บทนำ
บท 1
“หงุดหงิดโว้ยยยย! กูอยากมุดเข้าไปในนิยายแล้วตบตัวร้ายสักที ยิ่งอ่านก็ยิ่งโมโหว่ะ”
“มึงจะอินเกินไปหรือเปล่าวะไอ้พัทธ์” ตะวันที่เป็นเพื่อนร่วมงานและเป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของพัทธ์ส่ายหน้าไปมาด้วยความระอา ก็เข้าใจว่าไอ้พัทธ์มันชอบอ่านนิยายวายมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะอินหนักขนาดนี้
“มึงลองไปอ่านดูดิ ตัวร้ายแม่งเหี้ยมากเลยนะที่ทำนายเอกแท้ง น่าสงสารนายเอกฉิบหาย ไอ้นรกส่งมาเกิด”
“ไม่เอาหรอก กูไม่ชอบอ่านอะไรพวกนี้ อีกอย่างนะ กูนั่งฟังมึงเล่ามาละเอียดยิบขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องไปอ่านให้เสียเวลาแล้วมั้ง” ตะวันพูดจบก็ลุกขึ้นเดินเอาเอกสารมาวางไว้บนโต๊ะของพัทธ์เพื่อให้จัดการต่อ ทว่าพัทธ์กลับตั้งหน้าตั้งตาอ่านนิยายตอนล่าสุดในเวลางานจนหน้าดำคร่ำเครียด ซึ่งนี่เป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่ทราบได้
เมื่อบทนิยายขัดใจนักอ่านอย่างพัทธ์ก็ได้แต่ถอนหายใจ ก่อนนั่งมองแผ่นกระดาษที่ตะวันนำมาวางให้ทำต่อเมื่อสักครู่ ทว่าสมองกลับครุ่นคิดแต่เรื่องนิยายที่เพิ่งอ่านมา ซึ่งไม่รู้ว่านักเขียนจะมาอัพงานต่อตอนไหน ถ้าให้บอกตามตรงพัทธ์เองก็มูฟออนจากเรื่องนี้ไม่ได้จึงได้จำใจเฝ้ารอ
“กูอยากรู้จุดจบของเรื่องแล้วว่ะ เมื่อไหร่นักเขียนแม่งจะอัพวะ ดองอยู่ได้” พัทธ์บ่นพึมพำไม่จริงจังนักพลางหมุนปากกาไปมาด้วยความวิตกกังวล
“นักเขียนเขาอาจจะยังไม่ว่าง มึงต้องใจเย็น ๆ บ้างนะไอ้พัทธ์”
“ใครมันจะไปเย็นลง ค้างฉิบหายเลยตอนนี้ เฮ้อ! กูขอให้ตัวร้ายตายโหงตายห่าไปเลย อย่าให้ได้ผุดได้เกิดเลย สาธุ” พัทธ์ยกมือพนมท่วมหัวสาปแช่งตัวโกงอย่างเอาเป็นเอาตาย เขารู้สึกแค้นเคืองตัวร้ายในนิยายเรื่องนี้มากจนอยากกระโดดถีบขาคู่ หนำซ้ำแม่งยิ่งมีชื่อเหมือนกับเขาอีก จะด่าก็เอ่ยชื่อด่าไม่เต็มปาก แบบนี้ยิ่งยอมไม่ได้เด็ดขาด
ถ้าถามว่าทำไมนักอ่านอย่างพัทธ์ถึงแค้นตัวร้ายนักหนา ก็นิยายเรื่องนี้มันเริ่มต้นจากการที่พระเอกและนายเอกพบรักกันสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย ทว่าตอนนั้นนายเอกของเรื่องยังไม่รู้ว่าพระเอกมีคู่หมั้นแล้ว นั่นก็คือตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์ หรือชื่อเล่นว่าพัทธ์
ตัวร้ายของเรื่องพยายามแสดงตัวว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพระเอก โดยการตามราวีนายเอกทุกอย่างเพื่อให้พระเอกหันมาสนใจตัวเอง ทว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่ตัวร้ายคิด เพราะพระเอกไม่ได้สนใจตัวร้ายเลยสักนิด หนำซ้ำพระเอกยังพ่นคำด่าทอใส่ตัวร้ายให้เจ็บช้ำ แต่ถึงกระนั้นตัวร้ายก็หน้าด้านไม่คิดจะถอยหนี
จนกระทั่งวันเวลาผ่านไป นายเอกของเรื่องก็ตั้งท้อง พระเอกไม่ได้ลังเลเลยสักนิดว่าจะเลือกใครทั้งที่ตอนนั้นก็มีคู่หมั้นอยู่แล้ว
พระเอกดีใจมากจึงตัดสินใจเดินเข้าไปบอกผู้เป็นพ่อและแม่ว่าทำนายเอกท้อง ทางฝั่งครอบครัวก็ยินยอมให้ยกเลิกหมั้นหมายกับตัวร้าย เพราะทางบ้านได้ทายาทสืบสกุลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระเอกและนายเอกดีใจมากเมื่อจะได้อยู่กันเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก
ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่กำลังจะไปได้สวยและจะจัดงานแต่งในอีกไม่นาน ตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์เกิดความริษยาจึงวางแผนหลอกล่อให้นายเอกมาเจอที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยอ้างว่ามีเรื่องอยากปรับความเข้าใจและอยากขอโทษ ทว่าตัวร้ายอาศัยจังหวะที่นายเอกเผลอผลักนายเอกให้ตกบันไดจนตกเลือด ท้ายที่สุดลูกในท้องก็ไม่อยู่กับนายเอก นายเอกเสียใจมากถึงกับตรอมใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ เหม่อลอยไม่พูดไม่จากับใคร
พระเอกสงสารนายเอกจับใจและรู้ดีว่าใครเป็นคนฆ่าลูก จากที่เกลียดตัวร้ายเป็นทุนเดิมก็ยิ่งทวีคูณเป็นทั้งเกลียดทั้งขยะแขยงจนไม่อยากเข้าใกล้ เพราะหลังจากที่นายเอกแท้ง ตัวร้ายก็ไปบอกทางครอบครัวว่าให้พระเอกกลับมาแต่งงานกับตัวเอง ซึ่งพระเอกก็สุดปัญญาจะอ้าง เพราะลูกที่เคยใช้เป็นข้ออ้างก็ได้ตายจากไปตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก พระเอกขัดคำสั่งพ่อแม่ไม่ได้เพราะไม่มีข้ออ้างแล้ว ซ้ำในตอนนั้นนายเอกยังไม่พูดไม่จากับใคร จะให้คนแบบนี้มาเป็นสะใภ้ทางบ้านพวกท่านก็คงไม่ยอม จนกระทั่งได้แต่งงานกัน เวลาให้หลังได้ปีเศษนายเอกอาการดีขึ้นจนหายเป็นปกติและทำใจได้
แม้จะยอมแต่งงานด้วยแต่พระเอกก็ไม่เคยหลับนอนกับตัวร้ายเลย นายเอกของเรื่องจะบอกกับพระเอกเสมอว่ายอมแพ้ต่อโชคชะตาและยอมปล่อยพระเอกไปให้ตัวร้าย ทว่าพระเอกรักนายเอกสุดหัวใจก็หวังว่าสักวันจะเกลี้ยกล่อมให้ตัวร้ายเป็นฝ่ายขอหย่าไปเองได้สำเร็จ
ตอนล่าสุดที่นักเขียนได้อัพไว้ก็คือฉากที่ตัวร้ายเรียกร้องความสนใจโดยการขับรถยนต์พุ่งชนต้นไม้จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส เพียงเพราะขัดขวางไม่ให้พระเอกไปหานายเอกในวันครบรอบแต่งงาน จนกระทั่งผ่านมาหลายวันแล้ว ตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์ก็ยังไม่ฟื้นเลย
เขาเข้าใจความรู้สึกของตัวร้ายดีว่าความรักมันทำให้ตัวร้ายเห็นแก่ตัว แต่ใครหน้าไหนมันมาทำให้นายเอกเสียใจ มันผู้นั้นต้องถูกเขาสาปให้ฉิบหายวายวอดไปเลย
พัทธ์พักคิดเรื่องนิยายชั่วขณะ ก่อนจะหันมาสนใจงานบนโต๊ะ ถ้าไม่อย่างนั้นจะเป็นเขาเองที่ตกงานจนน่าสงสาร
ชีวิตในตอนนี้ของพัทธ์ก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ พ่อและแม่เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีก่อนเนื่องจากประสบอุบัติเหตุจนทำให้พัทธ์อยู่ตัวคนเดียว ชีวิตเขามีแต่งาน นิยาย นอน กลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่ค่อยได้คบค้าสมาคมกับใครสักเท่าไหร่ เห็นจะมีก็แต่ตะวันเท่านั้นที่เป็นเพื่อนสนิททำงานอยู่ในแผนกเดียวกัน และเป็นวินมอเตอร์ไซค์คอยรับส่งถึงที่ทำงาน ทว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ พนักงานโรงงานก็ต้องอาศัยจังหวะนี้กลับไปหาครอบครัว แต่ว่าไอ้พัทธ์มันไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว ส่วนตะวันมีพ่อกับแม่ต้องดูแล แต่ด้วยความที่ไม่ได้มีเงินมากมายขนาดที่จะซื้อรถยนต์ได้ ตะวันจึงต้องขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้านแต่เส้นทางไม่ได้ไกลจนเกินไปนัก ฟ้ายังไม่ทันมืดก็ถึงแล้ว
“ให้กูไปส่งมึงก่อนก็ได้นะ กูบิดกลับบ้านแป๊บเดียวก็ถึง”
“ไม่เป็นไรหรอก ทางแค่นี้กูขึ้นรถเมล์ต่อเดียวก็ถึงหอพักแล้ว”
“แน่ใจนะว่าไม่หลง”
“นี่กูไอ้พัทธ์ไง ไม่หลงก็ไม่ใช่กูนะครับ” พัทธ์หัวเราะร่วนด้วยความขบขัน ตะวันส่ายหน้าไปมา
“งั้นกูกลับก่อน”
“เออ ๆ แว้นช้า ๆ ล่ะ แต่อย่าให้ใครแซง ไว้เจอกันเมื่อชาติต้องการ”
“พูดเป็นลางนะไอ้พัทธ์”
“กูหยอกเล่น เป็นจริงเป็นจังไปได้”
ตะวันถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายในขณะที่กำลังนั่งคร่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ ก่อนจะสวมหมวกกันน็อกแล้วขับออกไป พัทธ์โบกไม้โบกมือมองแผ่นหลังเพื่อนก็เกิดความรู้สึกใจหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้เจอกับตะวันเสียอย่างนั้นแหละ
เมื่อมองตะวันขับรถมอเตอร์ไซค์ไปจนลับสายตา พัทธ์ก็เดินคอตกมานั่งรอรถเมล์ที่ป้าย ไม่นานรถประจำทางก็แล่นมาจอดเทียบท่าจนกระทั่งได้ขึ้นไปนั่งหลังสุดของตัวรถ เขามองดูข้างทางที่การจราจรค่อนข้างติดขัด เมืองแห่งความวุ่นวายไม่รู้จะขับรถไปเที่ยวไหนกันนักหนา สู้เอาเวลาไปนอนอ่านนิยายไม่ดีกว่าเหรอ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นฉุดดึงความสนใจของพัทธ์ให้หยิบสมาร์ทโฟนเครื่องเก่าที่ตกรุ่นขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่านักเขียนอัพนิยายตอนต่อไปก็ตาลุกวาว
“ทำไมวันนี้นักเขียนใจดีอัพสองตอนเลยวะ” พัทธ์ระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ปลายนิ้วโป้งกดเข้าแอปพลิเคชันเพื่อทำการอ่านนิยายตอนล่าสุด แต่ในขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้ามา
เอี๊ยดดดดดดดด!
พัทธ์เหลือบไปเห็นรถพ่วงกำลังพุ่งเข้ามาอย่างไว ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกใจ มือข้างหนึ่งกำสมาร์ทโฟนที่เปิดค้างหน้านิยายเอาไว้แน่น ก่อนจะได้รับการกระแทกอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บปวดแทบขาดใจและทุเลาหายไปในไม่ช้า
พัทธ์ตื่นขึ้นมามองเห็นเพดานห้อง เขาจับแขนจับขาตัวเองก่อนจะยกมือขึ้นมาตบหน้าเบา ๆ จนรู้สึกเจ็บเล็กน้อยก็ได้แต่ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก
“กูยังไม่ตาย” บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบห้อง เพิ่งสังเกตว่าน่าจะอยู่ในโรงพยาบาลที่ไหนสักแห่ง แถมยังเป็นห้องพิเศษที่ค่อนข้างหรู และคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือ...
กูจะเอาเงินที่ไหนจ่ายวะ
เพราะลำพังหาเงินซื้อนิยายอ่านก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว
หลังจากที่ถูกรถพ่วงชนจนรถเมล์พังยับก็ไม่คิดว่าจะเอาชีวิตรอดมาได้ ต้องขอบคุณพวกพี่ ๆ กู้ภัยและคุณหมอที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ให้มีชีวิตรอดอยู่ต่อเพื่ออ่านนิยายเรื่องนั้นจนจบ
พูดถึงนิยายพัทธ์ก็นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้อ่านตอนล่าสุดที่นักเขียนเพิ่งจะได้อัพ เขามองซ้ายมองขวาเพื่อหาโทรศัพท์ทว่ากลับปวดร้าวไปทั่วเรือนร่าง ก่อนจะมีผู้เข้ามาใหม่เป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมคร้าม ใส่สูทผูกเนกไทเรียบหรู เดินเข้ามาภายในห้อง พัทธ์ได้แต่นอนตะลึงกับความหล่อเหลา เขาอ้าปากค้างจนลืมหุบด้วยความเผลอไผล
แม่งหล่ออย่างกับพระเอกในนิยายเลยว่ะ ไอ้พัทธ์อุทานในใจ
“คุณพัทธ์” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย
“คะ ครับ” เจ้าของชื่อตอบกลับน้ำเสียงตะกุกตะกัก แอบสงสัยว่าทำไมชายหนุ่มรูปหล่อนี่มันมารู้จักชื่อเขาได้ หรือเป็นเจ้าหน้าที่ประกันวะ ก็ไม่น่าใช่เพราะพัทธ์ไม่เคยไปซื้อประกันอุบัติเหตุที่ไหนมาก่อน
“คุณจะจ้องผมอีกนานไหม”
เพียงเท่านั้นพัทธ์ก็เม้มริมฝีปากแน่นเริ่มทำตัวไม่ถูก ก็อยู่กันสองคนไม่ให้จ้องหมอนี่แล้วจะให้จ้องใคร ก่อนที่ชายหนุ่มจะควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าถือสีดำ พัทธ์หรี่ตามองมันด้วยความสงสัยพอ ๆ กับไอ้หน้าหล่อนี่มาทำอะไร
“เซ็นนี่ซะ” พัทธ์มองแผ่นกระดาษตรงหน้าด้วยความสงสัย ซึ่งเนื้อหาในกระดาษใบนั้นไม่ได้ทำให้เขาสนใจเท่าชื่อที่มีปรากฏ
นายพฤกษ์ ปริยาสกุล!
นายนันทพัทธ์ ปริยาสกุล!
ชื่อทั้งสองคน ไอ้พัทธ์มองปราดเดียวก็จำได้สนิทว่ามันเป็นชื่อของตัวละครในนิยายที่เขากำลังตามอ่านอยู่
หรือชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นคุณพฤกษ์งั้นเหรอ?
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะเนี่ย
“ถ้ายังไม่ตายก็ช่วยกรุณาเซ็นใบหย่าให้ผมด้วย” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาทำเอาไอ้พัทธ์รับรู้ได้ทันทีว่ากำลังไม่พอใจ
“คะ คุณเป็นใคร” ถามออกไปด้วยความสงสัย
“จะเล่นมุกจำผัวตัวเองไม่ได้หรือไง เร็วเข้าสิ รีบเซ็นจะได้ทางใครทางมัน”
พัทธ์รับปากกาที่ชายหนุ่มกำลังยื่นให้ สมองที่หนักอึ้งทำให้ยังไม่สามารถประมวลผลอะไรได้ในตอนนี้ เขาจับปากกาเซ็นชื่อลงบนแผ่นกระดาษ ก่อนพฤกษ์จะเก็บมันใส่กระเป๋าแล้วก้าวเดินออกไปด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง พัทธ์ที่มองแผ่นหลังชายหนุ่มจึงเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน
“คุณ!”
ร่างสูงหยุดชะงักแล้วหันกลับมามอง สายตาที่ดุดันราวกับจะฉีกเนื้อเขาเป็นชิ้น ๆ ทำให้พัทธ์กลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคออย่างยากลำบาก
“มีอะไร ถ้าจะให้ผมอยู่ดูต่อ ผมไม่เอาด้วยหรอกนะ ผมมีงานต้องสะสางอีกเยอะนะพัทธ์ ทำตัวเองได้ก็ดูแลตัวเองไปเถอะ” น้ำเสียงฟังดูราวกับกำลังไม่พอใจอย่างมาก จนพัทธ์เองยังไม่รู้ตัวว่าไปเผลอเดินเหยียบตีนอีกฝ่ายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ถึงได้จงเกลียดจงชังเขาได้ถึงขนาดนี้
“ผมแค่จะบอกว่าวานเรียกพยาบาลให้หน่อย ผมจะขอย้ายออกจากห้องพิเศษ”
พฤกษ์ขมวดคิ้วแน่นมองภรรยาแสนชังอย่างสงสัยและไม่เข้าใจการกระทำ
“สภาพแบบนี้ยังอวดเก่ง ไม่ตายก็บุญเท่าไหร่แล้วพัทธ์”
ชายหนุ่มก้าวเดินฉับ ๆ ออกไปพร้อมกับปิดประตูแรง ๆ ทำเอาคนป่วยสะดุ้งโหยง พัทธ์ขมวดคิ้วถอนหายใจพลางส่ายหน้าไปมาพยายามวิเคราะห์เรื่องราวที่เกิดขึ้น
ถ้าหากบอกว่าชายหนุ่มคนเมื่อกี้คือคุณพฤกษ์จริง แน่นอนว่าพัทธ์ต้องคือตัวร้ายในเรื่อง แต่ใครมันจะไปเชื่อกัน
พัทธ์อ่านนิยายแนวเกิดใหม่หรือทะลุมิติมาก็มาก แต่มันจะเป็นไปได้เหรอ
เขานอนขบคิดอยู่นานจนกระทั่งมั่นใจและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนซึ่งทางเดียวที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คือ
ไอ้หน้าหล่อนี่แม่งบ้านิยายจนสมองกู่ไม่กลับแล้ว สงสัยจะอินหนักถึงขนาดติ๊งต่างว่าตัวเองเป็นพระเอกเลยเหรอวะ ประสาทจริง ๆ
หนักกว่าไอ้พัทธ์ ก็ไอ้พระเอกที่ปลอมตัวเป็นคุณพฤกษ์นี่แหละ
เพียงเท่านั้นพัทธ์ก็หันไปกดปุ่มที่หัวนอนคนไข้เพื่อเรียกพยาบาล แล้วขอตัวย้ายไปอยู่กับผู้ป่วยรวมจะได้ไม่ต้องเสียเงิน เพราะไม่อย่างนั้นคืนนี้เขาคงนอนไม่หลับแน่นอน ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าห้องพิเศษ
❀┈┈┈┈┈┈┈┈┈┈❀
TBC
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 ตอนพิเศษ 4 น้องพลภัทร
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#40 บทที่ 40 ตอนพิเศษ 3 สิ่งที่ติดอยู่ในใจ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#39 บทที่ 39 ตอนพิเศษ 2 ใจอ่อน
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#38 บทที่ 38 ตอนพิเศษ 1 ไดอารี่ของพฤกษ์
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#37 บทที่ 37 ตอนที่ 36 แต่งงานกันอีกครั้งไหม
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#36 บทที่ 36 ตอนที่ 35 ขอโอกาสอีกครั้ง
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#35 บทที่ 35 ตอนที่ 34 ตามง้อ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#34 บทที่ 34 ตอนที่ 33 คลื่นไส้
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#33 บทที่ 33 ตอนที่ 32 ผมขอโทษ
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026#32 บทที่ 32 ตอนที่ 31 ถึงเวลาที่ต้องจากลา
อัปเดตล่าสุด: 6/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกิดใหม่: เทพธิดาแห่งการแก้แค้น
ฉันถูกทั้งคู่หมั้นและพี่สาวทรยศ
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้น พวกเขาตัดแขนขาฉัน ตัดลิ้นฉัน มีเพศสัมพันธ์ต่อหน้าฉัน และฆ่าฉันอย่างโหดเหี้ยม!
ฉันเกลียดพวกเขาเหลือเกิน...
โชคดีที่โชคชะตาพลิกผัน ฉันได้เกิดใหม่อีกครั้ง!
ด้วยโอกาสครั้งที่สองในชีวิต ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง และฉันจะได้เป็นราชินีแห่งวงการบันเทิง!
และฉันจะแก้แค้น!
คนที่เคยรังแกและทำร้ายฉัน ฉันจะชดใช้คืนให้พวกเขาเป็นสิบเท่า...
(อย่าเปิดนิยายเรื่องนี้โดยไม่ไตร่ตรอง ไม่งั้นคุณจะติดใจจนหยุดอ่านไม่ได้สามวันสามคืน...)
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
หยุดเสือ
จนต้องมาเจอกับผู้หญิงที่ไม่สนใจเขาอย่างเธอ ความอยากเอาชนะจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้เขาและเธอต้องเข้าไปพัวพันกันในเกมส์หยุดเสือนี้
ภรรยาลับที่ท่านประธานไม่เห็นค่า
เธอเป็นภรรยาที่เขาซ่อนไว้ในเงามืด เป็นผู้หญิงที่มีทะเบียนสมรส แต่ไม่มีสิทธิ์ยืนข้างเขาต่อหน้าผู้คน
เป็นคนที่รักเขาหมดหัวใจ…ในวันที่เขามองเธอเป็นเพียงเงื่อนไขของพินัยกรรม
ม่านไหมเคยคิดว่า หากเธออดทนมากพอ สักวันภาคินจะหันมาเห็นค่าความรักของเธอ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมีเพียงความเย็นชา ข่าวหมั้นของเขากับผู้หญิงที่เหมาะสมกว่า และคำถามที่ทำลายหัวใจที่สุดในชีวิต“เด็กในท้องเป็นลูกของใคร”
คืนนั้นเอง เธอจึงเดินออกจากชีวิตเขา พร้อมลูกน้อยในครรภ์และหัวใจที่แตกสลาย
ภาคินเคยคิดว่าการเสียม่านไหมไปเป็นเพียงเรื่องเล็กจนวันที่เขารู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอดคือคนที่รักเขาจริงที่สุดและลูกในท้องของเธอ…คือลูกสาวของเขาแต่เมื่อเขาตามไปขอโอกาส ความลับในอดีตก็ถูกขุดขึ้นมา พ่อของม่านไหมถูกใส่ร้าย ศักดิ์ศรีของเธอถูกเหยียบซ้ำ หญิงอีกคนพร้อมทำลายเธอให้ย่อยยับ และความรักที่มาช้าเกินไปของภาคิน อาจไม่พอจะเยียวยาบาดแผลที่เขาได้เป็นคนสร้างเอาไว้
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
สัญญารักประธานร้าย
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง
บ่วงรักจำเลยแค้นรุ่นพี่ไร้ใจ
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง













