บทที่ 5 ตอนที่ 3.1 หวงเพื่อน

โอ Part

"พี่ฟ้า พี่ฟ้าเว้ยนั่งตาลอยเหม่ออะไรอยู่วะพี่ หน้าตาไม่สดใสแบบนี้หรือว่าไปแอบรักคนมีเจ้าของรึเปล่า เฮ้อ พี่ฟ้านะพี่ฟ้าชีวิตคนเรามันไม่ได้หยุดอยู่ที่อายุยี่สิบหรอกพี่แค่ผู้ชายห่วย ๆ คนหนึ่งจะไปใส่ใจอะไรกับเขานักหนา ผมว่าพี่พกหน้าเขาเข้าห้องน้ำแล้วโยนทิ้งชักโครกกดให้ไหลลงท่อไปเถอะ เอาไว้ผมจะหาผู้ชายคนใหม่หล่อรวยสุภาพอ่อนโยนมาให้พี่กินกลั้วคอก็แล้วกัน"

"บ่นอะไรวะไอ้โอ อ้าวแล้วไอ้ฟ้าเป็นอะไรของมันถึงนั่งน้ำลายไหลเหมือนคนบ้าแบบนั้นน่ะไอ้โอพาพี่มึงไปฉีดยาหรือยัง ถึงนี่จะเข้าหน้าหนาวแต่อย่าลืมว่าประเทศไทยมีแค่ฤดูหนาวเอาไว้ให้นักเรียนรู้ว่าปีหนึ่งมีสามฤดูแค่นั้นนะเว้ย เดือนธันวาคมอะไรแม่งร้อนเหี้ย ๆ ป๊าบ! ไอ้ฟ้ามึงเลิกนั่งตาลอยน้ำลายไหลยืดสักทีเห็นแล้วกูกลัวแทนไอ้โอที่ต้องมีพี่แบบนี้ว่ะ" ถึงพี่โฬมจะลงไม้ลงมือใส่แผ่นหลังของพี่ฟ้าซะเสียงดังจนเจ็บแทน แต่เจ้าตัวยังไม่หือไม่อือเหมือนเดิม

จนผมกับพี่โฬมพากันเดินอ้อมไปอยู่ตรงหน้าพี่ฟ้าเพื่อพิจารณาถึงความผิดปกติของผู้ชายหน้าสวยคนนี้ ตั้งแต่กลับจากรับน้องผ่านพ้นมานานหลายเดือนความสนิทสนมคุ้นเคยระหว่างผมกับพี่ฟ้าก็เพิ่มมากขึ้น เหตุผลมาจากเรื่องเดียวก็คือเกือบทุกวันหลังเลิกเรียนพี่ฟ้าแกต้องหิ้วสี่สิบดีกรีกับลาบหมูตำป่ามาเคาะประตูห้องผมตลอด ดีนะที่เป็นอพาร์ตเมนต์ไม่ใช่หอในไม่งั้นผมคงโดนหัวหน้าหอเล่นงานเอาเพราะความขี้เมาของพี่รหัสคนนี้เป็นแน่

"พวกมึงสามคนมาสุมหัวทำอะไรกันวะ ไอ้โอไอ้ฟ้าเสาร์นี้เจ๊จิ๊บบอกให้รวมพลที่เดิมมึงสองคนอย่าช้าล่ะเดี๋ยวองค์แม่จะลงเจ๊แกอีก"

"พี่เวย์มาทำอะไรอะไหนว่ายุ่งกับการเตรียมตัวฝึกงานเทอมหน้าไงล่ะหรือว่าบริษัทที่เล็งไว้เขาไม่รับพี่แล้ว! อย่าเป็นแบบนั้นนะผมกราบล่ะเพราะตอนนี้นอกจากพี่ในสายเราผมไม่รู้จะไปต่อสายป่านขอฝึกงานที่ไหนแล้ว

"ที่พี่จิ๊บก็ไม่เอาหรอกพี่ฟ้าเล่าวีรกรรมตอนที่พี่จิ๊บไปฝึกงานให้ฟังหมดแล้ว ขืนผมไปขอฝึกงานที่นั่นถ้ามีใครรู้ว่าผมเป็นหลานนักศึกษาหญิงที่ไปต่อยผู้จัดการจนหน้าแหกไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมคงถูกหมายหัวเผลอ ๆ จะไม่ได้ไปเหยียบบริษัทนั้นอีกซะด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนที่ต้องไปฝึกงานต่อจากพี่ เฮ้อ เห็นสภาพแล้วผมคงฝากผีฝากไข้อะไรไม่ได้หรอก"

ผลัวะ! "กูนั่งอยู่ตรงนี้มึงยังกล้านินทากูอีกนะ เวย์เสาร์นี้ไม่รู้ว่ากูกับไอ้โอว่างหรือเปล่าลุงไอ้โอมันป่วยน่ะกูว่าจะไปส่งมันเยี่ยมลุงที่ต่างจังหวัดซะหน่อย" พอพี่นอกสายเลือดพูดแบบนี้มีหรือน้องนอกไส้อย่างผมจะไม่ตอบสนอง หัวไม่ได้ผ่านการสระมาเกือบอาทิตย์ของตัวเองถึงได้ผงกหงึก ๆ ตอกย้ำให้พี่เวย์เชื่อมั่นในคำพูดของพี่ฟ้าทั้งที่ในใจร้องถามว่ารอบนี้ลุงกูป่วยอีกแล้วเหรอวะ เดือนที่แล้วพี่ฟ้าเพิ่งบอกว่าป้ากูผ่าตัดต้องไปส่งกูดูใจป้าอยู่เลยแบบนี้เดือนหน้าพี่ชายกูจะขึ้นแท่นแทนป้ากับลุงไหมเนี่ย แล้วทำไมพี่ฟ้าเรียกพี่เวย์ว่าเวย์บ้างพี่บ้างบางทีถึงขั้นไอ้เลยก็มีนะ

"อ้าวญาติมึงป่วยอีกแล้วเหรอไอ้โอ ป่วยอะไรกันบ่อยนักหนาวะงานนี้กูจะโดนเจ๊จิ๊บเล่นงานไหมเนี่ย รอบที่แล้วกูเพิ่งโดนเจ๊แกเฉ่งมาว่าไม่รู้จักจัดคิวให้ลงตัวจนแกจะลืมหน้ามึงสองคนอยู่แล้ว กูให้ญาติพี่น้องมึงไม่สบายเป็นครั้งสุดท้ายนะไอ้โอรอบหน้าถ้ามีใครเจ็บไข้ได้ป่วยอีกมึงได้วิ่งรอบสนามบอลแน่" พูดจาหมายหัวผมกับพี่ฟ้าเสร็จพี่ในสายรหัสชั้นปีที่สามก็หมุนตัวเดินกลับไปโดยไม่ร่ำลาพวกเราสักคำ

อย่าว่าแต่ร่ำลาเลยแม้กระทั่งคำทักทายไต่ถามถึงสารทุกข์สุกดิบในเรื่องรั้วมหาวิทยาลัยยังไม่มีจากปากพี่ร่วมสายคนนี้เลยสักนิด ความสัมพันธ์ทางใจระหว่างในสายถึงมีแค่ผมกับพี่ฟ้าเท่านั้นแหละที่พอจะเหนียวแน่น คงเป็นเพราะว่าพี่เวย์ต้องเตรียมตัวฝึกงาน พี่จิ๊บก็ต้องขลุกอยู่กับโปรเจกต์จบเลยไม่มีเวลามาคลุกคลีตีโมงกับผมสองคนล่ะมั้ง

"สงสัยพี่เวย์จะรีบไปเฝ้าเด็กนิเทศว่ะกูได้ยินมาว่าตอนนี้เขาคั่วอยู่กับเด็กคณะนั้นนี่นาแถมยังหลงหัวปักหัวปำด้วยมั้ง อะไอ้ฟ้านี่ชีทปีที่แล้วของพี่ต้ากูถ่ายเอกสารมาเผื่อมึงจะได้มีมรดกส่งต่อให้ไอ้โอมันด้วย เห็นหน้ามันทีไรกูก็สมเพชทุกทีมีพี่แต่ละคนดันพึ่งพาไม่ได้ทั้งนั้น โอแบบนี้มึงจะจบไหมวะถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกกูได้นะกูไม่ใช่พระเอกอะไรหรอกแต่ว่ากูโชคดีมีน้องแค่ในนามวัน ๆ เลยไม่ต้องดูแลใครให้เหนื่อยตัวนอกจากเหนื่อยใจที่ต้องตอบคำถามคนนั้นคนนี้ว่าวันนี้น้องกูแจกตีนใครไปบ้างรึยัง เฮ้อ! พูดถึงมันทีไรกูเหนื่อยใจทุกที"

"ถ้าเหนื่อยใจมากนักก็ไม่ต้องพูดถึงกูอีก" เรียบ ๆ ง่าย ๆ แต่แฝงไปด้วยทั้งความถือดีทั้งกวนตีนแบบนี้ในคณะคงไม่มีใครนอกจากท่านโปรดแล้วล่ะ ไอ้ท่านโปรดคนนี้ก็คือลูกคนมีเงินและมีประวัติโชกโชนแต่ละเรื่องด่างพร้อยจนหาความดีงามไม่เจอ และเป็นบุคคลที่ผมขึ้นลิสต์จัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของบุคคลไม่น่าคบ แต่ว่า...

"ไอ้โอเมื่อไหร่มึงจะเลิกคบกับน้องไอ้โฬมสักที กูจะได้ไม่ต้องเสียวสันหลังเพราะมันมาวอแวกับมึงบ่อย ๆ "

"ผมไม่ได้อยากคบมันนะพี่ฟ้า โปรดมึงจะเอาพี่มึงไปไหนก็ไปไม่ต้องมาอยู่ใกล้กูเดี๋ยวพี่ของกูจะตัดพี่ตัดน้องกับกูอีก" หมับ! แทนที่มันจะไสหัวไปตามที่ผมบอกแต่ไอ้ตัวอันตรายกลับเดินมาคว้าคอผมไปกอดหมับแถมยังพ่นควันบุหรี่ใส่อีกต่างหาก แม่งเอ๊ย! วันนั้นกูไม่น่าหลวมตัวไปกินเหล้ากับไอ้ชินเล้ยไม่งั้นคงไม่ต้องมีชีวิตยุ่งเกี่ยวกับตัวอันตรายแบบนี้หรอก

"กล้าไล่ผู้มีพระคุณของมึงแบบนี้เหรอโอ จำไม่ได้เหรอที่มึงไปเมาในผับกูน่ะใครเป็นคนจัดสิ่งที่มึงว้อนท์มากมาให้วะ" ถ้าผมไม่หลวมตัวไปคลุกคลีกับไอ้ชินจนไปกินเหล้าร้านไอ้โปรดและดันกินของว่างที่ไอ้โปรดเสนอให้ในวันนั้น ผมคงไม่ติดกับและรู้จักมันจนถึงวันนี้หรอก

"ไอ้โปรดมึงอย่าพาไอ้โอไปเสียผู้เสียคนนะมันเป็นหนุ่มน้อยไม่รู้ประสีประสาอะไร พอเห็นแสงสีในกรุงเทพกูกลัวว่าความไม่ประสาของมันจะใจแตกขึ้นมาเพราะคบกับมึงนี่แหละ"

"เอาเวลาที่ห่วงเพื่อนกูไปห่วงเพื่อนมึงเถอะโฬมเพื่อนกูกูดูแลเองได้ หึหึ" พี่โฬมถอนหายใจกับนิสัยเสีย ๆ ของน้องตัวเองพร้อมกับส่ายหัวไปมา สุดท้ายคนที่ต้องล่าถอยก็คือพี่โฬมที่หิ้วพี่ฟ้าเพื่อนตัวเองให้ติดสอยห้อยตามไปด้วย แม่งเว้ย! ทำไมไอ้พี่ฟ้าไม่เอาผมไปด้วยวะผมไม่อยากเป็นเพื่อนที่ไอ้โปรดจะดูแลสักนิดเลยให้ตายเถอะ

หมับ! "โอ๊ยไอ้เหี้ย! หยิกปากกูทำลูกพี่ลูกน้องมึงทำไมเนี่ย"

"กูหมั่นไส้ความเบะปากของมึง แล้วถามหาลูกพี่ลูกน้องกูทำไมหรือติดใจลิ้นสวาทของมัน หึหึ" ดูความกวนตีนมันครับ ไม่รู้ว่าใครถ่ายคลิปตอนกิจกรรมรับน้องที่ชะอำแล้วดันแชร์ลงทั้งเฟซทั้งไลน์กลุ่มจนไอ้โปรดไปเห็นเข้ามันเลยเก็บมาถากถางผมอยู่ได้

"ไปเถอะโอ เดี๋ยวกูจะพามึงไปลืมลิ้นของไอ้ชินแล้วเพลินใจกับลิ้นใหม่เอง" คำพูดมันเหมือนเชิญชวนแต่การกระทำของมันคือลากแขนให้ผมเดินตามมันต้อย ๆ แต่ที่เดินตามไม่ใช่เพราะอยากไปกินของว่างที่มันประเคนให้หรอกนะผมก็แค่ไม่อยากขัดศรัทธาเพื่อนคนที่สองเท่านั้นเอง สาบานว่าเท่านั้นจริง ๆ ครับ!

ก๊อก ๆ ๆ ๆ ๆ "เออเว้ยรู้แล้วเว้ยจะเคาะหาเจ้ากรรมนายเวรมึงนักหนารึไง! "

แกรก! "ถ้าเจ้ากรรมนายเวรกูแฝงมาในสภาพนี้กูคงไม่ดิ้นรนตามหาหรอก ปล่อยให้ไปเกิดใหม่กูอาจจะได้บุญกุศลมากกว่า" ถึงขี้ตาจะเต็มเบ้าถึงกำลังอยู่ในอาการสะลึมสะลือ แต่ผมก็เห็นท่าทางตอนมันพูดคำว่าสภาพนี้อย่างชัดเจนเต็มสองตาเลยทีเดียว ชัดจนตีนกระตุกอยากถีบไอ้คนไม่มีมารยาทสักที

"เอ้าถอยสิครับ มึงจะยืนสรรเสริญกูอีกนานไหมกูง่วงทั้งเพลียทั้งง่วงแล้วครับ"

"ก็แล้วทำไมไม่ไปนอนห้องมึงวะ เดินอ่อนเปลี้ยเพลียแรงมาแบบนี้ไปเสียน้ำมากี่ดอกล่ะ" ถึงจะหมั่นไส้แค่ไหนแต่ร่างกายก็ยอมขยับหลีกทางให้มันเข้ามาเหมือนทุกที ไอ้ชินยกสามนิ้วขึ้นมาแทนคำตอบก่อนจะจัดการแก้ผ้าแก้ผ่อนเดินโทง ๆ ไปคว้าผ้าเช็ดตัวของตัวเองแล้วลับหายไปในห้องน้ำ

ในเวลาดึกดื่นเสียงฝักบัวจากห้องน้ำนั้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ผมเคยได้ยิน แต่ถ้านับเป็นวันเวลาคงร่วมปีแล้วมั้งก็นับตั้งแต่ปีหนึ่งจนตอนนี้ผมกับไอ้ชินเป็นนักศึกษาชั้นปีที่สอง เวลาร่วมปีนี้มันเทียวมาเทียวไปทำตัวเป็นสัมภเวสีคอยขอส่วนบุญผมยามค่ำคืนอยู่เป็นประจำจะไม่เปิดให้ก็ไม่ได้เพราะผมก็มีเหตุผลของผมนี่หว่า

แกรก! "ทำไมไม่นอนวะ"

"กูตื่นแล้วไงไอ้สัสไหน ๆ ก็ตื่นแล้วมึงจ่ายค่าเช่าห้องเดือนนี้มาเลยเดี๋ยวลืมจ่ายให้ป้าแกดักด่ากูอีก" แบงก์สีเทาหลายใบถูกควักจากกระเป๋าสตางค์แล้ววางไว้บนโต๊ะคอมเล็ก ๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันไปค้นบ็อกเซอร์ของผมมาใส่เหมือนทุกครั้ง นี่แหละเหตุผลของผมน่ะ

"ค่าตัววางรวมกับค่าห้องไปแล้วมึงรีบมาทำหน้าที่เลย แปะ ๆ มาหาเสี่ยสิ ถ้าจุ๊บน้องให้เสี่ยเดี๋ยวคืนนี้เสี่ยให้ทิป"

ผลัวะ! ตุ๊บ! "ไอ้สัสโอถีบกูอีกแล้วนะ! " พอมันล้มตัวนอนอีกฟากของเตียงแล้วแสดงบทไอ้เสี่ยหื่นกามเหมือนที่มันชอบทำบ่อย ๆ ผมก็ยื่นฝ่าเท้าอันสวยงามของตัวเองประทับอกมันแรงเต็มตีน จนคนจ่ายค่าห้องถึงกับหงายหลังไปนอนบนพื้นพร้อมกับเสียงตุ้บและสีหน้าจุกปนเสียงคำรามฮึ่มฮั่ม แต่มันทำแค่นั้นแหละเพราะหนึ่งปีมานี้ผมขยันถีบมันเกือบทุกวันเหมือนมันที่ขยันขู่แต่ไม่เคยสวนกลับมาสักครั้งเช่นกัน

หมับ! "กอดนิดกอดหน่อยทำเป็นเล่นตัวไอ้สัสที่กูต้องนอนกอดมึงนี่มันเป็นความผิดของใครวะ บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้ซื้อหมอนข้างมาไว้แม่งก็ไม่ซื้อสักที พอกูจะซื้อมามึงก็บอกไม่ชอบลายปลอกหมอนงั้นงี้อีกเรื่องมากฉิบหาย รีบนอนเลยพรุ่งนี้เรียนแปดโมงนะเว้ยไม่ใช่บ่ายสอง ดูซิจะตีสามอยู่แล้วกูยังต้องมานั่งทะเลาะกับมึงอีกเสียเวลานอนชะมัด" แขนยาวคว้าเอวผมให้ล้มตัวนอนเคียงข้างกันพร้อมกับขาขวามันยกมากอดก่ายปากยังคงพ่นคำบ่นอยู่ข้างหู ผมก็นอนฟังหูซ้ายทะลุเข้าหูขวาเหมือนเดิม

"เรื่องมึงกับผู้หญิงคนนั้นไปถึงไหนกันแล้ววะโอ"

"ใยบัวเหรอก็ดีว่ะ แน่ะ บอกไว้เลยว่าไม่ต้องมาเป่าหูอะไรอีกขยันใส่ไฟจังนะ บางทีกูว่ามึงควรมีแฟนสักคนดีปะชินเผื่อจะเลิกอิจฉากูสักที" มันเงียบไปอึดใจก่อนจะถอนหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่

"ถึงกูจะมีแฟนมีเมียหรือมีแม่ของลูกแล้วกูก็ไม่หายห่วงเพื่อนหรอกเว้ย เพื่อนยังไงก็คือเพื่อนจนวันตายปะวะ เออ ๆ นอนเหอะขี้เกียจเสวนากับควายโบราณอย่างมึงไอ้คนไม่เคยมีแฟนก็แบบนี้แหละ แต่มึงรู้ไว้อย่างหนึ่งเลยนะโอถ้าวันไหนโดนความรู้สึกที่มึงเรียกว่ารักเล่นงานเข้า

"ต่อให้ตอนนั้นมึงเจ็บปวดปางตายหรือต่อให้ตอนนั้นมึงจะยังยิ้มไหวก็จำไว้ว่ากูคือเพื่อนรักมึง เพื่อนรักที่พร้อมจะเจ็บพร้อมจะยิ้มไปกับมึง" ไม่มีแรงกอดแน่นขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาตำแหน่งวางแขนวางขาของมันก็ยังอยู่ที่เดิม ความปรารถนาดีหลายเรื่องจากปากมันก็ยังมีอยู่เหมือนเดิม ก่อนจะค่อย ๆ เงียบกลายเป็นเสียงกรนเบา ๆ แทน

ที่ผ่านมาไอ้เหี้ยชินมันเป็นมนุษย์ติดหมอนข้างครับเรื่องนี้ไอ้โปรดเป็นคนบอกผมเอง ฉะนั้นข้อมูลตรงนี้จึงถูกผมนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเองด้วยการรับจ้างเป็นหมอนข้างให้ทุกครั้งที่มันมานอนนี่ คืนละพันเป็นรายได้ที่สร้างความกระหยิ่มยิ้มย่องให้ผมทีเดียว แล้วเรื่องอะไรผมจะซื้อหมอนข้างมาให้มันเพื่อลดรายได้ตัวเองล่ะ หึหึ

ถึงผมจะไม่ทันสมัยแต่ผมก็ฉลาดกว่าไอ้ชินเยอะล่ะวะ แต่ความรู้สึกวันนี้สิ่งที่ได้มามากกว่าค่าหมอนข้างก็คงเป็นความอุ่นใจในเมืองใหญ่เมืองนี้ ความอุ่นใจว่าท่ามกลางความวุ่นวายจอแจของผู้คน ท่ามกลางคนนับแสนนับล้านคนอย่างน้อยผมก็ยังมีเพื่อนรักอยู่เคียงข้างให้อุ่นใจบ้างล่ะวะ และเห็นแก่มิตรภาพความเป็นเพื่อนเพราะงั้นคืนนี้ผมจะยอมขาดทุนเป็นหมอนข้างฟรี ๆ ให้มันสักคืนก็แล้วกัน

เฮ้อ! รายได้กูหายไปอีกพันเพราะคำว่าเพื่อนรักของมึงนั่นแหละไอ้ร่มกันแดดเอ๊ย!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป