บทที่ 4 ตอนที่ 4 แปลกไป
ตอนที่ 4 แปลกไป
ชีวิตหลังออกมาจากโรงพยาบาล สิ่งที่พัทธ์คิดว่าจะหาเรื่องทำสนุก ๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามที่วาดฝันไว้ เพราะแทนที่เขาจะได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่อย่างมีความสุข แต่กลับต้องทนทุกข์อยู่บ้านที่เป็นเรือนหอหลังเดียวกับไอ้พระเอกปากปีจอนั่น ไม่ว่าไอ้พัทธ์จะเดินไปยืดเส้นยืดสายตรงไหนของมุมบ้านก็ต้องเจอหน้าบึ้งตึงอย่างกับคนขี้ไม่ออกมาหลายวันอย่างหาที่เลี่ยงไม่ได้เลย
“ผมจะเดินไปทางนู้น” ร่างเล็กชี้ไปทางศาลานั่งเล่นที่อยู่ข้างบ้าน เพราะปกติแล้วไอ้พัทธ์ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างคุยอะไรกับพระเอกบ้าง จึงเอ่ยออกไปเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ทว่านั่นกลับยิ่งเหมือนเขาเป็นตัวแปลกประหลาดไปแล้วในสายตาของพฤกษ์
“แล้วใครล่ามขาคุณไว้ล่ะพัทธ์ จะมาชวนผมไปนั่งเล่นด้วยเหรอ ไม่เอาหรอกนะ ผมไม่ว่างขนาดนั้น” พูดจบพฤกษ์ก็เดินหายเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ชั้นบนข้างห้องนอน ไอ้พัทธ์เป่าลมออกจากปากด้วยความโล่งอก ลุ้นจนเยี่ยวเหนียวเกรงว่าอีกฝ่ายจะจับได้ว่าเขาไม่ใช่นันทพัทธ์ แต่เป็นเพียงไอ้พัทธ์ที่ตายแล้วมาสิงสู่อยู่ในร่างนี้เฉย ๆ
ถ้าถามว่าทำไมพัทธ์เลือกที่จะปกปิดแทนการเปิดเผยเผื่อพฤกษ์จะได้ไม่เกลียดเขา หนึ่งเลยคือเรื่องแบบนี้ไม่มีใครเขาเชื่อกันง่าย ๆ หรอก ขนาดไอ้พัทธ์ที่เข้ามาอยู่ในร่างตัวร้ายได้เกือบสองอาทิตย์แล้วยังคิดว่าตัวเองฝันอยู่เลย อีกอย่างพัทธ์เองก็อยากใช้ชีวิตอยู่ในนามของนันทพัทธ์ที่เป็นลูกชายของคุณดนัยและคุณหญิงปาลิดาต่อไปกับชีวิตหลังหย่า
วันต่อมา...
วันนี้พัทธ์รีบตื่นนอนแต่เช้าเพราะไม่อยากทนนอนหายใจร่วมห้องเดียวกันกับพฤกษ์นานสักเท่าไหร่ เพราะอีกฝ่ายทำเหมือนเขาเป็นสิ่งปฏิกูลก็ไม่ปาน แม้จะนอนบนเตียงเดียวกันแต่เอาหมอนข้างมากั้นทำเหมือนกับว่าไอ้พัทธ์อยากข้ามไปนอนฝั่งโน้นมากมั้ง
ระวังเถอะ ไอ้พัทธ์จะกาออกจากบัญชีลูกเขยคนโปรด เป็นลูกเขยคนเปรตแทน
พัทธ์เดินลงมาด้านล่างเห็นแม่ครัวสองคนกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหาร คนหนึ่งเป็นหญิงชราอายุราว ๆ หกสิบกว่า ๆ เห็นจะได้ ส่วนอีกคนที่มัดผมจุกสองข้างก็น่าจะแก่กว่าเขาไม่กี่ปี ไอ้พัทธ์พอจะรู้ว่าสองคนนี้เป็นใครเพราะดนัยได้โทรมาบอกพัทธ์ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ว่าจะส่งป้าเอียดและแจ๋วกลับมา
“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ” น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปทำเอาแจ๋วสะดุ้งโหยงด้วยความสั่นกลัว ต่างจากป้าเอียดที่แม้จะงงว่าคุณหนูตื่นมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า แต่แกก็รักษาท่าทีเอาไว้ พัทธ์งงเป็นไก่ตาแตก เพราะนี่แค่ถามเองทำเหมือนเห็นผีไปได้
“คุณหนูหิวแล้วหรือคะ ถ้าหิวเดี๋ยวป้าจะเร่งให้ค่ะ” หญิงชราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นทำเอาพัทธ์คลี่ยิ้มออกมา
“ยังหรอกครับ ผมแค่จะมาช่วยงานป้าเอียดเฉย ๆ” ไม่เพียงแค่แจ๋วที่ค่อนข้างอึ้งและงุนงง ป้าเอียดเองก็เช่นกัน เธอเลี้ยงดูคุณหนูมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยก็ไม่เคยคิดจะเข้าครัวสักครั้ง แต่ทำไมวันนี้ถึงได้สนใจ หรือว่าอยากเอาใจคุณพฤกษ์กัน
ป้าเอียดอยู่ดูแลนันทพัทธ์มาตั้งแต่เกิด ช่วงที่นันทพัทธ์เกิดอุบัติเหตุป้าเอียดแกก็เป็นห่วงอยากไปดูคุณหนูใจจะขาด แต่แกต้องเดินทางไปดูแลบ้านหลังใหญ่แทนดนัยและปาลิดาในช่วงที่พวกท่านทั้งสองต้องไปนอนเฝ้าไข้ลูกชายที่โรงพยาบาล
ไอ้พัทธ์พอจะเข้าใจและเดาเหตุการณ์ต่าง ๆ ออก แม้นักเขียนไม่ได้ลงรายละเอียดลึกในนิยาย แต่ตัวร้ายที่เคยเหวี่ยงวีนย่อมได้รับผลกระทบตามมาอยู่แล้ว อย่างเช่นที่พี่แจ๋วกำลังกลัวเขาอยู่ในตอนนี้
“งั้นผมช่วยล้างจานดีกว่าครับ จะได้ไม่เสียเวลา” พูดจบก็เดินออกไปหยิบจานชามที่ใช้แล้วมาล้างอย่างคล่องแคล่ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้นันทพัทธ์บ่นอยู่ตลอดว่าไม่อยากให้มือโดนน้ำยาล้างจานเกรงว่าจะแพ้แล้วผิวลอกไม่สวย
แจ๋วเห็นแบบนั้นก็เริ่มลนลานทำอะไรไม่ถูก คนที่เคยถูกคุณหนูดุเป็นประจำเสียวสันหลังแปลก ๆ ในขณะที่เธอกำลังตีไข่ในชามอยู่นั้น พัทธ์เพิ่งเสร็จงานจึงเดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาก็รู้สึกขัดใจ
ไข่เจียวไอ้พัทธ์มันต้องใส่พริกขี้หนูด้วยถึงจะได้เผ็ดจี๊ดจ๊าดสะใจ
“พี่แจ๋ว!” น้ำเสียงแข็งและเข้มเอ่ยขึ้นทำเอาแจ๋วสะดุ้งตกใจ ก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อพัทธ์ยื่นมือเข้ามาใกล้
“ยะ อย่าทำอะไรแจ๋วเลยนะคะ ถ้าคุณหนูไม่ชอบขี้หน้าแจ๋ว เอาไว้แจ๋วลาออกให้ก็ได้ค่ะ”
มือเล็กที่กำลังยื่นไปจับชามที่ใส่ไข่ในมือของแจ๋วหยุดชะงักเมื่อได้ยินแบบนั้น เขากลืนน้ำลายหนืด ๆ ลงคออย่างยากลำบาก ท่าทางพี่แจ๋วอะไรนี่จะกลัวตัวร้ายอย่างนันทพัทธ์มากจริง ๆ
แจ๋วเป็นญาติของป้าเอียดที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้เพียงสี่เดือนก็ถูกนันทพัทธ์ดุด่าทุกครั้งที่ทะเลาะกับพฤกษ์ จนทำให้แจ๋วหวาดกลัวและไม่ค่อยกล้าเข้าหานันทพัทธ์สักเท่าไหร่
“สงสารแจ๋วมันเถอะนะคะ ถึงมันจะทำงานดูขัดหูขัดตาคุณหนูไปบ้าง แต่มันไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอกค่ะ อีกอย่างมันต้องทำงานหาเงินส่งไปให้แม่กับน้องมันด้วย ถ้าคุณหนูไล่นังแจ๋วออกก็น่าสงสารอยู่นะคะ” หญิงชราเองก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวล ป้าเอียดแกเป็นคนเดียวที่เข้าหน้านันทพัทธ์ติดเพียงเพราะดูแลมาตั้งแต่เด็กและรู้จักนิสัยของนันทพัทธ์ดี นอกจากพ่อกับแม่ที่รักและหวังดีกับนันทพัทธ์ก็คงจะมีแต่ป้าเอียดนี่แหละที่คอยปลอบใจนันทพัทธ์เวลาทุกข์หรือเสียใจจากผู้เป็นสามีทุกครั้ง
ด้วยความที่แกเป็นแม่บ้านเก่าอยู่รับใช้ตระกูลนี้มานานตั้งแต่สมัยรุ่นปู่รุ่นย่า ทำให้เธอทิ้งผู้มีพระคุณไม่ลง และการที่ดนัยส่งเธอมาช่วยดูแลที่นี่ก็เป็นเรื่องที่เธอยินดี
“พี่แจ๋วไม่ต้องกลัว ผมแค่จะช่วยเจียวไข่เฉย ๆ” ว่าจบก็แย่งถ้วยที่ใส่ไข่ในมือแจ๋วมาตีจนเข้ากันก่อนหั่นพริกสดใส่ลงไปตามด้วยเครื่องปรุงอย่างช่ำชอง ไอ้พัทธ์ตั้งเตาแล้ววางกระทะตามด้วยน้ำมันเล็กน้อย เมื่อกระทะร้อนก็เทไข่ที่เตรียมไว้ใส่ลงไปจนกลิ่นหอมกระจายไปทั่วบริเวณ แจ๋วเห็นแบบนั้นก็อ้าปากค้างแต่ก็ถูกป้าเอียดดุเอาเสียก่อน เธอจึงเดินไปช่วยเป็นลูกมือของป้าเอียดแทน
เมื่อไข่เจียวเสร็จก็ตักใส่จาน มันทั้งเหลืองทั้งหอมหน้าตาน่ารับประทานจนแจ๋วเผลอกลืนน้ำลาย ตอนอยู่ในโลกใบเก่าพัทธ์กินมันทุกวันจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปแล้ว
“ป้าเอียดลองชิมสิครับ ว่าอร่อยหรือเปล่า สูตรนี้พ่อกับแม่ผมสอนมาเลยนะครับ” ร่างเล็กหยิบช้อนตักไข่เจียวยื่นมาจ่อที่ริมฝีปากหญิงชรา แม้เธอจะสงสัยเรื่องสูตรไข่เจียวที่เจ้านายว่าแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา ก่อนจะอ้าปากชิมไข่เจียวฝีมือคุณหนู รสชาติที่สัมผัสได้ทำเอาป้าเอียดค่อนข้างอึ้ง แม้จะรู้สึกเผ็ดพริกขี้หนูที่ใส่ลงไปทว่ามันกลมกล่อมจนน่าแปลกใจ
“เป็นไงบ้างครับ” คนที่ให้ชิมเอ่ยถามอย่างลุ้นเอาคำตอบ
“อร่อยมากค่ะคุณหนู”
ไอ้พัทธ์ยิ้มจนตาปิดด้วยความดีใจ ก่อนหันมากวักมือเรียกแจ๋วที่กำลังยืนมึนอยู่ให้เข้ามาใกล้ ๆ ทว่าคนที่ถูกนันทพัทธ์ชอบดุก็ไม่กล้าแต่ก็ต้องจำใจเดินเข้ามาด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ
“พี่แจ๋วลองกินไข่เจียวฝีมือผมสิ”
“จะดีเหรอคะคุณหนู” สีหน้าของแจ๋วไม่ค่อยสู้ดีนักกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของนันทพัทธ์ ซ้ำยังมาเรียกเธอว่าพี่แบบนี้อีก แม้จะรู้สึกดีแต่มันก็ไม่คุ้นชินเอาเสียเลย แจ๋วเอื้อมมือไปหยิบช้อนมาตักไข่เจียวในจานขึ้นมาชิม ในคราแรกเธอเองก็คิดว่าป้าเอียดฝืนใจชมเกรงว่าคุณหนูจะเสียใจ แต่ตอนนี้แจ๋วรับรู้แล้วว่าป้าเอียดไม่ได้โกหก เพราะแจ๋วไม่เคยกินไข่เจียวที่ไหนอร่อยเท่านี้มาก่อนเลย
“อร่อยไหมครับ”
“อร่อยมากค่ะคุณหนู”
“งั้นพี่แจ๋วก็เอาไปทานได้เลยนะครับ ผมให้”
“พี่คิดว่าคุณหนูจะทำให้คุณพฤกษ์ทานเสียอีก”
“ไม่หรอกครับ ท้องใครท้องมัน”
ไอ้พัทธ์พูดแบบนั้นก็ทำเอาสาวใช้ทั้งสองแปลกใจแล้วหันมามองหน้ากัน แต่ก็ทิ้งความสงสัยเอาไว้ เพราะเห็นว่าตอนนี้เจ้านายตัวน้อยลงมือทำอาหารอีกสองสามอย่าง จนกระทั่งเสร็จก็ตักใส่ปิ่นโตที่เป็นเถาสามชั้นใบใหญ่ โดยที่ป้าเอียดและแจ๋วทำเพียงแค่เป็นลูกมือเท่านั้น
“คุณหนูจะห่อไปให้คุณพฤกษ์กินที่ทำงานเหรอคะ” ป้าเอียดเอ่ยถาม เพราะปกติเห็นคุณหนูเดินมาสั่งแกทำตลอดเพื่อจะเอาไปให้สามีกินที่ทำงาน
“เปล่าครับ ผมจะเอาไปให้พ่อกับแม่ต่างหาก ส่วนที่เหลือก็เอาไปแบ่งกันกินได้เลยนะ”
เพียงเท่านั้นไอ้พัทธ์ก็เดินเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เห็นว่าสามียังไม่ตื่น ก็แน่แหละ เพราะตอนนี้ตะวันก็ยังไม่พ้นเส้นขอบฟ้าเลย เขาใช้เวลาอาบน้ำไม่นานก็มารื้อค้นตู้เสื้อผ้าที่ดูเหมือนจะมีแต่ชุดสีหวาน ๆ ดูบ้องแบ๊วขัดหูขัดตา แต่ก็ต้องจำใจใส่อยู่ดี
ภาพที่สะท้อนบนกระจกทำเอาไอ้พัทธ์แทบตะลึง นันทพัทธ์สวยและดูดีขนาดนี้ ไอ้พระเอกยังไม่ตกหลุมรักอีกเหรอ
นันทพัทธ์เอ๋ย ถ้าชาติหน้ามีจริงผมขอให้คุณเจอคนที่รักและจริงใจก็แล้วกันนะ
ไอ้พัทธ์มองไปที่นิ้วนางด้านซ้ายยังคงมีแหวนประดับอยู่ จึงเหลือบไปมองนิ้วมือของสามีในนามที่ไม่ได้ใส่มันเอาไว้ แต่ไอ้พัทธ์ก็ไม่ได้เลือกที่จะถอดเก็บเพียงเพราะกลัวว่าจะผิดสังเกต เมื่อเสร็จธุระแล้วก็เดินลงมาด้านล่างแล้วหิ้วปิ่นโตขึ้นรถยนต์ไปหาพ่อกับแม่ โดยที่มีลุงชาญสามีของป้าเอียดเป็นสารถีคอยขับรถให้ แม้ว่าโลกเก่าสมัยก่อนจะขับรถยนต์คันเก่าไปเข็นฟางมาให้วัวบ่อย ๆ ทว่าในโลกใบนี้เขาไม่ได้รู้เส้นทางสักเท่าไหร่
ไม่นานพฤกษ์ก็ตื่นแล้วเดินลงมาด้านล่างในชุดสูทสีกรมท่าเพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน ก่อนเดินมานั่งที่โต๊ะอาหารมองซ้ายมองขวาไม่เห็นภรรยาในนามที่ตามปกติแล้วจะเดินมายืนต้อนหน้าต้อนหลังจนเขารู้สึกรำคาญ
“คุณพัทธ์ไปไหนเหรอป้าเอียด”
“ไปบ้านคุณท่านค่ะ” ป้าเอียดพูดพลางตักข้าวเช้าให้กับเจ้านาย ซึ่งกับข้าวในวันนี้คงไม่แคล้วเป็นอาหารที่หลงเหลือในกระทะจากพัทธ์ที่ได้ทำเอาไว้
แม้พฤกษ์จะรู้สึกแปลกใจที่ภรรยาแสนชังเลือกไปหาพ่อกับแม่แทนที่จะอยู่เอาอกเอาใจเขาเหมือนอย่างเคย แต่พฤกษ์ก็บอกกับตัวเองเสมอว่า มันก็ดีแล้วจะได้ไม่ต้องมีใครมากวนใจให้ขัดหูขัดตา แต่ถ้าช่วยหย่าให้เขาในเร็ววันจะดีมากกว่านี้
พฤกษ์ลงมือทานอาหารจนอิ่ม เขากินมันมากกว่าทุกวันเพราะรู้สึกว่ารสชาติอาหารจัดจ้านถูกปาก สาเหตุคงมาจากที่นันทพัทธ์ไม่ทานเผ็ดทำให้คนที่ชอบกินรสเผ็ดอย่างพฤกษ์พลอยอดไปด้วย
พฤกษ์เตรียมตัวเดินทางออกไปทำงาน ตามปกติภรรยาในนามจะเป็นคนเดินถือกระเป๋ามาส่งที่รถ ทว่าวันนี้กลับเป็นป้าเอียด
“อาหารวันนี้อร่อยดีนะครับป้าเอียด” เขาเอ่ยชมไปตามความเป็นจริง
“มื้อเช้าเป็นฝีมือคุณหนูทั้งหมดค่ะ ไม่ใช่ฝีมือป้าหรอก”
คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้พฤกษ์แปลกใจ เพราะทุกครั้งนันทพัทธ์ก็ให้ป้าเอียดโกหกเสมอว่าอาหารที่แกทำ ให้บอกว่านันทพัทธ์เป็นคนเข้าครัวเองทั้งหมด
เรื่องแค่นี้ยังโกหก แล้วจะไม่ให้พฤกษ์เกลียดนันทพัทธ์ได้อย่างไร
ทันทีที่ลุงชาญขับรถยนต์เข้ามาจอดที่ตัวบ้านหลังใหญ่ร่ำรวยสมฐานะเจ้าของบริษัทใหญ่โต ไอ้พัทธ์ไม่รอให้ลุงชาญมาเปิดประตูให้เหมือนอย่างเคย เขาก็วิ่งพรวดออกมาจากรถเสียเอง มือข้างหนึ่งถือปิ่นโตเอาไว้แน่น ขาสองข้างรีบสาวเท้าเดินเข้าไปในตัวบ้าน ระหว่างทางเจอแม่บ้านก็ส่งยิ้มให้เหล่าสาวใช้และคนสวนจนพวกเขาแปลกใจหันมามองหน้ากันด้วยความมึนงง ก่อนจะเห็นดนัยและปาลิดาเดินสวนออกมาพอดี
“อ้าว! นั่นลูกมาทำอะไรที่นี่แต่เช้า” ปาลิดาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ผมห่อกับข้าวมาให้พ่อกับแม่ไปกินที่ทำงานครับ” เขามาสายป่านนี้ก็ไม่ได้หวังที่จะทันพวกท่านทานอาหารเช้าอยู่แล้ว เหตุที่เอาปิ่นโตมาส่งก็เพราะเมื่อหลายปีก่อนในโลกใบเก่า ไอ้พัทธ์คนนี้เป็นคนปั่นจักรยานเข้าไร่เพื่อเอาปิ่นโตไปส่งตามิ่งกับยายแย้มทุกวัน และเขาก็ตั้งใจไว้ว่าจะทำให้กับดนัยและปาลิดาเหมือนตอนที่อยู่กับพ่อแม่แท้ ๆ ของเขา
“ถูกตาพฤกษ์บังคับเอามาให้หรือเปล่าเนี่ย” ดนัยขมวดคิ้วแน่นมองลูกชายดูท่าทางไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไร ก่อนที่พัทธ์จะบุ้ยปากใส่อย่างงอน ๆ
“ไม่มีใครบังคับผมหรอกครับ ผมเต็มใจเอามาให้ต่างหาก ทานให้อร่อยนะครับ” พัทธ์ยิ้มจนตาปิดแล้วพุ่งเข้าไปกอดพ่อกับแม่ แม้พวกท่านจะแปลกใจที่ลูกชายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือภายในระยะเวลาไม่นานเพียงเพราะสมองได้รับการกระทบกระเทือน แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
พัทธ์โบกมือลาส่งพ่อกับแม่ไปทำงาน ก่อนให้ลุงชาญขับรถพาไปท่องเที่ยวเมืองในโลกของนิยายจนกระทั่งบ่ายแก่ ๆ ก็กลับบ้าน
ใจจริงเขาอยากย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังเดียวกันกับพ่อและแม่ ทว่าด้วยความที่พัทธ์ยังไม่ได้หย่ากับไอ้พระเอกปากหมาจึงจำใจต้องหายใจร่วมบ้านเดียวกันไปก่อน แต่ถึงกระนั้นมันก็มากพอแล้ว และถ้าคืนนี้ไอ้พัทธ์ต้องทนนอนร่วมเตียงเดียวกับสามีในนามอีก มีหวังคงได้ประสาทแดกตายแน่ ๆ เลย
“ลุงชาญครับ”
“ว่าไงครับคุณหนู”
“ช่วยขนของใช้ของผมทั้งหมดแล้วย้ายไปห้องข้าง ๆ ทีนะครับ”
“มะ มันจะดีเหรอครับคุณหนู” แม้แกจะรู้ว่าคุณผู้ชายกับภรรยาไม่ค่อยลงรอยกัน แต่ผัวเมียแยกกันนอนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่นอน
“ดีสิครับ ย้ายให้เสร็จก่อนที่คุณพฤกษ์จะกลับมาด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”
ว่าจบพัทธ์ก็ก้มศีรษะให้ชายชราแล้วเดินไปนั่งอยู่หน้าบ้าน อากาศของวันนี้เย็นสบายทำให้พัทธ์ทอดมองไปที่สระน้ำพุก็เกิดความคิดอย่างหนึ่งออก
นายเอกอย่างนาราชอบดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจ เอาไว้พรุ่งนี้ให้ลุงชาญพาไปซื้อดอกไม้มาปลูกดีกว่า ถ้าหากไอ้พัทธ์หย่ากับพ่อพระเอกเมื่อไหร่ บ้านหลังนี้ก็คงต้องตกเป็นของพฤกษ์ และแน่นอนว่าต่อไปคงต้องเอานารามาอยู่ด้วยในอนาคต ถึงตอนนั้นมัมหมีแบบไอ้พัทธ์คงนอนจินตนาการให้พระเอกพลอดรักกับนายเอกอย่างมีความสุข
แม่งเอ๊ย! แค่คิดก็ฟินแล้ว
