บทนำ
คำว่าเพื่อนรักจึงแปรเปลี่ยนเป็นรักเพื่อน
คุณเคยแอบรักเพื่อนรักบ้างไหม?
เพราะตอนนี้ผมกำลังรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน
วัสสะ ภัทระนิธิธารา : เราเป็นเพื่อนกันไงชิน จำที่มึงเคยบอกไม่ได้เหรอว่าเราเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้น
ชนัตร เจริญกิจธารา : แต่มึงก็เคยบอกกูว่าเพื่อนกันไม่กินกันเองไม่ใช่เหรอวะโอ อย่าลืมสิว่ากูกินมึงแล้วกินมาหลายครั้งด้วย งั้นให้เป็นแค่เพื่อนสนิทคงไม่ได้แล้วว่ะ
บท 1
โอ Part
"น้อง ๆ รีบจัดระเบียบตัวเองให้เรียบร้อยกันหน่อยเดี๋ยวพี่จะให้ทุกคนแนะนำตัวด้วยชื่อนามสกุลจริงนะครับ รอบเดียวเพียงแค่รอบเดียวที่พี่จะให้น้องแนะนำตัวแต่ว่าเพื่อนทุกคนต้องจำชื่อนามสกุลของเพื่อนให้ได้โอเคนะ ฟ้ามึงมาต่อทีซิ"
"เออ สวัสดีครับน้องพี่ชื่อพี่ฟ้านะ หลังจากที่พวกเราผ่านการรับน้องมาอย่างเหน็ดเหนื่อยจนลุล่วงไปด้วยดีต่อไปนี้พวกเราที่นี่ทุกคนก็คือพี่คือน้องคือเพื่อน การเคารพพี่ดูแลน้องเป็นธรรมเนียมที่พวกเราปฏิบัติกันมาจากรุ่นสู่รุ่นพี่หวังว่าพวกน้องจะช่วยกันสานต่อให้มันดำรงอยู่ต่อไปนะครับ ตอนนี้เรารู้จักกันมาในระดับหนึ่งแล้วรู้ว่าใครเป็นสายรหัสใครบ้าง ฉะนั้นนอกจากความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องวันนี้เราจะมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนไปพร้อมกันหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากน้อง ๆ นะครับ
"แป๊บนะ โฬม ๆ มานี่ก่อนมึงไปบอกน้องมึงเลยว่าขอความร่วมมือหน่อย กูไม่อยากเข้าไปบอกเดี๋ยวน้องพ่นบุหรี่ใส่หน้ากูอีก รอบก่อนที่พ่นใส่หน้ากูทำเอากูเป็นหอบหายใจไม่ออกตั้งหลายชั่วโมงแน่ะ" เวลาบ่ายกลางลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยรัฐบาลซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของประเทศ หลังจากที่ผ่านการรับน้องมานานแรมเดือนจนจับสลากหาสายรหัสครบถ้วนสมบูรณ์ แต่วันนี้พวกผมปีหนึ่งก็ยังต้องมานั่งรวมกันอยู่ที่ลานเกียร์เหมือนตอนมีกิจกรรมรับน้องเพราะอะไรน่ะเหรอ
นั่นเป็นเพราะว่าถึงจะผ่านพ้นการรับน้องในมหาวิทยาลัยไปแล้วก็จริงแต่ฤกษ์งามยามดีในการจัดกิจกรรมรับน้องนอกเขตรั้วมหาวิทยาลัยยังไม่เคยเกิดขึ้น จนมาวันนี้พวกพี่เขาถึงเรียกรวมพลเพื่อแจ้งกำหนดการกิจกรรมนอกสถานที่สักที แต่จะให้จำชื่อจริงกับนามสกุลของเพื่อนทั้งหมดเนี่ยนะใครมันจะไปจำได้วะ
เพราะตอนนี้ปีหนึ่งที่นั่งรวมกันอยู่ตรงนี้พวกเรายังไม่ได้แยกภาคกันเลยนี่นา กว่าจะได้เลือกภาคอีกทีก็ปีสองนู่นเหมือนกับเรื่องจำชื่อนามสกุลเพื่อนนั่นแหละ ผมว่าถ้าจะจำให้ได้ครบทุกคนไม่ขึ้นปีสองปีสามเลยเหรอวะ ใจหนึ่งก็กำลังกังวลกับคำสั่งของรุ่นพี่แต่หูยังคอยฟังเสียงพี่เขื่อนพี่ปีสองที่โยนโทรโข่งให้พี่ฟ้าพี่รหัสของผม
ตอนแรกที่รู้ว่าคนนี้เป็นพี่รหัสคำถามเกิดขึ้นกับตัวเองทันทีว่านั่นผู้ชายจริงหรือเปล่าวะหน้าจะสวยไปไหน บุคลิกก็อ่อนโยนนุ่มนวลผมยาวถูกมัดเป็นจุกอยู่กลางหัวยิ่งส่งให้พี่เขาดูสวยมากกว่าหล่อ เรื่องรูปร่างไม่ต้องพูดถึงผอมเพรียวมีเอวขาเล็กกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก ถึงแม้จะเคยได้ยินมาบ้างว่าอย่าหลงเชื่อในหน้าตาสะสวยของพี่ฟ้าก็พี่ฟ้าคนนี้น่ะพวกล่าแต้มของแท้และล่าแต่พวกสาวสวยทั้งนั้น
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนี้ประเด็นคือคำพูดที่พี่ฟ้าเอ่ยกับเพื่อนของตัวเองทั้งที่มือยังถือโทรโข่งติดปากอยู่ ราวกับว่าต้องการส่งต่อคำพูดของตัวเองให้ถึงหูอีกคนยังไงยังงั้น และทั้งสายตาทั้งร่างกายครึ่งบนของผมก็ดันบ้าจี้กวาดตามองหาอีกคนที่พี่ฟ้าเอ่ยถึงทันควัน เพราะเอี้ยวตัวไปมองถึงได้เห็นว่าไม่ใช่แค่ผมที่มองหาบุคคลในตำนานของปีหนึ่งคนที่ทำให้เพื่อนในรุ่นตาค้างกับการกระทำของเขาเป็นทิวแถว
คนที่ทำให้รุ่นพี่หลายคนเกิดอาการเท้ากระตุกพร้อมกันแต่ดันไม่มีใครกล้าเสี่ยงเอาตัวเองเข้าไปปะทะกับเขา แม้กระทั่งพี่โฬมผู้ชายที่แสนจะโชคร้ายที่สุดแห่งปีเพราะดันไปได้คนคนนี้เป็นน้องรหัส แต่ตัวพี่เขายังต้องยืนให้น้องตัวเองพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเลย
สาธุ ขออย่าให้พวกพี่เขามีกิจกรรมอะไรที่เป็นกลุ่มหรือเป็นการจับคู่ แล้วผมต้องเป็นคนดวงซวยตามพี่โฬมด้วยการเกี่ยวข้องกับมันเลยครับ คนเหี้ยอะไรทั้งดุทั้งกวนตีนทั้งมึนอย่างไม่สนโลกฉิบหาย
"มึงน่ะอย่าไปมองมันมากเดี๋ยวมันก็วิ่งมากัดเอาหรอก"
"มันดุขนาดนั้นเลยเหรอวะ แต่ดูท่าทางแล้วกูเชื่ออย่างสนิทใจว่ามันโคตรดุว่ะ" พอได้ยินเสียงทักเรื่องของคนที่ผมกับหลายคนกำลังหันไปมอง ผมก็รีบตอบกลับในสิ่งที่คิดโดยไม่หันไปหาคนที่เอ่ยทักท้วงสักนิด เพราะกำลังลุ้นตามจังหวะการเดินส่ายหัวของพี่โฬมที่ตรงดิ่งไปยังเฟรชชี่เพียงหนึ่งเดียว คนที่นั่งเอาขายาว ๆ ของมันพาดบนโต๊ะหินอ่อนอยู่ใต้ต้นจามจุรีต้นใหญ่สิ่งที่ขาดไม่ได้ในมือของมันก็คือบุหรี่เหมือนเดิม แล้วพี่โฬมจะโดนมันถีบหน้ากลับมาไหมวะเนี่ย
"เหี้ย! มึง ๆ ดูมันทำสิมันพ่นบุหรี่ใส่หน้าพี่รหัสมันอีกแล้ว ไอ้โหดคนนี้มันเป็นใครวะไม่รู้แม่งกล้าหรือบ้ากันแน่ เอ๊ะ!หรือว่าเป็นลูกหลานเจ้าพ่อมาเฟียหรือคนเด่นคนดังบ้านไหนปะเนี่ยแบบว่ามีอิทธิพลของนามสกุลเป็นแบ็คให้งี้ ถ้าใช่นี่กูโคตรสงสารบรรพบุรุษกับวงศาคณาญาติของมันเลยว่ะเขาจะรู้กันไหมว่าต้องมามีมลทินชื่อเสียงป่นปี้เพราะมันอะ แต่ไม่แน่นะนิสัยแบบนี้อาจจะเป็นกันยกแผงก็ได้ ถ้ามันมีพี่น้องมาเรียนที่นี่ด้วยกูขอไว้อาลัยให้มหาลัยล่วงหน้าเลยว่ะแค่คิดก็ขนลุกละ"
"มันชื่อโปรดปราณเป็นลูกชายเจ้าของผับ คลับ ร้านอาหารเกือบครึ่งในกรุงเทพกับตามจังหวัดใหญ่ ๆ ที่มันมาเรียนวิศวะเพราะว่าบ้านมันมีธุรกิจพวกรับเหมาด้วย เรื่องพี่น้องมึงสบายใจได้เลยเพราะมันเป็นลูกคนเดียวและมีลูกพี่ลูกน้องแค่คนเดียวเหมือนกัน" เสียงเอื่อยเฉื่อยกำลังบอกเล่าถึงประวัติของผู้ชายคนที่พี่โฬมยืนเท้าเอวพูดอะไรด้วยสักอย่าง แต่ดูมันทำกับพี่รหัสมันสิไอ้บ้านั่นยังคงนั่งเอนหลังพิงม้าหินอ่อน ปลายเท้าพาดอยู่กับโต๊ะกระดิกไปมาอย่างคนอารมณ์ดีโดยไร้ท่าทีจะทำตามคำสั่งของพี่รหัสซะงั้น
ขนาดตอนรับน้องมันยังไม่มาแล้วพี่ ๆ ในสายของมันก็ว่าอะไรไม่ได้ด้วยนะ พอได้รับฟังประวัติคร่าว ๆ ของมันแล้วผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมมันถึงกล้าบ้าบิ่นไม่เห็นหัวใครแบบนี้ แต่บางเรื่องที่เคยได้ยินกลับแวบเข้ามาให้ผมต้องรีบหันกลับไปหาคู่สนทนาทันควัน
"มึง ๆ ไอ้คนนี้ใช่ปะคนที่เคยมีข่าวเมื่อปีสองปีที่แล้วว่ามันกับพวกมีเรื่องกับบอดี้การ์ดผับหนึ่งจนถึงขั้นมีคนตายน่ะ กูนึกแล้วเชียวว่าคุ้นหน้าคุ้นตาจากไหนที่แท้มันก็ดังในโซเชียลนี่เอง ยิ่งรู้แบบนี้ยิ่งไม่น่าคบหาสมาคมไม่น่าเข้าใกล้เลยว่ะ มึงด้วยนะอย่าเผลอไปเฉียดมันเชียวเดี๋ยวจะโดนมันเป่าหัวเอาขนาดเรื่องในผับมีคนตายพวกมันยังรอดเลย
"งี้แหละวิถีคนรวยมักอยู่เหนือกฎหมายเสมอจนทุกวันนี้กูไม่อยากศรัทธาเหี้ยอะไรกับกฎหมายละ เอางี้มึงอยู่ติดกูไว้เดี๋ยวกูพาหลบหลีกไอ้บ้านรวยนี่เอง ถือว่าเป็นโชคดีของเราแล้วเนอะที่ไอ้ลูกพี่ลูกน้องคนเดียวของมันไม่มาเรียนที่นี่ด้วยน่ะ ไม่งั้นพวกเราจะหลบจะหลีกจะเลี่ยงจะเรียนกันยังไงวะกูกลัวว่าเดินอยู่ดี ๆ จะซวยไปเหยียบตีนมันเข้าน่ะสิ"
"พูดยาวเหยียดขนาดนี้เหนื่อยบ้างไหมกูเป็นคนฟังแท้ ๆ ยังเหนื่อยแทนเลย ว่าแต่มึงชื่ออะไรวะกูชื่อชนัตรนะชนัตรที่แปลว่าร่มเรียกชินก็ได้" คำถามและคำแนะนำตัวจากเพื่อนใหม่ตรงหน้าพาขวัญกำลังใจของตัวเองให้มีมากขึ้นกว่าเดิม
เนื่องจากผมเป็นเด็กต่างจังหวัดมาเรียนที่นี่โดยไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเก่ามาด้วยสักคนในเมืองใหญ่แห่งนี้ก็ยังไม่รู้จักใครด้วยสิ ดีนะที่พี่ชายผมลาราชการมาหาห้องเช่าให้แถมใจดีอยู่เป็นเพื่อน อีกทั้งยังพาผมตระเวนขึ้นรถบ้างเดินเข้าออกตามซอกซอยบ้างเพื่อสอนให้รู้จักที่ทางจะได้ไม่หลงในเมืองใหญ่ตั้งสองวันแน่ะ ไม่งั้นป่านนี้ผมคงยังไปไหนมาไหนไม่ถูกหรอก
"กูชื่อวัสสะแปลว่าฤดูฝนมึงเรียกโอก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนคนแรกในรั้วมหาลัยนะเว้ยไอ้ร่มกันแดดแต่ไม่กันฝน ฮ่า ๆ ๆ " มุมปากของเพื่อนใหม่ตรงหน้ายกยิ้มขึ้น ความมีมิตรไมตรีที่ดีส่องแสงออกมาจากตัวจนผมเผลอยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจกับการได้รู้จักเพื่อนคนแรกในที่แห่งนี้ ถึงจะผ่านการรับน้องมาหลายวันแล้วถึงจะเป็นหนึ่งในสมาชิกของผู้เช่าอพาร์ตเมนต์ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยมาหลายค่ำคืนแล้ว และถึงแม้จะเรียนพร้อมคนอื่นมาหลายวันแล้ว แต่ผมก็ยังไม่รู้จักมักคุ้นหรือไม่เคยคุยกับใครจริงจังเหมือนไอ้ชินนี่หว่า
"เออยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนใหม่ อ้าวเฮ้อ! เดี๋ยวมาทำความรู้จักกับมึงใหม่นะสายฝนกูขอไปจัดการธุระแป๊บหนึ่ง" ผมรู้คำว่าสายฝนที่มันพูดหมายถึงอะไรก็คงจะเหมือนที่ผมเรียกมันว่าร่มกันแดดนั่นแหละ แต่ทิศทางที่เพื่อนคนแรกลุกเดินไปหานั่นทำให้ใจผมถึงกับหายแวบ
แม่งเอ๊ย! กูเพิ่งบอกอยู่หยก ๆ ว่าอย่าได้ไปเฉียดมันเชียวนะแล้วมึงจะสะเออะเสนอหน้าเดินตรงดิ่งไปทางนั้นทำไมไอ้ชิน!
ป๊าบ! "ไอ้เหี้ย! " คำอุทานของผมดังขึ้นพร้อมดวงตาตัวเองแทบจะหลุดออกจากเบ้าเมื่อได้เห็นภาพและเสียงตรงหน้า ก็ไอ้ชินเพื่อนคนแรกของผมมันง้างมือฟาดใส่ปลายเท้าของไอ้ลูกคนรวยนั่นอย่างจังจนเสียงดังมาถึงที่พวกผมนั่งอยู่ ขนาดไกลพอสมควรผมยังได้ยินเสียงชัดเจนแจ่มแจ้งขนาดนี้ไม่ต้องสงสัยให้เสียเวลาเลยว่าตีนไอ้นั่นจะแดงหรือช้ำรึเปล่า และด้วยความหวั่นวิตกกลัวเพื่อนเพียงคนเดียวจะไม่มีเงาหัว สองขาของผมถึงยันตัวเองลุกขึ้นแล้ววิ่งพรวดพราดไปโดยไม่ทันฉุกใจคิดอะไรสักนิด
"มะ มึงอย่าสวนเพื่อนกูนะเว้ย! ถึงมึงจะเป็นลูกคนรวยก็เถอะแต่มึงคงมีเมตตาธรรมเพื่อค้ำจุนโลกบ้างแหละฉะนั้นมึงต้องไม่หักคอเพื่อนกูนะ มันไม่ได้ตั้งใจตีมึงหรอกมันเป็นโรคชักกระตุกน่ะ กะ กู ขอโทษแทนมันก็ได้" น้ำเสียงสองสามคำแรกของผมช่างแตกต่างจากช่วงกลางช่วงท้ายเหลือเกินเมื่อเห็นตาดุของคู่กรณีตวัดมามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า สัญชาตญาณเตือนภัยของมนุษย์บ่งบอกให้กู้คืนสติต้องมาปัญญาต้องเกิดและรีบผ่อนปรนน้ำเสียงของตัวเองทันควัน
"กูเพิ่งรู้ว่ามึงเป็นโรคชักกระตุกด้วยเหรอชิน? "
"หึหึ ก็เพิ่งเป็นเมื่อกี้นี้แหละ อ้อ กูลืมแนะนำเพื่อนให้มึงรู้จักน่ะคนนี้ชื่อโอเป็นเพื่อนใหม่ของกูเอง ส่วนมึงกูคงไม่ต้องแนะนำไอ้โปรดให้มึงรู้จักแล้วล่ะมั้งเพราะเมื่อกี้กูก็เล่าประวัติมันให้ฟังหมดแล้วนี่นา แต่กูลืมบอกมึงไปอีกอย่างว่ะกูชื่อชนัตร เจริญกิจธารา เป็นลูกพี่ลูกน้องคนเดียวของไอ้โปรด ยินดีที่ได้รู้จักอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะเพื่อนใหม่" เวรแล้วไง! สามคำนี้โผล่ขึ้นมาโดยที่ผมไม่ได้เรียกหาเลยสักนิด
ยิ่งมองเห็นมุมปากของลูกพี่ลูกน้องคู่นั้นกระตุกขึ้นพร้อมกัน มิหนำซ้ำขายาวของมันสองคนยังยืนเต็มความสูงขนาบอยู่ทั้งซ้ายและขวาของผม นั่นก็ยิ่งรู้สึกว่าลมหายใจของตัวเองจะขาด ๆ หาย ๆ ยังไงก็ไม่รู้
แปะ ๆ !! "หึหึ สวัสดีเพื่อนใหม่ของไอ้ชิน ชื่อของกูคือโปรดปราณแต่มึงมีสิทธิ์เรียกกูได้แค่โปรดตามนี้" แล้วไอ้คนที่แนะนำตัวเองแบบแปลก ๆ ก็เดินจากไปทิ้งไว้แค่ความปวดหนึบ ๆ จากน้ำเสียงแปะเมื่อกี้ มันไม่แปะเบา ๆ นะครับแต่เล่นเอาผมเกือบทรุดถ้าไม่มีแขนหนักของคนที่ผมภาวนาไม่ให้มันเรียนที่นี่อีกคนยกมาพาดไหล่ แล้วรั้งตัวผมเดินตามมันเพื่อกลับไปนั่งรวมกับคนอื่นที่เดิมซะก่อน
"หน้าตามึงบ่งบอกว่าดีใจมากเลยนะที่ได้ไอ้โปรดเป็นเพื่อนคนที่สองในรั้วมหาลัยนี้น่ะโอ" หมดกัน! รอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยมิตรไมตรีที่ส่องแสงมาให้เห็นเมื่อกี้มันสลายหายไปกับแสงแดดของวันนี้เสียแล้ว ที่เหลืออยู่ตรงหน้าผมมีเพียงแค่ผู้ชายหน้าตาคมคายมีเขามีเขี้ยวงอกออกมาให้ผมสะเทือนใจเล่นแค่นั้น แล้วจากนี้จนถึงอีกหลายปีข้างหน้าชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของผมจะสงบสุขอย่างที่ฝันเอาไว้ไหมวะ!
บทล่าสุด
#149 บทที่ 149 ตอนที่ 49.4 ที่ของสายฝนและร่มกันแดด (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#148 บทที่ 148 ตอนที่ 49.3 ที่ของสายฝนและร่มกันแดด (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#147 บทที่ 147 ตอนที่ 49.2 ที่ของสายฝนและร่มกันแดด (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#146 บทที่ 146 ตอนที่ 49.1 ที่ของสายฝนและร่มกันแดด (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#145 บทที่ 145 ตอนที่ 48.4 ความอบอุ่นที่ไม่มีเสียง
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#144 บทที่ 144 ตอนที่ 48.3 ความอบอุ่นที่ไม่มีเสียง
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#143 บทที่ 143 ตอนที่ 48.2 ความอบอุ่นที่ไม่มีเสียง
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#142 บทที่ 142 ตอนที่ 48.1 ความอบอุ่นที่ไม่มีเสียง
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#141 บทที่ 141 ตอนที่ 47.3 สายฝนต้องคู่กับร่มอยู่ดี
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026#140 บทที่ 140 ตอนที่ 47.2 สายฝนต้องคู่กับร่มอยู่ดี
อัปเดตล่าสุด: 8/28/2026
คุณอาจชอบ 😍
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย













