บทที่ 3
สุดารัตน์หันขวับไปมองภูมิโดยสัญชาตญาณ
เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น แววตาฉายชัดถึงความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ชนิดที่ไม่มีวันสั่นคลอน
เขาขอหย่า?
ราวกับว่าเรื่องราวความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างเขากับเธอเมื่อคืนวาน เป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น
สุดารัตน์ทิ้งมือลงข้างลำตัวอย่างหมดแรง อันที่จริงก่อนหน้านี้ เธอเคยหลอกตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่า อย่างน้อยภูมิก็คงเห็นแก่คุณย่าทัศนีย์ และไม่เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าก่อน
คุณย่าทัศนีย์ตกตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะหัวเตียงขว้างใส่ภูมิด้วยความโมโห
"สิ่งที่ฉันเพิ่งพูดไป แกฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาหรือไง! สุดาคือเมียของแกนะ"
สุดารัตน์สะดุ้งสุดตัว รีบเอื้อมมือไปห้ามท่านไว้
ภูมียืนนิ่งไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย แก้วใบนั้นกระแทกพื้นแทบเท้าของเขา แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
สุดารัตน์รู้ดีว่าที่ภูมิยอมยืนนิ่ง เป็นเพราะเขาเพิ่งโดนคุณย่าทัศนีย์ลงโทษมาจนเนื้อตัวมีแต่รอยฟกช้ำ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังยืนกรานที่จะหย่า... นี่สินะ คือตัวตนที่แท้จริงของเขา
ต่อให้หนทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด เขาก็พร้อมจะฝ่าฟันเพื่อไปอยู่เคียงข้างอรวรรณ
แววตาของเขาช่างสงบนิ่งและมั่นคงเหลือเกิน
ภาพความอ่อนโยนยามที่เขาเล้าโลมเธอเมื่อวานผุดขึ้นมาในหัวของสุดารัตน์ ช่างแตกต่างกับผู้ชายเย็นชาตรงหน้าราวกับเป็นคนละคน
"ในใจของผมมีแค่..."
ภูมิยังพูดไม่ทันจบ สุดารัตน์ก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาก่อน
"รอให้คุณย่าอาการดีขึ้นก่อน แล้วเราค่อยคุยกันเรื่องนี้ดีไหมคะ?"
คุณย่าทัศนีย์มองสุดารัตน์ด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
"สุดา... หลานช่างเป็นเด็กดีจริงๆ"
ภูมิหันขวับมามองสุดารัตน์ ในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย
คุณย่าทัศนีย์ไอโขลกๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่น "ถ้าพวกแกมีเหลนให้ฉันสักคนก็คงดี"
ท่านเข้าใจผิดไปว่าสาเหตุที่ทั้งคู่จะหย่ากันเป็นเพราะไม่มีทายาท
แต่สุดารัตน์รู้อยู่เต็มอก ว่าสาเหตุที่แท้จริงคือ 'เขาไม่ได้รักเธอ'
สุดารัตน์มองคุณย่าทัศนีย์ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจำนน "คุณย่าคะ คุณย่าอาจจะไม่ทราบ ตอนอายุสิบแปดหนูเคยประสบอุบัติเหตุติดพายุหิมะตอนไปต่างประเทศ ร่างกายโดนความเย็นกัดกินจนบอบช้ำ โอกาสที่จะตั้งครรภ์ในชาตินี้แทบจะเป็นศูนย์เลยค่ะ"
แววตาของภูมิไหววูบเล็กน้อย
พายุหิมะ?
สุดารัตน์เคยไปเจอเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ?
ชนากาต์รีบพูดแทรกขึ้นมาทันทีด้วยความร้อนรน "ธุรกิจของตระกูลชัยพาพิมพ์ใหญ่โตขนาดนี้ จำเป็นต้องมีทายาทสืบทอด! คุณแม่คะ ต่อให้คุณแม่จะเอ็นดูสุดารัตน์แค่ไหน แต่จะไม่เห็นแก่อนาคตของตระกูลเลยเหรอคะ? การแต่งงานครั้งนี้ยังไงก็ต้องจบลงค่ะ"
คุณย่าทัศนีย์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ทอดสายตามองสุดารัตน์ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน
สุดารัตน์กุมมือหญิงชราไว้เบาๆ แล้วพยักหน้าให้ท่าน
ตอนนี้การประคองอาการป่วยของคุณย่าคือสิ่งสำคัญที่สุด
คุณย่าทัศนีย์หลับตาลง เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตาของท่านก็ดูปลงตกขึ้นมาก
"สุดา... ไม่ว่าหลานจะตัดสินใจยังไง ย่าก็จะสนับสนุนหลานนะ"
ท่านรู้ดีว่าสุดารัตน์รักภูมิมากเพียงใด ท่านถึงพยายามมอบโอกาสให้
ที่ท่านคอยกดดันภูมิ ก็เพราะหวังว่าหลานชายจะหันมาดูแลใส่ใจและมองเห็นความดีของภรรยาบ้าง
แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามกับสิ่งที่คาดหวังอย่างสิ้นเชิง
สุดารัตน์ต้องเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในชีวิตแต่งงานครั้งนี้ บางที... นี่อาจจะเป็นเรื่องของคู่เวรคู่กรรม
สุดารัตน์รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาบ้าง
ทว่าสายตาของภูมิกลับดูเคร่งเครียดจริงจังเป็นพิเศษ
ทำไมเธอถึงไม่ยอมหย่า? ถ้าไม่ใช่เพราะคุณย่าซีเรียสเรื่องทายาท เขาคงไม่ทนอยู่กับสุดารัตน์มาจนถึงป่านนี้
ยิ่งเธอทำแบบนี้ เขาก็ยิ่งรังเกียจเธอมากขึ้นไปอีก
สุดารัตน์ทำเมินสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวดระวังของภูมิ เธอหันไปกำชับให้คุณย่าดูแลสุขภาพและพักผ่อนให้มาก ก่อนจะรีบเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่
สุดารัตน์เงยหน้ามองท้องฟ้า... ครั้งหนึ่งเธอเคยคิดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะไม่มีวันเดินมาถึงจุดที่ต้องหย่าขาดกับภูมิ
การหย่ากับเขา ก็เหมือนกับการที่เธอถือมีดกรีดลงไปที่ก้อนเนื้อส่วนที่อ่อนนุ่มที่สุดกลางอกของตัวเอง
แม้จะเจ็บปวดเจียนตายและเลือดไหลรินไม่หยุด แต่เธอจะไม่เสียใจภายหลัง
เสียงฝีเท้าดังไล่หลังมา
ภูมิเดินเข้ามาประชิด แววตาเย็นเยียบของเขาเต็มไปด้วยอันตราย
"สุดารัตน์ ไม่ว่าเธอจะวางแผนอะไรอยู่ เลิกคิดซะเถอะ เมื่อคืนอรวรรณเกือบจะถูกหามส่งห้องฉุกเฉินเพราะเธอคิดสั้น รีบเก็บมารยาตื้นๆ ที่เธอใช้หลอกล่อให้คุณย่ารักใส่กระเป๋าไปซะ เพราะมันมีแต่จะทำให้ฉันขยะแขยงเธอมากขึ้น!"
อรวรรณถึงขั้นจะฆ่าตัวตายเพราะเรื่องนี้ เขาจะรอต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ต่อให้ต้องเสียสิทธิ์ในการสืบทอดมรดก เขาก็จะเลือกอยู่กับอรวรรณ
"ถ้าไม่ใช่เพราะอยากมีลูก เธอคิดว่าฉันอยากจะแต่งงานกับเธอเหรอ?"
สุดารัตน์รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ที่ผ่านมาเธอพยายามทำดีกับเขาทุกอย่าง แต่เขากลับมองว่าเธอมีเจตนาแอบแฝง เพียงแค่เธอพยายามประคับประคองชีวิตแต่งงานที่พังทลายนี้เพื่อคุณย่า เธอกลับถูกด่าว่าหน้าด้านไร้ยางอาย!
ในสายตาของภูมิ เธอคงน่ากลัวเหมือนอสุรกายร้ายเลยสินะ?
"ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา... คุณไม่เคยมีความรู้สึกดีๆ ให้ฉันเลยสักนิดเหรอคะ?"
ดวงตาเรียวรีของภูมิฉายแววกดดันอย่างรุนแรง ราวกับว่าเขากำลังฟังเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในโลก
ในวินาทีนั้น ความเงียบงันคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
เขาเอ่ยเสียงเย็นชา "แค่เธอยอมหย่า ฉันจะให้ทุกอย่างที่เธอเรียกร้อง รวมถึงบ้านพร้อมที่ดินหลังนั้นด้วย"
ไม่มีความรู้สึกเลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่มีเลยจริงๆ หรือ?
สุดารัตน์ส่ายหน้าทั้งน้ำตา "ฉันไม่ต้องการของตอบแทนจากคุณ"
ภูมิคงไม่อยากจะมีอะไรข้องเกี่ยวกับเธออีก และคงไม่อยากจะรู้สึกผิดที่ติดค้างอะไรเธอ
ของนอกกายพวกนี้จะมาซื้อขาดชีวิตแต่งงานของเธอได้หรือ?
ในสายตาของภูมิ เธอมีค่าเป็นอะไรกันแน่?
แต่การกระทำของเธอ กลับถูกภูมิตีความไปในอีกแง่มุมหนึ่ง
สุดารัตน์คงเห็นว่าเงินพวกนี้น้อยเกินไป เธอคงอยากได้มากกว่านี้
เขาดูคนไม่ผิดจริงๆ สุดารัตน์ก็เป็นแค่ผู้หญิงเห็นแก่ตัว จิตใจคับแคบ และโลภมากคนหนึ่ง
"สุดารัตน์ หย่าก็ไม่ยอม ค่าชดเชยก็ไม่เอา... สรุปแล้วเธอต้องการอะไรกันแน่?"
น้ำเสียงของภูมิเจือไปด้วยความดูแคลน
สุดารัตน์กลั้นก้อนสะอื้น "ภูมิ... ฉันจะยอมทำตามที่คุณต้องการ"
"เราหย่ากันเถอะค่ะ"
ทว่าภูมิกลับไม่ได้แสดงท่าทีดีใจออกมาเลยสักนิด ทั้งที่เขาเฝ้ารอที่จะสลัดสุดารัตน์ออกไปจากชีวิตมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทำไมในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะจบลง เขากลับรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างประหลาด
เหมือนกับว่าเขากำลังจะสูญเสียคนสำคัญมากๆ ไป
ไม่สิ... นี่ต้องเป็นแผนสกปรกของเธออีกแน่ๆ
เขาแสดงท่าทีไม่ยี่หระ ทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคสั้นๆ ว่า "อีกสองสามวันฉันจะเตรียมเอกสาร แล้วไปเจอกันที่เขตเพื่อเซ็นใบหย่า" ก่อนจะกระแทกประตูเดินจากไป
เมื่อสุดารัตน์ตั้งสติได้ เธอจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเพื่อนสนิท ทันทีที่ปลายสายรับโทรศัพท์ เธอกลับรู้สึกว่าโลกทั้งใบมืดดับลง ความมืดมิดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะของเธอในทันที
เมื่อสุดารัตน์ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล
เธอมองสายน้ำเกลือที่เจาะอยู่ที่หลังมือ พยายามนึกย้อนไปถึงความทรงจำสุดท้ายก่อนจะหมดสติ
เธอเป็นอะไรไป? ทำไมจู่ๆ ถึงเป็นลม?
แอนนา เพื่อนสนิทของเธอเดินเข้ามาในห้องพอดี เมื่อเห็นสุดารัตน์ฟื้นแล้วก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"สุดา แกฟื้นสักที รู้ไหมว่าแกทำฉันใจหายใจคว่ำหมด ตอนแกโทรมาฉันยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงแกก็เงียบไปเลย ฉันตกใจแทบแย่รีบบิ่งมาหาแกทันที"
"โชคดีนะที่ฉันมาทัน แล้วพาแกมาส่งโรงพยาบาล"
สุดารัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "ขอบใจนะแอนนา... ว่าแต่หมอบอกไหมว่าทำไมฉันถึงวูบไปเฉยๆ?"
ปกติร่างกายเธอแข็งแรงดีมาตลอด
ไม่น่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้
แอนนาชี้ไปทางประตู "ยังไม่ได้บอกละเอียด เดี๋ยวรอหมอเข้ามาอธิบายให้ฟังพร้อมกันเลยดีกว่า"
สิ้นเสียงแอนนา ประตูห้องพักฟื้นก็ถูกเปิดออก คุณหมอเดินเข้ามาพร้อมกับดูผลตรวจในมือ
"คุณสุดารัตน์ครับ หมอขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ คุณตั้งครรภ์ได้เดือนครึ่งแล้ว"
ม่านตาของสุดารัตน์ขยายกว้าง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เธอสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า แต่น้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับสั่นเครือด้วยความตื้นตัน
"ฉันท้องเหรอคะ?"
สุดารัตน์ไม่สามารถเก็บซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้าได้อีกต่อไป
เธอเฝ้ารอคอยลูกคนนี้มานานแสนนาน
ในที่สุด... ความปรารถนาของเธอก็เป็นจริงเสียที
