บทที่ 14 ตอนที่ 11.2 ด้วยความยินยอม
ปอรัก Part
"มึงนอนเปื่อยรออยู่นี่ก่อนเดี๋ยวกูไปจัดการเรื่องไอ้เหี้ยสองตัวนั่นที่โรงพักเสร็จแล้วจะแวะซื้อยามาให้ แล้วตกลงมึงดื้อหรือมึงเค็มกันแน่เนี่ยไอ้ปอบอกให้ไปโรงพยาบาลก็ไม่ไป" พี่โปรดยืนเท้าสะเอวบ่นอยู่ข้างเตียงผมก็ไม่ได้หันไปฟังหรอกมัวแต่ใจจดใจจ่อกับโคนันอยู่
"ไอ้ปอแล้วโรงเรียนมึงน่ะโทรไปลาอาจารย์รึยังหรือโรงเรียนปิดปีใหม่แล้ววะ ปอ ไอ้ปอ! เดี๋ยวกูจะไม่ให้มึงดูการ์ตูนนะหันมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนไอ้นี่ปล่อยให้กูพูดคนเดียวอยู่ได้" พี่โปรดปิดทีวีเฉยเลยอะไรวะโคนันกำลังเฉลยอยู่แล้วว่าใครคือคนร้าย แต่พอมานึกถึงคำว่าโรงเรียนที่ได้ยินจากพี่โปรดผมก็พรวดพราดลุกขึ้นนั่งทันที นั่นสิแล้วโรงเรียนอะ!
"พี่โปรดเค้าต้องไปโรงเรียนนะโรงเรียนเค้าปิดวันที่ 29 นู่นพาไปส่งหน่อย" ผมหันซ้ายหันขวามองหาเสื้อผ้าใส่ เอ่อ คือตั้งแต่มีอะไรกับพี่โปรดเสร็จผมก็แค่ลุกไปอาบน้ำแปรงฟันแล้วมานอนล่อนจ้อนมีแต่ผ้าห่มคลุมโปงอยู่บนเตียงเหมือนเดิม ก็มันแสบ ๆ เสียดๆ ตรงนั้นนี่ผมเลยไม่ได้หากางเกงใส่อะ
"มึงแหกตาดูนาฬิกาดิ๊ปอนี่มันบ่ายสามแล้วมึงจะไปช่วยยามปิดประตูโรงเรียนรึไง ไม่สบายหรือโดนเอามากกันแน่วะถึงเอ๋อขนาดนี้ หึหึ" ผมเบะปากใส่พี่โปรดอย่างอดไม่ได้ ก็ใครล่ะที่ทำจนถึงบ่ายอะ นี่ถ้าถุงยางไม่หมดผมว่าพี่โปรดคงจัดถึงเย็นนู่นแหละ
"รู้เวลาแล้วมาถามเรื่องโรงเรียนทำไมล่ะ"
"กูแค่อยากดูมึงตกใจแล้วเอ๋อมันตลกดี หึหึ" ผมค้อนขวับเลยสิคนอะไรชอบเห็นคนอื่นตกใจขี้แกล้งจริง ๆ นะพี่โปรดเนี่ย
"เออ แล้วตกลงมึงไปทำอิท่าไหนถึงโดนไอ้สองตัวนั่นลากเข้าข้างทางได้วะ นี่กูถามเอาสาระไม่ต้องกวนตีนนะเพราะเดี๋ยวกูต้องไปบอกตำรวจอย่างนั้น แล้วไม่ต้องทะลึ่งร้องไห้อีกล่ะมึงอยู่ที่นี่ต่อให้ไอ้เหี้ยนั่นยกพวกมาสิบคนมันก็เข้ามาหาไม่ได้หรอก" พี่โปรดเอามือยันหน้าผากให้ผมลงไปนอนแหมบที่เดิมก่อนจะถามคำถามที่ผมไม่อยากนึกถึงที่มาที่ไป
มันน่ากลัวนะครับผมเคยเห็นข่าวผู้หญิงโดนข่มขืนบ่อย ๆ แต่ตัวเองเป็นผู้ชายไงเลยไม่คิดว่าจะโดนแบบนี้ ผมพอจะเข้าใจหัวอกของคนที่ผ่านเหตุการณ์แบบนั้น แต่ไม่กล้าจะแสดงตัวให้สังคมรับรู้แล้วล่ะว่ามันเป็นยังไงเพราะผมเองก็ไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้กับสังคมเหมือนกัน
ถึงแม้ว่าผมจะเป็นผู้เสียหายที่ยังไม่ถูกกระทำก็เถอะแต่ผมก็กลัวสายตาของคนรอบข้างอยู่ดีใครจะว่าผมขี้ขลาดก็ตาม เอาจริง ๆ นะ ทุกคนไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นหรอกถ้าไม่เจอเข้ากับตัวเอง แต่เหมือนว่าพี่โปรดจะเข้าใจเพราะพี่เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยชวนผมไปโรงพักด้วยสักคำบอกแค่ว่าจะจัดการเรื่องนี้เองมันทำให้ผมคลายความวิตกกังวลได้มากเลย
"เมื่อคืนปอปวดหัวเจ็บคอด้วยเลยเดินไปซื้อยาที่เซเว่นตรงข้ามกับโรงเรียนอะ กลับมาก็เจอมันสองคนด้อม ๆ มอง ๆ อยู่แถวปากซอย ปอปวดหัวอยู่ไม่ได้สนใจดูอะไรมาก เลยเดินผ่านมาเฉย ๆ รู้ตัวอีกทีมันก็ลากไปแล้ว" ผมพูดเสียงแผ่วเบาตอนท้าย นึกถึงตอนนั้นทีไรมันก็อดสั่นไม่ได้ถ้าพี่โปรดไม่มาไม่รู้ว่าป่านนี้ผมจะอยู่ในสภาพไหน แต่ที่แน่ ๆ ผมคงไม่อยากแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ
"อืม เข้าใจแล้วมึงนอนเถอะพักเยอะ ๆ พรุ่งนี้จะได้ไปโรงเรียนถ้าไปไม่ไหวก็ลากูจะหาใบรับรองแพทย์ให้ ใส่เสื้อผ้าด้วยล่ะเมื่อกี้กูโทรไปสั่งข้าวต้มข้างล่างเดี๋ยวเขาก็มาส่ง กินรองท้องไปก่อน อยากกินนมกินขนมอะไรก็โทรศัพท์ลงไปบอกเขากดศูนย์นะกูวางเงินให้ที่โต๊ะทีวีข้างนอกแล้วจัดการธุระเสร็จเดี๋ยวกูซื้อกับข้าวเข้ามา อ้อ..โทรบอกลุงเลิศด้วยเดี๋ยวแกเป็นห่วงป่านนี้ข่าวไอ้สองตัวนั่นเข้าหูแกแล้วมั้ง" พี่โปรดไม่ได้พูดด้วยเสียงอ่อนโยนอะไร แต่ผมสัมผัสได้ถึงความใส่ใจทุกรายละเอียดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผมมันทำให้หัวใจตัวเองเต้นรัวจนต้องเอามือจับไว้ภายใต้ผ้านวมผืนนั้น
หวังว่าพี่โปรดคงไม่รู้นะว่าผมใจเต้นแรงไปกับความใจดีและความใส่ใจในครั้งนี้ ผมกลัวว่าถ้าพี่โปรดรู้พี่เขาจะตีตัวออกห่างและจบความสัมพันธ์กับผมเหมือนครั้งแรกอีก ผมยังไม่อยากปล่อยพี่โปรดไปเลย ผมยังอยากละโมบโลภมากอยากยึดพี่เขาไว้แบบนี้ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ครอบครองพี่โปรดคนเดียวก็เถอะแต่อย่างน้อยพี่โปรดก็ยังอยู่กับผม
"กูไปก่อนนะมีอะไรก็โทรมา ถ้ามีคนมาส่งอาหารก็ส่องตาแมวดูก่อนกูบอกเขาว่าให้ผู้หญิงขึ้นมาส่งแล้วอย่าลืมใส่เสื้อผ้าล่ะไอ้ชีเปลือย"
"พี่โปรดเดี๋ยวก่อนสิ" ผมรีบท้วงก่อนที่พี่โปรดจะออกจากห้องนอน
"เอาอะไรอีก เอ้าให้เร็วกูจะได้รีบไปรีบมาเอายาให้มึงแดกเดี๋ยวตายคาห้องกูซะก่อน" ปากจัดว่ะ ผมได้แต่ขมุบขมิบปากบ่นเบา ๆ แต่พอเห็นสายตาเร่งรัดของพี่โปรดทำให้ต้องรีบพูดออกไป
"ปอไม่มีโทรศัพท์อะขอยืมโทรศัพท์โทรหาลุงเลิศหน่อยครับ"
"อ้าวแล้วโทรศัพท์มึงล่ะอยู่ห้องหรือตกเมื่อคืนกูจะได้ถามที่ตำรวจให้" พี่โปรดส่งโทรศัพท์ตัวเองให้ผม ผมก็มองพี่เขางง ๆ อะไรของพี่โปรดวะ
"โทรศัพท์อะไรอะปอก็คืนโทรศัพท์ไปพร้อมกับของแล้วไงหรือพี่โปรดยังไม่ได้ไปเอาของที่พี่ดิว" ผมพูดกับพี่โปรดมือก็กดโทรศัพท์รอสายลุงเลิศ
"หาา โทรศัพท์อยู่ที่ไอ้ดิวเหรอ!! " พอดีลุงเลิศรับสายผมยังไม่ทันพูดอะไรเสียงพี่โปรดก็ดังแทรกเข้าไปในสายจนลุงเลิศเค้นถามใหญ่แล้วเนี่ย
"ครับ ๆ วันนี้ปอลาวันหนึ่งนะลุง ปออยู่กับพี่โปรดไม่ต้องเป็นห่วงครับ ครับลุง ขอบคุณครับ" ผมรีบพูดรีบตัดสายลุงเลิศก่อนจะส่งโทรศัพท์คืนให้พี่โปรด พี่เขาตกใจอะไรกันนะก็แค่ผมฝากโทรศัพท์ไว้กับพี่ดิวเท่านั้นเอง เอ๊ะ หรือว่ายังไม่รู้เรื่อง?
"อื้อ ปอฝากไปกับของพวกนั้นพี่ดิวยังไม่ได้บอกพี่โปรดเหรอ" พี่โปรดทำหน้าอาฆาตแค้นสุด ๆ ปากขมุบขมิบอะไรไม่รู้ก่อนจะเดินออกจากห้องไปเฉยเลย ยังไงของพี่เขาอะสงสัยจะรีบไปโรงพักมั้ง
ผมลุกไปค้นเสื้อผ้าพี่โปรดมาใส่ก่อนจะค่อย ๆ เดินออกไปข้างนอกสายตากวาดมองไปทั่วห้องที่คิดว่าชาตินี้ทั้งชาติตัวเองก็คงไม่มีวาสนาได้มาเหยียบห้องแบบนี้หรอก มันหรูเกินที่คนธรรมดาอย่างผมจะเข้าถึงได้ขนาดนั่งผมยังนั่งพื้นพรมแทนโซฟาเลยผมกลัวจะไปทำโซฟาเขาเปื้อน พี่โปรดมีชีวิตและสังคมแตกต่างกับผมราวฟ้ากับดินจริง ๆ เห็นแบบนี้แล้วผมไม่อาจเอื้อมใฝ่ฝันว่าตัวเองจะได้เป็นคนที่พี่โปรดรู้สึกด้วย และผมก็คงไม่มีวาสนาได้พี่โปรดมาครอบครองในฐานะความสุขของผมหรอก
ไม่เป็นไรน่ะถึงพรุ่งนี้จะไม่ใช่ผมก็ไม่เป็นไรขอแค่วันนี้ยังมีพี่โปรดอยู่ด้วยกันก็พอแล้ว ผมไม่มั่นใจความรู้สึกที่เรียกว่ารักมันเป็นแบบไหนมันจะใช่ที่ผมรู้สึกกับพี่โปรดตอนนี้หรือเปล่าเพราะผมเองก็ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้เลย แต่ผมยังจำคำที่หลวงพ่อเคยบอกได้ ถ้าเราอยู่กับใครแล้วมีความสุขนั่นก็หมายความว่าเขาคนนั้นคือคนสำคัญของเราเพราะความสุขมันเท่ากับความรักนั่นเอง แล้วหัวใจที่เต้นรัวแรงความอุ่นใจทุกครั้งที่คิดถึงพี่โปรดล่ะมันจะเรียกว่าความสุขได้ไหมนะ..
หลังจากที่พี่โปรดกลับมาจากข้างนอกก็ยื่นถุงกับข้าวให้ผมจัดการจากนั้นเราก็กินข้าวด้วยกันถือเป็นครั้งแรกเลยแฮะ อย่าคิดนะครับว่าพี่โปรดจะเอาใจใส่ด้วยการตักนั่นตักนี่มาให้ไม่มีหรอกครับ มีแต่จะชี้นิ้วสั่งว่าไอ้ปอกูจะกินไอ้นั่นไอ้ปอกูจะกินไอ้นี่ผมนี่แหละต้องเป็นฝ่ายตักแล้วถวายให้ท่านถึงจาน
"ไอ้ปอมึงย้ายไปอยู่ที่อื่นมั้ยกูจะหาให้" ผมนิ่งไปนิดกับสิ่งที่พี่โปรดถาม คือสองจิตสองใจครับใจหนึ่งก็อยากย้ายผมไม่อยากเดินผ่านที่นั่นอีก ยอมรับว่าตอนนี้ยังกลัวอยู่มากถึงพี่โปรดจะบอกว่าสองคนนั้นถูกตำรวจดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดเพราะพี่โปรดไม่ยอมความ ถึงแม้ว่าผู้ปกครองของเขาจะขอไกล่เกลี่ยประนีประนอมก็เถอะยังไงผมก็ยังหวาด ๆ ที่ต้องเดินผ่านอยู่ดี
ส่วนรายละเอียดเรื่องคดีความพี่โปรดไม่ได้บอกอะไรมากนักหรอกว่าสองคนนั้นจะต้องได้รับบทลงโทษทางกฎหมายยังไงบ้างและผมเองก็ไม่อยากรับรู้ด้วย หลวงพ่อเคยสอนว่าใครที่ทำไม่ดีกับเราก็อย่าไปผูกใจโกรธเกลียดเขาคิดเสียว่ามันคือกรรมเก่าที่เราต้องชดใช้ และเมื่อเวลาผ่านไปเราจะได้พบแต่ความสุขเพราะเราได้ชดใช้เวรกรรมไปหมดแล้ว แต่ถ้ายังชดใช้ไม่หมดถ้าอยากหมดเวรกรรมก็อย่าไปสร้างเวรกรรมต่อ ค่อย ๆ ทยอยชดใช้ไปไม่นานก็หมดเอง ส่วนที่เหลือก็คงเป็นเขาที่ต้องได้รับผลของเวรกรรมเช่นกัน คนเราหนีอะไรก็หนีได้แต่หนีกรรมของตัวเองไม่พ้นหรอกกรรมใครก็กรรมมัน
แต่อีกใจหนึ่งผมก็ยังอยากอยู่ที่เดิมเพราะผมรู้สึกปลอดภัยที่สุดเมื่ออยู่ที่ของตัวเอง ถึงมันจะไม่ได้ใหญ่โตโอ่อ่าถึงจะเป็นแค่ห้องแถวเล็ก ๆ แต่ผมก็เคยชินกับที่ตรงนั้น คุ้นชินกับผู้คนสภาพแวดล้อมที่นั่น ที่สำคัญมันอยู่ใกล้โรงเรียนและวัดที่ผมเติบโตมาตั้งแต่เด็กด้วยอีกอย่างผมยังต้องทำงานกับลุงเลิศอยู่นะ
"ว่าไงถ้ามึงอยากย้ายวันหยุดสิ้นปีนี้ก็ย้ายได้เลยเดี๋ยวกูหาห้องใกล้ ๆ โรงเรียนให้"
"ปอขออยู่ที่เดิมได้มั้ยพี่โปรดจะว่าอะไรรึเปล่าครับ" ผมอ้อมแอ้มถามกลัวพี่โปรดจะเหวี่ยงใส่น่ะสิ ตอนเกิดเรื่องถึงผมจะไม่ได้เห็นว่าพี่โปรดทำอะไรสองคนนั้นก็เถอะแต่เสียงตุ้บตั้บหนัก ๆ ก็พอจะเข้าหูมาบ้าง เกิดไม่พอใจพี่โปรดจะไม่แจกขนมตุ้บตั้บผมเหรอวะเนี่ย
"เหตุผลล่ะ" คำพูดถามหาเหตุผลแต่ปากนี่บุ้ยไปทางผัดฉ่าทะเล ผมเพิ่งรู้ว่าพี่โปรดชอบให้ตักกับข้าวให้กินพี่เขาชอบให้ทำจริง ๆ ไม่ได้จะแกล้งเหมือนที่ผมคิด เพราะกับข้าวทุกอย่างที่ผมตักให้พี่เขาก็กินจนเรียบเมื่อกี้ผมลองไม่ตักให้พี่โปรดก็นั่งรอถึงกับวางช้อนเลยด้วย
"คืองี้นะถึงปอจะเป็นเด็กพี่โปรดแต่ปอขอทำงานที่ร้านลุงเลิศเหมือนเดิมได้มั้ยครับ ปอทำงานมากับลุงเลิศตั้งนานแล้วอะปอไม่อยากเลิกทำ" ผมบอกเหตุผลหลักออกไปหยั่งเชิงก่อน พี่โปรดยกมือกอดอกนั่งพิงกับพนักเก้าอี้จ้องมานิ่ง ๆ ทำเอาผมอึดอัดเหมือนกัน อะไรจะกดดันคนอื่นด้วยสายตาเก่งขนาดนี้เนี่ย
"อืมก็ได้แต่กูยังไม่เข้าใจว่าเหตุผลมันเกี่ยวกับห้องเช่ามึงตรงไหน" เฮ้อ ผมค่อยหายใจหายคอโล่งหน่อยเมื่อพี่โปรดลดรังสีคุกคามลง
"พี่โปรดเชื่อมั้ยว่าปอรู้จักชาวบ้านแถวนั้นเกือบทุกคนเลยนะ ปอเดินตามหลวงพ่อบิณฑบาตทุกเช้ามาตั้งแต่เด็กปอโตมากับสภาพแวดล้อมหลายสิ่งหลายอย่างตรงนั้น ป้าลัยเจ้าของห้องเช่าก็ดีกับปอมากปอไม่อยากออกไปจากสังคมตรงนี้ ปอกลัวว่าถ้าปอยิ่งห่างจากสังคมตรงนี้มากเท่าไหร่ปอจะยิ่งลืมตัวตนของตัวเองมากเท่านั้น แล้วถ้าวันหนึ่งพี่โปรดจบความสัมพันธ์แบบนี้ปอกลัวว่าตัวเองจะหลงละเลิงจนไม่สามารถกลับมาอยู่แบบเดิมได้อีก
"ปอเป็นแค่เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านะพี่ ปอยังมีความอยากได้อยากมีเหมือนกับเด็กคนอื่น ๆ ทั่วไป แต่สำหรับปอตอนนี้ความอยากได้อยากมีมันไม่ได้หมายความว่าต้องได้ต้องมี แต่ถ้าพี่โปรดคอยช่วยเหลือปอทุกเรื่องวันไหนที่ไม่มีพี่โปรดคนที่จะเคว้งคว้างก็คือปอเอง ยังไงก็ตามตอนนี้ปอยังมีพี่โปรดอยู่ปอต้องขอบคุณพี่โปรดมาก ๆ ที่ตอนปอล้มพี่โปรดเป็นคนเข้ามาช่วยปอ แต่ถึงยังไงปอก็ต้องพยายามต่อสู้ลุกขึ้นด้วยตัวเองให้ได้ เวลาเจอปัญหาปออยากพึ่งพาตัวเองก่อนไม่ใช่คอยแต่จะคิดพึ่งพาพี่โปรดปอไม่อยากยืมจมูกพี่โปรดมาหายใจอยู่ร่ำไป
"พี่โปรดเข้าใจปอนะครับอย่าโกรธอย่าว่าปอเลย ปอยอมรับว่านี่มันเป็นวิธีป้องกันความรู้สึกของปอไม่ให้เผลอไปกับความใจดีของพี่มากเกินกว่านี้จนทำให้ชีวิตตัวเองขาดพี่ไม่ได้ ปอกลัวจะเป็นแบบนั้นนะพี่โปรด" ผมตอบพี่โปรดอย่างเสียงดังฟังชัดถึงความรู้สึกตอนที่พูดอยู่มันจะวูบโหวงก็เถอะแต่ก็อดทนแข็งใจให้เหตุผลกับพี่เขาไปและผมก็คิดว่าพี่โปรดจะยอมรับมันได้ ก็ตัวพี่โปรดเป็นคนย้ำเตือนกับผมเรื่องเงื่อนไขของความรู้สึกเองเหตุผลพวกนี้ผมก็เอามาจากที่พี่โปรดเคยพูดทั้งนั้นฉะนั้นมันก็ฟังขึ้นไม่ใช่เหรอ
"อืม งั้นเอาตามที่มึงว่าก็แล้วกัน ข้าวของที่ฝากไอ้สัสดิวมาให้กูจะขนไปไว้ที่ห้องเหมือนเดิมแล้วอย่าทะลึ่งขนกลับมาอีกล่ะ วันหน้าถ้ามีเรื่องแบบนี้อีกมึงก็ขายไปเลยกูให้มึงนั่นก็เท่ากับว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของมึงแล้ว ไอ้ปอจำคำพูดของมึงวันนี้ให้ดีนะกูหวังว่ามึงจะทำได้แบบที่พูดเพราะมึงเป็นคนแรกที่กูไม่อยากจบด้วยความรู้สึกไม่โอเคเข้าใจใช่มั้ย? " พี่โปรดกับผมสบตากันอย่างไม่มีใครยอมหลบใคร
ผมไม่รู้ว่าพี่โปรดจะเห็นอะไรจากสายตาของผมบ้างแต่สิ่งที่ผมรู้นั่นก็คือผมไม่เห็นอะไรจากสายตาของพี่โปรดเลยมันทำให้ผมยิ่งต้องย้ำเตือนตัวเองขึ้นไปอีก จงหวังในสิ่งที่ดีที่สุดและเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดเช่นกันนะไอ้ปอรัก...
