บทที่ 8 ตอนที่ 4.2 หวงมากกว่าคำว่าหวง

ชิน Part

"พี่ชินหอบอะไรมาอะเต็มแขนเลย ไหนขอดูหน่อย"

"อย่าจับไอ้ข้าวถ้ามึงจับกูจะสั่งซ่อม ว่าแต่เห็นพี่มึงบ้างไหมกูหาเกือบทั้งตึกแล้วโรงอาหารก็หาแล้วยังไม่เจอว่ะ ป้าที่อพาร์ตเมนต์บอกว่ามันออกมาแล้วนี่หว่า" ไอ้ข้าวเด็กปีหนึ่งตัวเล็กหน้าหวานไม่แพ้พี่ฟ้าซึ่งเป็นลุงรหัสทำหน้าเบ้กับคำว่าซ่อมของผม แต่มันยังชะโงกหัวมาดูของที่ผมหอบอยู่เต็มแขน อยากรู้อยากเห็นเหมือนกันทั้งพี่ทั้งน้องชะมัดไอ้โอก็เป็นแบบนี้เหมือนกันมันชอบเสือกเรื่องชาวบ้านจนผมยอมใจ

"เห็นหลังไว ๆ ไปทางตึกอักษรอะพี่ โหพี่ชินกลัวแดดมากถึงกับพกร่มมาด้วยเลยเหรอ นี่ทุเรียนปะกลิ่นแบบนี้ทุเรียนแหงขอชิมบ้างสิพี่ มาเป็นน้องพี่โอหลานพี่ฟ้าแล้วชะตาโคตรอดอยากเลยส่วนพี่เวย์ไม่ต้องพูดถึงห่างเหินจนผมใจหวิว" เห็นหน้าจ๋อยของมันก็อยากจะแบ่งผลไม้ในกล่องโฟมกล่องใหญ่ให้มันสักพูสองพูอยู่หรอกแต่นี่มันของที่ผมเอามาง้อไอ้โอนี่หว่า คลุกคลีกันมาปีกว่าผมก็พอจะรู้ว่ามันชอบอะไรไม่ชอบอะไรบ้างแหละ

"ไว้กูเลี้ยงทีหลังก็แล้วกัน อันนี้ของพี่มึง" หน้าตาผิดหวังสุดขีดของไอ้ข้าวไม่ได้ทำให้ผมหยุดสนใจมองมันมากเท่าไหร่ นอกจากเร่งฝีเท้าตัวเองไปทางคณะอักษรตามคำบอกเล่าของไอ้ข้าว ในใจก่นด่าถึงความโง่เง่าของเพื่อนรักที่ตัวเองลงทุนซื้อของชอบของมันหลายอย่างเพื่อเอามาง้อ แต่ดูเจ้าตัวสิเสือกทำตัวเป็นแมงเม่าจ้องแต่จะบินเข้ากองไฟอยู่เรื่อย ประเด็นคือไอ้โอมันเป็นคนซื่อและความซื่อของมันทำให้ผมต้องเร่งบอกสาเหตุของการไม่ปลื้มผู้หญิงคนนั้นให้มันฟังโดยเร็วที่สุด

"โทษทีเห็นไอ้โอบ้างไหม"

"โอไหนล่ะเราไม่รู้จัก" เมื่อขาทั้งสองข้างก้าวไปเหยียบคณะอักษรศาสตร์ คณะอันขึ้นชื่อว่ามีนักศึกษาหญิงสวยที่สุดในมหาวิทยาลัยสายตาผมก็รีบกวาดมองหาเป้าหมายทันควัน แต่มันกว้างปะวะโทรศัพท์ก็ไม่เปิดแล้วกูจะตามตัวมึงที่ไหนเนี่ย เงาหัวจะหลุดเข้าไปทุกวันละยังไม่รู้ตัวอีกไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย!

"โอที่เรียนวิศวะปีสองน่ะ อ้อ คนที่มาหาผู้หญิงชื่อใยบัวบ่อย ๆ "

"อ๋อ คนผอม ๆ พูดเก่งยิ้มเก่งนั่นเองเมื่อกี้เราเห็นอยู่กับใยบัวพากันเดินไปทางโรงอาหารน่ะ นายชื่อชินใช่ไหมเราชื่อก้อยนะอยู่ปีสองเหมือนกัน" คำแนะนำตัวกับท่าทีแสดงความอยากเจริญสัมพันธไมตรีของผู้หญิงตรงหน้าไม่มีความน่าสานต่อสักนิด คนแบบนี้มีเยอะครับไปนั่งร้านไอ้โปรดไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เจอแล้ว และเพราะไม่อยากสานต่อถึงไม่ตอบอะไรกลับไปนอกจากหันเป้าหมายไปทางโรงอาหารของคณะอักษรทันควัน สัสโอ! กูอุตส่าห์เดินหาเป็นชั่วโมงเพื่อจะง้อมึงเนี่ย ถ้ายังเล่นตัวอยู่นะกูตัดขาดความเป็นเพื่อนจริง ๆ พอรู้ตัวอยู่หรอกว่าผมผิดแต่เพื่อนก็คือเพื่อนปะวะจะให้มาตามง้ออะไรกันนักหนา

"กรี๊ด นั่นชินวิศวะนี่ทำไมมาที่นี่ได้อะ"

"นั่นสิตั้งแต่เรียนฉันยังไม่เคยเห็นชินมานี่เลยสักครั้ง อุ๊ย หอบอะไรมาด้วยไม่ใช่ว่าชินจีบผู้หญิงคณะเราอยู่นะชินจีบใครอะเธอ" ทุกก้าวที่เดินเข้าไปในโรงอาหารพอจะมีเสียงเซ็งแซ่จากคนรอบข้างให้ได้ยินอยู่บ้าง แต่ความสนใจของผมมีเพียงเป้าหมายเดียวนั่นก็คือ เพื่อนสนิทที่ตัวเองหลุดปากเอ่ยคำไม่ดีออกไปจนเจ้าตัวมาได้ยินเข้า และเป้าหมายก็อยู่ไม่ไกลจากที่ผมยืนมากนัก

แต่การกระทำของมันตอนนี้สิทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้เหี้ยโอแม่งกวนตีนนึกว่าจะมาคนเดียวแต่มันกลับพกไอ้เป้มาด้วย คือถ้ามันจะมาจีบหญิงผมพอเข้าใจอยู่แต่จะพกไอ้เป้มาด้วยทำไมวะเรื่องนี้ผมไม่เข้าใจและไม่อยากเข้าใจด้วย ผมเป็นเพื่อนสนิทมันนะถึงจะโกรธกันเคืองกันแต่มันไม่ควรไปสนิทกับคนอื่นปะแบบนี้มันจุกยิ่งกว่าตอนที่แฟนไปมีกิ๊กอีก

ถึงไม่เคยมีแฟนแต่พอเดาได้ว่ามันน่าจะจุกกว่ากันอยู่แล้วเพราะเพื่อนรักกำลังจะไปมีเพื่อนสนิทคนใหม่เป็นใครใครก็เคือง นี่คืออาการหวงเพื่อนผมรู้ดีและไอ้โอก็เป็นเพื่อนที่ผมหวงมากยิ่งกว่าคำว่าหวง มันยิ่งซื่อบื้อตามคนไม่ทันโก๊ะ ๆ เซ่อซ่าอยู่ด้วย เกิดไปเจอเพื่อนไม่ดีพามันไปในทางไม่ดีมันต้องเดินหลงทางจนเสียผู้เสียคนแน่นอน

"แก ๆ นั่นชินที่เป็นเพื่อนท่านโปรดใช่ไหมชินวิศวะโยธาน่ะมาหาใครอะแก"

"ฉันว่าต้องเป็นใยบัวแหงเดินดุ่ม ๆ ไปหาแล้วนั่นไง"

เคร้ง! "อุ๊ย! "

"เฮ้ย! อ้าวทำเหี้ยอะไรวะชินน้ำหกหมดแล้วเนี่ยมึงนี่ชอบจังเลยนะเรื่องการทำข้าวของเสียหายน่ะ ใยบัวเปียกปะเดี๋ยวโอเช็ดให้นะ เป้มึงล่ะราดหน้ากระเด็นใส่เสื้อหมดเลยว่ะกูว่าไปล้างก่อนเถอะ" กล่องโฟมกล่องใหญ่บรรจุด้วยทุเรียนเต็มกล่อง กล่องขนมทาร์ตไข่กล่องใหญ่ ซาลาเปาไส้ผักกล่องใหญ่และร่มแบบพับได้ ถูกผมโยนลงกลางโต๊ะจนจานข้าวกับแก้วน้ำหกเลอะเทอะไปบางส่วน

ประเด็นสำคัญคือแก้วพลาสติกมีน้ำสีแดงที่เล็งเอาไว้กับจานราดหน้าใกล้กัน โดนกล่องใส่ทุเรียนของผมกระแทกใส่จนแก้วน้ำคว่ำจานราดหน้ากระเด้งตามคาด ผมเองก็ได้แต่ยืนกอดอกมองดูอาการกระวีกระวาดของเพื่อนรักที่กำลังลนลานเช็ดน้ำตามแขนของผู้หญิงคนนั้น ปากก็พร่ำสั่งให้ไอ้เป้ไปล้างเอาน้ำราดหน้าออกจากเสื้อช็อปเป็นพัลวัน

"กูจัดการเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวมึงก่อนเดี๋ยวมึงจะเป็นรายต่อไปชิน คนเหี้ยอะไรวะอันธพาลฉิบหาย อ้อกูลืมไปว่ามันเป็นสันดานของมึงนี่นา"

"สันดานกูเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ทำไมหรือจะเลิกเป็นเพื่อนกับกูเพราะสันดานเหี้ย ๆ ของกูล่ะ" ดูแลเทคแคร์คนที่จะนำความซวยมาให้เสร็จมันก็หันมาแว้ดใส่ผมด้วยสายตาเฉยชาจนน่าตบกะโหลก ผู้ชายอะไรวะเรื่องขี้หมาแค่นี้ก็ต้องโกรธจนเมินเฉยใส่กันด้วย

"เออ! ไม่เป็นก็ไม่เป็นสิวะใครแคร์กูไม่ได้มีมึงเป็นเพื่อนคนเดียวสักหน่อย อีกอย่างโลกของกูมันปัญหาเยอะทั้งเซ่อทั้งโง่คงไม่มีอะไรให้มึงหลอกใช้ได้หรอก มิตรภาพจอมปลอมแบบนั้นกูก็ไม่อยากได้เหมือนกัน! " ได้เรื่องแล้วไงแถมเป็นเรื่องไม่ใช่เรื่องแต่เสือกเป็นเรื่องเป็นราวจนได้ เมื่อไอ้โอแหกปากตะคอกใส่หน้าผมปาว ๆ แล้วฟันของมันก็จ้องจะกัดแต่ปากตัวเองอยู่ได้

ไอ้โอนิสัยเสียอย่างหนึ่งคือถ้ามันโกรธตกใจหรือตื่นเต้นมันชอบกัดเล็บกัดปากตัวเองอยู่เรื่อย ดูอย่างตอนที่ไอ้โปรดจัดผู้หญิงให้มันสองคนพร้อมกันสิวันนั้นแม่งตื่นเต้นจนกัดปากตัวเองถึงกับได้เลือดทีเดียว แล้วคำพูดแต่ละประโยคของมันนี่ก๊อบปี้มาจากคำพูดที่ผมคุยกับไอ้โปรดทั้งนั้น ไหนจะท่าทีขุ่นเคืองแฝงด้วยความตัดพ้อต่อว่านั่นอีก เฮ้อ ขี้งอนแบบนี้มันจะมีแฟนเป็นตัวเป็นตนได้ไหมวะ

"ไม่ต้องมาทำหน้าตาสมเพชกูกูไม่มีอะไรให้มึงต้องมาเวทนาทั้งนั้น ไปกันเถอะเป้ใยบัว"

หมับ! "จะรีบไปไหนกูอุตส่าห์ตามหามึงมาเป็นชั่วโมงเถอะ อีกอย่างกูไม่ได้สมเพชมึงด้วยแต่กูคิดว่ามึงยังไม่สมควรจะมีแฟนก็แค่นั้น เก็บของบนโต๊ะมาด้วยสิกูซื้อมาขอโทษมึงเรื่องเมื่อคืนน่ะ สายฝนกูไม่ได้คิดเหมือนอย่างที่พูดจริง ๆ นะเว้ยกูแค่พูดไปแบบนั้นเอง มึงรู้จักกูมาเป็นปีแล้วยังไม่รู้นิสัยกูอีกเหรอ หรือมึงคิดว่าที่ผ่านมากูเคยหลอกใช้อะไรมึงสักครั้งบ้างปะ

"กูเป็นเพื่อนมึงนะโอเพื่อนรักของมึง เพื่อนที่จะไม่มีวันทิ้งมึงไปไหนและไม่มีวันจะให้ใครหน้าไหนมาทำให้มึงเจ็บไม่ว่าจะเป็นร่างกายหรือความรู้สึกของมึง ถ้ามึงยังโกรธที่กูพูดแบบนั้นกูก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วแต่ขออย่างเดียวว่าอย่าเลิกเป็นเพื่อนกับกู คำว่าเพื่อนมันไม่ได้เลิกเป็นง่าย ๆ เหมือนคำว่าแฟนนะเว้ย สำหรับมึงกูอยากให้มันยาวนานตลอดไป กูขอโทษกูง้อนะ" มันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายในช่วงที่พูดคำว่าไม่ยอมให้ใครมาทำให้มันเจ็บปวด จังหวะนั้นสายตาผมก็ตวัดไปจ้องผู้หญิงคนนั้นด้วยความโกรธเคืองทันควัน

ผมว่าเธอน่าจะพอรู้ตัวอะไรบ้างล่ะถึงหลบตาผมทันทีเช่นกัน รอผมคืนดีกับไอ้โอก่อนเถอะแล้วเธอจะโดนผมแฉให้ยับเลยครั้งนี้ผมยอมเป็นไอ้หน้าตัวเมียล่ะวะ ในเมื่อผู้หญิงคนนี้รู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควรแต่เธอยังชักนำหายนะมาสู่เพื่อนผมแล้วเรื่องอะไรผมจะต้องมาให้เกียรติเธออีกล่ะ ถ้าผัวเธอยัดไอ้ซื่อบื้อของผมใส่ถุงปุ๋ยเมื่อไหร่ผมจะคุกเข่ากราบเท้าขอให้น้าอรรคเก็บทั้งโคตรของเธอกับผัวเธอจริง ๆ

"เอ่อ โอเราใกล้เข้าเรียนแล้วแยกกันตรงนี้ก่อนนะเดี๋ยวเราจะแวะห้องน้ำด้วย โอไม่ต้องเป็นห่วงไว้เย็นนี้เราจะโทรหา" สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นคงจะอดรนทนไม่ไหวกับการเล่นสงครามประสาททางสายตากับผม เธอถึงรีบชิ่งออกไปก่อนโดยมีไอ้โอผงกหัวครับ ๆ รับคำ เพื่อนผมโคตรอ่อนเลยว่ะ นี่ขนาดยังไม่ได้เป็นแฟนมันยังไม่มีปากไม่มีเสียงปล่อยให้เขาชักจูงเขาว่าไงก็ว่าตามเขา จนน่ากลัวว่าถ้าเป็นแฟนกันขึ้นมาเมื่อไหร่ไอ้โอคงไม่แคล้วหงอแดกแน่ ๆ

พอเธอก้าวฉับ ๆ ออกจากโรงอาหารผมถึงมีจังหวะกวาดตามองรอบตัว รู้สึกว่าตัวเองจะตกเป็นเป้าให้เกือบทุกชีวิตในโรงอาหารซุบซิบกันอย่างสนุกปากซะแล้วสิ ส่วนไอ้โอเหรอ พอหญิงสาวที่มันหลงจนหน้ามืดตามัวเดินลับตาไปมันก็กลับมาเป็นไอ้โอเพื่อนผมที่ขี้งกเรื่องของกินอยู่ดี ปากบอกว่าไม่อยากให้ผมเสียหน้าถึงรับไว้แต่สองมือมันตอนนี้กำลังหยิบของที่ผมโยนบนโต๊ะจนระเกะระกะขึ้นมาใส่ถุงหิ้วด้วยใบหน้ากลั้นยิ้ม โถ่เอ๊ยไอ้งก!

"ง้อแค่นี้กูไม่หายงอนหรอกคิดว่าของกินที่มึงหอบหิ้วมาจะซื้อราคาค่าความรู้สึกกูได้เหรอฝันไปเถอะ แต่จะรับไว้ก็ได้กูแค่เป็นคนดีไม่อยากให้มึงเสียหน้าแค่นั้นเอง"

"ไอ้โออย่าเพิ่งเห็นแก่กินมึงอยู่นี่รอกูก่อนนะกูไปล้างเสื้อแป๊บหนึ่งเดี๋ยวมา อะ เอ่อ กูว่าเราแยกย้ายกันตรงนี้ก็ได้เดี๋ยวกูไปล้างเสื้อเสร็จจะกลับคณะเลยก็แล้วกัน ไปนะชิน"

"เอางั้นเหรอเป้ เออ ๆ ก็ได้งั้นกูไปนั่งรอที่โต๊ะหลังตึกมึงรีบตามมานะ" ไอ้โอยังมีแก่ใจพะว้าพะวังทั้งของกินทั้งเพื่อนร่วมคณะ แต่เป็นไอ้เป้ที่รีบกลับคำทันควันเมื่อเห็นผมหันไปมองมันเต็มตา

ไอ้เหี้ยนี่ก็อีกคนไม่รู้ประวัติดีแค่ไหนและก็ไม่รู้ว่าจะหาความซวยอะไรมาให้ไอ้ซื่อบื้อโอหรือเปล่า ฉะนั้นก่อนที่ไอ้โอจะสถาปนาให้มันเป็นเพื่อนสนิทอีกคนผมควรเช็กประวัติมันให้ละเอียดจนขาวสนิทถึงจะวางใจได้ แต่ก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ดี ผมเป็นเพื่อนคนแรกของมันในมหาวิทยาลัยนี้นะ ฉะนั้นผมต้องเป็นที่หนึ่งและต้องเป็นคนสำคัญที่สุดสิ

"รอตรงนี้ก่อนกูจะเอาจานไปคืนร้านค้า อ้อ ช็ดโต๊ะที่มึงทำของเขาเละเทะด้วยล่ะกระดาษทิชชูอยู่ในกระเป๋าเป้กูอะ"

"เรียกกระเป๋าเฉย ๆ กูก็เข้าใจ" มันเบ้ปากที่เป็นรอยกัดจนห้อเลือดจากฝีมือตัวเอง พร้อมกับยักไหล่มือคว้าจานชามเดินดุ่มไปทางร้านข้าว ส่วนเรื่องที่มันสั่งทิ้งไว้ผมก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเพราะรู้ว่าความเละเทะมาจากตัวเองทั้งนั้น ขืนปล่อยให้คนอื่นเก็บกวาดมันคงเป็นเรื่องไม่เข้าท่าเท่าไหร่

"ต่อไปจำเอาไว้ว่าอย่าปากพล่อยอีกล่ะ มึงสำคัญกับกูพอ ๆ กับพี่ชายของกูเลยนะชิน ตอนได้ยินที่มึงพูดถึงกูจะรู้ว่ามึงไม่ได้ตั้งใจและไม่ได้คิดแบบนั้นแต่กูก็รู้สึกนะเว้ย ทั้งหมดที่กูรู้สึกนั่นเป็นเพราะว่ามึงสำคัญปะวะ อะกางร่มให้ด้วยถึงกูไม่ใช่นางเอกแต่กูก็กลัวแดดประเทศไทยว่ะ" น้ำเสียงราบเรียบจากคนที่เดินกลับมาช่วยผมเช็ดโต๊ะไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ของคนพูดว่าอยู่ในอารมณ์ไหน แต่ผมรู้ว่ามันให้ความสำคัญกับมิตรภาพคำว่าเพื่อนมากแค่ไหนและที่มั่นใจไปกว่านั้นคือผมเองก็รู้สึกไม่ต่างจากมัน

"ขอโทษอีกครั้งนะเพื่อน ทีหน้าทีหลังกูจะคิดให้มากก่อนพูดอะไรออกไปไม่ว่าจะลับหลังหรือต่อหน้ามึงก็ตาม เอาถุงมานี่กูจะเป็นเบ๊ไถ่โทษให้มึงเอง เราไปเรียนกันเถอะเย็นนี้กลับด้วยกันนะแล้วแวะซื้อกับแกล้มมานั่งกินเบียร์ดูบอลกันคืนนี้ดีกว่า" ทั้งกระเป๋าเป้กับถุงของกินที่ผมหอบหิ้วเดินไปทั่วมหาวิทยาลัยถูกรวบไว้ในมือซ้าย มือขวาเอื้อมไปดึงร่มจากมือไอ้โอมาถือไว้เอง

ปลายเท้ายกขึ้นดันให้มันเดินนำออกไปจากโรงอาหารโดยไม่ใส่ใจฟังเสียงซุบซิบตามหลังแม้จะมีบางคำที่สะดุดหูอยู่บ้างก็ตาม คำกล่าวที่สะดุดหูนั่นน่ะเหรอแค่ได้ฟังก็จักจี้แล้วครับ คนพูดก็ช่างพูดไปได้พูดไม่รู้จักคิดเหมือนผมชะมัดทำไมถึงกล้าคิดกล้าพูดว่า..

"คำพูดคือเพื่อนการกระทำคือมากกว่าเพื่อน แต่อารมณ์ถ้าไม่รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทกันกูจะนึกว่าผัวเมียตามง้อกันเลยนะมึง"

"คิดเหมือนกันเลย กูนึกว่าตัวเองนั่งดูซีรีส์เพื่อนรักรักเพื่อนซะแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นสาววายแบบกูจะกรี๊ดให้ลั่นโรงอาหารเลยย่ะ คิก ๆ ๆ "

บทก่อนหน้า
บทถัดไป