บทนำ
"ห้ามดื้อ ห้ามดึก และห้ามฝืนตัวเอง.. ถ้าร่างกายจะพัง ให้มาพังที่พี่ ไม่ใช่ที่ร้านกาแฟ"
เธอก็แค่บาริสต้าสาวปีหนึ่งตัวคนเดียว ที่ต้องทั้งวิ่งเรียนและทำงานจนร่างแทบพัง ส่วนเขาก็แค่ช่างสักหนุ่มวัยสามสิบปี มาดเถื่อนที่ชอบทำตัวเป็นเสือยิ้มยาก
คนหนึ่งโหยหาความอบอุ่น ส่วนอีกคนก็อยากเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับอีกคน
แล้ววันที่เข็มสักฝังรอยหมึกลงบนผิว หัวใจทั้งสองดวงก็ผูกพันกันจนลบไม่ออกอีกแล้ว
บท 1
#ร้านกาแฟ
แสงแดดยามบ่ายสามโมงยังคงร้อนระอุ แต่ภายในร้านกาแฟขนาดกะทัดรัดที่ตกแต่งด้วยโทนสีที่สบายตา กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคั่วเมล็ดกาแฟที่เป็นเอกลักษณ์ เสียงเครื่องบดเมล็ดกาแฟทำงานสลับกับเสียงเคาะกากกาแฟดังขึ้นเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง
“พริม! คาปูชิโน่เย็นหวานน้อยแก้วหนึ่งโต๊ะสาม แล้วก็อเมริกาโน่เย็นหน้าร้านจ้ะ” เสียงของพี่มน เจ้าของร้านกาแฟที่ตะโกนมาจากหลังเคาน์เตอร์เค้ก
“ได้ค่ะพี่มน พริมกำลังจัดให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
พริม หรือ พริมา ในวัย 22 ปี ขยับผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้มของร้านให้เข้าที่ มือเรียวเล็กขยับหยิบก้านชงกาแฟมาเช็ดอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าจิ้มลิ้มซับด้วยเหงื่อเม็ดเล็กๆ ตามไรผม แม้ดวงตาคู่สวยจะฉายแววอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด จากการนอนเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ริมฝีปากบางก็ยังคงแต้มยิ้มสดใสส่งให้ลูกค้าอยู่เสมอ
วันนี้เธอตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อที่จะได้ไปให้ทันรถเมล์ เพราะวันนี้เธอมีเรียนช่วงเช้า เวลาแปดโมง พออาจารย์ปล่อยเลิกคลาสเรียนตอนบ่ายโมงตรง แทนที่จะได้พักกินข้าวเหมือนเพื่อนคนอื่น พริมกลับต้องรีบคว้ากระเป๋าผ้าคู่ใจ วิ่งกระหืดกระหอบขึ้นรถเมล์เพื่อมาเข้ากะพาร์ทไทม์ที่ร้านกาแฟให้ทันบ่ายสองโมง
“อเมริกาโน่เย็นได้แล้วค่ะ ทานให้อร่อยนะคะ” พริมยื่นแก้วกาแฟพร้อมกับรอยยิ้มให้ลูกค้าหน้าร้าน ก่อนจะหมุนตัวกลับมาลากเก้าอี้ตัวเล็กข้างเคาน์เตอร์มานั่งแปะลงอย่างหมดแรง
ขาเรียวคู่สวยสั่นระริกด้วยความล้า พริมยกมือขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆ เพื่อไล่ความมึนงงที่เริ่มเกาะกินสมอง
“พริม เอานี่ไปกินก่อนไป ยืนขาแข็งมาตั้งแต่บ่ายสองแล้วไม่ใช่หรือไงเรา” พี่มนเดินถือจานแซนด์วิชแฮมชีสชิ้นโตมาวางตรงหน้า พร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดูแกมเป็นห่วง
“พี่มน.. พริมเกรงใจจังค่ะ แค่พี่มนยอมปรับตารางกะให้พริมมาทำตอนบ่ายได้ พริมก็ไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว” หญิงสาวยกมือไหว้พลางมองแซนด์วิชตาโต ท้องไส้เริ่มส่งเสียงประท้วงประจานตัวเองทันที
“เกรงใจอะไรกัน ตัวแค่นี้ถ้าร่างกายพังขึ้นมาจะทำยังไง หืม? ดูซิ หน้าซีดหมดแล้วเนี่ย เรียนปีสุดท้ายมันหนักขนาดนั้นเลยเหรอ” พี่มนบ่นอุบ พลางยื่นแก้วน้ำเปล่าให้
“ทั้งรายงาน ทั้งวิจัยตัวจบเลยค่ะพี่มน ไหนจะค่าเทอมงวดสุดท้ายที่ต้องรีบปั่นอีก แต่พริมไหวค่ะ! ถึกทนยิ่งกว่าคนเหล็กก็พริมนี่แหละค่ะ” พริมเคี้ยวแซนด์วิชตุ้ยๆ จนแก้มป่อง ก่อนจะกำหมัดทำท่าสู้ตายเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าของร้าน
“ฮ่าๆ จ้ะ ยัยคนเก่ง อย่าให้เห็นว่าวูบคาเครื่องชงกาแฟแล้วกัน... เออพริม เดี๋ยวพี่จะเข้าไปเช็คสต็อกเมล็ดกาแฟข้างหลังหน่อยนะ ฝากดูหน้าร้านแป๊บหนึ่ง”
“รับทราบค่ะหัวหน้า!” พริมตะเบ๊ะรับคำอย่างแข็งขัน
เมื่อความเงียบเข้าปกคลุมร้านชั่วขณะ พริมที่กำลังเคี้ยวขนมปังคำสุดท้ายหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูยอดเงินในบัญชี ตัวเลขหลักพันต้นๆ ทำเอาเธอต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
‘ค่าหอพักจ่อคิวรออยู่สัปดาห์หน้า ค่าชีทเรียนอีก... อดทนหน่อยนะพริม อีกแค่นิดเดียวก็จะเรียนจบแล้ว’ เธอบอกตัวเองในใจพลางตบแก้มสลับไปมาเพื่อเรียกสติ
ทว่าจังหวะนั้น... เสียงดนตรีที่มีเสียงกีตาร์เบสหนักๆ ก็ลอยคลอมาตามลม แม้จะไม่ได้ดังจนหนวกหู แต่มันก็ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับจนพริมต้องเหลียวสายตาไปมองทางบานกระจกใสหน้าร้าน
ภาพที่เห็นคือตึกแถวข้างๆ ที่ถูกทาสีดำสนิททั้งหลัง มีป้ายไฟนีออนดัดสีดำสลักข้อความสั้นๆ ว่า ‘December TATTOO’
มันคือร้านสักที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่กี่สัปดาห์ ประตูทางเข้าเป็นกระจกดำทึบจนมองไม่เห็นข้างใน มีเพียงแสงไฟสลัวๆ สีส้มวอร์มไลท์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านออกมาเป็นครั้งคราว ดูลึกลับ น่ากลัว และไม่น่าเฉียดเข้าไปใกล้สำหรับเด็กสาวตัวคนเดียวอย่างเธอเลยสักนิด
“มองอะไรอยู่เหรอพริม” พี่มนที่เดินถือสมุดจดสต็อกกลับออกมาเอ่ยทัก เมื่อเห็นหญิงสาวนั่งเหม่อมองไปข้างบ้าน
“อ๋อ~ เปล่าค่ะพี่มน พริมแค่ฟังเสียงเพลงจากร้านสักข้างๆ น่ะค่ะ ดู... ลึกลับดีนะคะ” พริมเอ่ยตอบพลางทำตาปริบๆ
พี่มนชะโงกหน้ามองตามแล้วลดเสียงลงซุบซิบทันที
“เออ พูดถึงร้านนั้น พี่ก็ยังแอบหวั่นๆ อยู่เลยนะ เจ้าของร้านที่ชื่อ ‘คุณธันวา’ น่ะ หน้าตานี่หล่อคมเข้มอย่างกับดาราเลยนะเธอ แต่มาดนี่นิ่งสนิท รอยสักลามไปจนถึงคอ นึกว่าหลุดมาจากแก๊งมาเฟีย คนแถวนี้ไม่มีใครกล้าเดินผ่านหน้าร้านตรงๆ สักคน”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะพี่มน?” พริมเลิกคิ้วด้วยความอยากรู้ “เขาน่ากลัวมากเลยเหรอ”
“มากกกก!~” พี่มนลากเสียงยาว “วันก่อนพี่เดินเอาคูปองส่วนลดร้านเราไปหย่อนตู้ไปรษณีย์หน้าบ้านเขา บังเอิญเขาเปิดประตูออกมาพอดี สายตาที่เขามองมานะพริมเอ๊ย.. อย่างกับไปหงุดหงิดอะไรมา พี่นี่รีบไหว้ปลกๆ แล้วหนีแทบไม่ทัน พูดแล้วยังขนลุกไม่หายเลยเนี่ย”
พริมหลุดขำคิกคักกับท่าทางโอเวอร์ของเจ้าของร้าน
“เขาอาจจะแค่เป็นคนหน้าดุเฉยๆ ก็ได้มั้งคะพี่มน ช่างสักเขาก็ต้องมีคาแรคเตอร์เท่ๆ โหดๆ แบบนี้แหละค่ะ”
“แม่คู๊น~ มองโลกในแง่ดีจริง เอาเป็นว่าเลิกงานดึกๆ เดินผ่านหน้าร้านก็ระวังตัวหน่อยละกัน ยิ่งชอบอยู่คนเดียวซะด้วย” พี่มนเตือนด้วยความหวังดี
“ค่ะพริมจะระวังนะคะ” พริมรับคำพลางทอดสายตามองไปยังประตูบานเลื่อนสีดำสนิทของร้านสักนั้นอีกครั้ง ในใจแอบนึกสงสัยว่าผู้ชายที่ชื่อ ‘ธันวา’ คนนั้นจะหน้าตาดุร้ายและน่ากลัวสมคำเล่าลือขนาดไหนกันเชียว
#18:56 น.
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงหัวค่ำ ลูกค้าเริ่มบางตาลงจนเหลือเพียงความเงียบ พริมย้ายตัวเองมาเช็ดโต๊ะอาหารตัวสุดท้าย ทันใดนั้น อาการหน้ามืดฉับพลันก็จู่โจมจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง ร่างเล็กเซถลากระแทกกับขอบโต๊ะจนเกิดเสียงดัง
“โอ๊ย!~” พริมส่งเสียงร้องแผ่วเบา ยกมือเรียวขึ้นกุมขมับ ดวงตาพร่ามัวจนต้องหลับตาลงแน่นๆ
‘ไม่เอาหน่า... อย่ามาเพิ่งเป็นลมตอนนี้เชียวนะยายพริม งานยังไม่เสร็จเลย’ เธอพึมพำในใจ ขาที่อ่อนแรงพยายามพยุงร่างของตัวเองให้ยืนตรง แต่ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันกลับไม่เอื้ออำนวยให้ทำตามใจชอบ
“พริม! เป็นอะไรหรือเปล่า!” พี่มนรีบวิ่งหน้าตื่นออกมาจากเคาน์เตอร์ เข้ามาประคองแขนหญิงสาวไว้ได้ทันท่วงที “หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยพริม! พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าฝืนตัวเองน่ะ”
“พริม... พริมแค่หน้ามืดนิดหน่อยค่ะพี่มน” พริมพยายามส่งยิ้มแห้งๆ เพื่อให้พี่สาวสบายใจ แต่เม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มหน้าผากกลับสวนทางกับคำพูดอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลยนะเรา ฝืนทำเป็นเก่งอยู่ได้ ไปๆ หลังร้านเลย ไปนั่งพัก ดื่มน้ำหวานซะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง” พี่มนสั่งเสียงเข้มแกมบังคับ
“แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่! ถ้ายังดื้ออีก พี่จะหักเงินเดือนข้อหาไม่ดูแลตัวเองนะ”
เมื่อโดนไม้นี้เข้าไป เธอจึงต้องยอมจำนนเดินคอตกเข้าไปนั่งพักที่เก้าอี้หลังร้าน เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือของตัวเอง ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเหนื่อยสายตัวแทบขาดเริ่มประดังประเดเข้ามาในหัวใจทันที
บทล่าสุด
#101 บทที่ 101 เรียนจบ แต่งงานกันนะ (จบบริบูรณ์)
อัปเดตล่าสุด: 9/20/2026#100 บทที่ 100 บันทึกของสองเรา
อัปเดตล่าสุด: 9/20/2026#99 บทที่ 99 ความสุขของวัน
อัปเดตล่าสุด: 9/20/2026#98 บทที่ 98 เมาเหมือนหมา
อัปเดตล่าสุด: 9/20/2026#97 บทที่ 97 ปาร์ตี้
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026#96 บทที่ 96 เค้กวันเกิด
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026#95 บทที่ 95 กอดที่อบอุ่น
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026#94 บทที่ 94 พื้นที่ปลอดภัย
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026#93 บทที่ 93 วันเปิดเรียน
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026#92 บทที่ 92 ลายสักชิ้นพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 9/19/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
กับดักรักบอสจอมร้าย
ศักดิ์ศรีที่กินได้แต่ไม่อิ่มทำให้เธอตบหน้าเขาแล้วหนีไปพักใจที่บ้านสวน ทว่าซาตานในคราบเทพบุตรอย่างเขามีหรือจะยอมปล่อยเหยื่อไปง่ายๆ สิบทิศใช้โปรเจกต์ยักษ์และค่าปรับนับสิบล้านบีบบังคับให้เธอกลับมาสยบแทบเท้า พร้อมคำสั่งเผด็จการที่ต้องมานั่งทำงานข้างกายเขาตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
ท่ามกลางสงครามประสาทและแรงดึงดูดทางกายที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แก้มใสต้องรับมือทั้งคู่หมั้นนางร้ายที่จ้องทำลาย และบอสจอมหึงที่เริ่มเปลี่ยนจากเผด็จการเป็นคลั่งรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
"เงินซื้อศักดิ์ศรีฉันไม่ได้หรอกค่ะบอส"
"งั้นถ้าเปลี่ยนจากเงินเป็นตัวฉันและหัวใจทั้งดวงล่ะ เธอจะรับไว้พิจารณาไหมแก้มใส"
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ













