บทที่ 7 ฝากของให้

“กูพนันเลยไอ้ภาม ไม่เกินเดือน ไอ้ธันโดนเด็กบาริสต้าตกรวบหัวรวบหางแน่ อาการออกชัดขนาดนี้” เบลหัวเราะอย่างชอบใจ

“เออ กูเห็นด้วย ปากบอกยังไม่รู้แต่พอนึกถึงหน้าเด็กแล้วแอบอมยิ้มเนี่ย... อาการหนักแล้วล่ะมันน่ะ” ภามส่ายหัวยิ้มๆ ก่อนจะก้มหน้าลงจัดการงานของตัวเองต่อ

#ทางด้านหลังร้าน

ชายหนุ่มยืนพิงกำแพงปูนเปลือย มือหนาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ ควันสีหม่นลอยฟุ้งไปในอากาศ ธันวายกหลังมือขึ้นมาดูอีกครั้ง รอยแผลน้ำร้อนลวกจางลงจนแทบมองไม่เห็นแล้ว แต่แปลกที่ความรู้สึกอุ่นๆ และกลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นกาแฟคั่วของยัยตัวเล็กกลับยังชัดเจนอยู่ในความทรงจำ

เขานึกถึงประโยคที่ไอ้ภามพูด ‘หนุ่มๆ ตามจีบกันตรึมชัวร์’

เพียงแค่คิดว่าจะมีผู้ชายคนอื่นมายืนต่อแถวรอหน้าเคาน์เตอร์กาแฟเพื่อส่งสายตาวิบวับให้พริม หรือคิดว่าพริมจะไปทายาให้คนอื่นแบบที่ทำกับเขา หัวใจของธันวาก็รู้สึกร้อนรุ่มยิ่งกว่าโดนน้ำร้อนลวกเสียอีก คิ้วหนาขมวดมุ่น

“ชอบงั้นเหรอ...”

ธันวาพึมพำกับตัวเองท่ามกลางเสียงลมหลังร้าน นัยน์ตาคมฉายแววดุดันปนกับความสับสน เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้กับใครมานานหลายปีแล้ว ความรู้สึกที่อยากจะแวะไปเฝ้า อยากจะเห็นหน้าทุกวัน และอยากจะดุ... เพื่อให้เธอมาร้องประท้วงใส่แค่เขาคนเดียว

ชายหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะขยี้ปลายมวนลงกับที่เขี่ยบุหรี่อย่างแรง รอยยิ้มมุมปากที่แสนจะเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมอีกครั้ง

“จะมีกี่คนก็ช่างเหอะ ลองมาจีบตัดหน้ากูดูดิ” ธันวาเอ่ย

แววตาดุดันของเสือร้ายเริ่มประกายความเจ้าเล่ห์และหวงก้างขึ้นมาอย่างเด่นชัด ช่างสักมาดโหดที่ใครๆ ก็กลัว... ตอนนี้ดูท่าทางกำลังจะกลายร่างเป็นผู้ปกครองจอมเผด็จการที่พร้อมจะกางปีกปกป้อง ‘เด็กดื้อ’ ของตัวเองจากผู้ชายคนอื่นๆ ซะแล้ว

#หลายวันผ่านไป

บรรยากาศของร้านสักและร้านกาแฟข้างๆ ยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ ทุกๆ บ่ายสองโมงตรง ธันวายังคงปรากฏตัวที่หน้าร้านกาแฟของพี่มนเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน และคนชงกาแฟก็ยังคงเป็นพริม เด็กดื้อคนเดิมที่ตอนนี้เริ่มจะคุ้นชินกับใบหน้านิ่งๆ ของเขาจนเลิกกลัวไปแล้ว

ทว่าวันนี้ธันวาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ชวนให้หัวใจกระตุก สายตาคมหลุบมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่ดูเพลียๆ แถมจังหวะที่พริมก้มหยิบแก้ว เสียงท้องร้องแผ่วเบาก็ดังลอดออกมาจนเขาได้ยิน คิ้วหนาขมวดมุ่นทันที

“กาแฟได้แล้วค่ะ อเมริกาโน่เย็นไม่หวานเหมือนเดิมนะคะ” พริมยื่นแก้วให้พลางส่งยิ้มบางๆ

“กินข้าวหรือยัง” ธนวารับแก้วกาแฟมาถือไว้ พร้อมกับเอ่ยถามกลับ

“อ๋อ... ยังค่ะ พอดีลูกค้าแน่นมากเลยยังไม่ได้กิน เดี๋ยวรอพี่มนมาเปลี่ยนก่อนค่อยกินค่ะ” พริมเอ่ยตอบซื่อๆ ตาปริบๆ

“อืม” ธันวาเอ่ยในลำคอ ทำหน้าดุขึ้นมาดื้อๆ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้บาริสต้าสาวยืนเกาหัวด้วยความงงว่าตัวเองพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า

#ยี่สิบนาทีต่อมา

หนุ่มช่างสักเดินกลับเข้ามาในร้านกาแฟอีกครั้ง พร้อมกับถุงอาหารตามสั่งเจ้าอร่อยในมือ เขาไม่ได้มองพริมที่กำลังง่วนกับการเช็ดโต๊ะอยู่ แต่เดินตรงไปหาพี่มนที่เพิ่งเดินออกมาจากหลังร้านพอดี ชายหนุ่มวางกล่องอาหารลงบนเคาน์เตอร์ส่งเสียงดัง

“อ้าว! คุณธันวา มีอะไรหรือเปล่าคะ?” พี่มนเอ่ยถามปนยิ้ม

“ผมสั่งข้าวกล่องมาเกิน” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้ายังคงนิ่งราวกับหุ่นปั้น “ฝากให้เด็กนั่นหน่อย กินไม่หมด”

สายตาของช่างสักหนุ่มเหลือบไปทางพริมแวบหนึ่ง ก่อนจะชักสายตากลับมาอย่างรวดเร็ว

พี่มนมองกล่องอาหารสลับกับใบหน้าหล่อที่ติดจะบึ้งตึงเล็กน้อย ก่อนจะอมยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาของพี่สาวคนโตฉายความรู้ทันอย่างปิดไม่มิด มีอย่างที่ไหนสั่งข้าวกล่องมาเกิน แต่ร้านอาหารเจ้าอร่อยร้านนี้เขาขายดีจนต้องต่อคิวยาวเหยียด

“อ๋อ~~ สั่งเกินเหรอคะ” พี่มนลากเสียงยาว ล้อเลียน “ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่มนส่งต่อให้เด็กให้นะคะ ขอบคุณแทนพริมด้วยนะคุณธันวา ใจดีจังเลยน้า~”

“ครับ” ธันวาตอบสั้นๆ รู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาดื้อๆ เมื่อเจอสายตารู้ทันของเจ้าของร้าน เขารีบหมุนตัวหอบเอาแก้วกาแฟของตัวเองเดินลิ่วกลับเข้าร้านของตัวเองทันที

#ร้านDecember TATTOO

ทันทีที่เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของธันวาที่เดินดุ่มๆ เข้ามา สายตาจับผิดสองคู่ก็พุ่งตรงมาที่เขาทันทีเหมือนนัดกันไว้ เบลกับภามที่นั่งจิบเบียร์เย็นๆ รอคิวสักตอนเย็นพากันส่งเสียงแซวดังลั่นร้าน

“อ้าวๆๆ นายหัวกลับมาแล้วเว้ยเฮ้ย” เบลป้องปากตะโกน “ไปซื้อกาแฟรอบสองเหรอวะ กาแฟร้านนู้นมันจืดไวหรือไง หรือว่า... คนชงหวานจนต้องไปเติมน้ำตาลในหัวใจอีกรอบ”

“มึงเงียบปากไปเลยไอ้สัสเบล” ธันวาแยกเขี้ยวใส่ วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ

“เฮ้ยๆ อย่าเพิ่งพาลดิไอ้ธัน” ภามหัวเราะในลำคอ พลางขยับตัวเข้ามาใกล้ๆ “กูเห็นนะเว้ยเมื่อกี้ มึงหิ้วถุงข้าวกล่องร้านป้าต้อยเดินเข้ากาแฟไปอ่ะ แต่พอเดินออกมาหน้านี่~ แดงเป็นตูดลิงเลยนะมึง สั่งข้าวไปจีบเด็กเหรอวะ”

“กูสั่งมาเกิน” ธันวาเอ่ยตอบเสียงแข็ง คว้ามวนบุหรี่ขึ้นมาถือไว้

“สั่งเกิน? สั่งเกินบ้านมึงดิ!” เบลหลุดขำกร้าก “มึงแดกข้าวมื้อหนึ่งครึ่งกล่องยังไม่หมดเลย คนอย่างมึงเนี่ยนะจะสั่งข้าวมาเหลือจนต้องเอาไปแจกทาน มีพิรุธว่ะ เอาดีๆ ฝากข้าวกล่องให้เมียเด็กใช่ไหม”

“เมียเด็กบ้านมึงดิ ยัยนั่นเพิ่งปีหนึ่ง” ธันวาเอ่ยสบถเสียงห้วน แต่หูสองข้างเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

“แน่ะ! ยอมรับแล้วว่าให้พริม” เบลตบโต๊ะดังปังอย่างชอบใจ “ไอ้ภามมึงดูมัน ดิฉันสั่งมาเกินค่ะคุณผู้ช๊มมม~~~ เกินเหรอวะ? ร้านป้าต้อยคิวยาวชั่วโมงครึ่ง มึงถ่อสังขารไปยืนรอเพื่อจะบอกว่าสั่งเกินเนี่ยนะ ไอ้ธันคนคลูๆ หายไปไหนหมดแล้ววะตอนนี้ เหลือแต่ไอ้ธันคนคลั่งรัก!”

“พวกมึงจะเลิกพูดมากได้ยัง” ธันวาเอ่ยพูด พลางส่งสายตาคาดโทษเพื่อนๆ “กูแค่เห็นน้องมันยังไม่ได้กินข้าว ท้องร้องเสียงดังน่ารำคาญ ถ้าเป็นลมตายในร้านขึ้นมา ใครจะชงกาแฟรสชาติเดิมให้กูแดก”

“โห~~ ข้ออ้างโง่ๆ ว่ะไอ้สัส” ภามส่ายหัวขำๆ “คนชงกาแฟร้านนั้นมีพี่มนอีกคนไหมล่ะ มึงห่วงน้องเขาก็บอกว่าห่วงดิ จะปากแข็งทำซากอะไรวะ”

“กูไม่ได้ปากแข็ง”

“ไม่ได้ปากแข็งแต่หน้ามึงนี่นิ่งจนกล้ามเนื้อหน้าจะยึดหมดแล้ว” เบลว่าพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “แล้วเป็นไง น้องเขาว่าไงบ้าง ตอนมึงยื่นข้าวกล่องให้ หน้าตาน้องเขาซึ้งน้ำตาไหลเลยปะ”

“กูไม่ได้ให้ตรงๆ กูฝากพี่มนไว้” ธันวาตอบเสียงเบาลงนิดหน่อย

“อ้าว!~~ ไอ้ป๊อดเอ๊ย!” เบลประสานเสียงกับภามด่าในทันที

“ทำไมไม่ให้น้องเขาเองวะ โอกาสทำคะแนนนะเว้ยมึง” ภามเอ่ยบ่นอย่างเสียดายแทน

“กูขี้เกียจฟังน้องมันพูดขอบคุณยาวๆ น่ารำคาญ” ธันวาเอ่ยเฉไฉ เดินไปทางประตูหลังร้านหวังจะตัดรำคาญไอ้สองตัวนี้

“เออๆ หนีไปเลยไอ้เสือป๊อด! ปากแข็งไปเถอะมึง ถ้าน้องเขาเอาข้าวกล่องมึงไปเททิ้ง หรือเอาไปแบ่งให้หนุ่มๆ แทน มึงอย่ามาร้องไห้ขอกูทำแผลใจแล้วกัน!” เบลตะโกนไล่หลังขำๆ

คำพูดของเบลทำให้เขาหงุดหงิดขึ้้นมาอีกรอบ ชายหนุ่มหันกลับมาตวัดสายตาคมมองเพื่อนสนิททั้งสองคนแล้วเอ่ยเสียงเข้ม

“ยัยนั่นไม่กล้าเททิ้งหรอก ถ้ากูรู้ว่าเอาไปให้คนอื่นแดก กูจะตามไปบีบคอไอ้นั่นให้คายออกมาให้หมดเลยคอยดู!”

พูดจบธันวาก็ผลักประตูหลังร้านเดินกระแทกส้นออกไปทันที ทิ้งให้เบลกับภามหันมามองหน้ากันแล้วระเบิดหัวเราะลั่นร้านสักด้วยความสะใจที่ต้อนเสือร้ายจนมุมจนหลุดอาการหวงก้างออกมาจนหมดเปลือก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป