บทนำ
บท 1
หลังจากบทบรรเลงรักอันเร่าร้อนจบลงอีกครั้ง
อัญชลีสวมชุดนอนผ้าไหมบางเบา ผมยาวสลวยดุจสาหร่ายทะเลแผ่สยายอย่างไม่ตั้งใจ ใบหน้าขาวเนียนยังคงเจือสีแดงระเรื่อจากรสรัก
แม้จะเหนื่อยจนแทบยกนิ้วขึ้นไม่ไหว แต่เธอก็ไม่ลืมที่จะหันหลังให้หัวเตียง ยกเรียวขายาวพาดพิงผนัง โดยมีหมอนรองไว้ใต้สะโพก
นี่เป็นท่าที่เธอจำมาจากคำแนะนำของหมอ เพื่อช่วยให้ตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น
เธอหลับตาลง พลางคำนวณวันไข่ตกในใจเงียบ ๆ
พวกเขาแต่งงานกันมาสามปีแล้ว ถึงเวลาที่ควรจะมีลูกสักที
ทางฝั่งตระกูลทับทองเร่งรัดเรื่องนี้มาก โดยเฉพาะคุณแม่สุชาดาที่ถึงขั้นตั้งเป้าหมายให้เธอว่า สิ้นปีนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องมีข่าวดีให้ได้
ถิรอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำ ภาพที่เห็นคือภรรยาในท่วงท่านั้น
เขาใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมสั้นที่เปียกชื้น ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักดูมีมิติและลึกล้ำ สายตาเย็นชากวาดตามองอัญชลี
"คุณทำอะไรอยู่"
"ช่วยให้ท้องค่ะ"
อัญชลีลืมตาขึ้น สายตามองไปที่เขา
"เราแต่งงานกันมานานขนาดนี้แล้ว ควรจะขยับไปอีกขั้นได้แล้วนะคะ"
ก่อนที่จะได้พบกับถิร เธอเคยเป็นพวกที่ไม่นิยมการแต่งงานมาก่อน
แต่เมื่อถิร ชายหนุ่มรูปงามที่มีความสามารถและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า
อัญชลีก็ไม่อาจห้ามใจไม่ให้หวั่นไหวได้
ถึงขนาดที่ยอมรับเงื่อนไขการแต่งงานแบบปกปิดสถานะของทั้งคู่ได้
ถิรแววตาเย็นเยียบ เขาเดินไปที่ลิ้นชักหัวเตียง หยิบขวดยาออกมาแล้วโยนให้อัญชลี
"ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา"
น้ำเสียงของเขาแข็งกระด้าง ราวกับกำลังออกคำสั่ง
อัญชลีจ้องมองเขาเขม็ง ขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้น"นี่ไม่ใช่การตัดสินใจของฉันคนเดียวนะคะ แต่เป็นที่บ้านของคุณเร่งรัดมาด้วย คุณจะไปอธิบายกับพวกเขาเองไหมล่ะ"
สีหน้าของถิรเย็นชาลง "ไม่ต้องไปสนใจพวกเขา ผมไม่ต้องการให้ใครมายุ่งเรื่องของผม"
อัญชลีกำหมัดแน่นเงียบ ๆ
การคุมกำเนิดเป็นสิ่งที่พวกเขาทั้งสองรู้กันดีโดยไม่ต้องพูดออกมา
แต่นี่มันผ่านมาสามปีแล้ว ทำไมถึงยังไม่ได้อีก
อัญชลีลดขาลง มองหน้าเขาตรง ๆ"งั้นคุณบอกฉันมาสิว่าต้องรอไปถึงเมื่อไหร่คุณเกลียดเด็กขนาดนั้นเลยเหรอ"
หว่างคิ้วของถิรย่นเข้าหากัน แสดงความรำคาญออกมาจาง ๆ "ผมไม่ชอบ"
อัญชลีเม้มริมฝีปากแน่น
เธอเคยเห็นถิรอยู่กับหลานชายของเขาด้วยท่าทีอ่อนโยน
เขาอดทนเล่นเกมปัญญาอ่อนกับเด็ก ๆ ได้
ถิรไม่ได้เกลียดเด็ก แต่เขาแค่ไม่อยากมีลูกกับเธอต่างหาก
วินาทีที่ข้อเท็จจริงนี้ผุดขึ้นมา ก็คล้ายกับมีมีดที่มองไม่เห็นทิ่มแทงเข้าไปที่กลางอกของอัญชลี
จริง ๆ แล้วเธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าแม้จะอยู่ด้วยกันมานานหลายปี
เธอก็ไม่เคยเข้าไปนั่งในหัวใจของถิรได้เลย
ช่วงเวลาเดียวที่เขาจะอ่อนโยนกับเธอ ก็คงมีแค่ตอนอยู่บนเตียงเท่านั้น
ทั้งสองสบตากัน บรรยากาศตึงเครียดและน่าอึดอัด
สุดท้าย ก็เป็นอัญชลีที่ยอมถอย
ถิรมีนิสัยเผด็จการ สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือการมีคนมาขัดใจเขา
เธอไม่อยากทำลายค่ำคืนที่เงียบสงบนี้
อัญชลีคว้าขวดยามา เทออกมาสองเม็ด แล้วกลืนลงคอพร้อมกับน้ำอุ่น
"ถึงเวลาคุณก็อย่าลืมไปอธิบายกับที่บ้านคุณด้วยแล้วกัน อย่าให้ฉันต้องมารับผิดชอบผลที่ตามมา"
ถิรปรายตามองเธออย่างไม่ใส่ใจ ไม่พูดอะไร แต่หันหลังเตรียมจะเดินออกจากห้องไป
อัญชลีมองตามแผ่นหลังของเขา แล้วถามด้วยความร้อนรน"คุณจะไปไหน"
"คืนนี้ผมจะนอนที่ห้องทำงาน"
ถิรตอบโดยไม่หันกลับมามอง
อัญชลีกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
ทุกครั้งหลังจากเสร็จกิจ ถิรมักจะแยกไปนอนที่ห้องทำงานเสมอ
สามปีมานี้ พวกเขานอนบนเตียงเดียวกันจนถึงเช้านั้นสามารถนับนิ้วได้เลย
แววตาของอัญชลีปรากฏโทสะ
เธอเป็นตัวอะไร
เป็นแค่เครื่องมือระบายความใคร่ที่เรียกหาเมื่อไหร่ก็ได้งั้นเหรอ
ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยปาก
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อคลุมของถิรก็ดังขึ้น
เขารับสายทันที สีหน้าที่เคยเย็นชาพลันอ่อนลงทันตา
"เกิดอะไรขึ้น"
นั่นคือความอ่อนโยนที่อัญชลีไม่เคยได้รับ
และทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าเป็นใครที่โทรมา
ภนิตา
รักแรกของถิร
ทั้งสองรักกันมาสามปี แต่สุดท้ายต้องเลิกรากันเพราะเหตุผลทางครอบครัวและทัศนคติที่ไม่ตรงกัน
ภนิตาเลือกจะไปต่างประเทศ แต่เมื่อเดือนที่แล้ว
จู่ ๆ เธอก็กลับมา
และสายนี้ก็เป็นเธอที่โทรมาจริง ๆ
แม้ถิรจะไม่ได้เปิดลำโพง แต่อัญชลีก็ได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิงอย่างชัดเจน
"ถิรคะ ฉันเหมือนได้ยินเสียงกุกกักหน้าประตู ฉันอยู่คนเดียวกลัวมากเลยค่ะ คุณมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม"
สีหน้าของถิรเคร่งเครียด เขาพูดปลอบโยนด้วยเสียงนุ่มนวล "คุณซ่อนตัวในห้องนะ ผมจะรีบขับรถไปหาเดี๋ยวนี้"
"ค่ะ"
สายถูกตัดไป
ถิรรีบร้อนคว้าเสื้อคลุมจะออกไปข้างนอก
ปกติเขาเป็นคนนิ่งเฉยไม่แสดงอารมณ์ มีเพียงเรื่องของภนิตาเท่านั้นที่ทำให้เขาร้อนรนได้ขนาดนี้
อัญชลีเข้าไปขวางหน้าเขา จ้องมองเขาเขม็ง"นี่มันตีสามแล้วนะคะ คุณไปหาเธอตอนนี้มันจะเหมาะสมเหรอ ต่อให้มีอันตราย ทำไมเธอไม่โทรแจ้งตำรวจ เธอไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยหรือไง"
อัญชลีทนมามากพอแล้วจริง ๆ
ตั้งแต่ภนิตากลับมา ก็มักจะมีเรื่องสารพัดให้ถิรต้องไปจัดการ
ไม่ใช่วันนี้ท่อน้ำแตก ก็พรุ่งนี้มีดบาดนิ้ว หรือไม่ก็ฝันร้าย
มีข้ออ้างร้อยแปดพันเก้าที่จะโทรมาหาตอนดึกดื่น
ถิรที่แสนเย็นชากับเธอ กลับกลายเป็นผู้พิทักษ์ที่แสนใจดีและพร้อมให้บริการยี่สิบสี่ชั่วโมงเมื่ออยู่ต่อหน้าภนิตา
แววตาของถิรวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เขาพูดเสียงแข็ง "คุณไม่ได้ยินหรือไงว่าเธออาจจะกำลังตกอยู่ในอันตราย"
"มีเรื่องก็ต้องเรียกตำรวจสิ จะมาเรียกหาคุณทำไม"
ไฟโทสะของอัญชลีลุกโชน
"คราวก่อนฉันไข้ขึ้นสูงนอนโรงพยาบาลสามวัน โทรหาคุณหวังให้คุณมาอยู่เป็นเพื่อน คุณบอกว่าอย่ามารบกวน แต่ตอนนี้ แค่เขาโทรมากลางดึกกริ๊งเดียว คุณกลับรีบร้อนจะไปหา คุณลืมไปแล้วหรือว่า ใครกันแน่ที่เป็นภรรยาของคุณ"
ยิ่งพูด อัญชลีก็ยิ่งรู้สึกคับแค้นใจ ความน้อยใจเอ่อล้นขึ้นมาในดวงตา
เธอเคยคิดว่าหลังแต่งงาน เธอจะพบที่พักพิงที่ปลอดภัย
แต่ดูเหมือนว่าพายุฝนโหมกระหน่ำทั้งหมด ล้วนเป็นเขาที่นำมา
ถิรจ้องเขม็งไปที่อัญชลีด้วยสายตาดุดัน
เขาตวาดเสียงดัง
"หลีกไป!"
"ไม่!"
อัญชลีจ้องเขาไม่วางตาพร้อมกับเอาตัวขวางประตูไว้
"ถ้าคุณอยากไปฉันก็จะให้คุณไปแต่ฉันจะไปกับคุณด้วย!"
สิ้นเสียงนั้น ถิรก็ผลักเธอออกอย่างแรงด้วยความรำคาญ
อัญชลีเซถลาจนเกือบจะชนกับผนังข้าง ๆ
พอเธอตั้งหลักยืนขึ้นมาได้ ในห้องก็ไม่มีเงาของถิรแล้ว มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ของรถที่ดังมาจากในสวน
ใบหน้าของอัญชลีซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
วินาทีนี้ เหมือนหน้าอกของเธอถูกเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ ลมหนาวพัดกรรโชกผ่านเข้าไปในใจกลางความรู้สึก
หลังจากตั้งสติได้ครู่หนึ่ง เธอก็คว้ากุญแจรถอีกคันขับตามออกไป
ที่พักปัจจุบันของภนิตาเป็นอสังหาริมทรัพย์ในชื่อของถิร
บ้านเดี่ยวทำเลทองบนที่ดินราคาสูง
การดูแลเอาใจใส่ทุกอย่าง คล้ายกับว่าถิรกำลังเลี้ยงดูมือที่สามเอาไว้ไม่มีผิด
อัญชลีเหยียบคันเร่งจนมิดตลอดทาง แต่ก็ไล่ตามถิรไม่ทัน
เธอนั่งอยู่ในรถ มองดูไฟบนชั้นสองที่สว่างขึ้น
แต่ไม่นานนัก ไฟทั้งหมดก็ดับลง
ถิรไม่ได้ออกมา
อัญชลีจำไม่ได้ว่าตัวเองกลับมาถึงบ้านได้อย่างไร
ในหัวของเธอว่างเปล่าและมึนงงไปหมด
เธอนั่งพิงโซฟาอย่างเหม่อลอย จู่ ๆ โทรศัพท์ก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่
แอคหลุมที่ไม่มีชื่อกดติดตามเธอ
เธอหยิบโทรศัพท์และกดเข้าไปดูในบัญชีนั้น ก็พบว่าอีกฝ่ายเพิ่งโพสต์สตอรี่เมื่อหนึ่งนาทีที่แล้ว
ในภาพคือผู้ชายสวมชุดลำลองกำลังง่วนอยู่ในครัว ส่วนมุมขวาล่างของภาพเป็นเรียวขาขาวของผู้หญิง
ภาพแอบถ่ายนี้ไม่ได้มีการปกปิดใด ๆ
คิ้วเข้มและดวงตาที่เคยเย็นชาของถิร ภายใต้แสงไฟสีนวลในห้องครัว กลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
การตกแต่งภายในห้องดูอบอุ่นและประณีต ราวกับเป็นรังรักของพวกเขา
อัญชลีหลับตาลงแน่น
จู่ ๆ เธอก็นึกถึงตอนที่เพิ่งแต่งงานกับถิรใหม่ ๆ เธอเคยซื้อตุ๊กตาน่ารัก ๆ และของตกแต่งบ้านมามากมาย หวังจะจัดบ้านให้อบอุ่น
แต่ถิรกลับบอกว่าเธอปัญญาอ่อน แล้วก็เอาตุ๊กตาที่เธอซื้อมาทิ้งไปทั้งหมด
หลังจากนั้นอัญชลีก็ไม่เคยซื้อของพวกนั้นอีกเลย บ้านหลังนี้เธออยู่มาสามปี แต่การตกแต่งยังคงเป็นโทนสีขาวดำเทา เหมือนบ้านของผู้ชายที่อยู่คนเดียว
ทุกสิ่งที่ถิรเกลียด กลับได้รับการยกเว้นเมื่ออยู่ต่อหน้าภนิตา
เมื่ออัญชลีลืมตาขึ้น แววตาของเธอก็ใสกระจ่าง
ถึงเวลาที่ต้องปล่อยมือแล้ว ทรายที่กำไว้ไม่อยู่ สู้โปรยมันทิ้งไปเสียดีกว่า
จนกระทั่งตีห้า
ถิรถึงกลับมา
เมื่อเห็นอัญชลีนั่งหน้าซีดอยู่บนโซฟา เขาก็ขมวดคิ้วทันที
"ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก ไม่มีอารมณ์จะมาทะเลาะกับคุณนะ"
อัญชลีกดความขมขื่นไว้ในใจ มองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย
"พวกเราหย่ากันเถอะ"
บทล่าสุด
#80 บทที่ 80 การพบกันโดยบังเอิญ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#79 บทที่ 79 การเจรจา
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#78 บทที่ 78 ขอพบ
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#77 บทที่ 77 ทำให้ตัวเองอับอาย
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#76 บทที่ 76 เหมือนความฝัน
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#75 บทที่ 75 พาเขากลับไป
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#74 บทที่ 74 งั้นก็เซ็นใบหย่า
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#73 บทที่ 73 เธอฟ้องหย่า
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#72 บทที่ 72 ต้องการอะไรกันแน่
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026#71 บทที่ 71 เลือกใคร
อัปเดตล่าสุด: 3/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
สัญญารักประธานร้าย
รักระรินใจ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)













