บทที่ 10 ทุกอย่างชัดเจน

“อย่าได้กล่าวเป็นอื่น สวรรค์ล่วงรู้ ข้ารู้ ใจท่านกับน้องอี้ ยิ่งตระหนักถึงกว่าผู้ใด”

หลี่หวางชิงขี้เกียจเล่นละครต่อ นางกล่าวอย่างตรงไปตรงมา กระนั้นก็ลอบมองสีหน้าของจ้านปี่อี้ตลอด สตรีเมื่อถูกจับได้ว่าตั้งครรภ์ก่อนกำหนด และฝ่ายชายยังไม่ยอมรับเรื่องเช่นนี้น่าอับอาย

“อย่าได้กล่าวถึงสิ่งที่ไม่ใช่ธุระวันนี้ของคุณหนูสี่เลย”

เมื่อชายหนุ่มเอ่ยเช่นนั้น หลี่หวางชิงจึงเลิกสนใจเด็กในท้องของจ้านปี่อี้ นางเปิดแผนที่ซึ่งคัดลอกมาจากห้องทำงานของพี่ชายคนโต กลางให้ถังมู่เหรินดู แจ้งเขาอย่างชัดเจนว่าต้องการร้านขายของในเมืองที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปราวๆ หนึ่งร้อยห้าสิบลี้

“เมือง...เยี่ยนกวาน” หญิงสาวชี้ไปที่แผนที่ พร้อมนึกถึงภาพในใจ มีบางฉากในซีรีย์ที่เกิดขึ้นที่นั่น เป็นสถานที่ซึ่งนางอ่านพบในบท และผู้จัดการถ่ายรูปมาให้ดู บอกว่าใช้เป็นที่เปิดกองซีรีย์อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมระบุว่าเมืองเยี่ยนกวาน มีการถ่ายทำหลายฉากสำคัญเพราะเป็นสถานที่งดงาม ทั้งเป็นเมืองเก่าแก่ มีความอุดมสมบูรณ์ อากาศไม่หนาวจัดหรือร้อนเกินไป นอกจากนั้นยังมีท่าเรือติดต่อกับต่างประเทศ

“คุณหนูสี่คิดดีแล้ว”

“ย่อมเป็นสิ่งที่ข้าพึงพอใจ”

เมื่อคุยสิ่งต่างๆ กับถังมู่เหรินเรียบร้อย หลี่หวางชิงก็อารมณ์ดีเป็นพิเศษ นางออกจากศาลต้าฟู่ในอีกครึ่งชั่วยามต่อมา ก่อนกลับเข้าจวนบิดา นางแวะร้านขายเครื่องประดับ และขนมหวานด้วยความสุข

ห้าวันที่ผ่านมา หลี่หวางชิงตั้งใจเขียนแผนการสำหรับเปิดร้านค้าของตน ที่ต้องทำเช่นนี้ด้วยรู้ว่า หากวันใดวันหนึ่งต้องแต่งออกจากสกุลหลี่ซึ่งชะตาชีวิตมิอาจเลี่ยงได้ นางควรมีทรัพย์สมบัติของตนไว้บ้าง ดังนั้นเริ่มทำการค้าเสียตั้งแต่ตอนนี้ นางคงอยู่รอดได้แบบมีสภาพคล่องในมือ และให้ผู้อื่นออกหน้าเปิดร้านแทน ส่วนนางคอยเก็บส่วนแบ่ง แล้วจะค้าขายสิ่งใด หลี่หวางชิงคิดอย่างถี่ถ้วน สินค้าของนางย่อมไม่ผิดกฎหมาย แน่นอนมันต้องเป็นที่ต้องการของทุกคน นางจะใช้การบอกแบบปากต่อปาก กระตุ้น ความอยากรู้ อยากลองให้คนนำเงินมามอบให้นาง ด้วยความจงรักภักดี

ขณะที่หลี่หวางชิงคิดใคร่ครวญหลายสิ่งอย่างกระตือรือร้น โดยหารู้ไม่ว่ายามสายวันนี้ นางต้องเผชิญหน้าจอมมารผู้เฝ้าประตูนรก

หญิงสาวไม่ใคร่อยากต้อนรับผู้ใด แต่เป็นเพราะหลี่หมิง พี่ชายคนโตของนาง ในอดีตเขาเป็นศิษย์ร่วมสำนักของจ้านซานป๋อ เรื่องนี้นางจึงปฏิเสธไม่ได้

“เขาไปสนิทสนมกันตั้งแต่เมื่อใด”

โอว่เซียงมองคุณหนูของตน แล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“ไม่ใช่เฉพาะคุณชายใหญ่ที่นับถือแม่ทัพจ้านเท่านั้น แต่ตัวคุณหนูก็...มีใจให้กับเขาอยู่มาก มากจนล้นเชียวล่ะเจ้าค่ะ” คำพูดแม่นมทำให้หลี่หวางชิงนิ่งไปชั่วขณะ ด้วยภูมิหลังตัวละครทั้งจ้านซานป๋อ และคนที่นางสวมร่างอยู่นี้ มีน้อยนิดในหัว

“เจ้านำสิ่งใดมากล่าว เหลวไหลสิ้นดี”

แม่นมส่ายหน้าน้อยๆ ทำท่าราวกับจะปลอบให้หลี่หวางชิงสงบสติอารมณ์

“หกปีก่อน คุณชายใหญ่ติดตามแม่ทัพจ้านไปบันทึกแผนที่ คุณหนูได้มีโอกาสออกไปด้วยอันที่จริงคือปลอมตัวเป็นเด็กชายในบ้านขึ้นรถม้าตามไป และความซุกซน ทั้งชอบผจญภัย คุณหนูขโมยม้าขี่ออกไปจนหลงป่า และพอถูกหมีไล่ ก็ได้แม่ทัพจ้านผู้นี้ช่วยเหลือ”

“ฮึ ข้ามิเห็นจะจดจำได้ เยี่ยงนี้ย่อมหมายความว่า เรื่องเหล่านั้นไม่ได้สำคัญ”

“ไม่สำคัญหรือเจ้าคะ แผลถูกหมีตะปบตรงกลางหลังแม่ทัพจ้านเกิดจากการช่วยชีวิตคุณหนู เขายังออกตามหา บัวหิมะ และสมุนไพรหลายชนิดช่วยคุณหนูด้วย เพราะหนีหมียักษ์ได้ก็จริง แต่คุณหนูกลับผลัดตกเขา ลงไปอยู่ในรังของแมงมุมก้นม่วง!”

ได้ยินโอว่เซียงเอ่ยเช่นนั้น เนื้อตัวของหลี่หวางชิงพลันร้อนวูบวาบ นางรู้สึกเหมือนได้รับพิษบางอย่างและมันจู่โจมเข้าสู่ร่างกายด้วยความรวดเร็วรุนแรง กระทั่งถ้วยชาในมือหล่นลงพื้นแตกกระจาย          

“คุณหนู!”

หลี่หวางชิงดึงสติตนกลับ นางเข้ามาอยู่ในร่างของหลี่หวางชิง หลายสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ย่อมส่งผลให้เจ้าของร่างรักปักใจต่อจ้านซานป๋อ

หญิงสาวมือเย็นจัด เหงื่อชื้นบนหน้าผาก หัวใจนางก็เคลื่อนไหวในจังหวะที่ไม่เป็นปกติ

“เติมสีปากสักนิด ดีหรือไม่เจ้าคะ” คำที่โอว่เซียงโพล่งขึ้น ทำให้หลี่หวางชิงฉงนอยู่สักหน่อย

“เจ้าหมายความเช่นไร”

“ก็คุณหนู ต้องออกไปต้อนรับแม่ทัพจ้านกับคุณชายใหญ่ อย่างน้อยควรมีสีหน้าสดใสสักนิด มิใช่ซีดเซียวเช่นนี้”

หลี่หวางชิงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ พอเรียกหากระจกทองเหลือง นางก็แทบกรีดร้องราวกับคนเสียสติ

“เติมสีปากไม่พอแล้ว ข้าต้องเขียนคิ้ว แต้มสีแก้มให้งามกว่านี้ ปะ ไปเอาถุงหอมมาด้วย ปิ่นดอกไม้ แล้วก็กำไลหยก ทั้งขนจิ้งจอก ข้าต้องการขนจิ้งจอกเงิน!!”

โอว่เซียงพยักหน้ารับ พร้อมสั่งสาวใช้นางเล็กๆ ให้วิ่งวุ่นหาของทุกอย่างที่หลี่หวางชิงต้องการ แต่ไม่วายสงสัยอยู่สักหน่อย เลยเอ่ยถาม

“ขนจิ้งจอกเงินหรือเจ้าคะ”

“ใช่ ข้าจะสวมมันผิดที่ใด”

“โถ คุณหนู แต่ตอนนี้แสงแดดจ้า อีกทั้ง ท่านก็แพ้ขนสัตว์”

หลี่หวางชิงหยุดชะงัก นางเกือบทำเสียเรื่องแล้ว จึงรีบเปลี่ยนคำสั่งสุดท้ายของตนเสียใหม่

“เสื้อคลุมสีเหลือง ที่ปักลายดอกแปะก๊วย รีบไปเอามาให้ข้าที”

โอว่เซียงยกมือขึ้นปิดปากตน หลี่หวางชิงกำลังต้องการทำสิ่งใดกันแน่ นางไม่รู้หรอกหรือว่า จ้านซานป๋อ...เกลียดสีเหลืองเพียงใด โดยเฉพาะสีเหลืองที่ปักลายดอกแปะก๊วย!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป