บทที่ 11 สลัดขน

หลี่หมิงต้อนรับจ้านซานป๋อเป็นอย่างดี ทั้งคู่นั่งดื่มสุราในสวนหิน ทว่าเมื่อพูดคุยถึงการทำแผนที่แนวกำแพงเมืองทางใต้ หลี่หมิงก็นึกบางสิ่งได้

เขากำลังออกแบบเครื่องเหวี่ยงหินลูกไฟ คิดว่าคงสามารถนำมาใช้ป้องกันเผ่านอกด้าน รวมถึงหน้าไม้ที่สามารถยิงได้คราวละสามลูก

“พี่ป๋อ ข้ามีบางสิ่งอยากอวดท่าน”

“วันนี้ข้ามาเยี่ยมเยียน เจ้าพักบ้างเถิด ไม่ต้องทำเป็นเด็กน้อย อยากอวดของเล่นใหม่เช่นนี้ก็ได้”

หลี่หมิงเขินเมื่อถูกทักเช่นนั้น เขาถูฝ่ามือสองข้างของตนไปมา และไม่วายเอ่ยต่อ

“แต่ข้าอยากให้พี่ป๋อชมจริง ๆ ตั้งใจทำอยู่หลายวัน ครั้งนี้หากพี่พึงใจ ข้าจะขอออกไปเมืองหน้าด่านด้วย อยากสำรวจถ้ำ แล้วก็วาดแผนที่ที่ทำค้างไว้ให้สำเร็จ”

จ้านซานป๋อหัวเราะเสียงห้าวด้วยความสุข หลี่หมิงเป็นคนเก่ง กระตือรือร้นตลอด อีกทั้งมุ่งหวังช่วยงานเขาเต็มที่ แต่พออยากให้อยู่ในราชสำนัก ทำงานในกรมโยธา หลี่หมิงกับปฏิเสธ ดังนั้นจึงรับหน้าที่เป็นกุนซือแทน ตำแหน่งขุนนางเขาจึงยังอยู่เพียงขั้นสี่ กระนั้นคนต่างนับหน้าถือตาหลี่หมิงมิน้อย นั่นเพราะบิดาเขาเป็นถึงราชครูซึ่งสอนเชื้อพระวงศ์ อีกทั้งคอยให้คำปรึกษาแก่ฮ่องเต้

“เช่นนั้นข้าขอตัวไปนำรถเหวี่ยงหินลูกไฟจำลองกับหน้าไม้มาให้พี่ป๋อชมสักหน่อย”

หลี่หมิงเอ่ยจบ จึงกลับเข้าไปในเรือนของตน ปล่อยให้จ้านซานป๋อ ชมสวนหิน และน้ำตกจำลองอย่างสบายอารมณ์

ดวงตากลมโต เห็นร่างสูงใหญ่ยืนโดดเด่นไม่เคลื่อนไหว ราวกับเป็นภูเขาหินอีกลูกในสวนแห่งนั้น

จ้านซานป๋อ เพียงแค่นางเรียกเขาในใจ ความรู้สึกกดดันอย่างมหาศาลก็ทาบทับไหล่สองบ่าน้อยๆ นี้

เมื่อครู่นางพบกับหลี่หมิง ซึ่งบอกให้นางต้อนรับอีกฝ่ายไปก่อน ด้วยเขาจะไปเตรียมบางสิ่งเพื่ออวดแม่ทัพหนุ่ม

“เสี่ยวชิง นานๆ ต้าเกอตัวจริงของเจ้ากลับเมืองหลวง สมควรปรนนิบัติเขาให้ดีรู้หรือไม่”

หลี่หมิงยกให้จ้านซานป๋อเป็นพี่ใหญ่ ทั้งเคารพ ทั้งนอบน้อมอีกฝ่าย หลี่หวางชิงก็ไม่คิดคร้าน ตั้งแต่มาอยูในร่างนี้ นางพยายามไม่สร้างปัญหากับคนในบ้าน และหลี่หมิงผู้นี้ เพียงแค่สัมผัสตัวตนเขา วิญญาณที่มาจากโลกอื่นรับรู้ได้ว่าเขาเป็นบุรุษที่ดีผู้หนึ่ง ผิดแต่ขาดเล่ห์เหลี่ยมไปสักหน่อย กระนั้นต้องยอมรับว่านางพึ่งพาเขาได้มากกว่าผู้อื่นในจวนใต้เท้าหลี่

“น้องสี่ย่อมต้องดูแลต้าเกอของพี่ใหญ่อย่างดีที่สุด”

“เจ้านี่นะ อย่าจ้องแต่แขวะพี่เลย แม่ทัพจ้านดีกับเราแค่ไหน น้องสี่ย่อมรู้แก่ใจ”

หลี่หมิงเอ่ย และยิ้มให้นาง ยามนั้นหลี่หวางชิงมองอีกฝ่าย พยายามค้นหาว่าเหตุใดเขาถึงได้ปลื้มจ้านซานป๋อ ทว่าไม่มีภาพปรากฏให้เห็น และพบแต่ความเอ็นดูที่หลี่หมิงมีให้นางผ่านสายตารักใคร่

“ข้ารู้ว่าเขาเป็นคนเก่ง กล้าหาญ และยังเผด็จการ!”

“พี่ป๋อ คือบุรุษทรงเกียรติและมีอำนาจ เจ้าควรให้ความเคารพเขา อย่าได้ทำกิริยามิงามให้เป็นที่ขุ่นเคืองใจ มิเช่นนั้นหน้าที่การงานพี่อาจไม่ราบรื่น”

หมี่หลิงแกล้งข่มขู่น้องสาว และแม้เขาเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่ แต่ก็ไม่เดือดร้อนอันใด เขาไม่ชอบการรับใช้ในวังหลวง ไม่ขยันเขียนรายงาน การประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ช่วยกองทัพ นับว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เขามีความสุขมาก และจ้านซานป๋อก็เป็นผู้หยิบยื่นโอกาสนี้ให้เขา และยังคอยชื่นชมหลี่หมิง ต่อหน้าฮ่องเต้อยู่เสมอ หลี่หมิงจะได้รับงานชิ้นพิเศษจากฮ่องเต้ นั่นจึงหมายความว่าอนาคตเขาย่อมไม่ตกอับ

“เช่นนั้น ข้าสมควรใช้ ‘แผนคนงามซื้อใจแม่ทัพจ้าน’ เพื่อให้เขาช่วยเลื่อนขั้นพี่หมิง ดีหรือไม่”

หลี่หมิงชอบใจ แล้วยกมือไล่น้องสาวให้ไปดูแลจ้านซานป๋อ ทว่าพอนางหมุนตัวหันหลัง เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่า น้องสาวสวมเสื้อคลุมสีเหลืองและลวดลายขัดตายิ่ง อีกทั้งนางแต่งหน้าวาดคิ้ว ทาปากสีสันบาดตาจนเกินพอดี ทว่าพอจะร้องทัก หลี่หวางชิงก็ก้าวจากไปราวกับนางเหาะเหินได้

ยามนี้เมื่อเห็นบุรุษผู้นั้นเต็มสองตา หลี่หวางชิงอยากก้าวหนีไปเสีย แต่สองขานางคล้ายถูกตอกตรึงไว้บนพื้น กระทั่งภูเขามนุษย์ลูกนั้นเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดเข้ามาหานาง มือใหญ่ๆ ที่มีพลังมหาศาลก็ยื่นมาบีบหัวไหล่บาง เขาออกแรงบีบรุนแรงคล้ายต้องการให้กระดูกในร่างนี้แหลกสลาย

ดวงตาคมกริบของจ้านซานป๋อ เมื่อเห็นร่างงามในเสื้อผ้าชุดสวย และเสื้อคลุมปักลายดอกแปะก๊วย ก็ทำให้หัวใจเขาปวดหนึบ นางจิ้งจอกน้อย จงใจท้าทายเขา เรื่องนี้ย่อมไม่อาจเป็นอื่น และยังกล้าหาญมากพอที่จะทำให้เขาแสดงความดิบเถื่อนออกมา หลี่หวางชิงอวดดีเกินไปแล้ว!

ดวงตากลมโตจ้องคนตัวสูงใหญ่อย่างไม่เกรงกลัว เขาบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ถึงได้กระทำรุนแรงต่อสตรี หญิงสาวอยากหวีดร้องตวาดใส่ อยากตบตี อยากกระทืบเขาด้วยสองเท้า ทว่าริมฝีปากงามที่แต้งสีสดกับไร้เสียงใดเล็ดลอด

“เป็นเจ้าสินะ ที่ทำให้อี้เอ๋อร์ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด อีกทั้งนางเตรียมกินยาฆ่าตัวตาย ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือเจ้า คุณหนูสี่ผู้อมหิต” เขาเอ่ยถึงจ้านปี่อี้ หลังจากกลับจวนแม่ทัพในวันที่ได้พบกับถังมู่เหริน น้องสาวเขาก็เหม่อลอย ก่อนคิดสั้นในเวลาต่อมา

หลี่หวางชิงหวีดเสียงแหลมสูง ใจนางเดือดปุดอย่างที่สุด

เหตุใดประตูขุมนรกอย่างจ้านซานป๋อ ถึงได้โยนข้อกล่าวหาบัดซบให้นาง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป