"
ถิรตอบโดยไม่หันกลับมามอง
อัญชลีกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
ทุกครั้งหลังจากเสร็จกิจ ถิรมักจะแยกไปนอนที่ห้องทำงานเสมอ
สามปีมานี้ พวกเขานอนบนเตียงเดียวกันจนถึงเช้านั้นสามารถนับนิ้วได้เลย
แววตาของอัญชลีปรากฏโทสะ
เธอเป็นตัวอะไร
เป็นแค่เครื่องมือระบายความใคร่ที่เรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ
ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปาก
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อคลุมของถิรก็ดังขึ้น
เขารับสายทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาพลันอ่อนลงทันตา
"เกิดอะไรขึ้น"
นั่นคือความอ่อนโยนที่อัญชลีไม่เคยได้รับ
และทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใครที่โทรมา
ภนิตา
รักแรกของถิร
ทั้งสองรักกันมาสามปี แต่สุดท้ายต้องเลิกรากันเพราะเหตุผลทางครอบครัวและทัศนคติที่ไม่ตรงกัน
ภนิตาเลือกจะไปต่างประเทศ แต่เมื่อเดือนที่แล้ว
จู่ ๆ เธอก็กลับมา
และสายนี้ก็เป็นเธอที่โทรมาจริง ๆ
แม้ถิรจะไม่ได้เปิดลำโพง แต่อัญชลีก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิงอย่างชัดเจน
"ถิรคะ ฉันเหมือนได้ยินเสียงกุกกักหน้าประตู ฉันอยู่คนเดียวกลัวมากเลยค่ะ คุณมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม"
สีหน้าของถิรเคร่งเครียด เขาพูดปลอบโยนด้วยเสียงนุ่มนวล "คุณซ่อนตัวในห้องนะ ผมจะรีบขับรถไปหาเดี๋ยวนี้"
"ค่ะ"
สายถูกตัดไป
ถิรรีบร้อนคว้าเสื้อคลุมจะออกไปข้างนอก
ปกติเขาเป็นคนนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ มีเพียงเรื่องของภนิตาเท่านั้นที่ทำให้เขาร้อนรนได้ขนาดนี้
อัญชลีเข้าไปขวางหน้าเขา จ้องมองเขาเขม็ง"นี่มันตีสามแล้วนะคะ คุณไปหาเธอตอนนี้มันจะเหมาะสมเหรอ ต่อให้มีอันตราย ทำไมเธอไม่โทรแจ้งตำรวจ เธอไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยหรือไง"
อัญชลีทนมามากพอแล้วจริง ๆ
ตั้งแต่ภนิตากลับมา ก็มักจะมีเรื่องสารพัดให้ถิรต้องไปจัดการ
ไม่ใช่วันนี้ท่อน้ำแตก ก็พรุ่งนี้มีดบาดนิ้ว หรือไม่ก็ฝันร้าย
มีข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าที่จะโทรมาหาตอนดึกดื่น
ถิรที่แสนเย็นชากับเธอ กลับกลายเป็นผู้พิทักษ์ที่แสนใจดีและพร้อมให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมงเมื่ออยู่ต่อหน้าภนิตา
แววตาของถิรวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาพูดเสียงแข็ง "คุณไม่ได้ยินหรือไงว่าเธออาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย"
"มีเรื่องก็ต้องเรียกตำรวจสิ จะมาเรียกหาคุณทำไม"
ไฟโทสะของอัญชลีลุกโชน
"คราวก่อนฉันไข้ขึ้นสูงนอนโรงพยาบาลสามวัน โทรหาคุณหวังให้คุณมาอยู่เป็นเพื่อน คุณบอกว่าอย่ามารบกวน แต่ตอนนี้ แค่เขาโทรมากลางดึกกริ๊งเดียว คุณกลับรีบร้อนจะไปหา คุณลืมไปแล้วหรือว่า ใครกันแน่ที่เป็นภรรยาของคุณ"
ยิ่งพูด อัญชลีก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจ ความน้อยใจเอ่อล้นขึ้นมาในดวงตา
เธอเคยคิดว่าหลังแต่งงาน เธอจะพบที่พักพิงที่ปลอดภัย
แต่ดูเหมือนว่าพายุฝนโหมกระหน่ำทั้งหมด ล้วนเป็นเขาที่นำมา
ถิรจ้องเขม็งไปที่อัญชลีด้วยสายตาดุดัน
เขาตวาดเสียงดัง
"หลีกไป!"
"ไม่!"
อัญชลีจ้องเขาไม่วางตาพร้อมกับเอาตัวขวางประตูไว้
"ถ้าคุณอยากไปฉันก็จะให้คุณไปแต่ฉันจะไปกับคุณด้วย!"
สิ้นเสียงนั้น ถิรก็ผลักเธอออกอย่างแรงด้วยความรำคาญ
อัญชลีเซถลาจนเกือบจะชนกับผนังข้าง ๆ
พอเธอตั้งหลักยืนขึ้นมาได้ ในห้องก็ไม่มีเงาของถิรแล้ว มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ของรถที่ดังมาจากในสวน
ใบหน้าของอัญชลีซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
วินาทีนี้ เหมือนหน้าอกของเธอถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านเข้าไปในใจกลางความรู้สึก
หลังจากตั้งสติได้ครู่หนึ่ง เธอก็คว้ากุญแจรถอีกคันขับตามออกไป
ที่พักปัจจุบันของภนิตาเป็นอสังหาริมทรัพย์ในชื่อของถิร
บ้านเดี่ยวทำเลทองบนที่ดินราคาสูง
การดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง คล้ายกับว่าถิรกำลังเลี้ยงดูมือที่สามเอาไว้ไม่มีผิด
อัญชลีเหยียบคันเร่งจนมิดตลอดทาง แต่ก็ไล่ตามถิรไม่ทัน
เธอนั่งอยู่ในรถ มองดูไฟบนชั้นสองที่สว่างขึ้น
แต่ไม่นานนัก ไฟทั้งหมดก็ดับลง
ถิรไม่ได้ออกมา
อัญชลีจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับมาถึงบ้านได้อย่างไร
ในหัวของเธอว่างเปล่าและมึนงงไปหมด
เธอนั่งพิงโซฟาอย่างเหม่อลอย จู่ ๆ โทรศัพท์ก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่
แอคหลุมที่ไม่มีชื่อกดติดตามเธอ
เธอหยิบโทรศัพท์และกดเข้าไปดูในบัญชีนั้น ก็พบว่าอีกฝ่ายเพิ่งโพสต์สตอรี่เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้ว
ในภาพคือผู้ชายสวมชุดลำลองกำลังง่วนอยู่ในครัว ส่วนมุมขวาล่างของภาพเป็นเรียวขาขาวของผู้หญิง
ภาพแอบถ่ายนี้ไม่ได้มีการปกปิดใด ๆ
คิ้วเข้มและดวงตาที่เคยเย็นชาของถิร ภายใต้แสงไฟสีนวลในห้องครัว กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
การตกแต่งภายในห้องดูอบอุ่นและประณีต ราวกับเป็นรังรักของพวกเขา
อัญชลีหลับตาลงแน่น
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงตอนที่เพิ่งแต่งงานกับถิรใหม่ ๆ เธอเคยซื้อตุ๊กตาน่ารัก ๆ และของตกแต่งบ้านมามากมาย หวังจะจัดบ้านให้อบอุ่น
แต่ถิรกลับบอกว่าเธอปัญญาอ่อน แล้วก็เอาตุ๊กตาที่เธอซื้อมาทิ้งไปทั้งหมด
หลังจากนั้นอัญชลีก็ไม่เคยซื้อของพวกนั้นอีกเลย บ้านหลังนี้เธออยู่มาสามปี แต่การตกแต่งยังคงเป็นโทนสีขาวดำเทา เหมือนบ้านของผู้ชายที่อยู่คนเดียว
ทุกสิ่งที่ถิรเกลียด กลับได้รับการยกเว้นเมื่ออยู่ต่อหน้าภนิตา
เมื่ออัญชลีลืมตาขึ้น แววตาของเธอก็ใสกระจ่าง
ถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือแล้ว ทรายที่กำไว้ไม่อยู่ สู้โปรยมันทิ้งไปเสียดีกว่า
จนกระทั่งตีห้า
ถิรถึงกลับมา
เมื่อเห็นอัญชลีนั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟา เขาก็ขมวดคิ้วทันที
"ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก ไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับคุณนะ"
อัญชลีกดความขมขื่นไว้ในใจ มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
"พวกเราหย่ากันเถอะ"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 การพบกันโดยบังเอิญ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#79 บทที่ 79 การเจรจา
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#78 บทที่ 78 ขอพบ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#77 บทที่ 77 ทำให้ตัวเองอับอาย
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#76 บทที่ 76 เหมือนความฝัน
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#75 บทที่ 75 พาเขากลับไป
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#74 บทที่ 74 งั้นก็เซ็นใบหย่า
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#73 บทที่ 73 เธอฟ้องหย่า
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#72 บทที่ 72 ต้องการอะไรกันแน่
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#71 บทที่ 71 เลือกใคร
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
รักไม่หลอก
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
รักระรินใจ
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง













