บทที่ 11 ตอนที่ 5.3 ว่าที่แฟน
โอ Part
"อุ๊บ! อ้วกกก! "
"อะ ไอ้โอ! " พลั่ก! โครม!
"โอ๊ย! " เสียงนี้ต่อให้หลับตาผมก็จำได้ว่าเป็นใคร นั่นก็คือคนที่ผมนอนทับแถมยังอ้วกใส่เต็มหน้านี่แหละ ความดังของเสียงเอ่ยเรียกชื่อผมด้วยความรักมันมาพร้อมกับแรงผลักไสด้วยความงอน แต่คงงอนแรงไปหน่อยพี่ฟ้าถึงผลักเสียจนผมผงะออกจากตัวแก และไม่จบแค่นั้นอุ้งตีนคนสวยยังฝากไว้บนอกจนผมปลิวกระเด็นติดประตูห้องน้ำซะโครมใหญ่เล่นเอาหายเมากันเลยทีเดียว
" ชะ ชิน ไอ้ชินมาช่วยกูหน่อยพี่ฟ้าจะฆ่ากูแล้วอะชิน พี่ฟ้าผมยังไม่ได้ทำอะไรพี่นะเว้ยจะลูบจะคลำจะสอดจะใส่ก็ยังไม่ได้ทำ มะ มั้ง พี่ใจเย็น ๆ ก่อนนะเดี๋ยวผมดูไอ้หนูก่อนว่ามันถูกใช้งานหรือเปล่า ตะ แต่ ไม่ต้องห่วงนะพี่ถ้าเมื่อคืนผมสอดใส่พี่แล้วจริง ๆ ผมจะรีบโทรไปให้พี่ชายมาคุยกับพ่อแม่พี่ไว้ก่อนนะ"
ป๊าบ! "ไอ้เหี้ยมึงยังจะกล้าพูดอีกเนอะไว้จ๊วยเท่าแขนกูก่อนค่อยมาคิดเพ้อเจ้อ แม่งดรามาว่าเสียบกูกูยังไม่โกรธเท่ากับอ้วกใส่หน้ากูเลย ไอ้ชินพาเมียมึงไปให้พ้นหูพ้นตากูก่อนที่จะโดนตีนกูกระทืบปากมันอีกทีแม่งกล้านะมึงมาอ้วกใส่หน้ากูได้อะ
"ไอ้เขื่อนมึงจะยืนหัวเราะหาพระแสงอีกนานไหมรีบพากูไปอาบน้ำเลย น้องมึงเป็นน้องเขยกูนะถึงแม้ว่ารากผักชีที่เขี่ยจากแก้มกูจะเป็นฝีมือของน้องกูเองเถอะ ส่วนมึงไอ้โฬมไม่ต้องมาทำหน้าตาเยาะเย้ยเลยกูอยากร้องไห้ไอ้สัส ฮึกก ถอยสิวะมึงจะนั่งเฝ้าหน้าประตูห้องน้ำเป็นผีเฝ้าสมบัติรึไงหรือยังไม่สร่างกูจะได้กระทืบอีกทีให้หายสร่างไอ้น้องเหี้ย! " พลั่ก! ปัง!
"โอ๊ย! ชินกูโดนถีบอีกแล้วอะมึง ฮึกก ไอ้พี่ฟ้ามันต้องคิดว่ากูจิ้มไปแล้วแน่ ๆ ถึงถีบถึงตีกูอะกูไม่รู้เรื่องจริง ๆ นะชิน พี่โฬมพี่เขื่อนพี่นะ น้ำ" พี่ฟ้าใช้เท้าถีบผมออกจากหน้าประตูห้องน้ำแล้วเดินหน้างอเข้าห้องน้ำด่าไปทั้งสวรรค์ยันนรก
เสียงปิดประตูดังโครมนั้นน่าหวาดเสียวว่าประตูเขาจะพังเสียจริง นอกจากกลัวประตูพังแล้วยังจะกลัวข้างห้องด่าพ่อล่อแม่เอาอีกผมถึงต้องรีบหันมาขอความเป็นธรรมกับทุกคน แต่พอเห็นแขกคนสุดท้ายแล้วอะไรบางอย่างมันก็แวบเข้ามาแต่นึกไม่ออกว่าคืออะไร
"แล้วมากันทำไมเยอะแยะอะ"
"ลุกไปบ้วนปากหลังห้องหน่อยไหมโอคราบอ้วกติดปากมึงน่ะ ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยด้วยล่ะไข่ห้อยอวดชาวบ้านทั้งอพาร์ตเมนต์แล้วมั้ง" ไข่ห้อยคำนี้มันทิ่มแทงใจจนผมถึงกับลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับไอ้ชิน เมื่อสายตาเหลือบไปมองความเรียบร้อยของประตูห้องว่าถูกปิดมิดชิดดีแล้วนิ้วโป้งทั้งสองข้างของตัวเองถึงเกี่ยวเข้ากับขอบบ็อกเซอร์
พรึ่บ! "มึงแหกตาดูใหม่ซิไอ้ชินว่าไข่กูห้อยจริงปะ โด่ไอ้สัสพูดซะกูเสียหายหมด คนไม่รู้เขาจะหาว่าไข่กูยานเหมือนปากมึงสรรค์สร้างจริง ๆ อะพี่ ๆ มาช่วยไอ้ชินตาบอดดูกันหน่อยสิครับว่ามันยานไหมเนี่ย พวกพี่จะได้เป็นพยานว่าไข่ผมเด้งดึ๋งดั๋งที่สุดแล้ว"
ผลัวะ! "ไอ้โอมึงมันรั่วสุดขั้วแล้วไอ้เหี้ย ไปล้างหน้าบ้วนปากเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ทำกูจะลากมึงไปบ้วนปากข้างล่างทั้งที่แก้ผ้าไข่ห้อยโตงเตงนี่แหละ! " ฝ่ามือหนักหน่วงของไอ้ชินโบกมาเต็มหัวจนผมถึงกับมึนมากกว่าแฮงค์เหล้าซะอีก แม่งเอ๊ยถ้าไม่ติดว่ามันเป็นเพื่อนคนแรกผมสวนกลับไปแล้ว
แต่เป็นเพราะท่ายืนเท้าสะเอวตาดุจ้องมาอย่างกับจะเข่นฆ่าให้ตายทำให้ผมต้องดึงบ็อกเซอร์ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเดินหน้าเซ็งเปิดประตูหลังห้องล้างหน้าบ้วนปากตามคำสั่งของเพื่อนรัก ใจก็คิดไปว่าพวกพี่ ๆ พากันแห่มาทำไมวะหรือกลัวว่าผมจะข่มขืนเพื่อนตัวเองรึปล่า โด่ต่อให้ผมเมาเอาหมาเป็นเมียก็ยังดีกว่าเอาไอ้พี่ฟ้าเป็นเมียตั้งเยอะ
"อะเรียบร้อยแล้วครับ ไหนใครจะเป็นคนอธิบายให้ผมฟังได้บ้างว่าพากันบุกรุกในเขตพื้นที่ส่วนตัวของผมทำไม แล้วพี่จะรื้อเสื้อผ้าผมออกมาทุกตัวรึไงตัวไหนก็ใส่ไปเหอะมันไม่ทำให้พี่ดูเป็นคนดีขึ้นมาหรอก คนบ้าอะไรถีบน้องถีบนุ่งตั้งสองสามครั้งถ้าผมหัวกระแทกกำแพงจนสมองเสื่อมพี่ต้องชดใช้ด้วยชีวิตตัวเองเลยนะพี่ฟ้า! " ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดสี่สิบตารางเมตรมีเตียงตั้งอยู่กลางห้อง ทีวีขนาดสี่สิบสองนิ้วแปะกับผนังตรงข้ามกับปลายเตียง
ตู้เย็นและโต๊ะกินข้าวเล็ก ๆ วางชิดมุมประตูหลังห้อง ส่วนตู้เสื้อผ้ากับโต๊ะเครื่องแป้งตั้งอยู่เป็นระนาบเดียวกันกับประตูห้องน้ำ โดยที่ขณะนี้มีพี่ร่วมคณะสามคนยืนกอดอกเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่รอบๆ เตียง เสื้อช็อปของทุกคนถูกถอดพาดกับเก้าอี้กินข้าวสุม ๆ กันไว้บนเตียงขนาดหกฟุตถูกจับจองโดยคนจ่ายค่าห้องค่าน้ำค่าไฟให้ทุกเดือน
"ที่พวกกูต้องพากันมานี่ไม่ใช่อะไรหรอก ไอ้ฟ้านี่จดหมายเหี้ยอะไรของมึงรู้ไหมว่ามึงทำให้พวกกูไม่ได้นอนกันทั้งคืนเพราะพากันตระเวนหาตัวมึงนั่นแหละ ท่อน้ำก็ดูแล้วถังขยะกูก็ดูแล้วเมรุวัดละแวกนี้กูก็ดูหมดแล้วแต่ยังหาหัวมึงไม่เจอ ถ้าไม่นึกได้ว่ามึงมันเพี้ยนจะตามหาคนเพี้ยนก็ต้องมาหาที่คนเพี้ยนเหมือนกัน ป่านนี้พวกกูคงพากันไปแจ้งความตำรวจให้พานักประดาน้ำไปช่วยกันงมมึงตามสะพานที่ไหนสักที่แล้ว ไอ้ฟ้าเลิกทำเป็นไก๋แล้วหันมาตอบกูเดี๋ยวนี้ว่าจดหมายเหี้ยนี่คืออะไร! " พี่โฬมตะคอกเสียงดังแค่ไหนแต่คนที่หันหลังตั้งหน้าตั้งตารื้อตู้เสื้อผ้าผมก็ยังไม่ยอมหันกลับมาสักที
ผ้าเช็ดตัวผืนใหม่ของกูพี่ฟ้ามันก็เอาไปนุ่งพันรอบเอวเป็นของมันเฉยเลย เดือนนี้กูยังไม่ได้ซักผ้าเช็ดตัวสักผืนด้วยเนี่ยงานนี้สงสัยต้องจิ๊กของไอ้ชินมาใช้อีกตามเคย
"ชินเกิดอะไรขึ้นวะ แล้วมึงมากับพวกพี่ได้ไงอะพาพวกเขามาเหรอ"
"อือพี่เขื่อนไปขุดกูที่คอนโด แล้วมึงจะเบียดอะไรนักหนาวะโอเขยิบไปหน่อยสิกูจะนอนต่อ เที่ยงปลุกด้วยล่ะเดี๋ยวเข้าเรียนสายอีก" เพราะความคุกรุ่นจากคนในห้องกดดันจนต้องพาตัวเองไปนอนเบียดไอ้ชินแล้วกระซิบถามมันถึงที่มาที่ไป แต่คำสั่งจากปากเพื่อนคนเดียวในห้องตอนนี้เรียกสายตาของผมให้เหลือบมองนาฬิกาบนผนังห้องอย่างอัตโนมัติ เพิ่งจะแปดโมงกว่าเองกูควรไล่พวกพี่ออกไปเจรจากันที่อื่นดีไหมวะ
"เอ่อ ถ้าพวกพี่คุยกันจบจะออกไปก็ช่วยล็อกประตูห้องให้ผมหน่อยนะครับ"
"มึงไม่ต้องมาไล่พวกกูหรอกไอ้โอ ใจง่ายเหลือเกินถึงขั้นให้กุญแจห้องไว้กับไอ้ชินเลยเหรอวะได้น้องสะใภ้ขี้อ่อยแบบมึงกูควรดีใจไหม ไอ้ชินมึงก็ด้วยแดกคนเพี้ยนระวังลูกออกมาจะเพี้ยนตามล่ะ ไอ้ฟ้ากลับไปคุยกับกูที่ห้องเลย" นาทีนี้ผมไม่กล้าเถียงอะไรพี่เขื่อนสักคำ นอกจากมุดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกับไอ้ชินแต่ยังโผล่ลูกตาไว้เพื่อดูสถานการณ์ตรงหน้าต่อไป
หมับ! "ไปคุยกันหน่อยขอบฟ้า"
พลั่ก! "อย่าแตะต้องตัวกู ส่วนมึงสองคนกูไม่มีอะไรจะคุยว่ะ กูไปก่อนนะโอแล้วอย่าลืมเรื่องที่กูพูดเมื่อคืนซะล่ะ" ลูกตาผมแทบถลนออกมาจากเบ้าเมื่อเห็นความรุนแรงทั้งการกระทำและคำพูดที่พี่ฟ้าส่งตรงถึงคนที่เดินไปจับข้อมือพี่แกไว้ ความเย็นชาจากพี่รหัสคนสวยมันมีให้พี่มหาสมุทรลุงไอ้ชินอย่างชัดเจน ก่อนที่หน้าหวานนั้นจะหันมาบอกลากับผมแล้วเดินออกไปโดยมีพี่ทุกคนรีบตามไปติด ๆ
นั่นไงทุกอย่างชัดเจนจนไม่ต้องให้ใครมาชี้แจงก็เดาได้ว่าต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน และอะไรที่ว่านั้นต้องเป็นเรื่องที่ผมลุ้นสุดตัวตั้งแต่ปีหนึ่งแต่ก็โดนคนรอบข้างประณามหยามเหยียดหาว่าผมคิดไปเองเพ้อเจ้อทั้งนั้นเช่นกัน คอยดูเถอะไอ้โอแห่งบ้านเสี้ยวมะขามป้อมคนนี้จะเป็นคนคลี่คลายคดีนี้ให้ได้ เอาหัวไอ้ชินไว้เป็นประกันได้เลย!
