บทที่ 6 ตอนที่ 3.2 หวงเพื่อน
โอ Part
"พี่โอ้เมื่อไหร่จะขอย้ายกลับมาอยู่กรุงเทพอะหรือใกล้ ๆ ก็ยังดี"
"ทำไมล่ะอย่าบอกนะว่าร้องไห้งอแงหาพี่ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วมึงจะงอแงติดพี่เหมือนตอนเป็นเด็กไม่ได้นะโอ" กินข้าวกลางวันที่โรงอาหารเสร็จปุ๊บผมก็ไม่รีรอจะคว้าโทรศัพท์ต่อสายหาคนอยู่ชายแดนปั๊บ ถึงจะรู้ว่าฝั่งที่พี่โอ้อยู่ไม่ใช่เขตพื้นที่สีแดงเหมือนสามจังหวัดทางใต้สุดของประเทศแต่ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี เพราะฝั่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องขนยาเสพติดกันไม่ลืมหูลืมตานี่นา
"ผมมีพี่ชายคนเดียวปะไม่งอแงติดพี่จะให้ไปงอแงติดใครวะ ว่าแต่พี่โอ้เหอะไม่ใช่ว่าที่ไม่ลงมากรุงเทพเป็นเพราะมีเมียอยู่ทางนั้นหรือเปล่า ไม่ให้มีนะเว้ยเดี๋ยวพี่สะใภ้มาแย่งความรักไปหมดผมยิ่งตัวคนเดียวอยู่ด้วย"
"มึงอย่ามาดรามาหน่อยเลยไอ้โอ ตัวคนดงคนเดียวที่ไหนกูโทรเข้าเบอร์ห้องดึก ๆ ทีไรไม่มีคนรับสายทุกที กูรู้ว่ามึงมันเด็กมหาลัยอาจมีเพื่อนฝูงมีไปเที่ยวกันบ้างแต่อย่าให้เสียการเรียนก็แล้วกัน อีกอย่างหนึ่งอย่าให้กูรู้ว่ามึงไปยุ่งกับเรื่องผิดกฎหมายนะไม่งั้นกูจะตัดหางปล่อยวัดให้รู้แล้วรู้รอดไป เรามีกันอยู่แค่สองคนอย่าทำให้ใจกูสลายล่ะโอ" คำพูดนี้เป็นคำพูดติดปากของพี่โอ้ตั้งแต่ผมมาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวในเมืองใหญ่
เมื่อก่อนผมอยู่กับลุงกับป้าต่างจังหวัดถึงลุงกับป้าจะไม่ค่อยพอใจที่ผมอาศัยอยู่ด้วยเท่าไหร่ แต่เป็นเพราะเงินจากพี่โอ้ที่ส่งมาทุกเดือนทำให้ปากของทั้งคู่ปิดสนิทลงในต้นเดือน และจะเปิดปากค่อนแคะอีกทีช่วงกลางเดือนยันสิ้นเดือนเป็นประจำ พี่ชายผมพอจะรู้เรื่องนี้อยู่บ้างแต่เหตุผลที่พี่บอกให้อดทนนั่นก็คือผมยังเด็กเกินไปที่พี่จะวางใจให้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง อย่างน้อยมีผู้ใหญ่ถึงจะพึ่งพาไม่ได้แต่พี่โอ้ก็สบายใจได้บ้าง
"ผมไม่ทำให้พี่ผิดหวังหรอกน่ะ ผมรู้ว่าทุกวันนี้พี่ทำเพื่อผมแค่ไหนและเพราะรู้ไงถึงอดทนรอวันที่พี่จะกลับมาอยู่ด้วยกันสักที พี่ก็เลิกปล่อยให้ผมโดดเดี่ยวสักทีเถอะวะแค่นี้แหละเข้าเรียนแล้วพรุ่งนี้จะโทรไปใหม่" ผมต้องรีบตัดสายก่อนจะแสดงความงอแงไปมากกว่านี้ พอคิดถึงไอ้พี่โอ้ทีไรน้ำตรงหางตามันซึมออกมาอีกแล้วสิ
แปะ! "คุยกับใครวะโอกูได้ยินมึงอ้อนใหญ่เหมือนจะไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นนะถ้าเป็นแบบนี้กูค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย เชื่อเถอะโอคนอย่างมึงต้องมีแฟนแบบว่ามึงจะอ้อนจะเอาแต่ใจกับเขายังไงก็ได้ ไม่ใช่มีแฟนที่มึงต้องคอยเอาใจเขาตลอดแบบเธอ" มาละ ขนาดผมแอบมาคุยอยู่หลังตึกไอ้ตัวปั่นหูยังตามมาหลอกหลอนถึงนี่ พอหันไปดูนั่นแน่ะมันมาเป็นแพ็กคู่อีกต่างหากถึงแม้ว่าคู่ของมันจะเอาแต่สูบบุหรี่ไปจ้องหน้าผมไปก็เถอะ
"สาธุ กูขอให้ปอดมึงดำ"
แปะ! "ถ้ากูปอดดำใครจะหาคนมาประเคนให้มึงครับโอ มีสมองก็คิดหน่อยสิคิดไม่ใช่สักแต่จ้องจะแช่งกูอย่างเดียว"
"ไอ้โปรดกูเจ็บ! ไอ้ตัวอันตรายไอ้คนไม่มีความเมตตาให้กับเพื่อนร่วมโลกเอะอะใช้แต่กำลังอะ ชินมึงควรสั่งสอนมันบ้างหรือไม่ก็ควรหาอะไรมามัดมือมัดตีนมันบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ระรานรังแกคนอื่นเขาไปทั่ว ฮึ กูก็เนอะไม่น่าบอกมึงให้สอนไอ้โปรดเลยในเมื่อมึงมันเป็นพวกพันธุกรรมอันตรายเหมือนกัน ยี้ไม่อยากเข้าใกล้เดี๋ยวจะเอาความจัญไรมาแปดเปื้อนกูอีก" ไอ้โปรดตั้งท่าจะดีดหน้าผากผมอีกครั้ง แต่เรื่องอะไรจะยืนโง่ให้มันแปะใส่เหมือนเมื่อกี้ล่ะเท้าสองข้างของผมถึงรีบถลาไปยืนอยู่หลังไอ้ชิน มือทั้งสองเอื้อมไปกอดรอบเอวแล้วซบหน้ากดหน้าผากลงกับหลังมันเต็มแรง
"ไอ้ตัวอันตรายมันจะตีกูอีกแล้วอะชินกูพูดความจริงแค่นี้มันก็รับไม่ได้อะมึง กูว่าเราสองคนเลิกคบมันเถอะคบไปมีแต่จะเจ็บตัวเปล่า ๆ "
"ถ้ากูเลิกคบกับมันแล้วทำให้มึงเป็นผู้เป็นคนขึ้นมากูจะตัดขาดกับไอ้โปรดทันทีเลยโอ ว่าแต่เมื่อกี้มึงคุยกับใครยังไม่ได้บอกกูเลย" คำถามไม่ยอมความของไอ้ชินสร้างความสงสัยขึ้นมาให้ผมเหมือนกันนะ ทุกครั้งมันไม่เคยตอแยถามเรื่องส่วนตัวผมขนาดนี้เลยนี่หว่า
"เด็กกูเองคนนี้กูรักมากพอใจยัง อ้อ ดูเหมือนมึงจะยังไม่พอใจงั้นกูบอกอีกนิดก็ได้คนนี้ไม่ใช่ใยบัวและกูก็รักมากกว่าใยบัวพอใจรึยังสหายถ้าพอใจแล้วไปเรียนกันเถอะ โปรดโปรเจกต์ที่อาจารย์บอกว่าจะให้จับคู่ทำส่งอาจารย์มึงจะคู่กับใครวะ เฮ้อ คงหายากหน่อยนะโปรดอย่าว่าแต่วิศวะเลยกูว่าทั้งมหาลัยก็คงไม่มีใครกล้าเป็นบัดดี้มึงหรอกเนอะชะ"
"คู่กับไอ้ชินโอเคนะ" คำตอบที่ไอ้โปรดพูดสวนออกมาทำให้ตัวผมชาจนสั่นไปหมด ไอ้เหี้ย ๆ ๆ มันเป็นแค่คำด่าที่ดังก้องอยู่ในใจแต่ไม่กล้าโพล่งออกมา ก็ไอ้หน้าตายที่ยืนสูบบุหรี่นิ้วก้อยมีแหวนเงินใส่ติดนิ้วหน้าตาพอดูได้แต่นิสัยโคตรกวนตีนมันเป็นนายจ้างผมด้วยนี่หว่า เกิดด่าไปแล้วมันเลิกจ้างผมก็ซวยเลยล่ะสิ
"ยืนตัวสั่นอะไรตรงนี้พี่โอหรือเสี้ยนบุหรี่ ท่านโปรดไม่คิดจะแบ่งบุหรี่ให้เพื่อนตัวเองบ้างเหรอครับท่านเดี๋ยวเพื่อนก็ลงแดงน้ำลายฟูมปากเป็นภาระของเฮียชินอีกหรอก"
ขวับ! "ไอ้ดิวไอ้เด็กปากหมาไอ้คนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง กูเป็นพี่มึงนะปากแม่งกรรไกรขนาดนี้สมควรจะอยู่แพ็กคู่กับไอ้โปรดแล้วล่ะปั่นจิ้งหรีดยี่สิบรอบเดี๋ยวนี้เลยปฏิบัติ" เสียงเนิบนาบท่าทางเอื่อยเฉื่อยแถมด้วยประโยคไม่กลัวตายจากเด็กปีหนึ่งน้องรหัสของไอ้โปรด ทำเอาวิญญาณพี่ว้ากเข้าสิงผมทันควัน
ถึงจะทำเสียงเข้มแค่ไหนแล้วคิดว่าน้องตัวดีของไอ้โปรดมันจะกลัวจนหัวหดเหรอ เรื่องไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็นแน่นอนเพราะตอนเจอกันคุยกันครั้งแรกมันก็มึน ๆ ใส่ผมแบบนี้แหละ อย่าว่าแต่ผมเลยขนาดไอ้โปรดที่เป็นพี่รหัสมันยังทำมึนใส่จนผมนึกว่ามันจะชะตาขาดซะแล้ว แต่มันก็อยู่รอดปลอดภัยจนผ่านพ้นการรับน้องทำให้ชื่อของไอ้ดิวถูกหมายหัวจากพี่โฬมกับไอ้ชินเพื่อปลุกปั้นให้เป็นพี่ว้ากรุ่นต่อไปทันควัน
"ไม่ซ่อมสักวันได้ไหมพี่โอ อะแลกกันให้ทั้งซองเลยยังไม่ได้แกะด้วยนะ"
หมับ! "กูจะเห็นแก่หน้าไอ้โปรดด้วยการละเว้นน้องของมันให้สักครั้งก็ได้แต่ถ้ามีครั้งหน้ามึงได้วิ่งรอบมหาลัยแน่! ฮึ ขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืดกับคนไม่เอาถ่าน ไปกันเถอะชินอย่าอยู่ใกล้มันสองคนเลยเดี๋ยวติดเชื้อไม่เอาถ่านจากมันมาด้วยกูเป็นห่วงมึงนะชิน"
"แต่ไอ้ชินมันเป็นคู่บัดดี้ของกู" ซองบุหรี่ในมือถูกผมกำแน่นด้วยกลัวว่ามือไม้จะอ่อนแรงจากคำพูดเรียบเฉยของเพื่อนเบอร์สอง ไอ้เหี้ยโปรดมันเป็นคนใจเหี้ยมจริง ๆ มันรู้ว่าผมมีไอ้ชินคนเดียวมันยังจะแย่งไปอีกอะ!
"ทำหน้าเหมือนถูกแย่งสามีเลยพี่โอ ผมแนะนำว่าอย่าไปทำหน้าตาท่าทางแบบนี้ให้ใครเห็นนะผมเป็นห่วงเฮียชินกลัวว่าจะโดนคนอื่นเข้าใจผิดจนมีมลทินไปด้วย"
"มึงอย่าไปชี้โพรงให้กระรอกแบบนั้นไอ้ดิว แค่ไอ้โอโดนพี่มันพี่ไอ้ชินแซวมาตั้งแต่ปีหนึ่งยันทุกวันนี้ก็พอแล้วอย่าไปตอกย้ำมันมากกูกลัวมันจะหวั่นไหว หึหึ" ถ้าอีโต้อยู่ในมือผมมั่นใจว่าคงได้เฉาะปากไอ้พี่น้องคู่นี้เป็นแน่ คนอะไรจะคิดเรื่องเหี้ย ๆ ได้อย่างสมานฉันท์กันแบบนี้วะ
"มึงสองคนเลิกแหย่มันได้แล้วน่ะไปเรียนกันเถอะ ส่วนไอ้ดิวอย่านิสัยเหมือนพี่มึงมากนักในคณะนี้ควรมีคนที่สังคมรังเกียจแค่พี่มึงคนเดียวก็พอ ถ้าเหมือนพี่มึงมากนักกูจะให้มึงแบกไอ้ข้าววิ่งรอบสนามยี่สิบรอบ บอกไว้ก่อนนะว่าพี่มึงก็ช่วยเคลียร์ไม่ได้หรอกกูไม่อ่อนเหมือนพี่โฬมลุงมึง" แค่ไอ้ชินเพื่อนที่แสนดีของผมเอ่ยมาแบบนี้ทุ่งหญ้าลาเวนเดอร์แสนสวยสายลมเย็นสบายก็ปรากฏตรงหน้าผมทันที
แม่งเอ๊ย! ผมช่างเป็นเด็กต่างจังหวัดแสนโชคดีจริง ๆ ที่มาเจอคนอย่างไอ้ชินแถมได้มันมาเป็นเพื่อนสนิทซะด้วย หึหึ ยังไงผมก็มั่นใจว่าตอนนี้อันดับเพื่อนรักที่ไอ้ชินจัดวางต้องเป็นผมที่เป็นมือวางอันดับหนึ่งแน่ ๆ ส่วนไอ้ตัวอันตรายอย่างไอ้โปรดน่ะเหรอไอ้โอขาใหญ่แห่งบ้านเสี้ยวมะขามป้อมคนนี้แหละจะเป็นคนเขี่ยมันให้พ้นทางเอง!
"พี่โอ พี่! "
"เฮ้ยไอ้เหี้ยตกใจหมดเลย! มึงจะแหกปากเรียกทำไมวะไอ้ดิวอยู่ใกล้กันไม่ถึงสามก้าวเนี่ย"
"ผมอุตส่าห์หวังดีถึงเรียกเพราะเห็นว่าพี่ยืนเหม่อลอยอมยิ้มอยู่คนเดียวจนท่านโปรดกับเฮียชินเดินหนีไปไกลแล้ว เฮ้อ บางทีผมก็ดีใจนะที่ตัวเองเกิดมาเป็นผู้ชายเหมือนพี่ ผมถึงโล่งใจว่าชาตินี้ตัวเองคงไม่หลงผิดเอาคนเพ้อฝันได้แม้กระทั่งกลางวันแถมยังยืนกลางแดดเปรี้ยง ๆ อย่างพี่มาเป็นเมียแน่นอน นี่ถือว่าวาสนาไข่ของผมยังดีอยู่ว่ะ" ด่าผมเนียน ๆ เสร็จไอ้เด็กปีหนึ่งหน้านิ่งก็เดินจากไปอีกคน
ริมฝีปากของผมถูกฟันคมตัวเองกัดอย่างแรงทุ่งดอกไม้แสนสวยสายลมแสนสบายถูกเตะกระเด็นทันควัน เมื่อสายตามองเห็นแต่หลังของไอ้โปรดกับคนที่ผมเพิ่งคิดว่าตัวเองโชคดีที่มีมันเป็นเพื่อนสนิทเดินห่างออกไปไกลทุกที มิหนำซ้ำขาตัวเองเสือกยืนตัวแข็งให้น้องไอ้โปรดค่อนแคะอยู่ได้ตั้งนาน
แม่งเว้ย! กูจะจำพวกมึงสามคนเอาไว้ตลอดชีวิตกูเลย จำไว้ว่ากูถูกพวกมึงสามคนทิ้งไว้กลางทางไอ้พวกเหี้ย!
ตั้งแต่เมื่อวานที่โดนไอ้สามตัวนั้นเดินจากไปจนถึงตอนนี้ผมก็ยังเชิดหน้าไม่คุยกับพวกมันสักตัว แม้แต่ไอ้ดิวที่เมื่อเช้าอยู่ดี ๆ ก็ซื้อก๋วยเตี๋ยวมาให้ผมถึงโต๊ะในโรงอาหารก็เถอะผมก็รับมาแค่ก๋วยเตี๋ยวแต่ไม่ปรายตามองมันให้เสียเวลาหรอก ส่วนไอ้สองหน่อลูกพี่ลูกน้องตัวอันตรายนั้นอย่าพูดถึงเลยแม้จะเฉียดใกล้ผมยังไม่เฉียดสักนิดก็ใครใช้ให้มันพากันเทผมไว้ข้างทางกันล่ะ
"เป้มึงมีบัดดี้โปรเจกต์อาจารย์คิ้มรึยัง"
"ยัง ถามทำไมอย่าบอกนะว่ามึงจะแท็กทีมกับกูน่ะ" เมื่ออาจารย์เดินออกจากห้องคนที่ผมหันไปให้ความสนใจก็คือไอ้เป้เพื่อนอีกคนที่นั่งข้างกันอยู่บ่อยครั้ง ไอ้เป้คือผู้ชายรูปร่างผอมมากแต่ตัวสูงมากเช่นกันน่าจะสูงกว่าไอ้โปรดด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่มันมีแล้วไอ้โปรดไม่มีนั่นก็คือรังสีความเป็นมิตรถึงจะแอบกวนตีนเล็ก ๆ อยู่บ้างก็ตาม
"อือ มึงมีคู่ยังล่ะถ้าไม่มีมาจับคู่กับกูไหมไปทำห้องกูก็ได้"
"อ้าวแล้วไอ้ชินล่ะ ปกติเห็นมึงสองคนตัวติดกันอย่างกับอะไรดีถ้ามึงคู่กับกูแล้วไอ้ชินมันจะคู่กับใคร" หางตาผมเหลือบไปทางด้านหลังตัวเองเล็กน้อยแต่ถึงจะแค่เหลือบตามองก็เห็นว่าไอ้สองตัวนั้นยังนั่งมองผมใหญ่เลย โดยเฉพาะไอ้ตัวที่ไอ้เป้พาดพิงมันถึงกับลุกขึ้นยืนมือเท้าเอวจ้องมาทางผมอย่างกับจะหาเรื่องตีกันซะงั้น
"มันก็คู่กับเพื่อนรักมันไงที่นั่งอยู่ด้วยกันนั่นน่ะ ไม่ต้องไปสนใจมันหรอกตกลงมึงคู่กับกูแค่นั้นจบปะเย็นนี้กูเลี้ยงกะเพราหมูกรอบแถมไข่ดาวให้ด้วยเลย หอมึงอยู่ไหนอะไกลจากมหาลัยมากปะถ้าไกลมากช่วงที่ทำโปรเจกต์มึงมานอนกับกูก็ได้นะเป้"
โครม! "เอาที่มึงสบายใจก็แล้วกัน" สัสเอ๊ย! เสียงโครมเกิดจากการที่ไอ้ชินถีบเก้าอี้ของผมก่อนจะคว้ากระเป๋าเป้ของมันแล้วเดินผ่านหน้าไป แต่เป็นผมเองที่รีบยื่นเท้าไปพาดโต๊ะอีกตัวเพื่อสกัดมันไว้โดยอัตโนมัติ
"หลีกไปถ้าไม่หลีกกูถีบจริง ๆ "
"ไอ้ชินมันงอนที่มึงจะมีคนอื่นเป็นคู่บัดดี้น่ะโอ เฮ้อ โอเคตกลงกูฉายเดี่ยวก็ได้มึงสองคนจะได้รู้สึกว่าไม่มีมือที่สามยังไงล่ะ ระวังเถอะหวงเพื่อนกันไปงอนเพื่อนกันมาระวังจะแดกเพื่อนกันเอง" ไอ้โปรดโพล่งคำชวนอ้วกออกมาหน้าตาเฉยแล้วมันก็เดินชนขาผมจนตัวเซไปหน้าตาเฉยเช่นกัน ไอ้ห่านี่เอ๊ย! ถ้าไม่ติดว่าจะหลอกคบเพื่อไถบุหรี่นะผมไม่คบกับมันให้มีมลทินหรอก
"กูจะกลับแล้ว มึงจะกลับพร้อมไอ้เป้คู่บัดดี้ก็ตามใจนะ"
หมับ! "ไม่เอา! ถึงตัวตายกูก็ไม่ยอมทิ้งเพื่อนหรอกสำหรับกูเพื่อนรักต้องมาก่อนทุกเรื่องแม้กระทั่งเรื่องหญิง โทษทีนะเป้เรื่องเมื่อกี้แคนเซิลก็แล้วกันถ้ากูจับคู่กับมึงเดี๋ยวไอ้ชินมันจะน้อยใจจนกินยาตายอีก เฮ้อ มันเพื่อนน้อยไม่มีใครคบก็แบบนี้แหละถ้าไม่มีกูสักคนมันคงใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่แบบนี้ลำบาก ไปเถอะชินจังเดี๋ยวคืนนี้กูจะพาไปกินเหล้าร้านไอ้โปรดแต่มึงเลี้ยงนะ" สัมภาระทุกอย่างถูกผมรวบตึงใส่ในกระเป๋าลวก ๆ แขนขวายกขึ้นพาดไหล่เพื่อนรักตัวโตแต่ใจน้อยเอาไว้พร้อมกับรั้งให้เดินตามไปด้วยกัน
ขืนปล่อยมันให้กลับคนเดียวเดี๋ยวจะงอนจะหวงเพื่อนอย่างคำไอ้โปรดอีก ไม่ได้สิเพื่อนรักยิ่งมีน้อยผมต้องใช้สอยอย่างประหยัดที่สุดล่ะครับ
