บทที่ 6 คุณไม่อยากให้ฉันไป
คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คือแอนน์นั่นเอง
ช่างเป็นคู่แค้นที่ต้องมาเจอกันในที่แคบจริง ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะมาเจอพวกเขาที่นี่
“เราไปทางโน้นกันเถอะ” นาราดึงจิณณ์เดินหนีไป เธอไม่อยากเห็นหน้านิคส์กับแอนน์จริง ๆ
ถึงแม้เธอจะตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะหย่า แต่พอเห็นนิคส์อยู่กับแอนน์ เธอก็ยังรู้สึกปวดใจอยู่ดี
นิคส์ที่อยู่ไกลออกไปก็สังเกตเห็นทางนี้เช่นกัน ถึงแม้จะเห็นแค่เงาด้านข้าง เขาก็จำได้ทันทีว่าคนนั้นคือนารา
แม้จะแต่งงานกันมานาน แต่เขาไม่ได้เห็นเธอแต่งตัวจัดเต็มแบบนี้บ่อยครั้งนัก
ชุดราตรีชุดนั้นขับเน้นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบของนาราออกมาได้อย่างงดงาม
“พี่นิคส์ มองอะไรอยู่คะ” แอนน์สังเกตเห็นว่านิคส์จ้องมองไปไกล ๆ ตลอดเวลา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น
เมื่อได้ยินเสียง นิคส์ก็ดึงสติกลับมา “ไม่ ไม่ได้มองอะไรนี่”
“แอนน์เห็นเพื่อนอยู่ทางโน้นพอดี เดี๋ยวขอตัวไปทักทายก่อนนะคะพี่นิคส์”
นิคส์พยักหน้ารับ มองแอนน์เดินจากไป
แล้วเขาก็ก้าวเท้าเดินไปยังทิศทางที่นาราเพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่
ห้องจัดเลี้ยงนี้ใหญ่มาก นิคส์เดินไปสักพักถึงจะเห็นเงาร่างนั้น
เขาค่อย ๆ เดินเข้าไป ตอนแรกที่เห็นนารา เขาคิดจะถามว่าเธอหายโกรธหรือยัง เมื่อไหร่จะยอมกลับบ้าน
แต่พอจะพูดออกมาจริง ๆ ความหมายกลับเปลี่ยนไป
“นารา เธอมาทำอะไรที่นี่? อย่าบอกนะว่าสืบรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่เลยตั้งใจตามมา”
จิณณ์หัวเราะเยาะออกมา “ที่เขาว่านายหลงตัวเองนี่ไม่ผิดเลยนะ คิดว่าตัวเองเป็นทองคำหรือไง ใครเห็นก็อยากจะเข้ามาเกาะแกะงั้นเหรอ?”
“ฉันว่านายกลับไปตรวจสมองที่โรงพยาบาลหน่อยก็ดีนะ อย่าให้มีปัญหาอะไรเลย” นาราบอกนิคส์ด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นายรีบเซ็นหนังสือสัญญาหย่าแล้วส่งมาให้ฉันเร็ว ๆ ฉันจะได้นัดวันไปทำเรื่องที่สำนักงานเขต”
เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของนารา เขาก็เพิ่งจะตระหนักได้ว่าเธอเอาจริง
เขามองอยู่นานก่อนจะเอ่ยปาก “เธอเอาจริงเหรอ? แน่ใจนะว่าจะหย่า?”
คำพูดแบบนี้ นาราฟังจนเบื่อแล้ว
“ไม่งั้นนายคิดว่าฉันกำลังงอนนายอยู่หรือไง?”
นิคส์ชะงักไป เขาก็คิดแบบนั้นจริง ๆ
“ทำไมล่ะ ไม่อยากหย่าเหรอ? หรือว่านายเสียดายฉัน?” นารายิ้มเย้ยหยัน
เมื่อถูกเธอกระตุ้นแบบนั้น นิคส์ก็พูดอย่างเด็ดขาด “อีกสามวัน สิบโมงเช้า เจอกันที่สำนักงานเขต”
พอได้ยินประโยคนี้จริง ๆ ในใจของนารากลับรู้สึกขมขื่นอย่างยิ่ง
เธอคิดว่านิคส์จะง้อเธอสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรอไม่ไหวที่จะหย่าแล้ว
แอนน์ไม่ได้บอกหรอกเหรอว่าพวกเขากำลังจะแต่งงานกัน
นาราเก็บซ่อนอารมณ์ของตัวเอง เงยหน้าขึ้นพูด “ตกลงตามนี้ ใครไม่ไปคนนั้นเป็นลูกหมา”
พูดจบ เธอก็ดึงจิณณ์แล้วหันหลังเดินจากไป
ทั้งสองคนไปนั่งลงที่มุมหนึ่ง จิณณ์เห็นนาราอารมณ์ไม่ดี
จิณณ์จึงเอ่ยถาม “เธอจะหย่ากับนิคส์จริง ๆ เหรอ?”
นาราพยักหน้า “นิคส์คงจะรอหย่าไม่ไหวแล้วล่ะมั้ง”
เธอรู้ว่าการแต่งงานของคนทั้งสองเป็นความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น ตอนนี้ก็ถือว่านาราตัดใจได้ทันเวลา
“หย่าก็หย่าไปสิ คนต่อไปต้องดีกว่าเดิมแน่นอน คนอย่างเธอหาผู้ชายที่ดีกว่านี้ได้แน่นอน ทำไมต้องมาเสียเวลากับผู้ชายห่วย ๆ อย่างนิคส์ด้วย”
จิณณ์โบกมืออย่างแรง เตรียมจะแนะนำผู้ชายให้นาราทันที
เมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ของจิณณ์ นาราก็ได้แต่หัวเราะทั้งน้ำตา
ความเศร้าเล็กน้อยในใจก็หายไป
“ฉันเห็นตรงโน้นมีไวน์แดง เราไปหยิบมาดื่มกันแก้วนึง”
พอพูดถึงคำว่าเหล้า นาราก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่บาร์วันนั้นโดยไม่รู้ตัว
กำลังจะปฏิเสธ ก็ถูกจิณณ์ลากไปเสียแล้ว
เพิ่งจะหยิบแก้วไวน์มาไว้ในมือ ตอนที่ทั้งสองคนหันกลับโดยไม่ทันสังเกตว่ามีคนเดินมาจากข้างหลัง
ไวน์ในแก้วของอีกฝ่ายหกใส่กระโปรงของนาราจนหมด
ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นแอนน์
พอเห็นชัดว่าเป็นเธอ จิณณ์ก็โวยวายขึ้นมาทันที “เธอเดินไม่ดูทางหรือไง”
“ฉันไม่ได้ตั้งใจนี่ แล้วพวกเธอสองคนหันกลับมาก็ไม่ดูตาม้าตาเรือบ้างล่ะ” แอนน์สวนกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ตลกสิ้นดี ใครจะมีตาอยู่ข้างหลังกันยะ? เห็น ๆ อยู่ว่าเธอเป็นคนชนคนอื่น ยังจะมาทำเสียงดังอีก”
ความวุ่นวายตรงนี้ดึงดูดความสนใจของคนอื่น ๆ อย่างรวดเร็ว นิคส์ก็สังเกตเห็นเช่นกัน
เขาเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงของจิณณ์พอดี
เขาเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา สิ่งที่เห็นคือสภาพที่ดูไม่ได้ของนารา
กระโปรงสีขาวเปรอะเปื้อนไปด้วยสีของไวน์
“เกิดอะไรขึ้น?” นิคส์เดินไปหยุดข้าง ๆ แอนน์ แต่สายตากลับจับจ้องอยู่ที่นาราตลอดเวลา
“พี่นิคส์คะ แอนน์แค่เผลอไปชนพวกเขาเท่านั้นเองค่ะ” แอนน์ทำหน้าตาน่าสงสาร ไม่เหลือเค้าของท่าทีไม่ยอมแพ้เมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย
แม้แต่จิณณ์ยังต้องทึ่งกับการเปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็วของแอนน์
“กระโปรงชุดนี้ฉันจะชดใช้ให้นะคะ” แอนน์ก้มหน้าลง เหมือนกับว่าตัวเองถูกรังแกอย่างหนัก
คนอื่น ๆ ก็เริ่มชี้ไม้ชี้มือมาทางจิณณ์กับนารา
จิณณ์กำลังจะอ้าปากอธิบาย ก็ถูกนาราห้ามไว้ จากนั้นเธอก็ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “เธอชนฉัน แล้วยังทำไวน์หกใส่ฉันทั้งแก้ว การชดใช้เป็นเรื่องที่ควรทำอยู่แล้ว อย่าทำเหมือนว่าเธอถูกรังแกอะไรนักหนาเลย แล้วเธอก็ควรจะขอโทษพวกเราด้วย”
น้ำเสียงของนาราไม่ต่ำไม่สูง พูดเพียงไม่กี่ประโยคก็อธิบายเรื่องราวได้ชัดเจน
คนที่เคยชี้นิ้วว่ากล่าว ตอนนี้กลับหันไปตำหนิแอนน์กันหมด
แอนน์เคยเจอเรื่องน่าอับอายแบบนี้ที่ไหนกัน ได้แต่หันไปมองนิคส์เพื่อขอความช่วยเหลือ
“เรื่องเสื้อผ้า ฉันจะให้คนส่งไปให้ที่สตูดิโอของเธอ เรื่องนี้แอนน์คงไม่ได้ตั้งใจ...”
น้ำเสียงของนิคส์แสดงออกถึงการปกป้องอย่างชัดเจน
นารายิ้มบาง ๆ “ไม่ขอโทษก็ได้ แต่ฉันไม่รับประกันว่าไอรินจะยังรับออเดอร์ของพวกคุณอยู่หรือเปล่า เพราะดูจากนิสัยของพวกคุณแล้วมันช่าง...”
เธอพูดเพียงครึ่งเดียว ไม่ได้พูดต่อจนจบ
จากนั้นเธอก็มองคนทั้งสองอย่างเย็นชา หลังจากลังเลอยู่นาน แอนน์ก็เดินเข้ามา “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ระวังชนคุณเอง”
หลังจากขอโทษแล้ว เรื่องนี้ก็จบลงเพียงเท่านี้
เสื้อผ้าใส่ต่อไม่ได้แล้ว นารากับจิณณ์จึงตัดสินใจกลับเลย
ระหว่างทางกลับ จิณณ์ยังอดทอดถอนใจไม่ได้ “ชื่อเสียงของไอรินนี่ใช้ดีจริง ๆ”
นาราก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ เธอก็ไม่คิดเหมือนกัน
ดูเหมือนว่าแอนน์จะใส่ใจกับชุดแต่งงานชุดนี้มาก
วันหย่า นาราตื่นแต่เช้าตรู่
หลังจากแต่งตัวอย่างพิถีพิถันแล้ว ก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังสำนักงานเขต
เมื่อคิดว่าหลังจากวันนี้ไปเธอกับนิคส์จะไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กันอีก ในใจของเธอจึงมีความอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
ขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย เธอก็รู้สึกว่ารถถูกกระแทกอย่างรุนแรง
รถคันหลังเบรกไม่ทันเลยชนท้ายเข้า
นาราเม้มปาก หลังจากจอดรถแล้วก็เปิดประตูลงไป
เจ้าของรถคันหลังก็ลงมาเช่นกัน หลังจากลงจากรถ อีกฝ่ายก็เดินตรงไปที่หน้ารถของตัวเอง
เพื่อตรวจสอบความเสียหาย
นารายืนอยู่ข้าง ๆ เห็นว่าอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน เลยไม่ได้เร่งรอนอะไร
รอจนเธอตรวจดูเสร็จ เธอก็มองนาราแล้วกลอกตา “เจ๊ ขับรถไม่ดูทางหรือไงคะ?”
นาราคิดจะยอมความ แต่เมื่อเห็นท่าทางไร้เหตุผลของอีกฝ่าย ก็ตัดสินใจแจ้งตำรวจ
นารา และคุณญาณิศาที่ขับรถชนท้าย พร้อมด้วยตำรวจที่มาถึง ได้พากันไปที่สถานีตำรวจ
หลังจากตำรวจยืนยันว่าเป็นความผิดของคุณญาณิศา เธอก็จ่ายค่าเสียหายให้นาราเป็นเงินสามพันบาท
เพราะถูกชนท้าย เรื่องหย่าจึงต้องเลื่อนออกไปชั่วคราว
หลังจากออกจากสถานีตำรวจ นาราก็ขับรถกลับบ้านทันที
เธอเสียบสายชาร์จโทรศัพท์แล้วเปิดเครื่อง จากนั้นก็ปลดบล็อกเบอร์โทรศัพท์ของนิคส์
