บทที่ 13 ไข่มังกร

เมื่อเขาไม่มีทีท่าจะปล่อยนาง มือเล็กๆ และเท้าของนาง จึงออกแรงตบตีแล้วถีบเขาสะปะสะปะ จ้านซานป๋อไม่รู้สึกระคายผิวสักนิด ทว่าเป็นเขากลับเห็นรอยเขียวช้ำที่คางเรียวรูปไข่ ร่างทรงเสน่ห์เหมือนจะโงนเงนสิ้นแรง เขาจึงลดกำลังของตนลง เป็นตอนนั้นที่เสียงของนางดังออกมาพอดี

       “หมาบ้า เหตุใดถึงได้ไล่กัดผู้อื่น โดยไม่ฟังความให้แจ้งชัด!”

       “หึๆ ๆ ข้าบ้าได้มากกว่านี้ หากเจ้ายังคิดทำร้ายอี้เอ๋อร์ จำเอาไว้ ชีวิตนางมีค่ามากกว่าเจ้าหลายร้อยเท่า”

       เมื่อเขาปล่อยมือจากคางของหญิงสาว ก็รู้สึกผิดในใจ ด้วยใบหน้างามล้ำสั่นกระตุกน้ำตาไหลนองหน้า โอ้...เขาทำร้ายหลี่หวางชิง เพียงแค่คิดก็เจ็บปวด หน้าอกแน่นขึ้น การหายใจติดขัดไปหมด แต่เดิมเขาเป็นห่วงเป็นใยนาง ทว่าเมื่อครู่ ทั้งกิริยาและน้ำเสียง รวมถึงดวงตากลมโตคู่นั้น กลับมีแววอาฆาตแค้นรุนแรงส่งตรงถึงเขา ราวกับไม่ใช่หลี่หวางชิงที่เขารู้จัก ดังนั้นจ้านซานป๋อจึงยั้งโทสะไม่อยู่

       “เพราะเจ้ายั่วโมโหข้าก่อน ถึงได้พลั้งมือไป”

       “ฮึ ข้าเพิ่งรู้ว่าบุรุษชาตินักรบ ขอโทษสตรีไม่เป็น”

       ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูง เหตุใดเขาต้องกล่าวคำขอโทษนาง

       “ผู้รู้ ย่อมไม่ถือโทษคนพาล และข้าแจ้งใจว่าท่านเก่งเพียงแต่จับดาบ ตัดหัวผู้อื่น ไฉนจะมีหัวใจ”

       ดวงตาคมกริบหรี่ลง เขาเลือกที่จะไม่เปิดปากตอแยนางอีก กระทั่งร่างบอบบางหมุนตัวเตรียมก้าวจากไป แล้วจู่ๆ หลี่หวางชิงกลับกรีดร้องตกใจ ด้วยเบื้องหน้านางมีแมงมุมตัวโตไต่อยู่บนพื้น

        แมงมุมตัวนั้นเคลื่อนไหวรวดเร็ว ภาพในหัวของหลี่หวางชิงจินตนาการไปต่างๆ นานา นางขวัญเสีย กลัวจนแทบจะเป็นลม กระทั่งดึงสติตนได้จึงกระโดดตัวลอย ก่อนเซเสียหลักเข้าไปซุกซบอกกว้างๆ ของจ้านซานป๋อ

       ความรู้สึกอยู่ในอ้อมอกเขามันช่างประหลาด หลี่หวางชิงใจเต้นแรง ร่างกายอ่อนระทวย ใบหน้านางแดงก่ำ ภายในท้องน้อยคล้ายมีผีเสื้อบินว่อน ทั้งหมดนี้แน่ชัดแล้ว เจ้าของร่าง รักปักใจต่อจ้านซ่านป๋อ

       ไม่ ในชาตินี้ หลี่หวางชิงต้องไม่หลงเสน่ห์จ้านซานป๋อ ประตูแห่งขุมนรกผู้นี้ เขาจะเป็นได้เพียงแต่แม่ทัพตัวน้อยในกำมือนาง เป็นหมากตัวหนึ่งที่หลี่หวางชิงจะใช้ประโยชน์ เพื่อทำให้ชีวิตในโลกนี้อยู่อย่างสุขสบาย และไม่มีวันต้องถูกฝังทั้งเป็นในโลงศพพร้อมลูกน้อยในท้อง

       หลี่หวางชิงสลัดความคิดลุ่มหลงต่อจ้านซานป๋อทิ้ง แล้วออกคำสั่งเสียงดัง

       “ท่านไม่เห็นหรือแม่ทัพจ้าน เร็วเข้า ฆ่ามัน”

       นางว่าเสียงเขียวจัด พลางทุบหน้าอกเขาไปหลายหน และมันคงแรงมากเสียด้วย นางถึงได้ยินเสียงดังปุๆ

       “คราวนี้กลัวขึ้นมาแล้วรึ!”

       หลี่หวางชิงไม่ได้ตอบ แต่เนื้อตัวนางมีผื่นเห่อแดงขึ้น โดยเฉพาะที่ลำคอ หลังมือและแขน

       “ข้าไม่ได้กลัวสักหน่อย เพียงแต่รังเกียจมัน มิต่างจากท่าน!”

 ***********

       “ฮ่าๆ ๆ เจ้าช่างเป็นแม่นางน้อยที่น่านับถือ กล่าววาจาได้ตรงกับใจ และยังขวัญกล้าเทียมฟ้า”

       หลี่หวางชิงถลึงตาใส่คนตัวโต เขาทำนางเจ็บเมื่อครู่ กระดูกแทบแหลกสลายเป็นผุยผง พอนางกลัวแมงมุมก้นม่วง แสนน่าเกลียด แทนที่เขาจะปลอบขวัญกับส่งเสียงเยาะเย้ย ราวกับว่านางเป็นสตรีขวัญอ่อน ปัญญาทึบ ดังนั้นบุรุษเช่นจ้านซานป๋อ ยังควรเป็นเทพนักรบให้คนกราบไหว้อีกหรือ!

       “ท่านไม่ใช่บุรุษ!” นางโพล่งใส่เขา พลางขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ทว่าใบหน้างามล้ำที่ถูกเขาบีบปลายคาง ได้รับความบอบช้ำมิน้อย นางจึงน้ำตาเล็ด รู้สึกปวดหนึบไปหมด

       “กล่าวเช่นนั้น นับว่าผิด ข้าย่อมเป็นบุรุษ ดูเหมือนเจ้าชมชอบมากเสียด้วย เพราะเดี๋ยวตบตี เดี๋ยวกอดจนแน่น หากปล่อยให้เจ้าโมโหมากกว่านี้ คงมิแคล้วเราทั้งคู่ต้องถอดเสื้อผ้า แล้วนอนบนเตียงและโต้เถียงกันทั้งวันทั้งคืน!”

       หลี่หวางชิงไม่เคยพบกับคนหลงตัวเองถึงเพียงนี้ เมื่อก่อนนางเป็นนักแสดงชั้นนำแถวหน้าระดับประเทศ รับบทนางเอกแสนดี หวานละมุน ใสซื่อ ไร้ปากเสียงตอบโต้ใคร มักถูกพระเอกกระทำย่ำยี หรือกลั่นแกล้งให้เจ็บช้ำใจ แต่พระเอกที่นางรู้จัก ทั้งนอกจอและในบทมีดีบ้าง ร้ายกาจบ้าง แต่ยังไม่มีใครทำให้นางของขึ้นได้ถึงเพียงนี้!

       บัดซบ! มารดาเจ้าเถิดจ้านซานป๋อ เขาคือประตูนรกแห่งแคว้นเป่ย เขาทำให้นางโกรธ ยามนี้บทนางร้ายใดที่ไม่กล้าเล่น หลี่หวางชิงขอประกาศว่า ส่งมาให้นางเถิด นางจะแสดงให้เต็มเหนี่ยว ซัดคนรูปงามให้หน้าหงาย

       “ข้ากล่าวถูกต้องหรือไม่ เจ้านิยมในตัวข้า นี่คงอ่านตำราคู่รักมามิน้อย จึงคิดว่ายิ่งตบตี ยิ่งจะมีลูกหัวปีท้ายปีเช่นนั้นสินะ”

       หญิงสาวอึ้งจัด นั่นคือวาจาของจ้านซานป๋อหรือ เหตุใดถึงหยาบคาย และเผ็ดร้อนราวกับแม่ค้าในตลาดสด นางอยากมีเวทมนตร์เหลือเกิน จะได้สาปให้เขากลายเป็นบ้าใบ้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป