บทที่ 2 ตอนที่ 2

“อื้มมม น้ำ ขอน้ำหน่อย” เสียงคำรามแหบแห้งจากคนที่นอนซมข้ามวันข้ามคืนเอ่ยขึ้น พัทธ์ตื่นขึ้นมาก็รู้สึกปวดร้าวระบมไปทั่วร่างกาย ก่อนจะมีมือยื่นแก้วน้ำที่ใส่หลอดมาให้ดูดตรงหน้า เขาดื่มเข้าไปอึกใหญ่ด้วยความหิวกระหาย

“ขะ ขอบคุณครับ แค่ก แค่ก” คนป่วยสำลัก ก่อนมีฝ่ามือมาลูบหลังทว่ามันกลับทำให้พัทธ์รู้สึกอุ่นวาบในหัวใจราวกับเป็นสัมผัสที่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อน ยังไม่ทันได้คิดอะไรก็เหลือบไปเห็นว่าเป็นใคร ทำเอาพัทธ์ตกใจสุดขีด

“พ่อ แม่!”

ไอ้พัทธ์ตะโกนเสียงหลงเมื่อเห็นพ่อมิ่งและแม่แย้มยืนอยู่ข้างเตียง เรียวคิ้วขมวดมุ่นด้วยความสงสัยแอบคิดว่าตัวเองกำลังฝันไปหรือเปล่า

ก็พ่อและแม่ของพัทธ์ตายไปตั้งหลายปีก่อนแล้ว อยู่ ๆ ทำไมถึงมาโผล่ตรงนี้ได้ หรือว่าท่านกำลังมารับเขาไปสวรรค์กันนะ แต่คงจะยากหน่อย เพราะพัทธ์น่ะมันบาปหนาจะตาย แอบอ่านนิยายโป๊ไปตั้งหลายเรื่อง เขารู้ตัวดีว่าต้องไปชดใช้กรรมในนรกก่อน

“ตื่นแล้วเหรอลูก” ปาลิดา หรือแม่ของนันทพัทธ์เอ่ยถามลูกชายด้วยความเป็นห่วง พัทธ์กะพริบตาปริบ ๆ ยังไม่หายจากอาการป่วยดีจึงคิดว่าตัวเองยังอยู่ในห้วงความฝันที่สมจริงเหลือเกิน

ยังไม่ทันที่พัทธ์จะได้สงสัยนาน พ่อมิ่งก็เดินเข้ามาหาใกล้มากขึ้น จากที่แกเคยใส่ชุดขาด ๆ ผิวสีคล้ำกระดำกระด่างเพราะต้องตรากตรำทำงานหนักเพื่อครอบครัว ทว่าวันนี้กลับใส่สูทผูกเนกไทดูหล่อเหลาผิดหูผิดตา ส่วนแม่แย้มก็แต่งตัวสวยอย่างกับคุณหญิงคุณนาย

“ตื่นมาซะได้ก็ดี สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวันเลยนะเจ้าพัทธ์” ดนัย ผู้เป็นพ่อของนันทพัทธ์ว่าเสียงดุแต่ก็ไม่ได้จริงจังมากนัก ทั้งสีหน้าและแววตายังดูมีความเป็นห่วงเป็นใยลูกชายอยู่ไม่น้อย

“พ่อไปถูกหวยที่ไหนมาเนี่ย แต่งตัวซะโก้เชียว” แซวเล่นขบขันเหมือนอย่างเคย ทว่าสีหน้าพ่อดูไม่ได้ขำเลยจึงทำให้คนที่กำลังเมายายิ้มแห้งและหุบยิ้มฉับ เกรงว่าจะถูกดุ

ก็พ่อมิ่งที่ขี้เล่นกลับกลายเป็นคนมาดขรึมไปเสียตั้งแต่เมื่อไหร่ ต่างจากแม่แย้มที่ดูน่ารักอ่อนโยนเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“พูดเพ้อเจ้ออะไรพัทธ์ ลำพังทำงานก็เหนื่อยพออยู่แล้ว หวยอะไรพ่อไม่ได้สนใจหรอก” ชายวัยกลางคนบ่นพึมพำพลางส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นลูกพูดอะไรที่ไร้สาระ

“อาการเป็นยังไงบ้างลูก แม่เป็นห่วงแทบแย่” ปาลิดาพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นพลางโน้มตัวเข้าไปโอบกอดลูกชายเอาไว้ มือที่เหี่ยวย่นตามกาลเวลายกขึ้นมาเกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลที่ปกปิดใบหน้าสวยออกไปทัดหูเอาไว้ เธอรู้สึกสงสารลูกจับใจ

เรื่องที่นันทพัทธ์ขับรถยนต์พุ่งชนต้นไม้เพื่อเรียกร้องความสนใจจากสามี ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ ลูกชายของเธอรักสามีจนหมดหัวใจ พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาครอบครอง จนกระทั่งแต่งงานมาด้วยกันปีกว่าแล้วก็ยังไม่สามารถได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของพฤกษ์ได้อีก เธอพยายามเกลี้ยกล่อมนันทพัทธ์หลายครั้งหลายคราวว่าให้ยอมหย่ากับพฤกษ์ แต่เมื่อลูกและสามีไม่ยอม พร้อมใจกันค้านหัวชนฝา เธอเองก็จนปัญญา จึงได้แต่จำใจเงียบปากไม่พูดเรื่องนี้อีกเลย

“ผมไหว พะ พ่อกับแม่ล่ะสบายดีไหมครับ อยู่กับเทวดามีข้าวกินไหม ที่ผมทำบุญไปให้ถึงพ่อกับแม่หรือเปล่า” คนที่นอนป่วยคิดถึงบุพการีเริ่มเบะปากคว่ำ ตั้งแต่ที่พ่อกับแม่เสียไปครั้งนั้นพัทธ์ก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด เพียงแค่ฝันว่าพวกท่านมีความสุขดีไอ้พัทธ์คนนี้ก็สบายใจแล้ว ไม่เสียแรงที่ตื่นแต่เช้าไปดักรอใส่บาตรให้หลวงพ่อทุกวัน

ดนัยยืนมองลูกชายก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมาพลางถอนหายใจ “พ่อยังไม่ตาย แม่แกก็ด้วย ถ้าตายจะมายืนอยู่ตรงหน้าแกแบบนี้ไหมพัทธ์ บาปนะรู้ตัวหรือเปล่าที่แช่งพ่อกับแม่ให้ตายแบบนี้”

พัทธ์ได้ยินผู้เป็นพ่อพูดแบบนั้นก็ปล่อยโฮออกมาอย่างหนักหน่วง นึกสงสารวิญญาณพ่อกับแม่ที่ตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน จนป่านนี้แล้วยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตาย มาเข้าฝันลูกแบบนี้น่าจะมาบอกเลขเด็ดบ้างก็ยังดี

“งั้นเดี๋ยวผมจะทำบุญให้เยอะกว่านี้แล้วกันนะครับ” พัทธ์พูดปนสะอื้น ดนัยและปาลิดาหันมามองหน้ากันเมื่อเห็นลูกชายแปลกไปแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะก่อนที่นันทพัทธ์จะฟื้น พวกท่านทั้งสองได้เข้าไปพบหมอเรียบร้อยแล้ว

หมอแจ้งอาการมาว่าก่อนหน้านี้หัวใจของนันทพัทธ์หยุดเต้นไปนานพอสมควร แต่ก็โชคดีที่ยังพอมีปาฏิหาริย์ทำให้ฟื้นขึ้นมา สงสัยสมองนันทพัทธ์จะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักถึงได้พูดจาเพ้อเจ้อได้ขนาดนี้

“ผมคิดถึงพ่อกับแม่จังเลย”

“แม่อยู่นี่แล้วพัทธ์ ไม่ต้องร้องนะ”

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมวันนี้นันทพัทธ์ดูอ้อนเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจเพียงเพราะนันทพัทธ์กำลังป่วยอาจจะเพี้ยนไปเพราะฤทธิ์ยา ปาลิดาโน้มตัวลงไปกอดลูกแล้วเอาหน้าแปะไว้ที่อก จนพัทธ์ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ก่อนวาดแขนมาโอบกอดผู้เป็นแม่ตอบ ดนัยเห็นแบบนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้จึงเก็บคำตำหนิเอาไว้แล้วเดินเข้ามาลูบเส้นผมของลูกอย่างเบามือ หัวใจดวงน้อย ๆ ของพัทธ์อุ่นวาบราวกับกำลังได้ที่พักพิง

ถึงแม้ว่านี่มันจะเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่มันก็โคตรมีความสุขมากเหลือเกิน

“คราวหน้าคราวหลังก็อย่าทำอะไรแบบนี้อีก เข้าใจไหม พ่อกับแม่เป็นห่วง”

แม้ว่าพัทธ์ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่พัทธ์ก็พยักหน้ารับผู้เป็นพ่อไปด้วยความเคยชิน ก่อนที่คุณหมอและพยาบาลสาวสวยจะเดินเข้ามาในห้อง ทำให้พัทธ์ในร่างของนันทพัทธ์ที่เป็นตัวร้ายในนิยายได้สติจึงปาดน้ำตาแบบลวก ๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องพบว่าตนเองยังคงนอนอยู่ในห้องพิเศษที่ดูหรูหราเช่นเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้พัทธ์ได้เข้าไปนอนรวมกับผู้ป่วยในห้องธรรมดาแล้ว

แล้วใครลากเขาเข้ามาในห้องนี้วะ

หรือนี่เป็นความจริง ไม่ใช่ฝัน

เพียะ!

ใบหน้าสวยสดที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาหันไปตามแรงตบของเขาเองจนรู้สึกเจ็บแปล๊บขึ้นมาจึงได้สติและรับรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ดนัยและปาลิดาเห็นแบบนั้นก็ตกใจจึงเดินเข้ามาช่วยกันจับแขนลูกชายเอาไว้ ทว่าคนที่นอนป่วยดีดดิ้น ความหวาดกลัวระคนตกใจทำให้ลืมเจ็บไปชั่วขณะ

“อ๊ากกกก พ่อ แม่ ไปสู่สุคติเถอะนะ ไม่ต้องห่วงผมหรอก” พัทธ์เอ่ยเสียงหลงเริ่มลนลานทำตัวไม่ถูก ก่อนยกมือขึ้นมาไหว้ท่องนะโมสามจบ คนที่กลัวผีขึ้นสมองเป็นทุนเดิมไม่สามารถขยับตัวได้มากนัก ถ้าไม่เช่นนั้นคงได้วิ่งสี่คูณร้อยออกไปจากตรงนี้แล้ว

ผีพ่อผีแม่นี่เฮี้ยนจริง ๆ ขนาดสวดมนต์แล้วยังไม่ยอมไปอีก หรือว่าจะมารับไอ้พัทธ์ไปอยู่ด้วยกัน แต่ลืมไปหรือเปล่าถ้าตายกันยกครอบครัวก็จะไม่มีใครทำบุญไปให้นะ

“พัทธ์ นี่แม่เอง ตั้งสติสิ แม่ยังไม่ตาย”

“ไม่เชื่อ ผมเห็นกับตาว่าพ่อกับแม่ตายแล้วจริง ๆ” เมื่อหลายปีก่อน เขาได้รับสายจากเจ้าหน้าที่ว่าพ่อและแม่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตคาที่ ไอ้พัทธ์เข่าแทบทรุด แต่ก็รีบเดินทางไปในที่เกิดเหตุเห็นสภาพศพของพ่อและแม่เต็มสองตา

ดนัยและปาลิดาจนปัญญาเมื่อเกลี้ยกล่อมลูกไม่ได้ผล ก่อนจะหลีกทางให้หมอเข้ามาดูอาการ

“ลุงหมอ ๆ ผีพ่อผีแม่หลอกผมกลางวันแสก ๆ เลยครับ” พัทธ์เกาะแขนลุงหมอเอาไว้แน่น

“ไม่ใช่ผีหรอกครับ ไม่เชื่อคุณพัทธ์ลองจับพวกท่านดู”

พัทธ์เงยหน้ามองหมอด้วยความลังเล แต่ก็ตัดสินใจยื่นนิ้วไปจิ้มแขนมารดาที่นั่งด้านข้าง ก็เป็นจริงอย่างที่ลุงหมอพูดว่าพ่อและแม่เขายังไม่ตาย ไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องบ้าอะไร แต่พัทธ์ก็พยายามตั้งสติและประมวลผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“แล้วเมื่อวานที่พฤกษ์มาหา อาการลูกฉันได้เป็นแบบนี้ไหมคะหมอ”

ประโยคที่แม่พูดทำเอาไอ้พัทธ์ขมวดคิ้ว ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหัว ทำไมแม่เขาถึงพูดชื่อไอ้พระเอกนิยายคนนี้ออกมาอีกล่ะ แต่ไอ้พฤกษ์ตัวปลอมหลังจากที่เขาเซ็นใบหย่าให้แม่งก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย

“พฤกษ์ที่เป็นสามีของนันทพัทธ์เหรอครับ” ถามออกไปด้วยความสงสัย

“ใช่น่ะสิ พฤกษ์ก็คือสามีของลูกไง ลูกจำไม่ได้เหรอ” ปาลิดาเริ่มสำรวจดูบาดแผลที่ศีรษะพัทธ์ด้วยความเป็นห่วง

“สะ สามีของผม” พูดน้ำเสียงตะกุกตะกักพลางชี้นิ้วเข้าหาตนเอง เขาเนี่ยนะเป็นภรรยาของพระเอกนิยายนั่น ไม่จริงล่ะมั้ง

“คุณหมอครับ ช่วยเช็กสมองลูกชายผมอีกทีดีไหมครับ”

“ผมเช็กแล้วนะครับ แม้สมองจะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนัก แต่ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถ้าคุณดนัยและคุณหญิงปาลิดาอยากให้หมอเช็กเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง ผมก็ยินดีครับ”

เดี๋ยวนะ ดนัยกับปาลิดางั้นเหรอ

ไอ้พัทธ์อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ไม่รู้จะอึ้งเรื่องอะไรก่อนเลย ก็ชื่อทั้งสามคนที่ถูกเอ่ยออกมามันอยู่ในนิยายที่เขากำลังอ่านทั้งหมด

“นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะเนี่ย” คนป่วยบ่นออกมาพึมพำ เรียวคิ้วขมวดมุ่นอย่างใช้สมอง ในระหว่างนั้นเองจึงสังเกตแขนขาของตัวเองที่ดูเรียวและเล็ก อีกทั้งยังขาวกว่าแต่ก่อน เขากลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะหันมาทางพยาบาลที่เดินตามคุณหมออยู่ทางด้านหลัง

“มะ มีกระจกให้ผมยืมไหมครับ”

พยาบาลสาวพยักหน้า ก่อนล้วงแป้งพัฟออกมาจากเอวตามกระโปรงที่ได้เหน็บไว้แล้วยื่นให้ผู้ป่วย พัทธ์รับมันมาส่องใบหน้าตนเองถึงกับตะลึง

“เชี่ย!”

ใบหน้าสวยราวกับผู้หญิงที่สะท้อนในกระจกบานเล็กทำเอาเขาตกตะลึง แม้ในยามนี้ไม่ได้มีเครื่องสำอางเติมแต่งแต่ก็ดูดีมาก แม้จะบอกว่าตัวเองตาฝาด หากแต่ว่ารอยแดงข้างแก้มที่เขาตบเจ้าของร่างเป็นตัวชี้วัดว่าตอนนี้ไอ้พัทธ์ไม่ได้ฝันไป

“นี่กูตายแล้วเกิดมาในนิยายที่ตัวเองอ่านจริง ๆ เหรอวะ” พัทธ์บ่นอุบอิบเสียงเบาพอให้ได้ยินคนเดียว ใครแม่งจะเชื่อสิ่งที่เหนือธรรมชาติขนาดนี้

พัทธ์อ่านนิยายแนวเกิดใหม่หรือทะลุมิติในนิยายมาก็เยอะ แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอกับตัวเอง สมองเริ่มประมวลและปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด เขาพยายามเค้นความทรงจำเจ้าของร่างจนกระทั่งเหตุการณ์ทั้งหมดไหลเวียนออกมาเป็นฉาก ๆ และได้คำตอบที่แท้จริงแล้วว่าไอ้พัทธ์ได้ตายไปจากโลกเก่าเรียบร้อยแล้ว หนักยิ่งไปกว่านั้นคือเขาได้เกิดมาอยู่ในร่างตัวร้ายที่นักอ่านเกลียดชัง หนึ่งในนั้นคือเขาเอง

ใจจริงก็เกลียดตัวร้ายมากเหลือเกิน ทว่าตอนนี้เจ้าของร่างมันได้ตายโหงตายห่าเป็นไปตามที่ไอ้พัทธ์สาปแช่งเรียบร้อยแล้ว และถ้าเป็นแบบนั้นจริงคนอย่างไอ้พัทธ์ก็ไม่มีทางเดินตามเนื้อเรื่องที่นักเขียนมันดองงานไว้ยังไม่อัพหรอก

“พ่อครับ ผมต้องการหย่ากับคุณพฤกษ์” ในเมื่อเจ้าของร่างตายไปแล้ว สิทธิ์การตัดสินใจทั้งหมดก็ต้องตกเป็นของไอ้พัทธ์คนนี้นะไอ้ตัวร้าย

“ลูกพูดเรื่องอะไร” ดนัยขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ ในเมื่อการแต่งงานที่ตกลงกันก็เพื่อธุรกิจและไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะหย่า

“ผมพูดจริง ๆ” พัทธ์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง ก็คนจะหย่าเพื่อให้พระเอกนายเอกได้ไปรักกัน ตัวร้ายอย่างเขาควรไปนอนอ่านนิยายอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่วิ่งตามผู้ชายให้เหนื่อย อีกอย่างหนึ่งเขาไม่อยากเสียเวลาชีวิตไปกับไอ้พระเอกคนนั้นหรอก เพราะพัทธ์รู้ดีว่าพฤกษ์แสนดีกับแค่นายเอกอย่างนาราเท่านั้น

ยังไงก็ต้องหย่า เพราะถ้าไม่หย่าคงได้ถูกไอ้พระเอกนั่นฆ่าตายอย่างแน่นอน

ไอ้พัทธ์ตายมาแล้วรอบหนึ่ง ไม่มีทางตายซ้ำสองหรอก ก่อนที่ความคิดนั้นจะพอมีหนทางสว่างให้เขาได้ดำเนินต่อไปในโลกใบใหม่อย่างสงบสุข ทว่าคนที่มาดับความฝันของไอ้พัทธ์นั้นคือดนัย พ่อของนันทพัทธ์เอง

“ลูกเลิกคิดเรื่องนี้ไปได้เลย ยังไงพ่อก็ไม่ยอมให้หย่าหรอก”

อ่าาา... ไม่ทันแล้วพ่อ ไอ้พัทธ์เซ็นใบหย่าไปตอนเมายาเรียบร้อยแล้ว!

❀┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈❀ง

TBC

บทก่อนหน้า
บทถัดไป