บทนำ
"ห้ามดื้อ ห้ามดึก และห้ามฝืนตัวเอง.. ถ้าร่างกายจะพัง ให้มาพังที่พี่ ไม่ใช่ที่ร้านกาแฟ"
เธอก็แค่บาริสต้าสาวปีหนึ่งตัวคนเดียว ที่ต้องทั้งวิ่งเรียนและทำงานจนร่างแทบพัง ส่วนเขาก็แค่ช่างสักหนุ่มวัยสามสิบปี มาดเถื่อนที่ชอบทำตัวเป็นเสือยิ้มยาก
คนหนึ่งโหยหาความอบอุ่น ส่วนอีกคนก็อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับอีกคน
แล้ววันที่เข็มสักฝังรอยหมึกลงบนผิว หัวใจทั้งสองดวงก็ผูกพันกันจนลบไม่ออกอีกแล้ว
บท 1
#ร้านกาแฟ
แสงแดดยามบ่ายสามโมงยังคงร้อนระอุ แต่ภายในร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีที่สบายตา กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟทำงานสลับกับเสียงเคาะกากกาแฟดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง
“พริม! คาปูชิโน่เย็นหวานน้อยแก้วหนึ่งโต๊ะสาม แล้วก็อเมริกาโน่เย็นหน้าร้านจ้ะ” เสียงของพี่มน เจ้าของร้านกาแฟที่ตะโกนมาจากหลังเคาน์เตอร์เค้ก
“ได้ค่ะพี่มน พริมกำลังจัดให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
พริม หรือ พริมา ในวัย 22 ปี ขยับผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มของร้านให้เข้าที่ มือเรียวเล็กขยับหยิบก้านชงกาแฟมาเช็ดอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าจิ้มลิ้มซับด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ตามไรผม แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด จากการนอนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ริมฝีปากบางก็ยังคงแต้มยิ้มสดใสส่งให้ลูกค้าอยู่เสมอ
วันนี้เธอตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะได้ไปให้ทันรถเมล์ เพราะวันนี้เธอมีเรียนช่วงเช้า เวลาแปดโมง พออาจารย์ปล่อยเลิกคลาสเรียนตอนบ่ายโมงตรง แทนที่จะได้พักกินข้าวเหมือนเพื่อนคนอื่น พริมกลับต้องรีบคว้ากระเป๋าผ้าคู่ใจ วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถเมล์เพื่อมาเข้ากะพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟให้ทันบ่ายสองโมง
“อเมริกาโน่เย็นได้แล้วค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ” พริมยื่นแก้วกาแฟพร้อมกับรอยยิ้มให้ลูกค้าหน้าร้าน ก่อนจะหมุนตัวกลับมาลากเก้าอี้ตัวเล็กข้างเคาน์เตอร์มานั่งแปะลงอย่างหมดแรง
ขาเรียวคู่สวยสั่นระริกด้วยความล้า พริมยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความมึนงงที่เริ่มเกาะกินสมอง
“พริม เอานี่ไปกินก่อนไป ยืนขาแข็งมาตั้งแต่บ่ายสองแล้วไม่ใช่หรือไงเรา” พี่มนเดินถือจานแซนด์วิชแฮมชีสชิ้นโตมาวางตรงหน้า พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแกมเป็นห่วง
“พี่มน.. พริมเกรงใจจังค่ะ แค่พี่มนยอมปรับตารางกะให้พริมมาทำตอนบ่ายได้ พริมก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว” หญิงสาวยกมือไหว้พลางมองแซนด์วิชตาโต ท้องไส้เริ่มส่งเสียงประท้วงประจานตัวเองทันที
“เกรงใจอะไรกัน ตัวแค่นี้ถ้าร่างกายพังขึ้นมาจะทำยังไง หืม? ดูซิ หน้าซีดหมดแล้วเนี่ย เรียนปีสุดท้ายมันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่มนบ่นอุบ พลางยื่นแก้วน้ำเปล่าให้
“ทั้งรายงาน ทั้งวิจัยตัวจบเลยค่ะพี่มน ไหนจะค่าเทอมงวดสุดท้ายที่ต้องรีบปั่นอีก แต่พริมไหวค่ะ! ถึกทนยิ่งกว่าคนเหล็กก็พริมนี่แหละค่ะ” พริมเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ยๆ จนแก้มป่อง ก่อนจะกำหมัดทำท่าสู้ตายเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าของร้าน
“ฮ่าๆ จ้ะ ยัยคนเก่ง อย่าให้เห็นว่าวูบคาเครื่องชงกาแฟแล้วกัน... เออพริม เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเช็คสต็อกเมล็ดกาแฟข้างหลังหน่อยนะ ฝากดูหน้าร้านแป๊บหนึ่ง”
“รับทราบค่ะหัวหน้า!” พริมตะเบ๊ะรับคำอย่างแข็งขัน
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ พริมที่กำลังเคี้ยวขนมปังคำสุดท้ายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูยอดเงินในบัญชี ตัวเลขหลักพันต้นๆ ทำเอาเธอต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
‘ค่าหอพักจ่อคิวรออยู่สัปดาห์หน้า ค่าชีทเรียนอีก... อดทนหน่อยนะพริม อีกแค่นิดเดียวก็จะเรียนจบแล้ว’ เธอบอกตัวเองในใจพลางตบแก้มสลับไปมาเพื่อเรียกสติ
ทว่าจังหวะนั้น... เสียงดนตรีที่มีเสียงกีตาร์เบสหนักๆ ก็ลอยคลอมาตามลม แม้จะไม่ได้ดังจนหนวกหู แต่มันก็ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับจนพริมต้องเหลียวสายตาไปมองทางบานกระจกใสหน้าร้าน
ภาพที่เห็นคือตึกแถวข้างๆ ที่ถูกทาสีดำสนิททั้งหลัง มีป้ายไฟนีออนดัดสีดำสลักข้อความสั้นๆ ว่า ‘December TATTOO’
มันคือร้านสักที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่กี่สัปดาห์ ประตูทางเข้าเป็นกระจกดำทึบจนมองไม่เห็นข้างใน มีเพียงแสงไฟสลัวๆ สีส้มวอร์มไลท์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านออกมาเป็นครั้งคราว ดูลึกลับ น่ากลัว และไม่น่าเฉียดเข้าไปใกล้สำหรับเด็กสาวตัวคนเดียวอย่างเธอเลยสักนิด
“มองอะไรอยู่เหรอพริม” พี่มนที่เดินถือสมุดจดสต็อกกลับออกมาเอ่ยทัก เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งเหม่อมองไปข้างบ้าน
“อ๋อ~ เปล่าค่ะพี่มน พริมแค่ฟังเสียงเพลงจากร้านสักข้างๆ น่ะค่ะ ดู... ลึกลับดีนะคะ” พริมเอ่ยตอบพลางทำตาปริบๆ
พี่มนชะโงกหน้ามองตามแล้วลดเสียงลงซุบซิบทันที
“เออ พูดถึงร้านนั้น พี่ก็ยังแอบหวั่นๆ อยู่เลยนะ เจ้าของร้านที่ชื่อ ‘คุณธันวา’ น่ะ หน้าตานี่หล่อคมเข้มอย่างกับดาราเลยนะเธอ แต่มาดนี่นิ่งสนิท รอยสักลามไปจนถึงคอ นึกว่าหลุดมาจากแก๊งมาเฟีย คนแถวนี้ไม่มีใครกล้าเดินผ่านหน้าร้านตรงๆ สักคน”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่มน?” พริมเลิกคิ้วด้วยความอยากรู้ “เขาน่ากลัวมากเลยเหรอ”
“มากกกก!~” พี่มนลากเสียงยาว “วันก่อนพี่เดินเอาคูปองส่วนลดร้านเราไปหย่อนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเขา บังเอิญเขาเปิดประตูออกมาพอดี สายตาที่เขามองมานะพริมเอ๊ย.. อย่างกับไปหงุดหงิดอะไรมา พี่นี่รีบไหว้ปลกๆ แล้วหนีแทบไม่ทัน พูดแล้วยังขนลุกไม่หายเลยเนี่ย”
พริมหลุดขำคิกคักกับท่าทางโอเวอร์ของเจ้าของร้าน
“เขาอาจจะแค่เป็นคนหน้าดุเฉยๆ ก็ได้มั้งคะพี่มน ช่างสักเขาก็ต้องมีคาแรคเตอร์เท่ๆ โหดๆ แบบนี้แหละค่ะ”
“แม่คู๊น~ มองโลกในแง่ดีจริง เอาเป็นว่าเลิกงานดึกๆ เดินผ่านหน้าร้านก็ระวังตัวหน่อยละกัน ยิ่งชอบอยู่คนเดียวซะด้วย” พี่มนเตือนด้วยความหวังดี
“ค่ะพริมจะระวังนะคะ” พริมรับคำพลางทอดสายตามองไปยังประตูบานเลื่อนสีดำสนิทของร้านสักนั้นอีกครั้ง ในใจแอบนึกสงสัยว่าผู้ชายที่ชื่อ ‘ธันวา’ คนนั้นจะหน้าตาดุร้ายและน่ากลัวสมคำเล่าลือขนาดไหนกันเชียว
#18:56 น.
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ลูกค้าเริ่มบางตาลงจนเหลือเพียงความเงียบ พริมย้ายตัวเองมาเช็ดโต๊ะอาหารตัวสุดท้าย ทันใดนั้น อาการหน้ามืดฉับพลันก็จู่โจมจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างเล็กเซถลากระแทกกับขอบโต๊ะจนเกิดเสียงดัง
“โอ๊ย!~” พริมส่งเสียงร้องแผ่วเบา ยกมือเรียวขึ้นกุมขมับ ดวงตาพร่ามัวจนต้องหลับตาลงแน่นๆ
‘ไม่เอาหน่า... อย่ามาเพิ่งเป็นลมตอนนี้เชียวนะยายพริม งานยังไม่เสร็จเลย’ เธอพึมพำในใจ ขาที่อ่อนแรงพยายามพยุงร่างของตัวเองให้ยืนตรง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันกลับไม่เอื้ออำนวยให้ทำตามใจชอบ
“พริม! เป็นอะไรหรือเปล่า!” พี่มนรีบวิ่งหน้าตื่นออกมาจากเคาน์เตอร์ เข้ามาประคองแขนหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที “หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยพริม! พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าฝืนตัวเองน่ะ”
“พริม... พริมแค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะพี่มน” พริมพยายามส่งยิ้มแห้งๆ เพื่อให้พี่สาวสบายใจ แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะเรา ฝืนทำเป็นเก่งอยู่ได้ ไปๆ หลังร้านเลย ไปนั่งพัก ดื่มน้ำหวานซะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง” พี่มนสั่งเสียงเข้มแกมบังคับ
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่! ถ้ายังดื้ออีก พี่จะหักเงินเดือนข้อหาไม่ดูแลตัวเองนะ”
เมื่อโดนไม้นี้เข้าไป เธอจึงต้องยอมจำนนเดินคอตกเข้าไปนั่งพักที่เก้าอี้หลังร้าน เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหนื่อยสายตัวแทบขาดเริ่มประดังประเดเข้ามาในหัวใจทันที
บทล่าสุด
#56 บทที่ 56 วันแห่งรอยยิ้ม
อัปเดตล่าสุด: 8/22/2026#55 บทที่ 55 สายลมเปลี่ยนทิศ
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#54 บทที่ 54 ร่วมทาง
อัปเดตล่าสุด: 8/20/2026#53 บทที่ 53 รังรัก
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#52 บทที่ 52 เริ่มต้นใหม่
อัปเดตล่าสุด: 8/17/2026#51 บทที่ 51 ปกป้อง
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#50 บทที่ 50 คำสัญญา
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#49 บทที่ 49 สารภาพ
อัปเดตล่าสุด: 8/15/2026#48 บทที่ 48 ไออุ่น
อัปเดตล่าสุด: 8/14/2026#47 บทที่ 47 พายุในใจ
อัปเดตล่าสุด: 8/13/2026
คุณอาจชอบ 😍
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
คุณหมอโหด ในโหมดหวงรัก
“ก็เอาสิ ผมก็มานี่แล้วไง ตายให้ผมดูสิ”
"ภูวินทร์" แม้จะเป็นศัลยแพทย์ แต่เขากลับเย็นชาและโหดเหี้ยมกว่าที่ใคร ๆ คิดเอาไว้
“ในเมื่อวันนี้คุณหมอไม่พร้อม ก็ยกเลิกงานหมั้นวันนี้ไปเถอะค่ะ ฉันไม่มีเวลาว่างมานั่งเล่นกับพวกคุณนะคะ”
"ศินีนารถ" ฟาดฝ่ามือไปที่ใบหน้าของคู่หมั้น หลังจากที่เขาปล่อยให้งานหมั้นวุ่นวาย เพียบตบเดียวจากเธอ ถึงกับเรียกสติของเขากลับมาทันที
“ไม่ได้ครับ! ผมไม่มีทางยกเลิกงานหมั้นนี้ ผมจะไปคุยกับเธอเอง"
แม้งานหมั้นจะผ่านไปได้วยดี แต่ทว่า.... ทุกอย่างไม่ได้ง่ายแบบนั้น
ทั้งเรื่องมือที่สาม และความไม่เข้าใจกัน ความดื้อดึงของเธอ เจอกับความเย็นชา เผด็จการและดุดันของเขา
เปลี่ยนคนที่โหดอย่างเขา กลายเป็นเริ่มคลั่งรักเธอ เริ่มขาดไม่ได้ และตามมาด้วยความหึงหวง
ซึ่งเป็นความหึงแบบไม่ธรรมดา ในเมื่อเขาคือ "สายโหด" ความขี้หึง ก็ต้อง "หึงโหด" เช่นกัน
"คู่หมั้นก็ถือเป็นสามีไปแล้วครึ่งหนึ่ง บอกมาว่ามันเป็นใคร แล้วให้มันแตะต้องตรงไหนบ้าง คืนนี้ผมจะลบออกไปให้หมด แล้วอย่าได้ให้ผู้ชายคนอื่นแตะต้องอีก คุณเป็นของผมคนเดียวเข้าใจมั้ย!"
"หมอคะคุณใจเย็น ๆ ก่อน อ๊าา!!!"
"คืนนี้ต่อให้ร้องขอชีวิต ก็อย่าคิดจะคลานลงจากเตียงนี้ไปได้เลย!"
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













