บทที่ 3 ทั้งกล้า ทั้งกลัว

หลังจากที่แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มหายลับไปหลังประตูบานเลื่อนสีดำ พริมยังคงยืนเบลอกำม้วนทิชชูในมือแน่น หัวใจเต้นจนแทบจะทะลุออกมา สายตาเหลือบมองปึกเงินสดสีเทาหลายพันบาทบนเคาน์เตอร์ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งอึ้ง ทั้งงง และ... แอบหน้าร้อนระอุกับประโยคดุๆ ทิ้งท้ายของเขา

‘ตัวเองจะตายอยู่แล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือไง’

“พริม! เกิดอะไรขึ้นน่ะเสียงดังเชียว พี่ได้ยินเสียงแก้วแตกด้วย”

เสียงของพี่มนที่วิ่งหน้าตื่นออกมาจากหลังร้านทำเอาพริมสะดุ้งโหยง สติที่หลุดลอยไปไกลรีบกรูดกลับคืนมาทันที พี่มนมองคราบกาแฟสีเข้มที่สาดกระจายเต็มพื้นและเคาน์เตอร์ ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อเห็นปึกเงินสดใบละพันที่วางเด่นหราอยู่

“ตายแล้ว! นี่มันอะไรกันพริม แล้วเสื้อผ้าหนูเลอะไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เจ้าของร้านสาวรีบเข้ามาจับตัวพริมหมุนซ้ายหมุนขวาด้วยความเป็นห่วง

“พริมไม่เป็นไรค่ะพี่มน แต่ว่า...” พริมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวชี้ไปทางปึกเงินสลับกับพื้นร้าน “เมื่อกี้พริมหน้ามืดค่ะ แล้ว... แล้วทำกาแฟร้อนสาดใส่คุณธันวา เจ้าของร้านสักข้างๆ ค่ะ”

“ฮะ?! คุณธันวา!” พี่มนร้องเสียงหลง เอามือทาบอก หน้าตาตื่นยิ่งกว่าเดิม แล้ว “เขาทำอะไรหนูไหมพริม! เขาหักคอหนูหรือเปล่า! ยิ่งหน้าดุๆ แบบนั้นอยู่ด้วย!”

“เปล่าค่ะพี่มน เขาไม่ได้ทำอะไรเลย” หญิงสาวรีบส่ายหน้ารัวๆ “แต่เขาบอกให้พริมเอาเงินนี้ไปซื้อยากินเพราะเห็นพริมหน้าซีด แล้วเขาก็กลับร้านไปเลยค่ะ”

พี่มนอ้าปากค้าง มองปึกเงินเทาสลับกับทางหน้าร้าน ก่อนจะทบทวนเหตุการณ์ที่หญิงสาวเล่าแล้วขมวดคิ้ว

“แปลกแฮะ! คนแถวนี้บอกว่าเขาโหดดุไม่ประพฤติดีกับใครเลยนะ แต่ทำไมกับหนูเขาถึง...” พี่มนชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นรอยคราบกาแฟเป็นวงกว้างบนพื้น “เออพริม! แล้วเมื่อกี้หนูบอกว่ากาแฟมันร้อนจัดใช่ไหม”

“ค่ะพี่มน ร้อนมาก พริมเพิ่งกดออกจากเครื่องเลย”

“ตายล่ะสิ! สาดใส่ตัวเขาขนาดนั้นน่ะ ตัวเสื้อเชิ้ตมันอาจจะหนาจนบังความร้อนได้ระดับหนึ่ง แต่หลังมือเขาล่ะ? ช่างสักเขาต้องใช้มือทำมาหากินนะพริม ถ้าน้ำร้อนลวกจนมือพองขึ้นมา ลายสักเขาไม่พังหมดเหรอ หนังกำพร้าอักเสบขึ้นมาจะทำยังไง” พี่มนพูดด้วยน้ำเสียงตกใจและจริงจัง

คนตัวเล็กเบิกตาโตด้วยความตกใจเล็กน้อย เธอลืมคิดเรื่องนี้ไปเลยจริงๆ

“พี่มน พริมทำยังไงดีคะ พริมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” พริมหน้าเสีย น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิด และกลัวว่าเขาจะมาทำร้าย

“เอาอย่างนี้ หนูถอดผ้ากันเปื้อนออกก่อน แล้วรีบไปดูคุณธันวาเขาหน่อย เผื่อเขาจะเจ็บมือหรือต้องการความช่วยเหลืออะไร” พี่มนดันหลังหญิงสาวเบาๆ

“ค่ะ! พริมจะรีบไปเดี๋ยวนี้ค่ะ”

พริมรีบดึงผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลออกจากตัว วางลงบนเคาน์เตอร์แล้ววิ่งออกจากร้านกาแฟทันที แทนที่จะเดินเลี้ยวขวาไปร้านสักตรงๆ เธอกลับเลือกเลี้ยวซ้ายวิ่งตรงไปยังร้านขายยาที่อยู่ห่างไปสองคูหาอย่างรวดเร็ว

หลังจากได้หลอดยาฆ่าเชื้อและบรรเทาอาการผิวไหม้จากน้ำร้อนลวกพร้อมผ้าก๊อซสะอาดมาอยู่ในมือ พริมก็ไม่รอช้า วิ่งย้อนกลับมาที่หน้าตึกสีดำของ ‘December TATTOO’ ทันที เธอยืนหอบหายใจอยู่หน้าประตูบานเลื่อนกระจกสีทึบ รวบรวมความกล้าที่เหลือน้อยนิด ยกมือขึ้นผลักประตูเปิดเข้าไป

กรุ๊งกริ๊ง!~

ลมเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศด้านในปะทะเข้ากับใบหน้าหวาน พร้อมกับกลิ่นอายของสีหมึกและน้ำหอมราคาแพง ผนังปูนเปลือยสีเข้มและภาพสเก็ตช์ลายสักเท่ๆ ติดอยู่รอบๆ ร้าน แสงไฟสีส้มสลัวทำให้บรรยากาศดูลึกลับ

แต่สิ่งที่ทำให้พริมถึงกับต้องชะงักค้างอยู่หน้าประตู คือผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหล่อคมเข้มสองคนกำลังนั่งคุยกันอยู่ที่โซฟาหนังสีดำตัวยาว ทันทีที่เสียงกระดิ่งดังขึ้น ทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองผู้มาเยือนใหม่พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

คนหนึ่งมีรอยสักลายเส้นกราฟิกที่ท่อนแขนเด่นชัด หน้าตาหล่อกวนๆ ส่วนอีกคนดูสุขุมแต่ดวงตาพราวระยับ สายตาสองคู่ที่จ้องตรงมาทำให้พริมตัวลีบเล็กเหลือตัวเท่ามด

“อ้าว... น้องบาริสต้าน่ารักร้านข้างๆ นี่น๊า” ชายหนุ่มหน้าตากวนๆ เอ่ยทักขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “มีอะไรให้พวกพี่รับใช้ครับผม? จะมาขอดูลายสัก หรือว่า... มาหาใครเอ่ย?”

ชายหนุ่มอีกคนที่ดูสุขุมกว่าเลิกคิ้วมองถุงยาในมือพริม ก่อนจะถามกลับเสียงเรียบแต่สุภาพ

“ได้นัดคิวสักไว้หรือเปล่าครับตัวเล็ก? พอดีช่วงบ่ายนี้คิวค่อนข้างแน่นนะ”

พริมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กำถุงยาในมือแน่นพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น

“ปะ... เปล่าค่ะ พริมไม่ได้มาสักค่ะ”

“อ้าว แล้วมาทำอะไรล่ะครับหืม?” คนหน้ากวนๆ เอ่ยถามต่อ

“คือ... พริมมาหาคุณธันวาค่ะ พริมมีธุระสำคัญมากกับเขา พอจะให้พริมพบเขาได้ไหมคะ” พริมเอ่ยขึ้น พลางมองผู้ชายทั้งสองคนด้วยความเว้าวอนและจริงจัง จนคนถูกมองถึงกับหุบยิ้มกวนๆ เปลี่ยนเป็นความแปลกใจแทน

“ธุระสำคัญกับไอ้ธันเนี่ยนะ?” ทั้งสองคนหันมามองหน้ากันสลับไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะปกติผู้หญิงที่จะมาหาธันวาที่ร้าน ถ้าไม่ใช่ลูกค้าก็น่าจะเป็นคนที่โดนรัศมีเหี้ยมๆ ของมันไล่ตะเพิดเปิดเปิงไปหมดแล้ว ยัยเด็กตัวเล็กๆ คนนี้ไปมีธุระสำคัญอะไรกับเสือยิ้มยากของร้านกันแน่

บรรยากาศภายในร้านสักตกอยู่ในความเงียบชั่วครู่ ชายหนุ่มหน้ากวนๆ หันไปเลิกคิ้วใส่เพื่อนสนิทอีกคนอย่างจับพิรุธ ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มกว้างให้พริมที่ยืนตัวลีบอยู่หน้าประตู

“ไอ้ธันมันอยู่ห้องพักส่วนตัวข้างหลังน่ะครับ เดินตรงไปเลี้ยวซ้ายได้เลย แต่ระวังหน่อยนะ ตอนนี้มันน่าจะกำลังอารมณ์เสียอยู่” ชายหนุ่มหน้ากวนเอ่ยบอก พลางบุ้ยปากไปทางประตูไม้บานหนาด้านในร้าน

“ขอบคุณมากนะคะ” พริมรีบยกมือไหว้ขอบคุณพี่ๆ ทั้งสองคน ก่อนจะก้าวเดินตรงไปยังทิศทางที่บอกทันที เพราะกลัวว่าตัวเองจะถอดใจเสียก่อน

“มึงปล่อยเด็กเข้าไปหาเสือหิ้วปีกแบบนั้นจะดีเหรอวะ” ชายหนุ่มมาดสุขุมกระซิบถามเพื่อนเสียงหลง

“ดีดิ่ มึงไม่เห็นแววตาไอ้ธันตอนเดินกลับเข้ามาอ๋อ เสื้อเลอะกาแฟมาแต่หน้าแม่งไม่ได้โกรธเลยนะ แถมเดินไปเปิดตู้เย็นหาแผ่นเจลประคบมือหน้านิ่งๆ อีก กูว่าคู่นี้มีเงื่อนงำ“ ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ ในลำคอ สายตาเจ้าเล่ห์มองตามหลังพริมไปอย่างนึกสนุก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป