บทที่ 13 ตอนที่ 6.2 สองเปอร์เซ็นสุดท้าย
โอ Part
"เป็นอะไรหรือเปล่าโอ ดูเหมือนว่าจะเกร็ง ๆ ลุกลี้ลุกลนแปลก ๆ นะ"
"ไม่มีอะไรครับโอเพิ่งเคยมาร้านแบบนี้กับใยบัวเป็นครั้งแรกก็เลยตื่นเต้นน่ะ คืนนี้ใยบัวไม่ต้องดื่มหรอกให้โอดื่มคนเดียวดีกว่า" ภายใต้ร้านอาหารแถวชานเมืองขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ตั้งอยู่ในบ้านไม้สองชั้นสีขาว การตบแต่งออกแนววินเทจเรียบง่ายแต่ดูหรูอีกทั้งยังมีสวนน้ำพุเล็ก ๆ และชิงช้าให้ได้นั่งรับลมบริเวณด้านข้าง แลดูแล้วจะเป็นบรรยากาศแสนสบายน่าช่วยให้ผ่อนคลายความตึงเครียดไปได้บ้าง
แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมากลับไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็นอารมณ์ผมยังคงขมวดเป็นปมตึงแล้วตึงอีก ความเครียดก่อตัวเป็นระลอกจนต้องยกแก้วสีเหลืองขึ้นมาจิบอยู่บ่อยครั้ง
"แต่สีหน้าท่าทางสวนกับคำพูดจังเลยนะโอ มีอะไรจะถามเราหรือเปล่า"
"ไว้กินเสร็จค่อยคุยกันเถอะ อ้อ ก่อนอื่นอะนี่ของขวัญวันเกิดจากเรามันอาจไม่มีราคาแพงเท่าไหร่แต่เราตั้งใจให้ใยบัวจากใจจริง ๆ " เมื่อตัดสินใจจะต้องจบความสัมพันธ์ทั้งที่ยังไม่ทันได้เริ่มต้นสรรพนามแทนตัวของผมก็เปลี่ยนไปโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปความรู้สึกดี ๆ ที่ผมมีให้เธอก็ยังมีอยู่แบบนั้น แต่อาจแตกต่างกันตรงที่ว่าสถานะนั้นมันลดลงจากเดิมไปแล้ว
กล่องของขวัญเล็ก ๆ สีขาวผูกด้วยริบบิ้นสีแดงถูกรับไปแกะอย่างทะนุถนอมด้วยผู้หญิงหน้าตาน่ารัก ดวงตาวิบวับของเธอบ่งบอกได้ดีว่าเธอยินดีกับของชิ้นนี้มากแค่ไหน
"สวยจังเลยโอเราชอบมากที่สุดชอบกว่าของขวัญทุกชิ้นที่เราเคยได้รับมาเลย โอใส่ให้เราหน่อยนะ" สร้อยเงินเส้นเล็กมีกระดิ่งเป็นรูประฆังถูกสวมใส่ข้อมือข้างซ้ายของใยบัว ผมพยายามเก็บทุกอิริยาบถของเธอเอาไว้ในใจ เก็บไว้เพื่อบันทึกเป็นความทรงจำดี ๆ ก่อนที่สถานะของเราจะลดลงมา
"ขยับมาหน่อยเรามีอะไรจะบอก จุ๊บ ขอบใจนะโอ เราไม่ได้มองว่าสิ่งที่โอให้มันมีราคาค่างวดแพงแค่ไหนแต่เรามองถึงความตั้งใจว่าสิ่งที่โอให้นั้นมันมาจากความตั้งใจของโอแค่นี้ก็พอแล้ว" เพราะคิดว่าสิ่งที่เธอจะบอกคงสำคัญผมถึงขยับตัวไปตามคำร้องขอ และต้องชะงักงันทันควันเมื่อริมฝีปากบางแตะโดนแก้มผมเบา ๆ สาบานเลยว่าผมไม่ทันได้ตั้งตัวจริง ๆ นะ
ขวับ! ไม่รู้เป็นเพราะว่าผมรู้บางเรื่องของใยบัวหรือเปล่าทำให้ตอนนี้ตัวเองเหมือนวัวสันหลังหวะเหลียวซ้ายแลขวาใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ไปหมด เหี้ยเอ๊ย! ป๋าของใยบัวจะส่งมือปืนมาตามเฝ้าหรือเปล่าเนี่ย
"เราไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ" เพราะรู้ว่าตัวเองล่อกแล่กอย่างเห็นได้ชัดถึงต้องรีบขอตัวออกมาตั้งสติซะก่อน โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงถูกผมล้วงออกมาอย่างทุลักทุเลแต่แล้วก็...
ฉิบหายแบตเหลือสองเปอร์เซ็นต์เหี้ยมาก! และสองเปอร์เซ็นต์สุดท้ายผมเลือกโทรหาไอ้ชินตั้งใจจะให้มันมารับที่นี่นั่นแหละ แต่จนแล้วจนรอดมันก็ไม่รับโทรศัพท์สักที หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือสุดท้ายผมถึงจำใจเก็บไว้ก่อนเผื่อได้ใช้ยามฉุกเฉิน
"ไปตั้งนานแน่ะเรานึกว่าโอจะหนีกลับซะแล้ว"
"ไม่หนีกลับหรอกถ้ากลับเราจะบอกใยบัวก่อน เราไม่ปล่อยให้อะไรมันคาราคาซังแน่นอน" น้ำสีเหลืองในแก้วถูกผมยกขึ้นมาดื่มหมดแก้วอีกครั้ง เอาวะย้อมใจไปหลายแก้วแล้วถึงเวลาควรต้องเข้าเรื่องสักที
"ใยบัวเราว่า"
"เราเป็นเมียเก็บของใครบางคนโอรู้เรื่องนี้แล้วใช่ไหม" ไม่มีความลังเลจากน้ำเสียงของเธอตอนนี้มีแต่ความจริงจังเท่านั้นที่ผมเห็นอยู่ตรงหน้า
"ครับเรารู้แล้วและเราต้องขอโทษใยบัวด้วยนะ ถึงเราจะไม่พูดว่าขอโทษเรื่องอะไรแต่เรามั่นใจว่าใยบัวก็รู้เหตุผลในคำขอโทษของเราใช่ไหม"
"อื้อรู้ เราเองก็ขอโทษที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับโอ เราขอโทษที่ทำให้โอดูเป็นคนโง่ในสายตาคนอื่น เราขอโทษที่ปิดบังขอโทษที่โกหก แต่ความรู้สึกของเราที่มีให้โอเป็นเรื่องจริง เรายังยืนยันว่าคนที่เราอยู่ด้วยแล้วสบายใจที่สุดอยู่ด้วยแล้วเรายิ้มออกมาจากใจมากที่สุดก็คือโอ
"เราจะไม่แก้ตัวอะไรทั้งนั้นเพราะบางทีเหตุผลกับคำว่าข้ออ้างมันมีแค่เส้นบาง ๆ กั้นเอาไว้ เราอยากเป็นคนที่มีเหตุผลสำหรับโอและความเงียบก็คือทางเลือกของเรา กลับกันเถอะขืนอยู่ไปก็ดื่มกินหรือแม้กระทั่งคุยกันไม่มีความสุขหรอก" ผมไม่ปฏิเสธในคำกล่าวของใยบัว ถึงใจจะเรียกร้องให้อยู่กับความน่ารักสดใสตรงหน้าอีกนิดหนึ่ง แต่คำว่าถูกต้องที่ไอ้ชินเคยพูดเป็นเหมือนน้ำกรดสาดใส่เก้าอี้ไม่ให้ผมสามารถนั่งอยู่ตรงนี้ได้อีกต่อไป แต่เบียร์ไม่กี่ขวดทำไมตาลายมึนหัวขนาดนี้วะ
"ให้เราไปส่งโอเองนะ วันสุดท้ายแล้วที่จะได้อยู่กันตามลำพังเราอยากอยู่กับโอให้นานกว่านี้น่ะ" มือเล็กนุ่มนวลสอดมาจับมือผมแล้วรั้งให้เดินไปที่รถของใยบัวด้วยกัน ทั้งปากทั้งใจผมอยากจะปฏิเสธอยู่หรอกแต่ตัวเองตอนนี้ทั้งเมาทั้งมึนอย่างฉับพลันจนจะยืนยังเซ ตัวเล็กบอบบางของใยบัวถึงเข้ามาประคองเอาไว้
"เราจะคิดถึงโอนะ ไม่ว่าเราจะอยู่ไหนเราก็จะคิดถึงโอ"
"จุ๊บ อืม ใยบัวขอโทษครับ โอขอโทษนะครับ" เนื้อตัวนุ่มนิ่มริมฝีปากบางเบาเข้ามาหยอกล้อจนผมผวาเข้าไปรั้งตัวเธอให้มาอยู่ในอ้อมแขน นาทีนี้ขอกอดอีกนิดเถอะแล้วผมจะลืมความถูกใจของตัวเองให้หมดในนาทีต่อไป
โครม! "โอ๊ย เหี้ย! "
"กล้ามากนะไอ้หนู สงสัยไม่อยากมีชีวิตต่อไปยาว ๆ อีกแล้วล่ะมั้ง" เสียงของผู้ชายไม่คุ้นหูและแรงปะทะกับของแข็งบางอย่างทำให้ผมต้องฝืนลืมตาตื่นขึ้นมาทั้งที่หนักไปทั้งเปลือกตา แต่พอกะพริบตามองเห็นใบหน้าผู้ชายคนนั้นแค่แวบเดียวคำว่านรกมาเยือนผุดขึ้นมาโดยไม่ต้องเรียกหามันสักนิด ในเมื่อผมจำหน้าของผู้ชายคนนี้ได้ดีเพราะไอ้ชินเพิ่งยัดเยียดให้ผมดูเมื่อไม่นานนี่เอง เหี้ยแล้วไงคนนี้มันผัวใยบัวนี่หว่า
แปะ ๆ ๆ "มึงจะนั่งแก้ผ้ามองหน้ากูอีกนานไหมไอ้หนู พวกมึงช่วยสงเคราะห์มันหน่อยซิ" สติสตังยังไม่ทันกลับมาครบเต็มร้อยทั้งมือทั้งตีนจากหลายคนก็ประเคนใส่ผมอย่างไม่ยั้ง
ผลัวะ! "ไอ้สัสอย่าหมาหมู่สิวะ" ตุ้บ!! ในความมึนงงนั้นจำได้ว่าตัวเองมีโอกาสสวนกลับไปได้แค่หมัดเดียวและมีโอกาสได้พูดแค่ประโยคเดียว จากนั้นกลิ่นคาวเลือดก็คละคลุ้งอยู่ในปากจนแทบอ้วก อีกทั้งยังต้องตั้งรับกับความเจ็บปวดของการรุมกินโต๊ะโดยไม่มีโอกาสปัดป้องอะไรเลย
"ฮืออ เฮียอย่าทำอะไรโอเลยเขาไม่รู้เรื่องจริง ๆ ทุกอย่างหนูทำคนเดียวหมดเลย ฮืออ"
เพียะ! "มึงไม่ต้องสะอึกสะอื้นแก้ตัวแทนชู้หรอกเดี๋ยวกูจัดการมึงแน่ แต่ตอนนี้คนที่ต้องตายก่อนคือชู้ของมึง! " เสียงร่ำร้องของผู้หญิงเสียงตบตีแม้แต่เสียงตวาดดังลั่นของผู้ชายคนนั้นมันพร่ามัวแทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำ แต่พอความตีนกระแทกใส่หน้าจัง ๆ หลายครั้งเข้าผมถึงพอจะจำได้ว่าอะไรเป็นอะไร
นรกกินหัวของแท้เลยเมื่อในความคลับคล้ายคลับคลาเหมือนฝันนั้นผมเสือกฝันไปว่าตัวเองเอากับใยบัวไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ฝันด้วยซ้ำเมื่อเศษถุงยางอนามัยใช้แล้วบางชิ้นถูกชูขึ้นมา ในคราที่ทุกตีนหยุดยั้งการกระทืบผมตามคำสั่งของผู้ชายคนนั้น
กริ๊ก! "ว่าไงไอ้หนูมึงจะให้กูจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี" คำถามมันไม่น่าสั่นเท่าเสียงกริ๊กของการขึ้นไกปืน วัตถุอันตรายจ่อกับหน้าผากจนทุกส่วนของร่างกายผมเย็นเฉียบไปหมด
กูตายแน่ ๆ ตายโดยไม่มีใครรู้ด้วยร่างกายกูจะถูกหั่นเป็นชิ้นแล้วยัดใส่กระสอบเหมือนตามข่าวไหม แล้วพี่ชายกูจะซวยไปด้วยหรือเปล่าไหนจะเพื่อนสนิทสองคนนั้นอีก อ้อคงไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอกลืมไปได้ไงวะว่ามันเป็นลูกคนใหญ่คนโตเหมือนกัน
ผลัวะ! "อย่าทำมึนสิไอ้หนูแดกของกูแล้วคิดจะทำตัวบ้าใบ้รึไงไม่ตลกว่ะ"
"ฮึกก โอ๊ย! " ผัวใยบัวแม่งโคตรเหี้ยม ผมต้องหลุดสะอื้นออกไปเมื่อต้นขาขวาถูกเหยียบลงมาอย่างแรง ขากูต้องหักแน่
ไอ้สัสเอ๊ยกูจะจำหน้าผัวใยบัวเอาไว้จะสลักติดใส่ในหัวใจตัวเองเลยถ้าถึงทีกูเมื่อไหร่กูจะซัดไม่เลี้ยงเหมือนกัน แต่ตอนนี้ทนมือทนตีนไปก่อนนะไอ้โอแห่งบ้านเสี้ยวมะขามป้อม!
"กูขี้เกียจเสียเวลาเล่นกับมึง เห็นแก่ที่เด็ก ๆ บอกว่ามึงโดนคนของกูวางยาครั้งนี้กูเลยใจดีจะปล่อยมึงไปก่อน แต่อย่านอนใจนะไอ้หนูเพราะกูจะให้มึงอยู่ด้วยความระแวง อยู่อย่างไม่สงบสุขอยู่อย่างเดือดเนื้อร้อนใจไปอีกนาน จำไว้ว่าต่อไปอย่าริอาจคิดเป็นชู้กับใครอีกถึงแม้ว่าคนที่มึงเอาจะแค่ผู้หญิงที่ใช้เงินซื้อเอาไว้เล่นด้วยแค่นั้นก็ตาม ส่วนมึงกล้ามากขนาดนี้คงเตรียมใจไว้แล้วสิใยบัว"
"อะ อย่าทำอะไรเธอเลยผมไหว้ล่ะพี่ ผมสัญญาว่าจะไม่มาวุ่นวายกับเธออีกแต่พี่อย่าทำอะไรเธอเลยนะ"
ผลัวะ! "โทษทีมือกูลั่นไปหน่อยเวลาเจอสุภาพบุรุษอย่างมึงมือกูก็เป็นแบบนี้ประจำว่ะ แล้วเจอกันเรื่อย ๆ นะไอ้หนู หึหึ" เสียงร้องไห้คร่ำครวญของใยบัวลอยห่างออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเบา ๆ ของผู้ชายคนนั้น สิ่งที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือเศษซากร่างกายของผู้ชายคนหนึ่งที่นอนแผ่หลาแก้ผ้าจมกองเลือดอยู่ที่ไหนสักที่
แม้จะเบาใจว่าวันนี้ยังไม่ถึงที่ตายและแม้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความต้องการของผมโดยตรง แต่ผมไม่ได้ต้องการให้คนรับผลกรรมนี้คือใยบัวคนเดียวเหมือนกัน
