บทที่ 2 ตอนที่ 2 เรียกผมว่าท่านโปรด
โปรดปราณ Part
ผมนายโปรดปราณ พัฒธณปราโมทย์ ตอนนี้เป็นนิสิตวิศวะโยธาปีสองของมหาลัยxxxในกรุงเทพนี่แหละ โปรดปราณเป็นชื่อที่ไม่มีความหมายซับซ้อนอะไรหรอกพ่อผมบอกว่าพอแม่คลอดผมปุ๊บก็จากไปปั๊บ พ่อเลยทั้งรักทั้งหลงผมซึ่งเป็นลูกชายของผู้หญิงที่พ่อรักเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า ตอนพ่อเล่าน่ะมีกอดอกยืดหน้าบอกอย่างภูมิใจด้วยนะว่าถ้าแม่ยังอยู่ป่านนี้ผมคงหัวเน่าเพราะมีน้องตามมาเป็นพรวนละ
บางทีผมก็เคยสงสัยว่าผมกับไอ้โยเพื่อนสนิทอีกคนเราสลับตัวกันตอนคลอดใหม่ ๆ หรือตอนน้ำอสุจิมันวิ่งแข่งกันเข้าหารังไข่หรือเปล่า ถ้าคุณได้รู้จักพ่อผมกับไอ้โยคุณจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผมถึงคิดแบบนี้ช่างเป็นคู่เหมือนพ่อลูกที่เป็นอันตรายต่อสภาวะแวดล้อมจริง ๆ
ผมน่ะชื่อโปรดแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมรุ่นพี่รุ่นน้องหรือเพื่อนร่วมคณะต้องเรียกผมว่าท่านโปรดด้วย ผมไม่ใช่ลูกเจ้าขุนมูลนายจะได้มาเรียกว่าท่งว่าท่านอะไรแต่ขี้เกียจท้วงใครอยากเรียกอะไรก็เรียกไปแต่อย่าเรียกว่าโปรดปราณเต็มยศละกัน
"รอนานมั้ยครับพี่โปรด เปาต้องขอโทษด้วยน้าวันนี้ประธานนักเรียนเรียกคณะกรรมการประชุมน่ะครับ" เปาเด็กผู้ชายชั้นม.หกโรงเรียนไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัยผมเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อนทันทีที่ก้าวขาขึ้นรถ ผมนอนกับเด็กคนนี้จะสองเดือนแล้วมั้งจำเวลาไม่ได้ด้วยสิ ถามว่านานพอจะเรียกว่าคนพิเศษได้ไหมสำหรับผมก็ไม่นานและก็ไม่ได้พิเศษมากพอที่จะยกให้เป็นคนสำคัญขนาดนั้น เพียงแต่ผมไม่ชอบเปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ เหมือนไอ้ตุลย์เพื่อนรัก รายนั้นไม่เกินสองอาทิตย์ฟันเสร็จแล้วมันทิ้งแบบไม่เหลือเยื่อใยอะไร ส่วนของผมถ้าถูกใจผมก็นัดเอากันได้เรื่อย ๆ เสร็จกิจก็ให้ค่าเหนื่อยไปต่างคนต่างได้ต่างคนต่างมันถือว่าแฟร์ ๆ
"อืมไม่เป็นไรหิวมั้ยจะกินอะไรก่อนรึเปล่า" ผมสตาร์ทรถเตรียมจะออกตัวแล้วแต่สายตาเจ้ากรรมดันเหลือบไปเห็นไอ้เด็กเวรจอมโวยคนที่วันก่อนผมยัดแบงก์พันใส่กระเป๋าเสื้อให้ไป โถ่นึกว่าจะโวยวายอะไรที่แท้ก็อยากได้เงินล่ะว้าดูท่าทางจะเป็นเด็กเหลือขอขนาดนั้น ที่สำคัญมันคงจะเล็งกินเงินผมมานานแล้วล่ะเพราะสังเกตดูมันจด ๆ จ้อง ๆ ผมมาหลายครั้งแล้วเวลาผมมาจอดรถที่นี่น่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมยกนิ้วกลางเป็นรางวัลที่มันชอบมาจ้องเชื่อไหมมันทำหน้าเอ๋อจากนั้นก็ทำท่าทางจะกินเลือดกินเนื้อผมซะให้ได้ ไอ้เด็กอมมือเอ๊ย! ผมล่ะเกลียดสายตาของมันจริง ๆ
เอี๊ยดด!!
"อุ๊ย พี่โปรด! " เร็วกว่าความคิด ผมขับรถตั้งใจแค่เฉี่ยวไอ้เด็กเวรที่ยืนอยู่ริมฟุตบาทและกำลังทำท่าจะข้ามถนนอยู่ให้มันตกใจเล่น ๆ
ปัง ๆ ๆ!! "เฮ้ยจะเอาไงวะไอ้แก่ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องเลยดีกว่าครั้งที่สองแล้วนะเว้ย! " ไอ้เด็กเวรนั่นมันตกใจจนล้มก้นจ้ำเบ้า ผมเลยจอดรถนิ่งอยู่ตรงนั้นรอดูว่ามันจะทำยังไงสักพักมันก็ลุกมาตบกระโปรงหน้ารถผมปัง ๆ ปากก็อ้าพะงาบ ๆ น่าจะเรียกหรือด่าอะไรสักอย่างมั้ง
"พี่โปรดไม่ต้องลงไปหรอกครับเดี๋ยวเปาลงไปคุยกับน้องเขาเอง น้องเขาเป็นรุ่นน้องม.ห้าที่โรงเรียนของเปา"
"ไม่ต้องหรอกเปานั่งรออยู่นี่แหละพี่จัดการเอง" เปากำลังเอื้อมมือเปิดประตูรถก็หยุดชะงักหันมามองผมด้วยสายตาแปลกใจ หึหึ ไอ้เด็กเวรสายตากวนตีนจอมงกนั่นมันต้องเจอกับผม
"ว่าไงไอ้เด็กเวรครั้งนี้มึงจะเรียกเงินกูอีกเท่าไหร่" ฟู่ ลงจากรถผมก็อัดควันบุหรี่เต็มปอดแล้วพ่นใส่หน้าไอ้เด็กเวรนั่นเต็ม ๆ หึหึ ไงล่ะไอจนหน้าดำหน้าแดงเลยมึง ดีสมน้ำหน้ามัน
"อะไรของพี่อีกวะไอ้พี่แก่ครั้งที่สองแล้วนะเนี่ยตกลงพี่เจตนาใช่ปะ คนอะไรวะโตกว่าเขาตั้งเยอะแต่มารังแกเด็กแบบนี้ไม่อายมั่งรึไง" ผมกอดอกยืนพิงประตูรถฟังไอ้เด็กเวรนั่นว่าฉอด ๆ คิ้วเริ่มกระตุกทันทีที่ได้ยินสรรพนามที่มันเรียกผมแบบนี้เป็นครั้งที่สอง แก่อะไรของมึงกูเพิ่งยี่สิบเองเดี๋ยวมึงได้โดนไอ้แก่แบบกูแน่ ๆ
"ใครบอกว่ากูรังแกมึงวะไหนล่ะหลักฐานมีปะ จะกล่าวหาอะไรมันต้องมีหลักฐาน สมัยนี้เขาคุยกันด้วยหลักฐานเว้ยแบบนี้กูฟ้องมึงข้อหาหมิ่นประมาทได้เลยนะ" ผมดีดขี้บุหรี่แดง ๆ ใส่แขนมันจนสะดุ้งร้องโอ๊ยเสียงดังลั่นเชียวล่ะ ไอ้เด็กเวรตวัดสายตาจ้องผมเขม็งอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกันแล้วไง? เอาสิน้ำหน้าอย่างมึงจะเอาอะไรมางัดกับกู
"ไอ้แก่! ไอ้คนนิสัยไม่ดีชอบรังแกเด็ก เจ้าข้าเอ๊ยลุงป้าน้าอามาดูอะไรนี่เร้วไอ้แก่คนนี้นะขับรถก็ดีหน้าตาก็ดีการศึกษาก็น่าจะดี แต่ดูที่มันทำสินี่มันรังแกเด็กไม่มีทางสู้อย่างผมชัด ๆ "
"หึหึ" ผมอดหัวเราะขำกับทางออกของมันไม่ได้นึกว่ามันจะทำอะไรที่แท้ก็แค่แหกปากตะโกนเรียกร้องขอความเห็นใจจากคนรอบข้างนี่เอง สุดท้ายก็คงไม่พ้นเรื่องเรียกร้องขอค่าเสียหายตามเคย โถ่ไอ้มุขหากินเก่า ๆ
"เฮ้ยไอ้ปอเป็นอะไรวะมึง" ผมชายตามองเด็กนักเรียนชายกลุ่มหนึ่งที่เดินมาหามัน ดูท่าจะเป็นเพื่อนมันล่ะมั้ง
"ก็ไอ้แก่นี่อะคนที่วันก่อนขับรถสาดน้ำโคลนใส่กูไง วันนี้มันขับรถมาเฉี่ยวกูแถมยังดีดขี้บุหรี่มาใส่กูอีกนะ ไอ้คิทมึงมาช่วยกูด่าไอ้แก่นี่เลย" ผมพยายามกลั้นหัวเราะกับท่าทางขี้ฟ้องของมันอะไรคือการที่มันฟ้องไอ้เด็กหัวเกรียนตัวเท่า ๆ กันให้มาช่วยด่าผมวะ จะว่าผมรังแกเด็กก็ได้ต่อให้มันสองคนรวมกันเถอะถ้าโดนหลังมือทีเดียวมันทั้งคู่ได้แข่งกันนอนนับดาวข้างถนนแน่ ๆ
"เฮ้ยพี่ทำไมพี่ทำแบบนี้ล่ะ! " เพื่อนไอ้เด็กเวรนั่นหันมาแว้ดใส่ผม พอ ๆ กับไอ้เด็กเวรนั่นมันก็พองขนขู่ผมใหญ่น่ากลัวตายล่ะมึง
"ถามเพื่อนมึงดีกว่าว่าเดินสะเหล่อยังไงให้รถจะชนเอาหรือว่าตั้งใจหาเงินเที่ยวกันแน่ ถ้ามึงอยากได้เงินนะกูแนะนำว่าให้มึงไปแบมือขอพ่อกับแม่หรือไม่ก็ไปหางานพิเศษทำดีกว่าอย่ามาหาเงินด้วยวิธีนี้เลยไอ้หนูเดี๋ยวจะตายไม่รู้ตัว หึหึ หรือพ่อกับแม่มึงรู้สันดานมึงเลยไม่ให้เงินวะกูล่ะสงสารพ่อกับแม่มึงจริง ๆ ที่มีลูกเป็นนักต้มตุ๋นหาเงินเที่ยวอย่างมึง ถ้าอยากได้เงินจริง ๆ เข้ามาขอกูดี ๆ ก็ได้เดี๋ยวกูจะทำทานให้เอง" ผมอดมองมันอย่างสังเกตตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่ได้ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นแววตาวูบไหวของมันจากนั้นมันก็ทำในสิ่งที่ผมคิด
"อืม ถ้ารู้ก็เอาค่าเสียหายมาดิทีนี้จะให้เท่าไหร่ล่ะ" มันพูดเสียงนิ่ง ๆ แบมือยื่นมาตรงหน้า สุดท้ายก็เป็นอย่างที่กูคิดจริง ๆ แม่งทำมาเป็นโวยวายที่แท้ก็พวกสิบแปดมงกุฎ
"อะกูให้ทานมึงสามพันละกันหวังว่าคงจะพอกับชีวิตไม่ค่อยมีค่าอย่างมึงนะ อ้อ ครั้งต่อไปอย่าริเป็นสิบแปดมงกุฎตั้งแต่เด็กอย่างนี้กับใครอีกล่ะมึงอาจไม่โชคดีแทนที่จะได้เงินแต่ดันได้ลูกปืนยัดปากแทน มึงอีกคนเป็นเพื่อนกันเวลาเห็นเพื่อนทำตัวเป็นนักต้มตุ๋นฉวยโอกาสก็หัดตักเตือนกันหน่อย ไม่ใช่จะมาออกตัวแก้แทนกันแบบนี้ระวังเพื่อนมึงมันจะไม่ตายดี" ควักเงินจากกระเป๋าตังค์ได้ผมก็ยื่นให้ไอ้เด็กเวรแล้วด่ามันอีกทีก่อนจะขึ้นรถขับออกมาจากตรงนั้น ตัวมันเองก็รีบรับนะครับสิบแปดมงกุฎก็คือสิบแปดมงกุฎวันยังค่ำ มองจากกระจกผมเห็นเพื่อนมันยืนกอดคอพูดอะไรกับมันสักอย่างคงจะนัดกันไปเที่ยวคืนนี้ล่ะมั้ง ก็ได้เงินไปฟรีๆ สามพันแล้วนี่
"พี่โปรดไม่น่าไปแกล้งน้องเขาเลยนะครับน้องเขาน่าสงสารออก" เปาตาแดง ๆ มองผมพลางส่งเสียงตัดพ้อออกมา จะสงสารอะไรมันวะผมไม่เห็นสงสารอะไรไอ้เด็กนั่นเลยสักนิด
"พี่ก็ไม่ได้ไปแกล้งอะไรมันมากมายนี่ ทำไมเป็นห่วงมันมากนักรึไงเดี๋ยวพี่วนรถไปส่งก็ได้นะเผื่อเปาจะได้ไปปลอบใจมัน" ผมตอบกลับนิ่ง ๆ คือไม่ได้ประชดอะไรนะผมกับเปาไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาพูดจาประชดประชันกันเพราะเราเป็นแค่คู่นอนเฉย ๆ
"พี่โปรดอะอย่าโกรธเปาสิครับ เปาไม่ได้หมายความว่าเป็นห่วงน้องเขาหรืออยากไปปลอบใจน้องเขาสักหน่อยยังไงพี่โปรดก็สำคัญที่สุดกว่าคนอื่นอยู่แล้ว แต่ที่เปาบอกสงสารน้องเขาน่ะเพราะน้องเขาเป็นเด็กวัดได้ยินมาว่าหลวงพ่อเก็บมาเลี้ยงตั้งแต่เล็ก ๆ เมื่อเร็ว ๆ นี้หลวงพ่อก็มรณภาพไปแล้วด้วยน้องเขาเลยต้องย้ายออกมาอยู่ห้องแถวคนเดียว เปาแค่สงสารน้องเขาอะ" ใจผมกระตุกไปนิดหน่อยเมื่อได้ยินสิ่งที่เปาเล่าประกอบกับนึกถึงแววตาวูบหนึ่งตอนผมพูดถึงพ่อแม่ของมัน
อีกอย่างผมยอมรับก็ได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้เป็นความผิดของผมเต็ม ๆ ก็วันก่อนใครใช้ให้มันมองผมด้วยสายตากวนตีนกันล่ะ และเมื่อกี้ผมก็ไม่ได้ทำให้มันเจ็บตัวอะไรมากมายนักนี่แถมยังให้เงินใช้ฟรี ๆ ตั้งสามพันรู้สึกว่ามันเองก็พอใจที่จะรับเงินนั่น งั้นก็ถือว่าเป็นค่าที่ผมทำมันเจ็บตัวและอาจจะเจ็บใจไปหวังว่าคงไม่ต้องมีเรื่องอะไรมาเกี่ยวข้องกันอีกนะไอ้เด็กวัดเอ๊ย
ปึก ๆ ๆ "พี่โปรด อ้าา เก่งจังครับ อ๊าส์" หลังจากทำให้เปาเสร็จเป็นรอบที่สี่ผมก็รีบจบเกมบนเตียงก่อนไอ้โยมันจะโทรมาจิกอีกรอบ
"พี่โปรดจะไปแล้วเหรอครับ อยู่กับเปาอีกนิดสินะ" เปาคลานเข่ามากอดเอวผมที่กำลังติดกระดุมเสื้ออยู่ข้างเตียง
"วันนี้พี่มีนัดกับเพื่อนไว้วันหลังจะมาชดเชยให้ถึงเช้าแล้วกันค่าขนมอยู่บนโต๊ะคอม พี่ไปล่ะ" ผมคว้าโทรศัพท์กระเป๋าตังค์กุญแจรถแล้วกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกจากห้องเปา ถ้ายังมัวอ้อยส้อยอยู่มีหวังโดนไอ้โยมันงอนข้ามปีแน่ ๆ
ผมมีเพื่อนสนิทจริง ๆ อยู่อีกคณะพวกนั้นมันเรียนแพทย์กัน ไอ้ตุลย์เพื่อนรักเรียนด้วยกันตั้งแต่อนุบาลมาแยกเอาตอนขึ้นม.ปลาย แต่เราก็นัดเจอกันบ่อย ๆ ไอ้เดียร์หญิงห้าวนี่ก็เรียนม.ต้นมาด้วยกันกับไอ้ตุลย์และผม ส่วนไอ้นัทไอ้โยผมเพิ่งรู้จักพวกมันผ่านไอ้ตุลย์ตอนม.ปลายนี่แหละ คนสุดท้ายไอ้ยิ้มหญิงมั่นผมก็เพิ่งรู้จักตอนมหาลัยปีหนึ่งผ่านพวกเด็กแพทย์เหมือนกันสรุปคือทั้งกลุ่มนี้มีผมเป็นแกะดำอยู่คนเดียว
"โห่ไอ้สัสนัดพวกกูห้าทุ่มแต่กว่าจะมาได้ผับมึงเกือบปิดพอดี ทำไมมึงไม่รอให้ผับมันปิดก่อนวะจะได้มาช่วยเด็ก ๆ มันเก็บร้าน" คนแรกคือไอ้โยที่อ้าปากด่าจากนั้นก็ไม่ต้องนับแล้วครับว่ามีใครบ้างคำสรรเสริญเยินยอจากพวกมันดังรอบโต๊ะไปหมด
"มึงจะโวยวายทำไมวะโยกูก็มาแล้วนี่ไง ผับปิดพวกมึงก็แดกกันต่อไปดิ" ผมเอนหลังพิงพนักโซฟาเอ่ยกลับไปอย่างเอือม ๆ ที่อยากให้ผมมาพวกมันไม่ได้รักหรือคิดถึงอะไรหรอกแต่พวกมันกะจะมาหาเหล้าฟรีกินต่างหาก เผลอ ๆ อาจจะได้ใช้ห้องข้างบนของผับฟันหนุ่ม ๆ สาว ๆ ฟรีอีกด้วย อย่าคิดว่าไอ้ที่นั่งหน้าสลอนอยู่นี่ไม่มีเงินกันนะพวกมันเป็นลูกคนมีเงินกันทั้งนั้น แต่เหตุผลที่มันอยากกินฟรีคือต้องการล้างผลาญกิจการของครอบครัวผม คำนี้ไอ้โยเป็นคนพูดเอง
"หึหึ ดูท่าจะอิ่มมาแล้วสิมึง" ไอ้ตุลย์มันส่งสายตารู้ทันมาให้พอ ๆ กับไอ้นัทที่หัวเราะขำเบา ๆ
"กูเสร็จสองรอบมึงล่ะวันนี้ลากใครลงไปกินในน้ำมารึยัง"
"กูไม่ใช่เหี้ย" ไอ้ตุลย์มันคว้าน้ำแข็งในแก้วปามาอย่างรวดเร็ว เรื่องมือเร็วนี่ต้องยอมให้มันยิ่งเป็นเรื่องถอดผ้านะไม่ถึงนาทีมันจับคู่นอนลอกคราบได้หมด
นั่งดื่มไปคุยไปจนผับปิดพวกเราต่างก็แยกย้ายกันกลับโดยไม่มีใครหิ้วใครออกไปกินข้างนอกด้วย อย่าว่าแต่ผมเลยไอ้ที่นั่ง ๆ กันอยู่ยกเว้นไอ้เดียร์กับไอ้ยิ้ม คนที่เหลือมันก็คงจะกินมาจนอิ่มแล้วเหมือนกัน ส่วนไอ้นัทนี่ผมไม่แน่ใจนะชีวิตมันเทา ๆ มัว ๆ กับการค้นหาความสุขของมันความสุขที่ผมก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากมีเหมือนคนอื่นเขาบ้างหรือเปล่า เพราะถ้าความสุขเปรียบได้ดั่งความรักผมก็ยังไม่อยากมีหรอกครับไอ้พันธะอะไรแบบนั้น มันแลดูยุ่งยากและเข้าใจยากเกินไปสำหรับผม
ปี๊นนน ไม่รู้เป็นอะไรพอเห็นไอ้เด็กเวรนี่ทีไรมือก็คอยแต่จะตบแตรรถใส่มันทุกทีสินะ
"พี่โปรดบีบแตรให้ใครครับ"
"ลูกหมาน่ะเดี๋ยวมันมาซุ่มซ่ามเดินตัดหน้ารถให้พี่รับผิดชอบอีก"
"เอ๋..เปาไม่เห็นลูกหมาเลยสักตัว" ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปแต่สายตายังมองที่กระจกข้างอยู่
"ไอ้เด็กเวรวันนี้จะหาเรื่องอะไรแกล้งมันดีวะ"
"พี่โปรดพูดอะไรนะครับ"
"ไม่มีอะไรหรอกไปเรียนเถอะ" ผมจอดรถที่ซอยข้างกำแพงโรงเรียนก่อนจะเอ่ยปากบอกเปาให้ลงไปสักที ไม่อยากพิรี้พิไรอะไรมากนักเสียเวลาแกล้งไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎนั่นหมด
"แล้วเจอกันอีกนะครับพี่โปรด" จุ๊บ
"อืม" ผมไม่ได้มองหรอกนะว่าเปาจะเดินไปทางไหนหรือจะเดินเข้าไปในโรงเรียนรึยัง สายตากับสมองมันกำลังทำงานพร้อม ๆ กัน วันนี้จะเอากี่พันวะไอ้เด็กวัดจอมต้มตุ๋น
"มึงน่ะ" ผมส่งเสียงดักไอ้เด็กเวรนั่นแต่แม่งกวนตีนครับไม่ตอบไม่หยุดไม่ว่าแต่ทำมาเป็นเหลือบตามองผม โถไอ้เด็กเวร! กูสิต้องเป็นคนใช้สายตาแบบนั้นมองมึง
"ไอ้สิบแปดมงกุฎกูมีธุระจะพูดด้วย" จิ๊ ไอ้เด็กนี่มันวอนซะละทำเป็นเดินลอยชายใส่กูเหรอ
"โอ๊ย! อะไรของพี่วะ"ปัง! ผมลากคอเสื้อด้านหลังหิ้วมันไปนั่งในรถก่อนจะปิดประตูรถใส่หน้ามันปังใหญ่
"เรียกดี ๆ ไม่ชอบชอบให้ใช้กำลังเดี๋ยวกูจับหักแข้งหักขาตรงนี้ซะเลย"
"ผมไม่ได้ชื่อมึงนี่ไม่ได้ชื่อสิบแปดมงกุฎด้วยแล้วทำไมผมต้องขานรับด้วยล่ะ" เห็นปากแดง ๆ ของมันอ้าเถียงฉอด ๆ แล้วอยากตบให้ปากแตกสักที เป็นโชคดีของมันไปที่ผมไม่นิยมใช้ความรุนแรงกับเด็กไม่งั้นมึงได้โดนตีนกูแน่ไอ้เด็กเวรสิบแปดมงกุฎ
"แล้วพี่มีอะไรจะคุยกับผมอะโรงเรียนจะเข้าแล้วนะ มีอะไรก็รีบคุยมาเลยเดี๋ยวผมไปสายแล้วโดนอาจารย์ว่าเหมือนวันที่พี่ทำเสื้อผมเปียกอีก"
"พูดเหมือนเด็กรักเรียนเลยนะมึงอย่าแสดงให้มากนัก" ผมอดขัดมันไม่ได้สภาพเด็กใจแตกหาเงินไปเที่ยวชัด ๆ ผมไม่ได้ตัดสินมันด้วยความที่มันอยู่กับวัดเป็นเด็กวัดนะคุณค่าของคนไม่ได้วัดกันที่ตรงนั้นแต่ผมตัดสินมันด้วยเงินที่มันรับจากผมไปต่างหาก เออ ๆ เงินที่ผมยัดเยียดให้มันไปก็ได้ ก็คนไม่ถูกชะตากันนี่หว่าแถมมันยังคอยมองผมแบบกวนตีนอีกต่างหาก
"พี่จะอะไรกับผมกันนักหนาวะ เออ ๆ แล้วแต่พี่เลยเอาที่พี่สบายใจตกลงพี่ลากผมมาจิกกัดว่างั้น งั้นขอตัวไปเรียนแล้วนะพี่เสียเวลาอนาคตของชาติหมดพี่ก็ไปเรียนได้แล้วมั้ง" ผมอดขำไม่ได้ก็มันพยายามจะเปิดรถแต่เปิดไม่ออกนั่งหันรีหันขวางหาปุ่มเปิดใหญ่
"ไอ้พี่แก่เปิดเร็ว ๆ ดิวะคนจะไปเรียนสายแล้วนะเนี่ย"
"กูชื่อโปรดแล้วกูก็แก่กว่ามึงหลายปีมาอ้งมาไอ้เดี๋ยวกูตบปากฉีกเลย" ผมพูดเสียงเข้มใส่มัน แค่จะขู่เล่นเฉย ๆ ตัวเท่าหมากระเป๋าแบบนี้ใช้กำลังด้วยไม่ลงหรอกเสียศักดิ์ศรีชะมัด
"ผมก็ไม่ได้ชื่อไอ้เด็กเวรผมชื่อปอรักเรียกให้มันถูก ๆ ดิ ทีตัวเองยังอยากให้คนอื่นเขาเรียกชื่อตัวเองแบบให้เกียรติเลยแต่ตัวเองกลับเรียกจิกหัวคนอื่นแบบนี้ใครมันจะไปเรียกพี่ได้ลงวะ พูดจาไม่ให้เกียรติคนอื่นเขาแล้วจะหวังมาให้เขาให้เกียรติเราเหรอตลกอะพี่" ผมเท้ากระตุกขึ้นมาเฉย ๆ เมื่อเห็นปากแดง ๆ กำลังพูดจาลอยหน้าลอยตามาให้ ไอ้เด็กนี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆ สินะ
ป๊อก ! "โอ๊ย ไรวะไอ้แก่เจ็บนะเว้ย! " ไวเท่าความคิดผมดีดนิ้วใส่หน้าผากเหม่งมันเต็มแรง มันถึงกับน้ำตาคลอไม่ถึงนาทีหน้าผากมันแดงเถือกโชว์ผลงานให้ผมเห็นอย่างชัดเจน หึหึ สะใจว่ะ
"มึงจะลงไปไหนก็ลงไปเลยปะเดี๋ยวจะโดนอีกที" ผมปลดล็อกประตูแล้วไล่มันลงไปให้พ้นหูพ้นตามันก็หน้าหงิกจ้องมองไม่ยอมลงไปสักที จนผมตั้งท่าจะดีดมันอีกทีนั่นแหละมันถึงรีบลนลานลงไปแถมปิดประตูรถดังโครม ถ้าประตูรถกูพังกูจะเรียกเงินจากมึงหมดตัวเลยไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎ!
"ว่าไงมึง กูไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตามึงเลยนะตกลงมึงเป็นน้องรหัสกูจริง ๆ ใช่มั้ยไอ้ดิว" ผมพยักหน้ารับไหว้ไอ้ดิว ไม่รู้ว่าผมโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้มันมาเป็นน้องรหัส ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรืออะไรแต่มันเอาแต่เงียบปลีกตัวอยู่เงียบ ๆ ไปเลี้ยงสายรู้ไหมว่ามันทำอะไรมันนั่งจิ้มโทรศัพท์คุยกับใครไม่รู้ตลอดงานพวกรุ่นพี่ในสายต่างก็พากันว่ามันคือทายาทของผมอย่างแท้จริง
ไม่ใช่เรื่องที่มันเอาแต่นั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่กับโลกโซเชียลนะเพราะผมไม่มีแอปโซเชียลใด ๆ ในโทรศัพท์เลยจะมีก็แต่ไลน์ที่เอาไว้คุยกับเพื่อนและให้ไอ้โยส่งคำเชิญเกมแค่นั้นเด็ก ๆ หรือคนที่นอนด้วยกันผมก็ไม่ให้ไลน์สักคน เห็นจากไอ้โยแล้วรำคาญแทน แต่ที่คนอื่นเขาว่าไอ้ดิวมันเป็นทายาทของผมคงเป็นเรื่องที่มันมีโลกส่วนตัวสูงเข้าถึงยากอะไรแบบนี้มั้ง
"ผมเคยได้ยินมาว่าตอนพี่อยู่ปีหนึ่งพี่ก็ไม่เคยไปงานเลี้ยงสายหรือเลี้ยงอะไรสักอย่างเลยนี่" มันตั้งใจกวนประสาทผมชัดเจนครับ ปากมันพูดมาเนิบ ๆ แต่มือกลับจิ้มโทรศัพท์อย่างเมามัน
"สัสเดี๋ยวกูสั่งซ่อมเลยนี่"
"ท่านโปรดครับให้ผมพูดตรง ๆ มั้ยท่านนอกจากผมแล้วก็ไม่มีใครกล้าเป็นน้องรหัสท่านหรอก ขนาดผู้หญิงที่ตามกรี๊ดท่านผมก็ยังเห็นเขาคุยกันว่าถ้าให้มาเป็นน้องรหัสท่านเขาก็ไม่เอา ท่านต้องขอบใจผมมากกว่าที่ทำให้สายรหัสของท่านไม่ขาดไม่ใช่เอะอะอะไรก็สั่งซ่อมสั่งซ่อม นี่มันปี 2017 ระบบโซตัสมันควรเบาบางลงได้แล้ว" ไอ้ดิวมันพูดเอื่อย ๆ ทำไมเหมือนผมมองเห็นตัวเองเมื่อปีที่แล้วเลยวะ จะต่างกันก็ตรงผมไม่ได้จิ้มโทรศัพท์อย่างมันแต่ผมนั่งกระดิกขาและพ่นควันบุหรี่ใส่พี่โฬมพี่รหัสตัวเอง
"แล้วตกลงวันนี้ท่านจะไปกินมั้ยถ้าไม่ไปผมจะได้ไปหาอะไรกินกับเพื่อนแทน"
"เพื่อนหรือเมียวะ มึงคุยกับกูก็โปรดให้เกียรติด้วยการมองหน้าคู่สนทนามึงบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าคุยอยู่กับเมียโทรศัพท์มึง" ผมส่ายหัวบอกมันเสียงเรียบ ๆ อย่างเหนื่อยใจอะไรจะมึนขนาดนี้วะ ถ้ามันอยู่กับไอ้โยผมนึกภาพไม่ออกว่าไอ้มึนที่วัน ๆ ขลุกอยู่แต่โทรศัพท์กับไอ้สมาธิสั้นที่อยู่เฉย ๆ นิ่ง ๆ ได้ไม่เกินสิบนาทีใครมันจะประสาทกินก่อนกัน
"อะเลิกกับเมียโทรศัพท์ก่อนก็ได้ครับท่านโปรดเชิญสั่งกระผมมาได้เลยว่าคืนนี้ท่านโปรดจะพากระผมไปเลี้ยงที่ไหน เอาที่ผับท่านเลยมั้ยครับกระผมยังไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองเหล้าชั้นดีบรรยากาศชั้นเยี่ยมที่ผับท่านสักที" คิ้วกับเท้าผมกระตุกเป็นจังหวะเมื่อไอ้น้องรหัสหน้ามึน ๆ ที่วัน ๆ มันไม่ค่อยยุ่งไม่ค่อยสุงสิงกับใคร
มันกำลังกวนประสาทใส่ผม ขนาดตอนแรกรู้จักกันผมยังอดรำคาญความเงียบของมันไม่ได้ เมื่อก่อนก็คิดไปว่าไอ้นี่มันเหมือนผมมากไปละแต่พอกินเหล้าด้วยกันสักอาทิตย์ ปากมันเริ่มไม่เงียบเหมือนอย่างเคย พอ ๆ กับเบอร์สี่สิบสี่ของผมที่เตรียมประเคนให้มันยี่สิบสี่ชั่วโมง เดี๋ยวเถอะกูจะหลอกพาไปให้การ์ดที่ร้านมันกระทืบเอาสักวัน!
"คิดยังไงอยากกินลาบวะพี่"
"ไม่ต้องคิดอะไรเหตุผลสั้น ๆ เลี้ยงน้องเวรอย่างมึงแค่ลาบก็หรูแล้วไอ้สัส" ผมยักคิ้วอย่างกวนตีนให้ไอ้ดิวมัน คิดว่ามึงทำเป็นคนเดียวรึไงไอ้ท่าทางกวนตีนน่ะกูนี่แหละตัวพ่อ หึหึ
"กี่ที่ครับ" ผมยืนมองไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎกำลังก้มหน้าก้มตาเช็ดโต๊ะอย่างแปลกใจ ตั้งแต่อาทิตย์ก่อนที่ผมลากมันมาดีดหน้าผากผมก็ไม่ได้มาหาเปาอีก เลยไม่มีธุระอะไรต้องมาแถวนี้
"เวลาลูกค้าเข้าร้านมึงต้อนรับลูกค้าแบบไม่มองหน้ารึไงวะไอ้เด็กสิบแปดมงกุฎ" สิ้นคำมันก็หันขวับมาพอเห็นหน้าผมเท่านั้นแหละมันรีบเอามือปิดหน้าผากตัวเองทันทีสงสัยจะกลัวโดนดีดอีก ไม่คิดว่าจะเจอมันที่นี่ดีเหมือนกันจะได้มีอะไรเล่นสนุก ๆ ไอ้ผมเองก็ไม่ได้เจอมันหลายวันแล้วชีวิตเลยออกจะจืดชืดพอเจอหน้ามันรู้สึกว่ากระปรี้กระเปร่าขึ้นเยอะ
"วันนี้มึงโดนอีกแน่ไอ้เด็กเวรสิบแปดมงกุฎจอมต้มตุ๋น" ผมกระซิบบอกตอนที่เดินผ่านมันมาและเรียกมันอย่างเต็มยศกับทุกตำแหน่งที่แต่งตั้งให้ด้วยเดี๋ยวมันจะหาว่าผมไม่ให้เกียรติมันเหมือนวันก่อนอีก รู้สึกว่าอารมณ์ตัวเองตอนนี้ดีระดับเก้าเต็มสิบและคาดว่าจะเต็มสิบในไม่ช้าเพราะไอ้เด็กที่ยืนหน้าหงิกงออยู่ตรงหน้านี่แหละ วันนี้กูจะให้เกียรติมึงเต็มที่เลยไอ้เด็กเวร!
