บทที่ 12 หดหัวในกระดองเต๋า

หลี่หวางชิงสูดลมหายใจลึก เมื่อรวบรวมสติและพลังได้ นางจึงแหวใส่เขา “ธุระของข้าหรือ ที่ต้องชี้นำผู้อื่นเช่นนั้น”

“หึๆ ๆ เพราะเจ้าคือสตรีร้ายกาจ ชอบสร้างเรื่องให้ผู้อื่นเดือดร้อน เจ้าบ้านถังน้อยก็เป็นเจ้าที่นัดแนะเขาให้ไปพบ สตรีที่ไม่อยู่ในขนบธรรมเนียม ไม่รักนวลสงวนตัว ยังนับว่าใช้ได้หรือ”

“ฮิๆ ๆ ข้าเพิ่งรู้ว่า แม่ทัพจ้าน หูตากว้างไกล และยังสนใจเรื่องลับๆ ของหนุ่มสาว มิน่าถึงได้เดือดร้อนเมื่อเห็นโฉมงาม รอพบบุรุษอยู่ที่สวนในศาลต้าฟู่ คงอยากรู้ว่าเจ้าบ้านถังน้อย…เกี้ยวสตรีได้หวานหยดย้อยสักแค่ไหน ใช่หรือไม่”

ถูกยั่วโมโหเช่นนั้น จ้านซานป๋อจึงหัวเราะเสียงดุเข้ม มือใหญ่ปล่อยหัวไหล่บาง ก่อนกระทำในสิ่งที่เขาไม่อาจระงับโทสะไว้ได้ ยามนั้น เขาระลึกถึงทหารที่ภักดีต่อตน ทั้งญาติพี่น้องหลายคน รวมถึงบิดาและอนุฉินที่สู้ศึกช่วยถ่วงเวลาไม่ให้ชาวเผ่านอกด้านนำกำลังไปสมทบพรรคพวกเพื่อเข้าโอบล้อมทัพจ้านซานป๋อซึ่งขณะนั้นติดอยู่ในค่ายกล

แม้ศึกครั้งนั้น จ้านซานป๋อสามารถเอาชนะพวกเผ่านอกด่านกับแคว้นฉีสำเร็จ แต่เมื่อรีบรุดนำกำลังมาหาบิดาที่หมู่บ้านแปะก๊วย กับพบว่าทุกคนสิ้นชีพทั้งหมด

ภาพเลวร้ายยังติดตาเขา เลือดสีแดงฉานชโลมต้นแปะก๊วย ศพนับร้อยถูกห้อยแขวนบนต้นไม้ทั่วทั้งหมู่บ้าน ด้วยศัตรูต้องการข่มขวัญและประกาศชัยชนะของตน!

ดังนั้นสีเหลือง และดอกแปะก๊วยจึงเป็นสิ่งที่เขาเกลียดมากที่สุด มันคือการหยามหมิ่นเขา

เสื้อคลุมสีเหลืองที่ทอจากผ้าไหมเนื้องาม ปักเป็นลายดอกแปะก๊วยถูกกระชากออกจากร่างกายหลี่หวางชิง เสียงผ้าขาดดังอย่างน่าตื่นตระหนก หลี่หวางชิงหน้าซีดเผือด นางทำสิ่งใดไม่ได้ในช่วงเวลานั้น และครั่นคร้ามใจจนตัวสั่น จ้านซานป๋อคนหยาบช้า เขาหวังจะข่มเหงนางในสวนหินใช่หรือไม่!


เสื้อคลุมตัวงามหลุดออกจากร่างหลี่หวางชิงแล้ว นางตกตะลึงชั่วขณะ ยามนั้น ดวงตากลมโตมองคนตัวสูงใหญ่ด้วยความพรั่นพรึง เขาเป็นตัวเอกนิยายเรื่องนี้จริงหรือ เหตุใดถึงป่าเถื่อน บ้าอำนาจ และใจร้ายต่อสตรีน้อยเช่นนี้

หลี่หวางชิงแยกเขี้ยวขู่ ก่อนหวีดเสียงแหลมสูงใส่เขา บทนางแมวป่าแสนร้ายกาจในโลกเดิม นางอยากเล่นเหลือเกิน แต่ไม่กล้ารับเนื่องจากต้องรักษาภาพพจน์ไว้ แต่ตอนนี้หลี่หวางชิงประทับร่างนางร้ายแสนอมหิตแล้ว ถึงเวลาเปิดศาล ยกเครื่องประหารหัวเสือมาตัดหัวจ้านซานป๋อให้หลุดจากบ่า!

“ชิ! จ้านซานป๋อ ทะ ท่านเป็นลูกหมายังไม่หย่านมมารดาหรืออย่างไร ถึงเกเร กัดทำลายข้าวของผู้อื่นเช่นนี้”

ชายหนุ่มอึ้ง หูเขาไม่ได้ฝาดใช่หรือไม่ หลี่หวางชิงเหิมเกริมยิ่งนัก “เจ้าไม่สมควรพ่นคำพูดร้ายกาจ รู้ตัวหรือไม่”

ดวงตากลมโตจ้องเขม็งไปที่จ้านซานป๋อ นางกล่าวสิ่งใด ย่อมรู้แจ้ง และมั่นใจว่าด่าไม่ผิดคน “ฮึ รู้สิ รู้ดีเสียด้วย”

“เจ้ากินยาผิดเทียบ เลยล้อข้าเล่น อย่าได้ทำเช่นนี้อีก!”

หลี่หวางชิงส่ายหน้าพร้อมทำปากคว่ำ จากนั้นก็สูดลมหายใจลึก มือหนึ่งเท้าสะเอว อีกมือชี้หน้าเขาอย่างโกรธแค้น

“คนอย่างข้า มิชอบล้อเล่นผู้ใด ทะ ท่านเป็น ไอ้ลูกหมา เจ้าลูกเต่าหดหัวในกระดอง และลูก...!!!”

จ้านซานป๋อเดือดดาลอยู่เป็นทุน และน้ำเสียงนางฉุดให้เขาไม่อาจระงับโทสะรอบที่สองซึ่งยามนี้มันถูกจุดปะทุติดแล้ว

มือใหญ่เอื้อมไปคว้าเอวคอดกิ่วของนาง ตั้งใจจับตัวแล้วอุ้มพาดบ่า และตีบั้นท้ายงอนงามให้หายขุ่นใจ แต่พอคิดอีกทีหลี่หวางชิงหาใช่เด็กเล็กๆ อย่างวันวาน ทำเช่นนั้นย่อมไม่เหมาะสม

ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ ในเมื่อนางด่าทอเขาดีนัก และยังใช้ปากอิ่มสวยที่ทาชาดสีแดงยั่วยวนนี้คอยเป่าหูน้องสาวเขาจนกลายเป็นสตรีโง่เขลา ทั้งยังกล้าเกี้ยวบุรุษสารเลวอย่างถังมู่เหริน ความผิดหลายกระทงที่เขาไล่เรียงมาทั้งหมดนี้ นางย่อมสมควรได้รับการสั่งสอนจากเขา

มือใหญ่ทรงพลัง พลันยื่นไปบีบคางเรียวรูปไข่ของนาง บีบอย่างไม่ออมแรงสักนิด ด้วยเขาตัวสูงกว่านางมาก ร่างหลี่หวางชิงจึงลอยขึ้นเหนือพื้น

“ปละ ปล่อย สารเลว ทะ ท่านเป็นคนบัดซบ!”

“หึ ๆ ๆ ฤทธิ์เจ้าเยอะถึงเพียงนี้ หากไม่กำราบไว้บ้าง วันข้างหน้าคงก่อเรื่องเสื่อมเสีย และทำให้ผู้อื่นต้องสิ้นชีพเป็นแน่”

“เฮอะ และคนที่ตายก่อนผู้อื่น ย่อมเป็นท่าน!”

คำดังกล่าวไฉนจะหลุดรอดจากริมฝีปากงามของหลี่หวางชิง เพราะนางถูกเขาบีบปลายคางไว้ เสียงที่เปล่งออกมาจึงเป็นการบ่นอู้อี้ฟังไม่ศัพท์!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป