บทที่ 9 ตอนที่ 8 ให้ท้ายน้ำมนต์
ตอนที่ 8 ให้ท้ายน้ำมนต์
มินนีราสบตาสามีในนามนิ่ง..
ประโยคที่เขาพูดเมื่อครู่ มันน่าหวาดกลัวมาก สำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยผ่านมือชายแบบเธอ ยิ่งรู้ว่าเขารุกเร็วแรง ใกล้ชิดจนไม่มีหนทางหนีก็ยิ่งหวาดกลัว เพราะฉะนั้นต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปด้านล่างให้ไวที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง
ตากลมสวยหลับตาลงกระชับเชือกชุดคลุมแน่น เปิดประตูออกไปแล้วก็ต้องร้องกรี๊ด..
"วร้าย!" เป็นเขา เขาที่มายืนดักรอแบบที่ใจคิดก่อนหน้านี้ พ่อแก้วแม่แก้วช่วยลูกช้างด้วยเถิดอย่าให้ลูกต้องตกเป็นเหยื่อของเสือร้ายตัวนี้เลย
"อยากให้กอดทำไมไม่บอก.." ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ กระชับกอดเอวเล็กแน่นขึ้น กลิ่นหอมที่ชอบตอนนี้ลอยคละคลุ้งตลบอบอวลจนแทบอยากลากเจ้าของความหอมไปกดให้จมเตียง
จะกัด กิน ดอมดมทุกซอกทุกมุมที่ส่งความหอมเย้ายวน
"ยืนดี ๆ"
"คุณดึงฉัน!"
"เปล่า แค่จะเข้าห้องน้ำ"
"ทั้งที่รู้ว่าฉันกำลังอาบน้ำอยู่.."
"เหรอ" การันต์ตอบเสียงเรียบ ดันตัวเองเข้าไปในห้องน้ำ
เหรอ! เขาพูดคำว่าเหรอได้หน้าไม่อายมาก เป็นไปได้มินนี่คนนี้อยากจะจับมาตีปากซะให้เข็ด สอนเรื่องการพูดการจาเสียใหม่ สอนให้รู้จักคิดในใจแทนการพูดทั้งหมดที่คิดออกไป!
มินนีราใช้ช่วงเวลาที่สามีเข้าห้องน้ำรีบแต่งตัวเพื่อที่จะลงไปด้านล่าง หวังลงมือทำอาหารมื้อเช้าของตัวเองเหมือนอย่างทุกวัน
ผักและของสดจัดเตรียมไว้พร้อมรอเธอปรุงแต่งรสชาติ
"ขอบคุณนะคะ" มินนี่หันไปขอบคุณแม่บ้านสาวที่ชื่อน้ำหนาว ก่อนจะต้องขมวดคิ้วเพราะเสียงที่ดังขึ้น..
"ทำอะไรเช้านี้"
"..." อย่าบอกนะว่ารีบอาบน้ำแล้วตามลงมา ผู้ชายเวลาอยากได้อะไรนี่ตามตื๊อเสียยิ่งกว่าอะไรจริงด้วย!
"ถามไม่ตอบล่ะครับ คุณมินนีรา.."
"ฉันว่าจะทำข้าวต้มขาวแล้วก็กับข้าวสักสองสามอย่างค่ะ"
"ทำเผื่อด้วย เดี๋ยวไปนั่งรอ ขอบคุณสำหรับเสื้อผ้าแล้วก็แปรงสีฟัน"
"ค่ะ.." เธอตอบกลับไม่เต็มเสียง
ยอมรับว่าตกใจที่ได้ยินคำขอบคุณจากปากสามีในนาม เพราะตลอดสัปดาห์แทบไม่เคยได้ยินคำนี้จากเขาเลย และก็ไม่คาดหวังว่าจะได้ยิน ขอแค่เวลาผ่านไปเร็ว ๆ จนถึงวันที่เธอรับตำแหน่งประธานบริษัท จะได้ไม่ต้องอยู่บ้านเจอกันทั้งวี่ทั้งวันแบบนี้
ตอนนั้นคงรู้สึกชีวิตมีค่ามาก ใช้เวลาได้คุ้มค่าไม่เสียเปล่า สูญเปล่าเหมือนตอนนี้..
"..คุณการันต์ยิ้มให้คุณมินนี่ด้วยค่ะ"
"เหรอคะ คงกินอะไรผิดมาแน่ ๆ" ตอบกลับแม่บ้านที่ยืนข้างกันด้วยรอยยิ้มแห้ง
คงไม่ใช่แค่เธอแล้วล่ะ ที่เห็นความผิดปกตินี้ เขาผิดปกติเปลี่ยนไปมากจริง ๆ นี่สินะ เวลาที่ผู้ชายอยากได้!
ไม่นานนักอาหารสองสามอย่างที่ว่าก็ถูกจัดเสิร์ฟบนโต๊ะอาหาร
"ก็ยังดีที่มีเนื้อสัตว์อยู่บ้าง" การันต์ชะเง้อคอมองอาหารตรงหน้า ยิ้มมองคนทำ..
"ถ้าคุณไม่บอกว่าจะร่วมโต๊ะ ฉันก็คงไม่ใส่เยอะแบบนี้ค่ะ เพราะทานคนเดียวยังไงก็ไม่หมด"
"ต่อไปก็ทำเผื่อสิ"
"อาหารเย็นแล้วไม่อร่อยค่ะ"
"ปลุก อีกไม่กี่วันต้องเข้าบริษัทแล้ว ถ้าไม่มากจนเกินไปก็อยากลงมาทานอาหารเช้าพร้อมคุณ"
"..ฉันว่า บางทีอาหารเช้าก็ไม่ได้สำคัญเท่าการนอน ขอเป็นตื่นมาทานช่วงสาย ๆ แทนดีกว่า"
"หลบหน้า คนอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่น"
"..." มินนี่หันขวับมองเจ้าของคำพูดอย่างไม่เชื่อสายตา
แต่ลองมานึก ๆ ดูแล้ว เขาพูดแบบนี้ก็ไม่แปลก อาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงหรือไม่ก็เป็นแบบนี้มาโดยสันดาน เพราะฉะนั้นทำใจยอมรับเถอะ
"เอ่อ..หมายถึง อุตส่าห์ตื่นเช้า ตื่นขึ้นมาเพื่อกินอาหารเช้าน่ะ"
"ถ้าคุณต้องการกินอาหารเช้าจริง ๆ ฉันจะทำเผื่อค่ะ"
"ไม่นั่งกินด้วยกันเหรอ" ใช่ไหม ทำเผื่อแล้วก็ต้องนั่งกินด้วยกัน ถ้าทำเผื่อไม่นั่งกินด้วยกันไม่ต้องทำยังรู้สึกดีกว่า
"ส่วนใหญ่ฉันทำแล้ว.."
"กินเลย ?"
"ค่ะ กินเลย กินตอนที่อาหารยังร้อน ๆ"
"งั้นก่อนลงมาปลุกผมก่อน จะได้อาบน้ำแต่งตัวลงมากินมื้อเช้าแล้วก็เข้าบริษัท"
"แบบนั้นก็ได้ค่ะ.." เธอพยักหน้าตกปากรับคำคนด้านข้างอย่างไม่เต็มใจ
การันต์นั่งกินข้าวเช้าเงียบ ๆ เงยหน้ามองคนทำเป็นระยะ โดยที่เธอก็สนใจแค่อาหารตรงหน้า ด้านข้างมีไอแพดวางอยู่ ถ้าเขาไม่อยู่ตรงนี้ก็คงไม่แคล้วกินไปทำงานไปเหมือนเดิม
"ผักที่คุณเลือกไม่เหม็นเขียวแฮะ"
"ถ้าผักสดไม่ค้างคืนจนเริ่มเหี่ยวแบบนั้นจะไม่ค่อยเหม็นเขียวค่ะ"
"เลือกเอง ?"
"เปล่าค่ะ จดให้แม่บ้านแทน"
"แล้วต้องยกความดีความชอบให้ใคร"
"คุณสะดวกแบบไหนก็แบบนั้นค่ะ"
"ถ้าพูดแบบนี้ก็คงต้องยกความดีความชอบให้เมียตัวเอง เพราะผักนอนอยู่ในตู้เย็น ถ้าคุณไม่ทำผมก็คงไม่ได้กิน" การันต์พูดยิ้ม ๆ มองผักที่มีมากกว่าเนื้อสัตว์ในทุกจาน
"อาหารที่ทำรสชาติถูกปากไหมคะ"
"ไม่ได้แย่ อร่อยกว่าบางร้านดัง ๆ"
"..คุณรันตื่นแล้วเหรอคะ ทำไมวันนี้..ตื่นไวจัง" น้ำมนต์เดินถือผ้าผืนเล็กมายืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้านข้างพี่สาวมองชายหนุ่มที่ร่วมหลับนอนกับเธอเมื่อคืน
"ฉันตื่นเร็วตื่นเช้าแล้วเธอมีปัญหาอะไร ?"
"เปล่าค่ะ หนูก็แค่.."
"มีอะไรก็ไปทำ ฉันกินข้าวอยู่ไม่สะดวกตอบคำถาม"
"ก..ก็ได้ค่ะ" น้ำมนต์ก้มหน้าเดินเลี่ยงไปทางหลังบ้าน ไม่วายมองค้อนคนที่นั่งข้างกันกับชายหนุ่มด้วยสายตาขุ่นเคือง
ตั้งแต่คุณผู้หญิงย้ายเข้ามา คุณรันก็เริ่มเปลี่ยนไปทุกวัน! จนอดกลัวไม่ได้ ถ้าต้องโดนเขี่ยทิ้งจริง ๆ ขอสัญญาด้วยเกียรติของอีน้ำมนต์เลย! จะปอกลอกรับเงินก้อนโตแล้วค่อยชิ่ง
"น้ำมนต์ยังเด็ก ไม่ค่อยรู้เรื่องมารยาทสักเท่าไหร่ กินต่อเถอะ"
"น้องยังเด็กค่ะ คุณควร.."
"ไม่ควร ไม่ควรอย่างยิ่ง"
"เพราะอะไรคะ"
"คนใช้ก็ควรอยู่ส่วนคนใช้ ไม่เห็นเหรอชอบตีตัวเสมอผมตลอด ทั้งที่ผมเป็นเจ้านาย"
"ปกติคุณให้ท้ายน้ำมนต์หรือเปล่าล่ะคะ.."
"..แค่ก!" คนถูกถามถึงกับสำลักข้าว จนต้องรีบคว้าแก้วน้ำดื่มด้านข้างขึ้นมากระดกดื่ม แล้วรับทิชชูจากคนพูดมาเช็ดปาก
"..ผมนี่นะ จะให้ท้ายใคร"
"ก็ไม่แน่นะคะ บางทีน้ำมนต์อาจจะเห็นว่าคุณใจดี"
"ก็ไม่ทุกเวลา"
"แสดงว่าที่ผ่านมาคุณก็ใจดีกับเธอมาก ไม่แปลกค่ะถ้าน้ำมนต์จะอยากยืนข้างคุณ" มินนี่ยิ้มตอบคุณสามี โดยสบตาไม่กะพริบ
น้ำมนต์คือของเคย ๆ เคยกินเคยอยู่เคยร่วมหลับนอน วันหนึ่งผู้ชายที่เคยหลับนอนด้วยมีภรรยา ไม่แปลกใจเลยที่หล่อนจะต้องคอยแสดงตัวตนอยู่ตลอดเวลา คงเป็นเพราะรู้ว่าอีกไม่นานคงจะตกกระป๋อง หรืออยากแสดงจุดยืนให้เธอรู้กันแน่ อันนี้ก็ไม่แน่ใจ
แต่ที่แน่ ๆ มินนีราไม่เคยต้องถามหาความจริง หานักสืบหรือคอยถามไถ่ใคร ถ้าคนสองคนมีความสุขกับการปกปิดก็ให้ทำไป ทำจนกว่าจะเหนื่อย ทำจนกว่าฝ่ายที่โดนควบคุมจะทนไม่ได้ วันนั้นความจริงคงปรากฏ แน่นอนว่าคนที่เหนื่อยไม่ใช่เธอ
เพราะเธอ..มีหน้าที่แค่นั่งรอ รอคอยความจริงปรากฏแค่นั้นเลย
"เด็กนั่นมาทำอาหารมื้อเช้าเรากร่อยนะ.."
"เหรอคะ ไม่รู้สิ ก็ยัง..กินได้ปกติ"
"..." การันต์กลืนข้าวคำล่าสุดแบบฝืดคอ ยิ่งเห็นรอยยิ้ม ท่าทางนิ่งเงียบของคนเป็นเมียที่แสดงออกมาก็ยิ่งเกร็ง เหมือนว่ากำลังโดนจับผิด..
"ถ้าอิ่มแล้ว สามารถนั่งเล่นเกมหรือทำกิจกรรมอื่นต่อได้เลยนะคะ เดี๋ยวฉันอิ่มก็คงไปนั่งทำงานแล้วเหมือนกัน"
"..อืม" ตอบไม่เต็มเสียง
