บทนำ
“ที่รัก… ให้ผมมีลูกกับคุณนะ”
สุดารัตน์สั่นไหวอยู่ใต้ร่างเขา อกแนบกับผ้าปูที่นอน ร่างกายเต็มไปด้วยความปรารถนาที่มีต่อเขา
หลังจากทุ่มเทให้เขาอย่างไม่เห็นแก่ตัวมานานสี่ปี สุดารัตน์กลับถูกเขาเปลี่ยนใจไปหาแฟนคนแรกของตัวเอง ถูกหักหลังอย่างโหดร้ายจนสูญเสียทุกอย่างไป ในความปวดร้าวนั้น เธอสลัดอดีตทิ้ง แล้วลุกขึ้นมาใหม่ภายใต้ตัวตนอีกชื่อหนึ่ง กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการวิทยาศาสตร์ รายล้อมด้วยเพื่อนร่วมงานและผู้ชื่นชมที่มีความสามารถ
เขาถูกความรักที่มีต่อเธอหลอกหลอน และตั้งใจว่าจะฝ่าฟันทุกอุปสรรค เพื่อทวงหัวใจของเธอกลับคืนมา
เขาจะสามารถพิชิตใจอดีตภรรยาผู้เข้มแข็งไม่อาจสั่นคลอนได้อีกครั้งหรือไม่?
บท 1
"คุณภูมิ... อย่าค่ะ"
สุดารัตน์ยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่ง พยายามต้านทานชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่เหนือร่าง
เธอไม่คิดเลยว่าหลังจากที่ภูมิหายหน้าไปนานถึงสองเดือนพร้อมกับข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงไม่เว้นแต่ละวัน เขาจะกลับมาที่บ้านอย่างกะทันหัน และยิ่งไม่คิดว่าการกลับมาของเขาคือการมาเพื่อทำเรื่องแบบนี้
ภายในห้องนอนมีเพียงแสงไฟสีส้มนวลตาจากโคมไฟหัวเตียงที่เปิดอยู่ แสงสลัวนั้นขับเน้นโครงหน้าอันหล่อเหลาคมคายของชายหนุ่มให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นที่จ้องมองมาอย่างดุดันราวกับพญาอินทรีที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อ
ภูมิไม่เอ่ยปากพูดพร่ำทำเพลง เขาจัดการปลดเปลื้องชุดนอนตัวบางออกจากร่างของเธออย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างบอบบาง
สุดารัตน์ถูกเขาปลุกเร้าอารมณ์อย่างรวดเร็ว มือเรียวบางของเธอยันอยู่ที่หน้าอกแน่นตึงของภูมิ นัยน์ตาคู่สวยเริ่มฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดน้ำใสแห่งความปรารถนา
"คุณ..."
คำปฏิเสธยังไม่ทันได้หลุดออกจากปาก ก็ถูกกลืนหายไปในห้วงแห่งตัณหา
ภูมิดึงรั้งเธอให้จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์อันเร่าร้อนไปด้วยกัน
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมานอกหน้าต่างตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ เสียงสายฝนที่ตกกระทบใบไม้ดังซู่ซ่า ผสานเข้ากับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของชายหนุ่มและเสียงสะอื้นแผ่วเบาของหญิงสาวภายในห้อง กลายเป็นบทเพลงแห่งราตรีที่แสนเศร้าและเร่าร้อน
เมื่อพายุสวาทสงบลง สุดารัตน์แทบไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปลายนิ้ว ร่างกายร้าวระบมราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อบดขยี้ โดยเฉพาะส่วนล่างที่รู้สึกเจ็บแสบและปวดหนึบ
เธอพยายามฝืนกายลุกขึ้น ผิวขาวเนียนละเอียดเต็มไปด้วยรอยจูบสีกุหลาบที่ตีตราจองไปทั่วเรือนร่าง แสดงให้เห็นว่าบทรักเมื่อครู่ดุเดือดเพียงใด ตั้งแต่ไหปลาร้าไล่ลงไปจนถึงหน้าท้องแบนราบ ล้วนถูกภูมิประทับตราด้วยริมฝีปากและปลายลิ้น ท่วงท่าลีลาที่เขาใช้ในค่ำคืนนี้มีนับสิบ และยังมีรูปแบบใหม่ๆ ที่เขาไม่เคยทำมาก่อน
สุดารัตน์ตั้งใจจะลุกไปชำระร่างกายในห้องน้ำ แต่เท้ายังไม่ทันแตะพื้น ก็ถูกมือหนาของภูมิคว้าเอวบางดึงกลับไปที่เตียงอีกครั้ง
ดูเหมือนว่าคืนนี้ไฟปรารถนาของเขาจะยังไม่มอดดับลงง่ายๆ
ไหล่กว้างของภูมิแบกรับเรียวขาคู่สวยของสุดารัตน์เอาไว้ เขาบดขยี้ริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วง ก่อนจะพลิกร่างเธอและรุกล้ำเข้ามาอีกครั้ง
ภาพคำพูดของ 'คุณย่าทัศนีย์' เมื่อวาน และสายตาที่จ้องจะตะครุบสมบัติของเครือญาติคนอื่นๆ ผุดขึ้นมาในหัวของเขา
ริมฝีปากบางเฉียบของภูมิจรดลงที่ข้างใบหูของสุดารัตน์ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยแรงอารมณ์กระซิบแผ่ว
"มีลูกให้ฉัน... ได้ไหม"
น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างหาได้ยาก ราวกับกำลังปรึกษาหารือ
ทว่าประโยคนั้นกลับทำให้ดวงตาของสุดารัตน์สว่างวาบขึ้นมาในทันที ความขมขื่นแล่นพล่านไปทั่วขั้วหัวใจ
แต่งงานกันมาหลายปี คุณย่าทัศนีย์พยายามกดดันเรื่องทายาทมาตลอดทั้งทางตรงและทางอ้อม แต่ภูมิก็ปฏิเสธมาโดยตลอด ทว่าครั้งนี้เขากลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอมีลูกกับเธอเอง... เป็นเพราะ 'อรวรรณ' กำลังจะกลับมาใช่ไหม?
เธอคิดด้วยความสมเพชตัวเอง
ภูมิคงต้องผิดหวังเสียแล้ว เพราะร่างกายของเธอเป็นประเภทที่ตั้งครรภ์ยากเหลือเกิน
เหตุการณ์เมื่อตอนอายุ 18 ปี ในป่าลึกทางภาคเหนือท่ามกลางพายุฝนกระหน่ำ ความหนาวเหน็บที่กัดกินไปถึงกระดูกดำ ลมพายุที่พัดกรรโชกแทบจะแช่แข็งเลือดในกายของเธอ
ในเวลานั้น สิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวจิตใจให้เธอมีชีวิตรอดมาได้ คือคำสัญญาของภูมิ เขาบอกชัดเจนว่าเมื่อลงจากดอยได้แล้ว เขาจะแต่งงานกับเธอ
แต่สุดท้าย สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นข่าวการหมั้นหมายระหว่างเขากับอรวรรณ
คำสัญญาที่เคยให้ไว้ ถูกสายลมพัดปลิวหายไปจนไม่เหลือซาก นั่นเป็นครั้งที่สองที่ภูมิผิดสัญญา
และเธอก็ชินชากับการเป็นผู้ให้ที่ไม่เคยได้รับสิ่งตอบแทน
เมื่อเห็นสุดารัตน์เงียบไป ภูมิก็เพิ่มแรงกระแทกกระทั้นคล้ายจะลงโทษ ดึงสติของเธอกลับมาอย่างป่าเถื่อน
"ได้ไหม?"
คำถามเดิม แต่คราวนี้แฝงไปด้วยน้ำเสียงบังคับข่มขู่
สุดารัตน์รวบรวมแรงเฮือกสุดท้าย ข่มความเจ็บปวดที่กรีดแทงในหัวใจแล้วตอบกลับไป
"ค่ะ"
หลังจากผ่านศึกหนักถึงสองครั้ง สุดารัตน์ก้าวลงจากเตียงด้วยขาที่สั่นเทา เธอลากสังขารอันหนักอึ้งตรงไปยังห้องน้ำ
เมื่อจัดการธุระส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย เธอสวมชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมา ก็ได้ยินเสียงทุ้มที่เปี่ยมไปด้วยความอ่อนโยนและอดทนของภูมิ
"ไม่ต้องกลัวนะ รอผมอยู่ที่บ้าน เป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวผมจะรีบไปหา"
ภูมยืนคุยโทรศัพท์อยู่ริมหน้าต่าง แววตาของเขาช่างดูอ่อนโยนเหลือเกิน
สุดารัตน์ยืนตัวชาอยู่ที่เดิม ความหนาวเหน็บแล่นปราดไปทั่วร่าง จู่ๆ ขอบตาก็ร้อนผ่าวราวกับมีใครกำทรายมาสาดใส่ดวงตา มันแสบพร่าไปหมด
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าปลายสายคือใคร
เธอรู้จักภูมิมาตั้งแต่สิบขวบ
แต่ความอ่อนโยนแบบนี้... เขาเก็บไว้ให้แค่อรวรรณคนเดียวเท่านั้น
ฝนข้างนอกเริ่มตกหนักขึ้นเรื่อยๆ
เสียงฟ้าร้องครืนครางดังสนั่นหวั่นไหวราวกับท้องฟ้าจะถล่มลงมา
เมื่อก่อน... เธอเป็นคนที่กลัวเสียงฟ้าร้องที่สุด
สุดารัตน์กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
ภูมิวางสายโทรศัพท์แล้วเพิ่งสังเกตเห็นสุดารัตน์ที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องน้ำ ความอ่อนโยนในแววตาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง
'ตระกูลชัยพิพัฒน์' มีกฎเหล็กที่เคร่งครัด หลานชายคนโตจะต้องมีทายาทสืบสกุลกับหญิงที่ตระกูลยอมรับเท่านั้น มิเช่นนั้นจะไม่มีสิทธิ์สืบทอดมรดกทั้งหมด
หากไม่ใช่เพื่อสมบัติของตระกูลชัยพิพัฒน์ เขาคงไม่ขอให้เธอมีลูก
หากไม่ใช่เพื่อความมั่นคงของตระกูล ไม่ให้คู่แข่งมีช่องโหว่โจมตี เขาคงไม่บังคับให้เธอตั้งท้อง
"อย่าลืมกินยา"
ยาที่ว่าไม่ใช่ยาคุมกำเนิด แต่เป็นยาบำรุงเพื่อช่วยให้มีบุตร
ขอแค่เขาได้สิทธิ์ในการสืบทอดมรดก เมื่อได้ลูกชายคนโตมาแล้ว เขาก็จะสลัดสุดารัตน์ทิ้งได้เสียที
แต่ไม่รู้ทำไม ทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดสุดารัตน์ ร่างกายของเขากลับรู้สึกผ่อนคลายโดยสัญชาตญาณ จิตใต้สำนึกเรียกร้องอยากจะเข้าใกล้เธอ
ภูมิสะบัดศีรษะไล่ความคิดนั้นทิ้ง ปั้นหน้าเย็นชา สั่งความเสร็จก็คว้าเสื้อสูทเดินฝ่าความมืดออกไปท่ามกลางสายฝนโดยไม่ลังเล
สุดารัตน์เดินไปที่หน้าต่าง มองดูรถมายบัคคันหรูแล่นออกไปจนลับสายตา
แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความขมขื่น บ่อยครั้งที่เธอรู้สึกว่า... ตัวเองไม่เคยรอดชีวิตกลับมาจากป่าดิบชื้นในหุบเขาทางเหนือนั้นเลย
ความหนาวเหน็บที่กัดกินหัวใจ มันลามเลียจากวัย 18 ปี มาจนถึงวัย 28 ปี
สุดารัตน์ข่มตาหลับด้วยความอ่อนเพลีย แต่กลับฝันถึงเรื่องราวในอดีต
ภูมิในวัยสิบขวบบอกว่า จะปกป้องเธอตลอดไป ภูมิในวัยสิบแปดปีสัญญากับเธอว่าจะแต่งงานกับเธอ
แต่ใครจะคาดคิด ในวัยยี่สิบสี่ปี เขาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเป็นอัมพาตช่วงล่าง ต้องใช้ชีวิตอยู่บนรถเข็นไปตลอดชีวิต
จากชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมดุจเทพบุตร ร่วงหล่นลงสู่โคลนตมในชั่วข้ามคืน
เขากลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ขับไล่ไสส่งทุกคนออกจากชีวิต และฟางเส้นสุดท้ายคือการที่อรวรรณเลือกที่จะทิ้งเขาแล้วบินไปเรียนต่อเมืองนอก นั่นเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจเขา
ในวันที่ทุกคนหมดหวังในตัวภูมิ คิดว่าชีวิตของเขาคงจบสิ้นแล้ว มีเพียงเธอที่คอยอยู่เคียงข้าง ไม่ยอมทิ้งเขาไปไหนตลอดสามปีที่ทำกายภาพบำบัด บวกกับการรักษาลับๆ อีกนับครั้งไม่ถ้วน จนในที่สุดภูมิก็กลับมายืนได้อีกครั้ง
สื่อมวลชนต่างพากันยกย่องว่านี่คือ 'ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์'
ทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี แต่อรวรรณก็กลับมา
เธอหลงคิดว่าความดีตลอดหลายปีจะสามารถละลายน้ำแข็งในใจเขาได้ แต่เปล่าเลย เพียงแค่อรวรรณกลับมา เพียงแค่ส่งสายตามาครั้งเดียว เขาก็พร้อมจะทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งไปหาเธอทันที
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสามีภรรยา แต่ภูมิก็ยังมีข่าวฉาวกับผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า
จากเด็กสาวผู้ไร้เดียงสาเติบโตมาจนถึงวันนี้ ความรักทั้งหมดในชีวิตของเธอมอบให้ภูมิไปจนหมดสิ้น... เธอเหนื่อยเหลือเกิน
การวิ่งตามคนที่ไม่มีวันหันกลับมามอง
มันเหมือนกับการเดินหลงทางอยู่ในม่านหมอกหนาทึบ มองไม่เห็นทางข้างหน้า ไม่รู้ทิศทาง เหนื่อยล้าเจียนขาดใจ แต่ก็ยังกัดฟันเดินต่อ เพียงเพราะหวังว่าอาจจะเจอแสงสว่างที่ปลายทาง
คืนนั้น สุดารัตน์นอนหลับไม่สนิท เธอกระสับกระส่ายจากฝันร้ายที่วนเวียนซ้ำๆ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบรอบลำคอ
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อสุดารัตน์เปิดโทรศัพท์ดู ข่าวในหน้าฟีดโซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยเรื่องราวของ ภูมิ ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ที่เข้าออกคอนโดของ อรวรรณ ดีไซเนอร์สาวอัจฉริยะกลางดึก
พาดหัวข่าวตัวใหญ่หนา พร้อมตัวหนังสือสีแดงเด่นหรา
มันทิ่มแทงหัวใจของสุดารัตน์จนเจ็บแปลบ ราวกับมีมีดที่มองไม่เห็นกระหน่ำแทงซ้ำๆ
และในจังหวะนั้นเอง เธอก็ได้รับข้อความจากภูมิ
"คืนนี้รอฉันที่บ้าน ช่วงนี้กินโฟลิกให้ตรงเวลาด้วย"
สุดารัตน์จ้องมองข้อความนั้น ราวกับเห็นสีหน้าเย็นชาและแววตาที่เจือความรำคาญของภูมิผ่านตัวอักษร
เขาเห็นเรื่องการมีลูกเป็นเพียงภารกิจอย่างหนึ่งสินะ
แล้วเธอล่ะ... เป็นตัวอะไร?
เป็นแค่แม่พันธุ์?
เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากพันธสัญญา?
เพราะเขาเคยรับปากกับคุณย่าเอาไว้ว่าจะมีเหลนให้ท่านอุ้มให้ได้
กลางวันเขาอยู่กับอรวรรณ พอตกกลางคืน ผละจากเตียงของอรวรรณ ก็มาหาเธอที่นี่
หรือว่าเธอเป็นเพียงที่ระบายความใคร่ของภูมิ ที่เขาจะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้
หยาดน้ำตาใสกระจ่าง ไหลรินจากหางตาลงมาอาบแก้มอย่างเงียบงัน
บทล่าสุด
#150 บทที่ 150 รับมืออย่างใจเย็น
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#149 บทที่ 149 พายุความคิดเห็นของสาธารณชน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#148 บทที่ 148 พ่อไร้ยางอาย
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#147 บทที่ 147 ความผูกพันทางสายเลือดที่หาได้ยาก
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#146 บทที่ 146 เปิดสาขาบริษัท
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#145 บทที่ 145 โดดเด่นเป็นพิเศษในงานแสดงสินค้า
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#144 บทที่ 144 มองเห็นความจริงชัดเจน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#143 บทที่ 143 สายใยผูกพันที่ตัดไม่ขาด
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#142 บทที่ 142 ภูมิถูกวางยา
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026#141 บทที่ 141 เพื่อนสนิทพบปะกัน
อัปเดตล่าสุด: 5/7/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













