บทที่ 1 สมหวังตามปรารถนา

นารานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ข้าง ๆ กันนั้นยังมีถ้วยยาจีนที่เพิ่งดื่มหมดไปวางอยู่ กลิ่นสมุนไพรยังอวลจาง ๆ และรสขมก็ยังติดปลายลิ้น แม้เธอจะยกน้ำขึ้นจิบตามไปแล้วก็ตาม

เรือนผมยาวสลวยถูกปล่อยให้สยายกลางหลัง ผิวขาวเนียนดุจหิมะ ชุดนอนผ้าไหมแท้ขับเน้นเรือนร่างอันงดงามของเธอให้เด่นชัด

วันนี้คือวันวาเลนไทน์

เมื่อเดือนก่อน ตอนกลับไปบ้านใหญ่ นิคส์เคยสัญญาไว้ว่าเขาจะกลับบ้านมาอยู่กับเธอ

ท้องฟ้าข้างนอกค่อย ๆ มืดลง แสงสุดท้ายเลือนหายไปทีละนิด แต่เงาของนิคส์ก็ยังไม่ปรากฏ

นาราครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดโทรหานิคส์

เสียงรอสายดังอยู่นาน แต่ปลายสายก็ยังไม่มีใครตอบรับ

ในจังหวะที่เธอกำลังจะถอดใจและวางสาย โทรศัพท์ก็มีคนรับ

"สวัสดีค่ะ ใครคะ?" คนที่รับสายเป็นผู้หญิง

"ฉันโทรผิดค่ะ ขอโทษด้วย..."

นาราพูดอย่างตะกุกตะกัก

ขณะที่กำลังจะวางสาย เสียงของนิคส์ก็แทรกดังขึ้น "ใครโทรเข้ามาหรอคะ?"

"เขาบอกว่าโทรผิดค่ะ"

สิ้นเสียงพูด สายก็ถูกตัดไป

นารามองเบอร์โทรศัพท์ที่จำได้ขึ้นใจบนหน้าจอ เธอแน่ใจว่าไม่มีทางโทรผิดเบอร์แน่ ๆ

เสียงผู้หญิงคนนั้นยังคงก้องอยู่ในความคิด คุ้นเคยเสียจนไม่อาจปฏิเสธได้... เธอคือรักแรกของนิคส์

เธอเพิ่งกลับจากต่างประเทศเมื่อเดือนที่แล้ว ไม่คิดเลยว่าทั้งสองคนจะกลับมาติดต่อกันได้รวดเร็วขนาดนี้

บางที… นั่นอาจเป็นคำตอบว่าทำไมช่วงนี้นิคส์เขาถึงออกจากบ้านตั้งแต่เช้า และกลับดึกแทบทุกวัน

เมื่อมองอาหารเต็มโต๊ะที่จัดไว้อย่างตั้งใจ แต่กลับไร้คนร่วมโต๊ะ รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนริมฝีปากของนารา่ ทว่าเจือไปด้วยความขื่นขม

เพื่อที่จะบำรุงร่างกายให้แข็งแรง เธอต้องฝืนทนดื่มยาจีนขม ๆ ปีแล้วปีเล่า

แต่ความจริงแล้ว...นิคส์ไม่แม้แต่จะยอมนอนเตียงเดียวกับเธอด้วยซ้ำ

ทุกครั้งที่ทำเรื่องอย่างว่าก็เหมือนเพียงทำให้เสร็จสิ้นไปตามหน้าที่ ไร้ความอ่อนโยน ไร้ความผูกพัน

สำหรับวันพิเศษเช่นนี้ เธอเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างตั้งใจ ตั้งแต่เดือนก่อนก็เริ่มเรียนทำอาหารกับแม่บ้าน หวังเพียงให้ค่ำคืนนี้ต่างออกไปจากทุกวัน

แต่คืนนี้… เขาคงไม่กลับมาแล้วสินะ

ทั้งที่ลึก ๆ นารารู้อยู่แก่ใจ ว่าวันแบบนี้เขาคงมีที่อื่นให้ไป มีใครอีกคนให้ใช้เวลาอยู่ด้วย เพียงแต่ในมุมเล็ก ๆ ของหัวใจ ยังคงมีความหวังกับนิคส์อยู่

"งั้น...รอเขาอีกคืนแล้วกัน!" นาราพึมพำกับตัวเอง

เสียงนาฬิกาบนผนังเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่านเลขสิบสอง...ค่ำคืนล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่

แต่นิคส์… ก็ยังไม่กลับมา

นารานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแบบนั้นทั้งคืน

เมื่อเห็นว่าวันวาเลนไทน์ได้ผ่านพ้นไปแล้ว นาราจึงลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร ก่อนจะกลับเข้าห้องนอน พร้อมความผิดหวังที่เกาะกินอยู่เต็มหัวใจ

คืนนั้นเธอไม่อาจข่มตาหลับได้ ความคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องของนิคส์ ไม่ว่าจะพยายามสลัดอย่างไร ก็ไม่อาจหลุดพ้น

ครอบครัวของเธอกับตระกูลอินทรจันทร์เป็นคนรู้จักกันมานาน คุณย่าของนิคส์ชอบเธอมาก และท่านก็เป็นคนจับคู่ให้พวกเขาทั้งสองแต่งงาน

ในวันที่รู้ข่าวว่าจะได้แต่งงานกับนิคส์ เธอตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน

ทั้งหมดนั้น… ก็เพราะความลับเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้... ตั้งแต่อายุสิบแปด ในวันที่เธอได้พบกับนิคส์เป็นครั้งแรก เธอก็ตกหลุมรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น

เธอเคยเชื่อว่านี่คือความฝันที่เธอปรารถนามาตลอดชีวิต แต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่า ในหัวใจของนิคส์จะยังมีใครอีกคนอยู่เสมอ...รักแรกที่เขาไม่เคยลืม

ในตอนนั้น เพราะคุณย่าสุนิษาไม่ชอบผู้หญิงคนนั้น จึงกดดันให้ทั้งสองต้องเลิกรากัน

และสุดท้าย แอนน์ก็เลือกรับเงินก้อนนั้นแล้วเดินทางไปต่างประเทศ

นั่นจึงทำให้เธอมีโอกาสได้แต่งงานกับนิคส์

แต่งงานกันมาห้าปีแล้ว...แต่ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับห่างเหินราวคนแปลกหน้า

ครั้งนี้ นารารู้สึกชัดเจนเหลือเกินว่าเธอไม่อยากทนอยู่แบบเดิมอีกต่อไปแล้ว

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ นาราก็เผลอหลับไปท่ามกลางความอ่อนล้า และแม้ในความฝัน… ก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องของนิคส์

ยามค่ำคืนที่เงียบงัน แสงสลัวจากโคมไฟตั้งพื้นทอดเงาอ่อนบนผนัง ในความเลือนรางนั้น เธอรู้สึกได้ถึงสัมผัสของมือคู่หนึ่งที่ค่อย ๆ ลูบไล้ลงบนหัวไหล่

กลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ ลอยมาแตะปลายจมูก ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้ เสียงกระซิบแผ่วเบาแนบชิดข้างหูเธอพร้อมจุมพิตแผ่วเบา

ปลายนิ้วนั้นเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า ราวกับตั้งใจจะปลุกความรู้สึกบางอย่างให้ตื่นขึ้น จนสุดท้ายก็หยุดอยู่ที่จุดซ่อนเร้นของเธอ

ในตอนนั้น นาราก็ตื่นขึ้นมาแล้ว

ร่างกายนี้คุ้นเคยกับนิคส์เป็นอย่างดี เขาสามารถปลุกเร้าอารมณ์ของเธอได้อย่างง่ายดาย

"ตื่นแล้วก็อย่าแกล้งหลับสิ" นิคส์รวบตัวนาราขึ้นมาแล้ววางราบบนเตียง

เขาฉีกกระชากชุดนอนของเธออย่างรุนแรง แล้วใช้มือข้างเดียวปลดเข็มขัด

ปลดปล่อยความเป็นชายอันใหญ่โตออกมา โดยไม่สนใจว่านาราจะรู้สึกอย่างไร เขาก็กระแทกเข้าไปอย่างไม่ปรานี

ไม่มีการเล้าโลมใด ๆ ช่องรักของนาราแห้งผากอย่างยิ่ง

ไม่อาจทนรับการกระแทกที่รุนแรงเช่นนี้ได้ ในวินาทีที่เขาเข้ามา เธอก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ

"นิคส์... ช้าหน่อย ฉันเจ็บ" นารายื่นมือเล็ก ๆ ออกไปยันหน้าอกของเขา

นิคส์หัวเราะเบา ๆ แล้วทาบทับลงบนร่างของเธอทั้งตัว

มือข้างหนึ่งรวบมือของเธอขึ้นไปไว้เหนือศีรษะ ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้เนินอกของเธออย่างเบา ๆ ตุ่มไตเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ แข็งชันขึ้นเพราะการกระตุ้น

นาราส่งเสียงครางในลำคอ การขัดขืนลดน้อยลงไปมาก

เมื่อสัมผัสได้ว่าเธอเริ่มมีอารมณ์แล้ว นิคส์ก็เริ่มกระแทกอย่างรุนแรง ทุกครั้งล้วนกระแทกไปจนถึงมดลูก

"แอนน์..." นิคส์ที่กำลังเมาเอ่ยชื่อนั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว

ร่างของนาราที่อยู่ข้างใต้แข็งทื่อไปชั่วขณะ อารมณ์ปรารถนาทั้งหมดมลายหายไปในบัดดล

เขามองเธอเป็นแอนน์

เมื่อรู้สึกว่าความเป็นชายของนิคส์ยังคงขยายใหญ่ขึ้น นาราก็รู้สึกรังเกียจอย่างยิ่ง

เธอเริ่มขัดขืนอย่างรุนแรง "นิคส์ ไอ้คนสารเลว ดูให้ชัด ๆ สิว่าฉันเป็นใคร!"

การเคลื่อนไหวแค่นี้ไม่ระคายเคืองนิคส์เลย "อย่าดิ้นสิ!"

"หันหลังแล้วคุกเข่า"

เธอรู้ว่านิคส์ชอบท่านี้มาก ก่อนหน้านี้เธอก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ

แต่ในตอนนี้ เธอแค่อยากจะหนีไปจากเขาให้เร็วที่สุด

นิคส์ถอนความเป็นชายออกจากช่องรักของเธอ ของเหลวเหนียวเหนอะทำให้ผ้าปูที่นอนเปียกชุ่มไปหมด

เมื่อเห็นว่าเธอไม่ตอบสนอง นิคส์จึงโอบเอวเธอแล้วอุ้มทั้งตัวไปไว้ที่ขอบเตียง

เมื่อเห็นว่าเธอพยายามจะหนี นิคส์ใช้มือข้างหนึ่งจับเอวบางของเธอไว้ ส่วนมืออีกข้างก็ประคองความเป็นชายแล้วกระแทกเข้าไปอีกครั้ง

จากนั้นก็เป็นการกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง เสียงเนื้อกระทบกันดังชัดเจนเป็นพิเศษในห้องที่เงียบสงัด

นารารู้ว่าเธอหนีไม่พ้น น้ำตาคลออยู่ที่หางตา ทำได้เพียงยอมรับทุกอย่างอย่างจำใจ

ท่ามกลางความรุนแรงของนิคส์ เธอกลับยังสัมผัสได้ถึงความสุขเล็กน้อย

เธอกัดริมฝีปากแน่น ไม่อยากส่งเสียงน่าอายนั้นออกมา

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ นิคส์หยุดไปชั่วครู่ แล้วก็กระแทกแรงขึ้นกว่าเดิม

นาราก็อดไม่ได้ที่จะร้องออกมา เสียงครวญครางแผ่วเบา

หากไม่ใช่เพราะเขาจับเอวเธอไว้ ป่านนี้เธอคงหมดแรงล้มพับไปแล้ว

หลังจากสอดใส่ไปอีกนาน นิคส์ก็หลั่งน้ำรักข้นคลั่กเข้าไปในช่องรักจนหมด

เขารู้สึกได้ว่าร่างของนารายังสั่นสะท้านอยู่ กว่าจะหยุดก็ผ่านไปพักใหญ่

เมื่อเสร็จกิจ นิคส์ก็หยิบกระดาษทิชชูข้าง ๆ มาเช็ด ส่วนนาราก็ล้มตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง

พักอยู่ครู่ใหญ่ถึงจะมีแรง ขาสั่น ๆ เดินเข้าห้องน้ำไปล้างตัวง่าย ๆ

จากนั้นเธอเงยหน้ามองตัวเองในกระจก แก้มแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด ดวงตายังมีประกายสั่นไหวบางอย่างที่เธอเองก็ไม่อาจอธิบาย

เมื่อกลับเข้ามาในห้องนอน นาราก็ล้มตัวลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง ที่มีนิคส์นอนอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อเห็นเธอกลับมา เขาก็ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะป้อนยาในมือเข้าปากอย่างคุ้นเคย

หลังเสร็จกิจ นิคส์จะให้เธอกินยาคุมเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เธอตั้งท้อง

ครั้งนี้นิคส์ดูจะเมาหนักกว่าปกติ หลังจากยัดยาเข้าปากเธอ เขาก็เอนตัวลงนอนต่อแทบจะในทันที

นาราลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบกระดาษทิชชูข้างเตียง แล้วบ้วนยาที่อยู่ในปากออกอย่างเงียบเชียบ

นารา...อยากมีลูก บางทีเธออาจจะโชคดีพอ ที่ครั้งนี้จะทำให้ความหวังเล็ก ๆ ในใจของเธอ… เป็นจริงขึ้นมาได้

บทถัดไป