บทที่ 2

ทันใดนั้น เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นรัวเร็วและเร่งรีบ

เมื่อกดรับสาย สีหน้าของเธอก็ซีดเผือดลงในทันที "ว่ายังไงนะ? คุณย่าเป็นลม... ได้ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้"

สุดารัตน์ก้าวเท้าฉับๆ เดินออกจากบ้านด้วยความรีบร้อน โดยไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าเหยียดหยามและดูแคลนของสาวใช้ที่มองตามหลังมา

"คุณอรวรรณคะ นังสุดารัตน์มันออกไปที่คฤหาสน์ใหญ่แล้วค่ะ"

จากบ้านพักของสุดารัตน์ ไปยังคฤหาสน์ตระกูลไชยพาพิมพ์ ใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณครึ่งชั่วโมง

ตลอดเส้นทาง สุดารัตน์เหยียบคันเร่งจนมิด สมองของเธอปั่นป่วนวุ่นวายไปหมด

คุณย่าทัศนีย์สุขภาพแข็งแรงมาโดยตลอด จู่ๆ จะเป็นลมล้มพับไปได้อย่างไร?

เมื่อสุดารัตน์ไปถึง สิ่งแรกที่เห็นคือร่างของคุณย่าทัศนีย์ที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงกว้าง ข้างกายมีแม่สามีอย่างชนากานต์ยืนทำหน้าบึ้งตึงบอกบุญไม่รับ

ส่วนภูมินั้นยืนขมวดคิ้วอยู่อีกด้านหนึ่ง เสื้อเชิ้ตด้านหลังของเขาขาดวิ่นจากรอยแส้ เผยให้เห็นผิวหนังที่มีเลือดซึมออกมาจางๆ

สุดารัตน์เดาเหตุการณ์ได้ทันที

เธอรีบถลาเข้าไปถามไถ่ด้วยความห่วงใย "คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ? ทำไมจู่ๆ ถึงเป็นลมไปได้?"

ชนากานต์ตวัดสายตามองสุดารัตน์ ความอัดอั้นตันใจที่มีอยู่เหมือนได้ช่องระบายออกทันที

"สุดารัตน์! นี่เธอไปฟ้องอะไรท่านเจ้าสัวหญิงอีก? ถึงได้ทำให้ท่านโกรธจนเป็นลมล้มพับไปขนาดนี้ แต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลไชยพาพิมพ์ของฉัน มันลำบากเธอนักหรือไง?"

แววตาของสุดารัตน์ฉายแววเย็นชาเจือความสมเพชจางๆ "พวกคุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าคุณย่าสุขภาพไม่ค่อยดี แต่ก็ยังกล้าก่อเรื่องฉาวโฉ่แบบนั้นขึ้นมาอีก"

ภูมิมักจะมีข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวันนับตั้งแต่แต่งงาน

เมื่อวานที่มีพายุฝนกระหน่ำ เขากลับออกไปขลุกอยู่กับอรวรรณ เรื่องนี้คงรู้ไปถึงหูคุณย่าทัศนีย์ ท่านถึงได้บันดาลโทสะขนาดนี้

สีหน้าของชนากานต์ยิ่งดูแย่ลงไปอีก นางตวาดเสียงแหลมทันควัน

"ถ้าไม่ใช่เพราะแผนสกปรกของเธอเมื่อตอนนั้น ตำแหน่งสะใภ้ตระกูลไชยพาพิมพ์ก็ต้องเป็นของหนูอรวรรณไปแล้ว! ทุกสิ่งที่เธอครอบครองอยู่ตอนนี้ มันคือสิ่งที่เธอแย่งชิงมาจากอรวรรณทั้งนั้น"

สายตาของแม่สามีกวาดมองสุดารัตน์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรังเกียจ

ในสายตาของคนในตระกูลไชยพาพิมพ์ ดูเหมือนจะมีเพียงอรวรรณเท่านั้นที่มีคุณสมบัติคู่ควรจะเป็นภรรยาของภูมิ

แล้วสิ่งที่เธอทุ่มเทเสียสละไปทั้งหมดล่ะ... มันไม่มีค่าอะไรเลยหรือ?

ความเจ็บปวดแล่นพล่านในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด

"เอาของที่ไม่ใช่ของตัวเองไปกอดไว้ตั้งหลายปี ก็น่าจะพอใจได้แล้ว เมื่อไหร่เธอจะหย่ากับตาภูมิ แล้วคืนตำแหน่งนี้ให้เจ้าของตัวจริงเขาสักที"

สุดารัตน์กำลังจะเอ่ยปากตอบโต้ แต่จู่ๆ คุณย่าทัศนีย์ก็ไอโขลกออกมาเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้น

สุดารัตน์รีบปรี่เข้าไปประคองด้วยความห่วงใย "คุณย่าคะ เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?"

คุณย่าทัศนีย์ส่ายหน้าช้าๆ

สุดารัตน์รีบจัดหมอนหนุนหลังให้ท่านอย่างรู้ใจ

ภูมิมองดูภาพนั้นด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยเรียกเบาๆ "คุณย่าครับ"

สายตาอันเฉียบคมของคุณย่าทัศนีย์ตวัดมองภูมิ ก่อนจะเลื่อนไปหยุดที่ชนากานต์

"อย่าคิดว่าฉันแก่จนเลอะเลือนนะ ถึงจะไม่รู้ว่าพวกแกแอบทำเรื่องงามหน้าอะไรกันไว้บ้าง! ตราบใดที่ฉันยังมีลมหายใจ ตระกูลไชยพาพิมพ์จะไม่มีวันพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ สะใภ้ของไชยพาพิมพ์มีแค่สุดาคนเดียวเท่านั้น พวกภูตผีปีศาจข้างนอกนั่น อย่าหวังว่าจะได้ย่างกรายเข้ามา!"

ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลวาบเข้ามาในหัวใจของสุดารัตน์

นับตั้งแต่แต่งงานมา คนเดียวที่ดีกับเธอด้วยความจริงใจก็คือคุณย่าทัศนีย์

ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ท่านจะคอยยืนอยู่ข้างหลังและกางปีกปกป้องเธอเสมอ

สมัยสาวๆ คุณย่าทัศนีย์มีความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ชาย ท่านเคยยืนหยัดกอบกู้วิกฤตของบริษัทด้วยตัวคนเดียวจนสถานการณ์พลิกกลับมาได้

ท่านเชื่อมั่นในสายตาการมองคนของตัวเอง ผู้หญิงอย่างอรวรรณที่ทิ้งภูมิไปอย่างไม่ไยดีในวันที่เขาต้องการเธอที่สุด ผู้หญิงพรรค์นั้นเทียบไม่ได้แม้แต่ปลายเล็บของสุดารัตน์ แต่ดันมีดีแค่ปากหวานก้นเปรี้ยว หลอกล่อสองแม่ลูกคู่นี้จนหัวปั่น

ชนากานต์หน้าชาด้วยความอับอาย แต่ก็ยังแย้งขึ้นว่า "คุณแม่คะ สองคนนี้เดิมทีก็แต่งงานกันเพราะเรื่องผลประโยชน์ ถ้าขืนยื้อต่อไปก็มีแต่จะเสียเวลาเปล่า สู้ให้ต่างคนต่างไปไม่ดีกว่าหรือคะ"

แววตาของคุณย่าทัศนีย์วาวโรจน์ขึ้นกว่าเดิม "ต่อให้ต้องหย่ากันจริงๆ แม่ผู้หญิงคนนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ชูคอเข้ามาในบ้านนี้! อีกอย่าง เรื่องในอดีต สุดาก็เป็นผู้ถูกกระทำเหมือนกัน"

ประโยคนี้ยิ่งทำให้หัวใจของสุดารัตน์สั่นไหวด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอก

ใช่... เธอแอบรักภูมิมาหลายปี

แต่การที่เธอต้องมาแต่งงานขัดดอกกับภูมิเมื่อตอนนั้น ฝ่ายที่ได้เปรียบคือตระกูลไชยพาพิมพ์ต่างหาก

ตลอดชีวิตแต่งงานหลายปีมานี้ เธอถูกตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงร้ายกาจ

เธอลองถามใจตัวเองดูแล้ว เธอทำหน้าที่ภรรยาได้สมบูรณ์แบบและซื่อสัตย์ต่อตระกูลไชยพาพิมพ์ที่สุด สี่ปีในฐานะภรรยา เธอทำทุกอย่างเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะทำได้ สิบสี่ปีที่เฝ้าแอบรัก มันผลาญพลังชีวิตของเธอไปจนหมดสิ้นแล้ว

"คุณแม่..."

ชนากานต์ยังคงไม่ยอมแพ้ พยายามจะพูดอะไรบางอย่าง

แต่คุณย่าทัศนีย์ตัดบทเสียงเย็นเยียบ "พอได้แล้ว! ฉันไม่อยากได้ยินคำแก้ตัวแทนผู้หญิงคนนั้นอีก รู้ว่าเขามีเจ้าของก็ยังจะเข้ามาแทรกกลาง ทำลายครอบครัวคนอื่น ผู้หญิงแบบนี้มันจะเป็นคนดีไปได้ยังไง!"

ชนากานต์ถูกตอกกลับจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตแค้นไปที่สุดารัตน์

ถ้าไม่ใช่เพราะภูมิประสบอุบัติเหตุในตอนนั้น...

มีหรือที่ส้มจะหล่นใส่สุดารัตน์แบบนี้

คุณย่าทัศนีย์หันกลับมาจ้องหน้าภูมิเขม็ง

"ส่วนแก... อย่าลืมกำพืดตัวเองว่าตอนที่ลำบาก ใครกันแน่ที่อยู่เคียงข้างแก!"

ภูมิเม้มริมฝีปากแน่น "คุณย่าครับ อรวรรณอธิบายให้ผมฟังแล้ว ตอนนั้นเธอถูกบีบบังคับให้ไปต่างประเทศ เธอเลือกไม่ได้ครับ"

คุณย่าทัศนีย์แค่นหัวเราะ "คำแก้ตัวน้ำเน่าแบบนี้ มีแต่แกเท่านั้นแหละที่เชื่อลง"

คิ้วของภูมิขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น น้ำเสียงเจือความลำบากใจ "คุณย่าครับ คุณย่าเข้าใจอรวรรณผิดจริงๆ นะครับ"

"การกระทำมันฟ้อง ฉันไม่เคยฟังคำพูดใคร ฉันดูแค่สิ่งที่มันทำ" คุณย่าทัศนีย์สวนกลับทันควัน

สุดารัตน์ถอนหายใจเบาๆ ในใจ

คุณย่าทัศนีย์กวักมือเรียกสุดารัตน์ เมื่อเธอขยับเข้าไปใกล้ ท่านก็กุมมือเธอไว้แน่น

"หลานรัก... ย่ารู้ว่าหลายปีมานี้หนูต้องเจอกับความน้อยเนื้อต่ำใจมามากแค่ไหน ตราบใดที่ย่ายังอยู่ ย่าจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหนูได้เด็ดขาด"

ขอบตาของสุดารัตน์ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

ถูกรังแก ถูกมองข้าม หรือถูกใส่ร้ายป้ายสี เธอชินชาจนไม่รู้สึกเจ็บปวดแล้ว

แต่พอได้รับความห่วงใยที่แท้จริง น้ำตามันกลับพาลจะไหลออกมาดื้อๆ

สุดารัตน์กำหมัดแน่น

เธอรู้ดีว่าคุณย่าทัศนีย์ให้ความสำคัญเรื่องทายาทสืบสกุลมากที่สุด แต่ร่างกายของเธอมีลูกยาก

เธอไม่อยากให้คุณย่าต้องผิดหวัง

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากบอกความจริง

ภูมิก็ก้าวเท้าเข้ามาขวาง แววตาของเขาฉายความเด็ดเดี่ยว

"คุณย่าครับ ตอนนี้พวกนักข่าวขุดคุ้ยจนรู้ตัวตนของอรวรรณแล้ว ผมต้องปกป้องเธอไม่ให้ได้รับความเสียหาย... ผมจำเป็นต้องหย่าครับ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป