บทที่ 3 หวามสวาทเมียเชลย บทที่ 3

ว่าแล้วก็ทรงตัวลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังเจ็บสะโพกไม่หาย คีรินทร์ไม่พูดอะไรแต่เขามองหญิงสาวที่พาร่างบอบบางของเธอเดินกะเผลกหวังจะกลับไปยังจุดที่เธอคิดว่าพี่ชายจอดรถรออยู่ ทว่ายิหวากลับต้องผิดหวังเมื่อเธอพบว่าที่นั้นมีแต่ความว่างเปล่า

“พี่ยอด! พี่ยอดไปไหนแล้วล่ะ!”

ไฮโซสาวกรีดเสียงแหลมเมื่อไม่เห็นแม้เงาของยอดชายอย่างที่เขารับปากว่าจะรอรับเธอกลับบ้าน ยิหวากัดฟันตัวเองแน่น ถึงตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่าถูกพี่ชายจอมกะล่อนปลิ้นปล้อนน้องสาวแท้ ๆ เข้าให้แล้ว

“ว่าไง...นี่มันคงตั้งใจเอาเธอมาทิ้งไว้ที่นี่แล้วรีบเผ่นแน่บกลับบ้าน ไอ้จอมกะล่อนเอ๊ย”

“พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ คีรินทร์!” ยิหวาหันมาร้องเสียงแหลมใส่ แต่เธอกลับได้ยินเสียงหัวเราะของเขาเหมือนคนบ้าคลั่ง

“เฮ้!...นี่มันก็ไม่ใช่ธุระของผมเหมือนกันนะคุณไฮโซสาว เรื่องอะไรผมต้องพาคุณกลับบ้าน ในเมื่อพี่ชายคุณมาหลอกผมก่อน”

“แต่ฉันไม่รู้เรื่อง ฉันมีหน้าที่แค่เองของพี่ยอดมาให้คุณเท่านั้น”

“ก็ถือว่าสมรู้ร่วมคิดกับพวกโจร”

คีรินทร์เข้าไปคว้ามือหญิงสาวและกุมไว้แน่น ชายหนุ่มหรี่นัยน์ตาลงและมองหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์

“ผมว่าไอ้ยอดมันคงวางแผนเอาไว้แล้วละกระมัง มันคงคิดแล้วว่าผมต้องรู้ว่ามันจะตลบหลังผม แต่ก็ไม่เป็นไรนี่นะ...ผมไม่ได้เงินคืน ถ้าอย่างนั้นก็เอาคุณเป็นตัวประกันไว้ที่นี่ก็แล้วกัน”

บทที่ 3

“จะบ้ารึไง! ใครจะยอมอยู่ที่นี่เป็นตัวประกันของคุณ”

ยิหวาเสียงสั่น ความกลัวที่เข้าเกาะกุมหัวใจทำให้ไฮโซสาวทำอะไรแทบไม่ถูก ไม่เคยเลยที่ต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ เธอเหมือนหนูตัวเล็ก ๆ ที่กำลังจะโดนเสือตัวใหญ่ตะปบ

“ไม่ยอมก็ต้องยอม!” เขาเสียงเข้ม “ก็พี่ชายคุณเล่นไม่ซื่อกับผม แม้แต่น้องสาวตัวเองมันยังทิ้งได้ลงคอ มันคงรู้แล้วว่าถ้าขืนอยู่ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นเลยรีบเผ่นแน่บไปซะก่อน”

“พี่ยอดไม่ทำอย่างนั้นกับฉันแน่!”

ยิหวาสะบัดข้อมือจากมือหนาใหญ่แต่ก็ไร้ผลเพราะคีรินทร์จับมันไว้แน่น หญิงสาวเริ่มมืดมน เธอจะทำอย่างไรดี จะหนีไปก็คงทำได้ยาก ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว พอคิดแบบนั้นน้ำตาก็เริ่มคลอหน่วย แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ของคีรินทน์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างหยิบมันขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง พอเห็นชื่อสายเรียกเข้าเขาก็กระหยิ่มทันที

“ผมว่าไอ้ยอดมันคงมีอะไรอยากคุยกับน้องสาวของมันแน่ ๆ”

ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างเมื่อชายหนุ่มยื่นโทรศัพท์ให้แต่ไม่ยอมปล่อยมืออีกข้างของเธอ ยิหวารีบดึงสมาร์ทโฟนจากมือของเขาแล้วเอาไปแนบหู เสียงที่ดังมาจากอีกฝั่งทำเอาหญิงสาวตาโต

“พี่ยอด!...พี่อยู่ที่ไหน ทำไมปล่อยฉันไว้ที่นี่คนเดียวล่ะ กลับมารับฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ”

“ใจเย็น ๆ ก่อนยิหวา” เสียงยอดชายดังมาตามสาย

“ให้ใจเย็นอะไรกัน! นี่เพื่อนพี่บอกว่าเพชรที่พี่เอามาให้เขาเป็นของปลอม มันไม่เป็นความจริงใช่มั้ย”

“ยิหวา...พี่ยอมรับกับยิหวานะว่าพี่หลอกคีรินทร์จริง ๆ”

“อะ...อะไรนะ!” ยิหวาเสียงแหลม เธอแทบจะเป็นลมล้มพับไปในวินาทีนั้น

“นี่พี่หลอกเขาจริง ๆ...โอ...ไม่นะ...แต่พี่ไม่น่าทิ้งฉันไว้ที่นี่ พี่ต้องกลับมารับฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“ยิหวาใจเย็นนะน้อง...พี่จำเป็นต้องทำ และถ้าจะให้พี่กลับไปที่นั่นตอนนี้คีรินทร์มันต้องเอาพี่ตายแน่ พี่ขอร้องให้เธออยู่ที่นั่นก่อน ทำดีกับมันไปก่อนแล้วพี่จะกลับไปรับ”

“พี่จะบ้ารึไง!”

ยิหวาพูดไม่ทันจบโทรศัพท์ก็ถูกคนตัวโตกระชากกลับไป คีรินทร์เอามันไปแนบหูตัวเองก่อนพูด

“ไอ้ยอด นี่แกจะเอายังไงกับฉันกันแน่ แกคิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่าของที่แกเอามาให้มันเป็นของเก๊! ไอ้สารเลวเอ๊ย นี่ถ้าฉันไม่ได้เงินคืนภายในอาทิตย์นี้ฉันตามล่าเด็ดหัวแกแน่!”

คนพูดเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ยิหวาเห็นคีรินทร์เงียบไป เขากำลังฟังเสียงจากอีกฝั่งและเหมือนกำลังครุ่นคิดตามไปด้วย หญิงสาวหัวใจเต้นแรง เธอไม่รู้ว่ายอดชายพูดอะไรกับคีรินทร์ สักพักเขาก็พูดขึ้นว่า

“เออ! ถ้าแกไม่ทำตามที่สัญญากับฉันล่ะก็ เตรียมตัวเป็นผีไปเฝ้ายมบาลได้เลยไอ้ยอดชาย!”

“อย่าพึ่งวางสายซี...โธ่เอ๊ย!”

ยิหวาร้องออกมาอย่างเสียดายเมื่อคีรินทร์กดวางสายและเก็บโทรศัพท์ไว้ แต่เขาหันมาเหยียดยิ้มกับเธอก่อนจะดึงร่างเล็กมากอดรัดในอ้อมแขน

“ไอ้บ้า! นี่พี่ชายฉันพูดอะไรกับนายฮะ คีรินทร์!”

“เขาไม่พูดอะไร เพียงแต่บอกให้คุณช่วยทำตัวเป็นเชลยของผมก่อนที่เขาจะเอาหนี้มาชดใช้ให้”

“กรี๊ด!!!!”

ยิหวาร้องลั่นเหมือนคนเสียสติ พยายามสะบัดหน้าขืนตัวแต่ถูกคีรินทร์ล็อคไว้ด้วยอ้อมแขนของเขา

“นี่!...เลิกคลั่งซะทีจะได้มั้ย เป็นเชลยต้องทำตัวดี ๆ ไม่รู้รึไง”

“ฉันไม่เป็นเชลยของใครทั้งนั้น! ฉันจะกลับบ้าน...จะกลับบ้าน”

“โธ่เอ๊ย...พูดดี ๆ ด้วยไม่ยอมฟัง ถ้างั้นมันก็ต้องอย่างงี้”

“กรี๊ด!!!...นี่นายจะทำอะไร!”

ร่างเล็กตะบี้ตะบันจิกข่วนคนตัวโตเป็นพัลวันเมื่อเขาช้อนร่างของเธอไว้ในอ้อมแขนแล้วอุ้มพาเดินไปด้านหลังของบ้านไม้สักหลังใหญ่ คีรินทร์สาวเท้ายาว ๆ ลัดเลาะเข้าไปในบริเวณที่เต็มไปด้วยสุมทุมพุ่มไม้โดยไม่สนใจปลายเล็บที่ข่วนไปมาบนต้นแขนและคำผรุสวาสด่าทอจากแม่ไฮโซสาว

“ไอ้บ้า!...ไอ้คนโรคจิต!...ไอ้คนบ้า! ปล่อยฉันนะ ฉันจะแจ้งตำรวจ...ฉันจะ...อ๊าย...ว๊าย...กรี๊ด!!!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป