บทที่ 2 เสือยิ้มยาก

‘เหนื่อยจัง... พ่อคะ แม่คะ พริมเหนื่อยจังเลยค่ะ’ น้ำตาหยดเล็กๆ แอบไหลซึมผ่านร่องนิ้วมือ

ตั้งแต่พ่อกับแม่จากไปจากอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน ชีวิตของพริมก็ไม่เคยสัมผัสกับคำว่า ‘พักผ่อน’ อย่างแท้จริงเลยสักวัน ทุกย่างก้าวคือการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดเพียงลำพัง ไม่มีอ้อมกอดอุ่นๆ คอยปลอบโยน ไม่มีใครให้คอยอ้อนวอนเวลาที่ล้าจนแทบเดินไม่ไหว มีเพียงความมืดและความเหงาในห้องเช่าแคบๆ ที่รอคอยเธออยู่ทุกค่ำคืน

พริมสูดหายใจเข้าลึกๆ ปัดน้ำตาออกจากแก้มอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงพี่มนเรียกจากหน้าร้าน

“พริมจ้ะ! ทุ่มแล้ว กลับบ้านไปพักผ่อนเถอะ ร้านก็เคลียร์เสร็จหมดแล้วล่ะ” พี่มนเดินเข้ามาพร้อมยื่นกระเป๋าผ้าและถุงขนมเค้กให้ “เอาเค้กส้มนี้ไปกินด้วยนะ ห้ามอดข้าวเย็นเด็ดขาด เข้าใจไหม”

“ขอบคุณมากนะคะพี่มน ขอบคุณจริงๆ ค่ะ” พริมยกมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งใจ

หลังจากที่บอกลากันเสร็จ หญิงสาวก็เดินก้าวเท้าออกจากร้านกาแฟ ลมหนาวยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้า ช่วยให้เธอรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาบ้างเล็กน้อย พริมสวมเสื้อคลุมตัวบาง ท้องฟ้ารอบข้างมืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าสาธารณะส่องสว่าง

ขณะที่เธอกำลังจะเดินผ่านหน้าร้านสักข้างๆ อยู่ๆ ประตูบานเลื่อนกระจกก็ถูกผลักเปิดออกพร้อมกับเสียงกระดิ่งลมดัง

กรุ๊งกริ๊ง!~

พริมสะดุ้งเล็กน้อยๆ ชะงักเท้าอยู่กับที่โดยอัตโนมัติ

กลิ่นหอมสะอาดของน้ำหอมผสมกับกลิ่นสีหมึกลอยมาแตะจมูก พร้อมกับร่างสูงใหญ่กำยำของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ก้าวพ้นประตูออกมา

เขาสวมเสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่น รอยสักและลายเส้นกราฟิกสีดำเข้มลากเลื้อยตั้งแต่ลำคอ แผ่ขยายเต็มท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างจนถึงหลังมือ ใบหน้าของเขาคมคาย คิ้วดกหนารับกับดวงตาเรียวสีดำที่ดูดุดัน สันจมูกโด่งคม และริมฝีปากหยักตรงเรียบตึงไร้ความรู้สึก

สายตาคมคู่นั้นตวัดมามองสบเข้ากับดวงตาของพริมพอดิบพอดี วินาทีนั้น พริมรู้สึกเหมือนร่างกายถูกแช่แข็ง ลมหายใจสะดุดกึกไปดื้อๆ สมองสั่งการให้รีบก้มหน้าแล้วเดินหนีไปตามคำเตือนของพี่มน แต่ขาเจ้ากรรมกลับก้าวไม่ออกซะอย่างนั้น

ชายหนุ่มจ้องมองยัยเด็กตัวเล็กชุดนักศึกษา ที่ใบหน้าของเธอซีดเซียว ใต้ตาดำคล้ำ และดูอ่อนแรงจนเหมือนจะปลิวไปตามลมได้

ธันวาขมวดคิ้วมุ่น สายตาดุดันคู่นั้นกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่ม เขาเพียงแค่ส่งเสียง ‘เฮอะ’ ในลำคอเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวหันหลังกลับไปล็อคประตูร้านสัก

เธอเห็นแบบนั้น ก็รีบก้าวขาแล้วเดินออกจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดทันที

#เช้าวันต่อมา

ท้องฟ้าสดใสไม่ได้ช่วยให้อาการล้าของพริมดีขึ้นเลยสักนิด เธอเรียนคลาสเช้าสามชั่วโมงเต็มด้วยร่างกายที่เหมือนวิญญาณหลุดลอย และตอนนี้เธอก็กลับมาสวมผ้ากันเปื้อน ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้านกาแฟในกะบ่ายอันแสนวุ่นวายอีกครั้ง

“พริมจ้ะ พี่ฝากเฝ้าหน้าร้านแป๊บนึงนะ พอดีช่างจะเข้ามาดูแอร์หลังร้านซะหน่อย” พี่มนตะโกนบอกก่อนจะรีบเดินหายเข้าไปในห้องเก็บของ

“ได้ค่ะพี่มน” พริมเอ่ยขานรับ เสียงของเธอแหบแห้งเล็กน้อย

เสียงกริ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาในร้านพอดิบพอดี บรรยากาศรอบตัวของชายหนุ่มคนนี้เต็มไปด้วยรังสีบางอย่างที่กดดันจนพริมที่กำลังยืนก้มหน้าล้างแก้วอยู่ต้องรีบเงยหน้าขึ้นมอง

เขาคือ ‘ธันวา’ ช่างสักหน้านิ่งคนเมื่อคืนนั่นเอง

วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นรอยสักแผ่เต็มท่อนแขน ใบหน้าคมเข้มนั้นยังคงเรียบตึง ไร้รอยยิ้ม และสายตาคมคู่นั้นก็ตวัดมาสบเข้ากับสายตาของเธอตรงๆ

พริมกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ พยายามรวบรวมสติและปั้นรอยยิ้มธุรกิจส่งไปให้

“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะคุณลูกค้า”

“อเมริกาโน่เย็น ไม่หวาน แก้วหนึ่ง” น้ำเสียงทุ้มต่ำและห้วนสั้นหลุดออกมาจากริมฝีปากหยัก เขาพูดจบก็ยืนนิ่งๆ กอดอกพิงเคาน์เตอร์

“อะ...อเมริกาโน่เย็นไม่หวานนะคะ ทานนี่หรือรับกลับบ้านดีคะ” พริมถามติดอ่าง เพราะสายตาของเขาจับจ้องมาที่เธอไม่วางตา มันเป็นสายตาที่ดุและนิ่งจนคนมองใจสั่น

“กลับ” คำสั้นๆ คำเดียวทำเอาพริมรีบพยักหน้ารับรัวๆ

“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”

พริมหมุนตัวกลับไปที่เครื่องชงกาแฟ อาการเบลอและหน้ามืดจากเมื่อคืนยังคงตามหลอกหลอน สมองของเธอตื้อไปหมด มือเรียวหยิบจับแก้วพลาสติกมาตักน้ำแข็งใส่จนเต็ม จากนั้นก็หันไปกดช็อตกาแฟร้อนๆ กลิ่นหอมกรุ่นลงในแก้วตวง

แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะยกแก้วช็อตกาแฟร้อนจัดนั้นเพื่อเทลงในแก้วน้ำแข็ง อยู่ๆ โลกก็เกิดหมุนคว้างขึ้นมาดื้อๆ ภาพตรงหน้าดับวูบไปประมาณหนึ่งวินาที ขาเรียวอ่อนแรงจนเซถลาไปข้างหน้า มือที่ถือแก้วช็อตกาแฟร้อนๆ สะบัดหลุดอย่างควบคุมไม่ได้

เพล้ง!

“กรี๊ด! / เฮ้ย!”

เสียงแก้วตวงกาแฟกระแทกขอบเคาน์เตอร์อย่างแรง น้ำสีเข้มและร้อนจัดกระเด็นสาดกระจายเต็มพิกัด และเป้าหมายที่รับความซวยไปเต็มๆ ก็คือเสื้อเชิ้ตสีดำตัวหรูตรงหน้าอกและหน้าท้องของธันวา รวมไปถึงหลังมือหนาที่มีรอยสักของเขาด้วย

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัว สติตื่นขึ้นมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะเหตุการณ์ตรงหน้า ใบหน้าจิ้มลิ้มถอดสีจนขาวซีดเหมือนกระดาษ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อเห็นคราบกาแฟสีเข้มกำลังไหลซึมลงบนเสื้อของเขา

“ขะ... ขอโทษค่ะ! พริมขอโทษจริงๆ ค่ะ!” พริมละล่ำละลักบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความหวาดกลัว เธอรีบคว้าทิชชูบนเคาน์เตอร์กำใหญ่แล้วเอื้อมมือเล็ก ออกไป หมายจะช่วยเช็ดคราบกาแฟบนอกเสื้อให้เขา

หมับ!

ทว่ามือหนาที่มีรอยสักเต็มหลังมือของธันวากลับยื่นมาจับข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น เพื่อหยุดการกระทำนั้น สัมผัสจากฝ่ามือร้อนจัดทำเอาพริมช็อคค้าง ตัวแข็งทื่อราวกับกวางตัวน้อยที่กำลังจะโดนเสือขย้ำ

“ค.. คุณ” พริมเอ่ยเสียงแผ่วเบา น้ำตาหยดหนึ่งไหลร่วงลงมา สายตาของเธอจับจ้องรอยสักที่ลามมาถึงหลังมือของเขาที่กำลังกำข้อมือเธออยู่

ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น ดวงตาฉายแววดุและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาผ่อนออกมาหนักๆ เขาจ้องมองยัยตัวเล็กที่กำลังตัวสั่นเหมือนลูกนกตกน้ำ ใบหน้าของเธอซีดเผือดและมีร่องรอยความหวาดกลัวจนเห็นได้ชัด

ธันวากดสายตามองกาแฟที่เลอะเสื้อตัวเอง ก่อนจะมองบาดแผลที่หลังมือที่เริ่มขึ้นรอยแดงเพราะโดนน้ำร้อนลวก แต่เขากลับไม่ได้โวยวายหรือตวาดใส่เธออย่างที่พริมจินตนาการไว้ในหัว

เขาค่อยๆ ปล่อยข้อมือเล็กให้เป็นอิสระ

“พริมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ค่ะ ค่าเสียหาย ค่าซักรีด พริมจะชดใช้ให้ทั้งหมดเลยค่ะ! อย่าทำอะไรพริมเลยนะ” พริมยกมือไหว้ปลกๆ เสียงสั่นเครือจนน่าสงสาร

ธันวาไม่ได้ตอบอะไร เขาเพียงแค่จิ๊ปากในลำคอเบาๆ ด้วยความขัดใจ มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบกระเป๋าสตางค์หนังสีดำออกมา เขาเปิดมันออกแล้วหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทปึกใหญ่ออกมาวางลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรงจนเกิดเสียงดัง

แปะ!

หญิงสาวชะงัก มองปึกเงินสดสลับกับใบหน้าโหดๆ ของเขาด้วยความไม่เข้าใจ

“คะ... คุณ?”

“ค่ากาแฟ แล้วที่เหลือก็เอาไปซื้อยากินซะ” เขาเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“เอ๊ะ?”

“หน้าซีดขนาดนี้ ยังจะมาใจลอยยืนชงกาแฟให้คนอื่นอีก ตัวเองจะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง” ธันวาส่งสายตาดุๆ ใส่เธอเป็นครั้งสุดท้าย ขมวดคิ้วมองใบหน้าซีดเซียวของพริมด้วยความหงุดหงิด

ทันทีที่เขาพูดจบ เขาก็หมุนตัวหันหลังเดินออกจากร้านกาแฟไปทันที ทิ้งให้พริมยืนนิ่ง ถือทิชชูค้างไว้กลางอากาศ มองตามแผ่นหลังกว้างของ 'เสือยิ้มยาก' ที่เพิ่งเดินบึ่งกลับเข้าร้านสักไป โดยทิ้งปึกเงินสดจำนวนหลายพันบาทไว้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป