บทที่ 7 ตอนที่ 4.1 หวงมากกว่าคำว่าหวง
ชิน Part
"อยู่นี่เองกูหาตั้งนานโทรศัพท์ก็เสือกปิดอีกต่างหาก มึงลุกมาคุยกับกูหน่อยชิน" ประโยคบอกเล่าแฝงด้วยคำสั่งจากคนที่มีศักดิ์เป็นลุงรหัสในสายมันชวนให้น่าสงสัยไม่ใช่น้อย ก็ตอนนี้พี่น้ำน่าจะกำลังวุ่นวายอยู่กับโปรเจกต์จบไม่ใช่เหรอวะ ผมเห็นพี่ปีสี่หน้ามันหัวฟูอุดอู้อยู่กับโปรเจกต์จบจนไม่เห็นเดือนเห็นตะวันแทบทุกคนนี่หว่า
"จะนั่งงงอะไรนักหนาชินไอ้น้ำมันยืนเท้าเอวกดดันมึงอยู่นั่นน่ะ" ถึงผมจะไม่ค่อยใส่ใจอะไรกับรุ่นพี่รุ่นน้องแต่ก็ไม่ใช่คนไม่รู้จักสัมมาคารวะจนเรียกรุ่นพี่ของตัวเองว่าไอ้เหมือนคนข้าง ๆ หรอก
"มึงนั่งคิดหาวิธีทวงหนี้ลูกค้าน้าอรรคแบบละมุนละม่อมรอกูตรงนี้ก่อนนะโปรด วันนี้กูติดรถกลับบ้านด้วย"
พลั่ก! "เสือก! " คำสั้น ๆ จากลูกพี่ลูกน้องที่ไม่มีการตอบรับหรือปฏิเสธในคำพูดของผมมันชวนให้ขำเสียจริง ถึงจะซุ่มทำเรื่องเกินคำสั่งพ่อของมันอย่างเงียบเชียบขนาดไหนแต่ผมเป็นลูกพี่ลูกน้องมันนะรั้วบ้านก็ใช้รั้วเดียวกันเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก แค่แววตามันเต้นระริกก็รู้แล้วว่าต้องมีอะไรให้มันเล่นสนุกอีกแน่นอน ส่วนบรรดาลูกหนี้ที่ว่าผมก็ได้รับข่าวสารจากไอ้โอจอมเสือกนั่นแหละรายนี้รับจ๊อบทำบัญชีให้ไอ้โปรดอีกที วีรกรรมเรื่องนิ้วละหมื่นที่ไอ้โปรดสร้างกับลูกหนี้ของมันแต่ละคนถึงถูกไอ้โอสาวไส้มาให้ผมฟังอยู่บ่อยครั้ง
"มีอะไรพี่น้ำ"
"มี เรื่องเพื่อนสนิทมึงน่ะ" ใต้ต้นหูกวางหลังตึกคณะวิศวะไม่ห่างจากโต๊ะหินที่ไอ้โปรดนั่งสักเท่าไหร่ พี่น้ำลุงรหัสที่บุคลิกเงียบ ๆ ตั้งแต่ผมอยู่ปีหนึ่งจนขึ้นปีสองและเพิ่งผ่านพ้นการรับน้องไปไม่นานนี้เอง ก็เอ่ยถึงเพื่อนสนิทของผมขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
และคำว่าเพื่อนสนิทนั้นทำให้ผมอดหันไปหาไอ้โปรดไม่ได้หรือมันไปสร้างเรื่องอะไรขึ้นมาอีกวะ เป็นที่รู้กันว่าไอ้โปรดกับรุ่นพี่แทบจะทุกคนไม่กินเส้นกันและแทบจะทุกคนที่ผมพูดถึงก็ไม่มีใครกล้าบวกกับมันสักคน เนื่องจากตอนปีหนึ่งมันเคยแจกมือแจกตีนให้รุ่นพี่ที่กะจะข่มมันจนนอนหยอดน้ำข้าวต้มกันเป็นระนาว จากนั้นฉายาท่านโปรดถึงได้ถือกำเนิดขึ้นจนอดหัวเราะไม่ได้
"ไม่ใช่เพื่อนคนนั้นแต่เป็นเพื่อนอีกคนที่วันนี้กูยังไม่เห็นหัวมัน ไอ้คนเพี้ยน ๆ บ้า ๆ เหมือนพี่รหัสมัน อ้อคนที่แลกลิ้นกับมึงตอนรับน้องปีที่แล้วน่ะ" ถ้าพูดถึงขนาดนี้ผมมั่นใจว่าพี่น้ำแกจำชื่อไอ้โอได้แหละแต่เสือกจะกวนตีนกูไง
"พี่ถามหาน้องพี่ฟ้าทำไมวะหรือมันกับพี่ฟ้าไปสร้างปัญหาอะไรกันอีก" ในเมื่อพี่น้ำกวนตีนมาผมก็กวนตีนกลับด้วยการเอ่ยถึงพี่ฟ้าทันควัน
ที่หยิบยกพี่ฟ้าขึ้นมาผมไม่ได้คิดลึกอะไรมากมายหรอกก็แค่พูดกำกวมตามไอ้โอไปแบบนั้น เพราะไอ้นี่มันขยันเป่าหูผมเกือบทุกวันว่าพี่น้ำกับพี่ฟ้าต้องมีอะไรเบื้องหน้าเบื้องหลังกันแน่นอน แต่แววตานิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านกับคำแซะของผมทำให้อยากจะรีบกลับไปตะโกนใส่หูเพื่อนสนิทอีกคนเสียจริงว่าสิ่งที่มึงฝังใจคิดตั้งแต่ปีหนึ่งน่ะมันผิดหมดเว้ย คู่นี้ไม่ได้แดกกันเหมือนที่มึงเสี้ยมให้กูคิดหรอกไอ้เพ้อเจ้อ!
"กูว่ามึงควรเอาเวลาไปตักเตือนเพื่อนสนิทมากกว่าจะฟังมันบ้าบอไปวัน ๆ มึงรู้จักผู้หญิงที่มันกำลังคบอยู่ด้วยตอนนี้ไหมที่อยู่อักษรน่ะ"
"อ๋อใยบัวเคยเจอสองสามครั้งมีอะไรวะพี่" ใบหน้าของดาวคณะอักษรปีที่แล้วแทรกเข้ามาในความคิด เมื่อหลายเดือนก่อนผู้หญิงคนนี้กับเพื่อนของเธอไปเที่ยวที่ร้านไอ้โปรดแล้วเจอไอ้โอเข้า รายนั้นพอเขาส่งยิ้มมามันก็รีบตาลีตาเหลือกไปทำความรู้จักกับเขาแล้วสานต่อจนเหมือนว่าจะคบหากันอยู่ล่ะมั้ง
"มึงรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเด็กใคร"
"พอรู้มาบ้าง ถ้าพี่จะให้ผมไปเตือนมันเรื่องนี้บอกก่อนเลยว่าผมกับไอ้โปรดเคยสะกิดมันแล้วแต่มันไม่ฟังจนผมก็หมดปัญญาเหมือนกัน"
"มึงบอกมันตรง ๆ หรือเปล่าล่ะ ดูท่าทางมันอาจจะโง่ไปหน่อยแต่ไม่ได้ถึงกับไม่รักตัวเองอะไรขนาดนั้นนะ อีกอย่างกูเห็นมันตามมึงกับไอ้โปรดต้อย ๆ ถ้ามึงสองคนบอกไปตามตรงมันคงชะงักบ้างนอกจากว่ามึงสองคนนั่นแหละที่กลัวเพื่อนจะเสียใจจนไม่กล้าพูดตรง ๆ มากกว่า" คำกล่าวหาของน้ำเป็นเรื่องที่ผมไม่กล้าปฏิเสธออกมาเลย
ถึงผมกับไอ้โปรดจะดูไม่แคร์ความรู้สึกคนอื่นไม่สนใจว่าใครคิดอะไร แต่กับไอ้โอแม้ว่าจะเพิ่งคบกันได้แค่ปีกว่าผมกับไอ้โปรดก็คิดว่ามันเป็นเพื่อนคนหนึ่ง ยิ่งไอ้โปรดไปขุดคุ้ยประวัติมันก่อนที่จะให้มาช่วยทำบัญชีเป็นงานพาร์ทไทม์ ความเป็นไปเป็นมาของไอ้โอยิ่งทำให้ผมเห็นใจจนอยากดูแลช่วยเหลือมันในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง
เพื่อนที่ไม่มีวันจะทิ้งให้เพื่อนเดียวดายอีกเด็ดขาด พอคิดว่ามันเป็นเพื่อนคนสำคัญอะไรก็ตามที่จะกระทบความรู้สึกของเพื่อนสนิทคนนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมต้องคิดแล้วคิดอีก คิดจนบางครั้งไม่กล้าบอกในสิ่งที่ตัวเองรู้เพราะกลัวว่าเพื่อนจะเสียใจ เนื่องจากผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกที่ผมเห็นมันแสดงความต้องการว่าอยากสานสัมพันธ์อย่างจริงจังนี่หว่า
"ดูท่าทางก็รู้ว่าคงไม่บอกไอ้โอว่าเรื่องราวเป็นมายังไงล่ะสิ มึงต้องรีบเตือนให้มันถอนตัวออกมานะไอ้ชิน นี่กูเห็นว่าเป็นรุ่นน้องในคณะอีกอย่างเป็นเพื่อนสนิทของมึงหรอกถึงมาบอกน่ะ ยังไงก็ไปบอกมันด้วยแล้วกันเดี๋ยวจะเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมา กูกลับก่อนมีงานรออยู่เพียบ" พี่น้ำเดินหน้ามุ่ยผ่านจุดที่ไอ้โปรดนั่งอยู่มือขวายกมาคว้าบุหรี่ที่ไอ้โปรดยื่นให้ ทั้งสองคนหยุดคุยอะไรบางอย่างก่อนจะเดินจากไป คิ้วเข้มของไอ้โปรดขมวดรอรับผมที่เดินกลับไปนั่งกับมันต่อให้มันไม่อ้าปากถามผมก็รู้ว่ามันคาใจเรื่องอะไรอยู่
"มึงจัดการเองเลยชิน มึงนอนกกมันเกือบทุกวันก็หลับหูหลับตาบอกมันไป มัวแต่รักษาน้ำใจมันอยู่ได้เดี๋ยวเถอะตื่นมาจะได้อ่านข่าวเพื่อนรักของมึงหายตัวลึกลับเจออีกทีเสือกโดนยัดในถุงปุ๋ย"
"แต่กูว่าคนที่มีแรงต้านทานพฤติกรรมบ้าบอเพ้อเจ้อเพี้ยนระดับสิบแบบนี้น่าจะเป็นมึงมากกว่านะโปรด ก็ไอ้โยเพื่อนหมอของมึงมันทรงเดียวกับไอ้โอไม่ใช่เหรอเพราะงั้นมึงน่าจะคุยกับมันรู้เรื่องมากกว่ากู ฉะนั้นมึงนั่นแหละต้องบอกมันเอง" คือไอ้โปรดเนี่ยถึงจะเรียนวิศวะแต่มันก็มีเพื่อนสนิทเรียนหมอนะมีหลายคนด้วย และคนที่ไม่น่าจะเรียนหมอได้อย่างไอ้โยหนึ่งในเพื่อนสนิทของมันก็มีความอัปรีย์ไม่แพ้ไอ้โอเท่าไหร่ ผมถึงยุให้ไอ้โปรดเป็นคนจัดการเรื่องไอ้โอเอง กับไอ้โอผมไม่กล้าทำให้มันเสียใจหรอก ดูภายนอกมันอาจจะบ้าบอคอแตกไม่สนโลกไปวัน ๆ แต่ลึก ๆ แล้วมันขี้เหงาโดดเดี่ยวกว่าที่ตาเห็นเยอะ
"แต่ชีวิตกูมีคนไร้ประโยชน์อย่างไอ้โยคนเดียวเส้นเลือดในสมองกูก็จะแตกอยู่แล้ว เพราะงั้นเรื่องของไอ้โอมึงรับไปก็แล้วกัน ตามนี้" จบคำว่าตามนี้ เพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งลูกพี่ลูกน้องก็ยกโทรศัพท์มาคุยเรื่องตามเก็บลูกหนี้ของมันเป็นการตัดบท
แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากถอนหายใจและคิดหาคำพูดอะไรที่เบาที่สุด คำปลอบใจประโยคไหนที่น่าจะใช้ได้ที่สุดเพื่อจะได้ใช้งานกับเพื่อนรักอีกคนโดยที่มันจะเสียใจน้อยที่สุด เอาวะเป็นไงเป็นกันให้มันเสียใจดีกว่าให้มันไปอยู่ในถุงปุ๋ย ถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมาคนเสียใจก็จะเป็นผมเอง
"มึงแดกเหล้าไปด้วยทำงานให้ไอ้โปรดไปด้วยเมื่อไหร่จะเสร็จวะโอ ไม่ใช่ว่าเมาจนบวกผิดบวกถูกล่ะระวังเถอะถ้ายอดไม่ตรงกันมันจะให้พี่พุมาตัดนิ้วมึง"
ป๊าบ! "ไอ้ปากไม่สร้างสรรค์ไอ้ปากไม่มีจรรยาบรรณใครสั่งใครสอนให้มึงเอาเรื่องที่เรานินทาชาวบ้านมาพูดขู่กูหา! แม่งกวนตีนสุดขีดแบบนี้มึงมาทำเองเลยมากูไม่มีอารมณ์แล้วกูงอน! " มันพูดว่างอนพร้อมกับวางปากกาเพื่อยกแก้วน้ำสีเหลืองเข้มกระดกลงคออึกใหญ่
ภายในห้องทำงานของหนึ่งในคลับน้าอรรคซึ่งตั้งอยู่ย่านชานเมือง ตอนนี้มีนักศึกษาชั้นปีที่สองนั่งทำหน้าง้ำแต่มือขยันยกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นมากระดก แทนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานเหมือนตอนเจ้าของร้านมาคุมเองทำให้ผมเอือมระอาขึ้นมา
ถ้าไอ้โปรดหรือพี่บัญชาอยู่ด้วยนะไอ้โอไม่มีวันจะแสดงความขี้เกียจหาแต่เรื่องดื่มฟรีให้สองคนนั้นเห็นหรอก แต่ถึงสองคนนั้นจะเห็นก็คงไม่มีใครห้ามปรามอะไร เพราะต่อให้มันเมาแค่ไหนแต่อย่างหนึ่งที่ไอ้โอมีมาเสมอตั้งแต่ทำงานกับไอ้โปรดนั่นก็คือความรับผิดชอบ งานทุกอย่างที่ขึ้นอยู่กับมันต้องเสร็จเรียบร้อยและไม่เคยผิดพลาดแม้แต่สตางค์แดงเดียว นิสัยในข้อนี้ช่างเป็นอะไรที่แตกต่างกับเรื่องเรียนซะเหลือเกิน
หมับ! "อย่าขี้งอนนักสิวะเอะอะงอนแบบนี้ตลอดมึงจะมีแฟนได้ยังไง กูว่ามึงเลิกคุยกับผู้หญิงคนนั้นเถอะคุยไปก็เสียเวลาเปล่า ๆ ดูแล้วเธอไม่น่าจะเป็นคนชอบง้อคนเสียด้วยสิ"
"อีกละวันนี้มึงเอาความขี้งอนของกูมาเสี้ยมเลยเหรอชิน ควายเนอะมึงอะคิดไปได้ว่ากูจะทำนิสัยงอแงใส่ใยบัว เราเป็นผู้ชายนะเว้ยเรื่องอะไรจะงอแงใส่ผู้หญิงกูจะเก็บทุกความงอแงงี่เง่าของกูมาลงกับมึงต่างหาก" ผลัวะ! พอความคิดด้านมืดถูกโพล่งออกจากปากเจ้าของฝ่ามือผมก็ยกมาลูบหัวมันอย่างรักใคร่ทันควัน แต่คงหนักมือไปหน่อยเพราะเสียงดังฟังชัดแถมคนโดนยังหน้าคะมำเกือบจูบกับโต๊ะทำงานซะแล้ว และอะไรไม่สำคัญเท่ากับเหล้าในมือของมันหกใส่แฟ้มปึกใหญ่จนมันนั่งนิ่งอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น เป็นผมเองที่รีบยกแฟ้มขึ้นไล่น้ำออกไปแต่ถึงยังไงก็เปียกอยู่ดีเพราะไอ้ขี้เมามันเพิ่งชงไม่ทันได้ยกดื่มเสียด้วยสิ
"อะ ไอ้เหี้ยไอ้สัสชิน! มึงรู้ไหมว่ากูใช้เวลาทำนานเท่าไหร่ ไอ้เหี้ยกูจะร้องไห้แล้วนะทำไมมึงทำกับกูแบบนี้วะ ฮึก ไอ้โปรดเล่นงานกูแน่มันยิ่งซาดิสม์อยู่ด้วยเกิดมันบ้าให้กูทำใหม่แล้วส่งมันวันพรุ่งนี้กูจะทำยังไง! "
"จุ๊ ๆ ไม่เอาไม่แหกปากสิวะเดี๋ยวมึงก็บ่นเจ็บคออีก ขอโทษ ๆ กูเอาไปเป่าให้นะเดี๋ยวเป่าก็แห้งแล้วเนี่ยมึงจะตาแดงทำไม โอไม่กัดเล็บสิวะไอ้โอกูบอกว่าอย่ากัดเล็บ! "
"เออไอ้ควายไอ้ตัวหายนะกูเกลียดมึง! " เพราะมันยืนตาแดงกัดเล็บตัวเองจนน่ากลัวว่าจะได้เลือดผมถึงตวาดออกไป แต่พอเสียงดังใส่มันก็ยิ่งแหกปากสวนกลับมาก่อนจะเดินตึงตังออกไป ทิ้งผมไว้กับกองเอกสารเปื้อนหมึกเนื่องจากโดนเหล้าหกใส่ไปเต็ม ๆ
ตรู๊ด ๆ ๆ "มีอะไรกูกำลังยุ่งอยู่"
"ยุ่งมากนะโปรดยุ่งจนกูได้ยินเสียงครางซี้ดซ้าดน่ะ บัญชีของเดือนกรกฎามึงรีบใช้ไหมเมื่อกี้กูทำเหล้าหกใส่เปียกหมดว่ะ" เสียงกิจกรรมยุ่ง ๆ ของไอ้โปรดเงียบไปก่อนจะมีเสียงดังกุกกักจากปลายสาย
"ไอ้โอไม่เซฟงานไว้เหรอวะ"
"มันยังทำไม่เสร็จไงเลยยังไม่ได้ลงคอมกูดูแล้วเหลืออีกสองร้านจะเสร็จแต่กูดันทำเปียกซะก่อน ถ้าไม่รีบเดี๋ยวกูทำให้แต่ถ้ารีบมึงก็เอาไปทำเองแล้วไม่ต้องไปถามอะไรมันล่ะ" เสียงหัวเราะเบา ๆ จากคู่สนทนาชวนให้ฝ่าเท้าผมกระดิกคันยิก ๆ เลยทีเดียว
"แล้วมึงบอกเรื่องนั้นกับมันรึยัง"
"กูกำลังจะบอกแต่วันนี้คงยังไม่ได้บอกว่ะ" ปัญหาเรื่องนี้ยังไม่จบปัญหาเรื่องนั้นก็ถูกซักถามมาจากไอ้โปรดทำให้ผมเริ่มจะปวดหัวขึ้นมาอีกครั้ง กูควรพามึงไปดูตอนเขาเอากันเลยดีไหมโอจะได้จบ ๆ ไป
"เสียงหงุดหงิดแบบนี้โดนเพื่อนรักของมึงงอนมาล่ะสิ ทิ้งเอกสารไว้แบบนั้นแหละเดี๋ยวกูให้พี่บัญชาจัดการเองส่วนมึงก็ไปง้อไอ้โอเถอะ อย่าปล่อยให้คนบ้างอนนานไม่งั้นคนที่จะปวดประสาทก็คือมึงเชื่อเถอะกูโดนไอ้โยทำบ่อยจนชินแล้ว"
"เฮ้อ นี่ขนาดมันเป็นแค่เพื่อนไม่ใช่เมียนะทำไมกูต้องเทคแคร์ขนาดนี้วะเนี่ย ไอ้ฉิบหายกูอยากจะเนรเทศตัวเองออกจากตำแหน่งเพื่อนรักของมันซะแล้ว เมื่อก่อนตอนรู้จักใหม่ ๆ มันก็แค่เด็กต่างจังหวัดดูเซ่อ ๆ เด๋อ ๆ โง่ ๆ เชย ๆ ไม่เห็นงี่เง่ามีปัญหาเยอะแบบนี้เลยว่ะกูยังคิดจะหลอกใช้ให้มันทำงานแทนอยู่เลย แต่พอเริ่มสนิทกันแม่งเยอะขึ้นทุกวันจนชักจะรำคาญไม่อยากเป็นเพื่อนกับมันแล้วเนี่ย" ปัง! สะดุ้งสุดตัวก็คืออาการผมตอนนี้ เมื่อหันไปทางประตูห้องทำงานที่ถูกกระแทกเสียงดังปังใหญ่เมื่อกี้แล้วไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือของใคร
"สัสเอ๊ย! ไอ้โอเสือกมาได้ยินพอดี แค่นี้ก่อนนะโปรด"
"เออแต่กูขอพูดหน่อยนะชิน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ของเพื่อนหรือความสัมพันธ์ของคนรักถ้ามึงยอมรับตัวตนเขาไม่ได้กูว่าอย่าสนิทสนมกันเลยว่ะ รักษาระดับความสนิทใจไว้แค่นี้ก่อนที่มึงจะไม่เหลือแม้แต่คำว่าเพื่อนดีกว่า เพราะเพื่อนน่ะต่อให้มันเรื่องมากปากดีงอแงงี่เง่าปัญหาเยอะแค่ไหน เหตุผลทุกสิ่งทุกอย่างในเชิงลบจะไม่มีผลกระทบกับเราเลยถ้าเราคิดว่ามันเป็นเพื่อนจริง ๆ คำว่าเพื่อนมันเปราะบางมากกว่าคนรักแต่มันก็ยั่งยืนมากกว่าคนรัก เพราะงั้นในชีวิตกูถึงเลือกจะมีคนสำคัญที่เป็นเพื่อนมากกว่าจะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในรูปแบบคนรักยังไงล่ะ
"การมีเพื่อนดี ๆ สักคนไม่ได้มีกันง่าย ๆ แต่ถ้ามีแล้วก็ต้องรักษาน้ำใจกันหน่อย เพราะถ้ากูเป็นไอ้โอคนที่ได้ฟังประโยคเมื่อกี้ของมึงกูก็คงอยากเลิกคบกับมึงเหมือนกัน" น้ำเสียงราบเรียบของไอ้โปรดไม่ได้บ่งบอกถึงอารมณ์พอใจหรือไม่พอใจกับสิ่งที่ผมพูดถึงไอ้โอเมื่อกี้ แต่สิ่งที่ผมหยุดคิดได้จากคำกล่าวของมันก็คือถ้าไอ้โปรดหรือไอ้โอพูดกับผมแบบนี้ผมเองก็คงเสียใจไม่ต่างกัน
