บทที่ 6 ตอนที่ 6 ความร้ายกาจของนันทพัทธ์ 2/2

ตอนที่ 6 ความร้ายกาจของนันทพัทธ์ 2/2

หลังจากที่ปลูกดอกไม้เสร็จ ไอ้พัทธ์เดินกลับเข้ามาในห้องเพื่อนั่งฝึกคัดลายมือ เขาหยิบแผ่นกระดาษที่อยู่ในลิ้นชักขึ้นมา มันเป็นลายเซ็นของนันทพัทธ์คนเก่าที่พอจะค้นได้เพื่อเอาไว้ใช้เป็นตัวอย่าง

“ลายมือสวยขนาดนี้ใครแม่งจะไปปลอมเหมือนวะ ยากฉิบหาย” มือเล็กที่ถือปากกาขีดฆ่าทั้งหน้ากระดาษเอสี่ที่ฝึกเขียนชื่อมาสักพัก ก่อนขยำเป็นก้อนกลม ๆ แล้วโยนมันใส่ลงถังขยะไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ทรงผมสีน้ำตาลที่เรียงเส้นสวยก่อนหน้ากลับยุ่งเหยิงเพราะเจ้าตัวเกามันจนหัวแทบจะระเบิดออกมา เรียวคิ้วขมวดแน่นด้วยความเคร่งเครียด รู้สึกตัวอีกทีกองกระดาษที่ทิ้งไปก็เต็มถังขยะแล้ว

สาบานว่าถ้าไอ้พัทธ์เจอวิญญาณของนันทพัทธ์รอบนี้ เขาจะตามไปหักคอ ไม่ใช่เพราะแค้นอีกฝ่ายที่ขัดขวางความรักของพระเอก แต่เพราะลายมือของนันทพัทธ์ปลอมแปลงยากมากจริง ๆ

ไอ้พัทธ์ล้มเลิกความตั้งใจ แล้วเดินออกมายืดเส้นยืดสายชมสวนกุหลาบที่เพิ่งได้ปลูกไปเมื่อเช้าจึงยิ้มแก้มแทบปริ

ขนาดไอ้พัทธ์ยังชอบ แล้วถ้านาราที่รักดอกไม้เป็นชีวิตจิตใจล่ะ จะรู้สึกดีขนาดไหน

“หวังว่านี่คงเป็นคำขอโทษจากนันทพัทธ์ได้นะนารา”

ถ้าถามว่าทำไมพัทธ์ถึงสงสารนาราจับใจ คงเป็นเพราะนักเขียนได้บรรยายในมุมมองของนายเอกจนน่าสงสาร และให้เห็นถึงความเห็นแก่ตัวของนันทพัทธ์

นักเขียนเท้าความตั้งแต่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดูค่อนข้างยากจนของนารา ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ที่แก่ ๆ สองคน นาราทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ซ้ำยังต้องแบ่งเงินที่ได้จากงานพาร์ทไทม์ไปจ่ายค่ารักษาอาการป่วยของมารดา เมื่อเข้ามหาวิทยาลัยนาราก็ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบชิงทุนจนกระทั่งสอบติดในมหาวิทยาลัยสุดหรูท่ามกลางเหล่าคุณหนูไฮโซ แต่ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นอย่างที่นาราวาดฝันไว้ เขาเป็นเด็กทุนจึงถูกเพื่อนร่วมห้องดูถูกต่าง ๆ นานา จนทำให้นาราเกือบจะเขียนใบลาออก กระทั่งนาราได้ไปเจอกับพฤกษ์ที่เป็นรุ่นพี่ปีสามออกโรงปกป้องนาราทุกอย่างและหยิบยื่นเรื่องเงินเป็นจำนวนมากโดยที่นาราไม่เคยเอ่ยปากร้องขอแม้แต่บาทเดียว

ความดีของพฤกษ์ซื้อใจของนาราได้อยู่หมัด จนกระทั่งรู้ตัวอีกทีนาราก็รักพฤกษ์ไปหมดทั้งหัวใจแล้ว แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านของนาราแตกต่างจากพฤกษ์มากจึงไม่ได้เอ่ยความในใจออกไปให้รุ่นพี่อย่างพฤกษ์รู้

ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนาไปได้ไวมาก อาจเป็นเพราะว่าพฤกษ์เองก็มีใจให้นาราอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ในวันที่พฤกษ์เรียนจบชั้นปีสี่และนารากำลังขึ้นชั้นปีที่สาม ทำให้พฤกษ์สารภาพรักกับนาราไปตามตรงจนได้คบหากันในที่สุด

เมื่อนาราเรียนจบชั้นปีสี่ในเวลาต่อมาก็พลาดท้องโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ พฤกษ์ตัดสินใจเดินเข้าไปหาพัทธ์ถึงในบ้านซึ่งในตอนนั้นดนัยและปาลิดาไม่อยู่ด้วย

พฤกษ์ไม่ได้สนิทสนมกับนันทพัทธ์เฉกเช่นคู่หมั้นคนอื่น ๆ ทว่าพฤกษ์เคยเห็นนันทพัทธ์ในตอนเด็กที่ดูน่ารักก็ไม่คิดว่าเรื่องที่เขามาคุยในวันนี้จะดูเป็นเรื่องยากอะไร อีกอย่างเรื่องหมั้นหมายที่พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันนั้น มันก็ตั้งแต่พวกเขายังเด็กด้วยซ้ำ โตขึ้นมาก็ยังไม่มีใครได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเลย

ทว่าพฤกษ์คิดผิด เพราะมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เขาคิดเอาไว้

“ทำไมล่ะพัทธ์ ในเมื่อเราไม่ได้รักกันไม่ใช่เหรอ” ในตอนนั้นพฤกษ์ถามนันทพัทธ์ออกไปตามตรงและพยายามพูดคุยอย่างใจเย็นที่สุด ทว่านันทพัทธ์กลับแสดงท่าทีไม่พอใจ ปาข้าวของแล้วโวยวายลั่นบ้านอย่างเอาแต่ใจ

“พัทธ์ไม่มีทางยอมหย่าเด็ดขาดครับพี่พฤกษ์ ยังไงพัทธ์ก็จะแต่งงานกับพี่พฤกษ์” นันทพัทธ์ยืนกรานเสียงแข็งด้วยความไม่พอใจและโกรธจัด ดวงตาใสแป๋วที่พฤกษ์เคยเอ็นดูนันทพัทธ์ในวัยเด็กมันแข็งกระด้างไม่น่ารักเอาเสียเลย

“แล้วจะให้พี่ทำยังไง ในเมื่อนาราก็ท้องแล้ว”

“พัทธ์ไม่สน ท้องก็เรื่องของมันสิครับ”

“อย่าเอาแต่ใจได้ไหมพัทธ์ ยกเลิกหมั้นให้พี่ พี่ขอได้ไหมพัทธ์ พี่รักนารา พี่ไม่ได้รักพัทธ์” อาจจะดูเหมือนใจดำไปเสียหน่อยที่ต้องพูดคำนี้ออกมา แต่เพื่อให้นันทพัทธ์ได้สติและเลิกเอาแต่ใจสักที

“พี่พฤกษ์โกหก ไหนพี่พฤกษ์บอกรักพัทธ์ไงครับ” คนที่เพิ่งอาละวาดปาข้าวของเดินเข้ามาจับมือคนโตกว่าพร้อมทั้งส่งสายตาออดอ้อน พฤกษ์ผ่อนลมหายใจไม่รู้ว่าเขาไปทำอีท่าไหนนันทพัทธ์ถึงได้คิดไปเองแบบนี้ พฤกษ์มีโอกาสได้เจอกับนันทพัทธ์ในบางครั้งตอนออกงานสังคมกับบิดามารดา แต่ก็ไม่ได้บ่อย หนำซ้ำโอกาสที่พูดคุยกันก็น้อยมาก จนพฤกษ์เองก็ยังคิดว่านันทพัทธ์ก็คงจะคิดเหมือนกันกับเขา ถ้าไม่เช่นนั้นพฤกษ์คงไม่ปล่อยให้เรื่องคู่หมั้นที่ผู้ใหญ่ตกลงกันโดยที่เขาไม่ยินยอมล่วงเลยมาจนถึงวันนี้หรอก

“พี่ไม่ได้โกหก พี่ไม่เคยคิดเกินเลยกับพัทธ์มากกว่าน้องชายเลย”

“ไม่จริง พี่พฤกษ์หลอกให้พัทธ์รักพี่ พัทธ์รอคอยวันที่แต่งงานกับพี่มาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ พัทธ์ไม่มีทางปล่อยพี่พฤกษ์ไปอย่างแน่นอน” ใบหน้าสวยที่แสดงความไม่พอใจส่ายไปมา

“พี่เองก็ไม่มีทางปล่อยนาราไปเหมือนกันพัทธ์” พฤกษ์พูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจัง ก่อนสืบเท้าเข้ามาใกล้นันทพัทธ์มากขึ้น แล้วพูดต่อ “เรื่องหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่ตกลงกัน พี่ไม่ได้ยินดีมาตั้งแต่แรก และไม่ต้องเอาความสัมพันธ์ของครอบครัวของเรามาอ้าง เพราะพี่ไม่กลัว”

พูดจบพฤกษ์ก็เดินออกไป ทว่านันทพัทธ์โกรธจนเนื้อตัวสั่นไปหมดจึงวิ่งปรี่มาขวางหน้าพฤกษ์เอาไว้

“เรายังคุยกันไม่รู้เรื่อง พี่พฤกษ์ยังไปไหนไม่ได้นะครับ”

“พี่ว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ ถ้าพัทธ์ไม่ยอมช่วยพูดกับพ่อแม่เรื่องการถอนหมั้นก็ไม่เป็นไร เรื่องนี้พี่จัดการเองได้”

“ถ้าพี่กล้ายกเลิกหมั้น ก็อย่าหาว่าพัทธ์ใจร้ายไม่ได้นะครับ”

“ก็เอาสิ พี่ไม่กลัว แต่สิ่งที่พี่กลัวคือไม่ได้อยู่กับนาราแล้วก็ลูก”

คำพูดที่เชือดเฉือนน้ำใจทำให้นันทพัทธ์กรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง พฤกษ์ส่ายหน้าไปมาด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะเดินออกไปจากบ้านอย่างไม่ไยดีและไม่ลังเลใจเลยสักนิด นันทพัทธ์หายใจถี่ด้วยความโกรธเคือง ดวงตาแข็งกร้าวอย่างคับแค้น

ใครที่กล้ามาแย่งพฤกษ์ไปจากเขาต้องฉิบหายกันไปข้างหนึ่ง

วันต่อมานันทพัทธ์ได้ข่าวเรื่องการถูกถอนหมั้นจากปากดนัย ด้วยความเอาแต่ใจของนันทพัทธ์ย่อมไม่พอใจ เขาจึงไปบอกให้ดนัยกับปาลิดาห้ามยอมเด็ดขาด แต่ในเมื่อพฤกษ์มีเมียมีลูกแล้วดนัยก็จนปัญญา จึงได้แต่บอกลูกตนเองว่าให้ทำใจ แต่ถึงกระนั้นนันทพัทธ์ก็จัดการเรื่องราวทั้งหมดด้วยตัวเองโดยการส่งคนเข้าไปข่มขืนนาราเพื่อจะทำให้พฤกษ์เข้าใจผิดว่าลูกในท้องของนาราเป็นของคนอื่น

ทว่าในตอนนั้นโชคดีที่พฤกษ์เข้ามาช่วยนาราไว้ได้ทันเวลาจึงจับพวกมันส่งตำรวจ เค้นให้ตายพวกมันก็ไม่สาวถึงตัวนันทพัทธ์ เพราะได้เงินไปเยอะเป็นค่าปิดปาก

ทำไมพฤกษ์จะไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือของนันทพัทธ์ แต่พฤกษ์ก็ไม่ได้เอาเรื่องเอาราวเพียงเพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองตระกูลสั่นคลอนไปมากกว่านี้

นันทพัทธ์ยังไม่ยอมหยุดแต่เพียงเท่านี้ เขาได้ติดตามดูชีวิตของพฤกษ์และนาราที่พากันไปตัดชุดแต่งงานทั้งที่ความเป็นจริงเจ้าสาวก็ควรจะเป็นเขาด้วยซ้ำ

บอกแล้วไงว่าถ้านันทพัทธ์ไม่ได้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางมาแย่ง

นันทพัทธ์ส่งคนตามชีวิตของนาราตลอดเวลา กระทั่งเวลานอนก็ยังทำให้นาราผวาไม่หลับสักคืน ช่วงตกดึกจะมีคนมาเคาะประตูบ้านจนนาราหวาดกลัวเพราะนาราอาศัยอยู่กับแม่สองคนในสลัม

จนกระทั่งพฤกษ์ต้องพานาราไปอยู่คอนโดส่วนตัวของตนเองกับแม่แก่ ๆ ที่พักแห่งนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยดีเยี่ยมจึงทำให้นันทพัทธ์ส่งคนมาแกล้งไม่ได้อีก

แผนของนันทพัทธ์ยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เขาโทรไปหานาราและนัดเจอกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จนกระทั่งนาราที่ท้องอ่อน ๆ ได้เพียงสองเดือนเดินเข้าไปสนทนาด้วย ในตอนนั้นนันทพัทธ์กล่าวคำขอโทษนาราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูเหมือนทุกอย่างกำลังลงเอยด้วยดี แต่กลับไม่ได้เป็นไปตามที่นาราคิด เพราะนาราไว้ใจนันทพัทธ์มากเกินไป ในขณะที่นาราก้าวเดินลงบันไดนั้นก็ถูกนันทพัทธ์ผลักให้ตกจากที่สูงจนกลิ้งลงไปกองด้านล่าง นันทพัทธ์จงใจเลือกนัดที่ร้านอาหารแห่งนี้เพราะไม่มีกล้องวงจรปิดและผู้คนค่อนข้างน้อย ทำให้ไม่มีคนเห็นเหตุการณ์ นันทพัทธ์แสร้งวิ่งลงมาดูก่อนจะโทรให้รถโรงพยาบาลมารับไปหาหมอ

แม้นาราจะบอกว่าใครเป็นคนผลักลงมา แต่นันทพัทธ์ปฏิเสธเสียงแข็ง และไม่มีหลักฐานมากพอจึงเอาผิดไม่ได้

หลังจากที่พฤกษ์เสียลูกไป นาราก็มีอาการเซื่องซึมไม่พูดไม่จาเหมือนคนบ้าไปชั่วขณะ ในตอนนั้นนันทพัทธ์เดินเข้าไปบอกกับพ่อแม่ของพฤกษ์ว่าให้กลับมาแต่งงานกับตัวเอง และพ่อแม่ของพฤกษ์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย แม้ว่าพฤกษ์จะปฏิเสธยังไงก็ไม่อาจทัดทานความต้องการของพ่อแม่ได้ จนกระทั่งต้องจำใจแต่งงานกับนันทพัทธ์ แต่ถึงกระนั้นพฤกษ์ก็ยังแอบมาหานาราอยู่เรื่อย ๆ

น่าเสียดายที่นักเขียนไม่ได้บรรยายฉากเอ็นซีของพระเอกนายเอก เสือกตัดฉับเข้าโคมไฟทุกฉากเลย น่าโมโหชะมัด ไม่งั้นไอ้พัทธ์ได้ฟินกว่านี้แน่นอน

นันทพัทธ์หลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงการแจ้งเตือนสมาร์ทโฟนดังขึ้น จึงล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วกดเข้าไปในข้อความปรากฏเป็นภาพบุคคลสองคนกำลังนั่งจู๋จี๋กัน

ไอ้พัทธ์อยากจะกรี๊ดให้บ้านแตก ก็นี่มันเป็นรูปของพ่อพระเอกกำลังตักอาหารใส่จานของนายเอกยังไงล่ะ

“แม่งฟินกว่าอ่านนิยายอีกว่ะ”

ยังไม่ทันได้ฟินขั้นสุด ทว่าไอ้คนที่ส่งรูปมารายงานก็ทวงเงินจำนวนหนึ่งหมื่นบาทเป็นค่าติดตามและจับตามองทั้งสองคน คิดไปคิดมานันทพัทธ์คนเก่าก็ทำเกินไปจริง ๆ นี่จะให้คนจับตาดูทุกสถานการณ์เลยหรือไง แม้ว่าไอ้พัทธ์อยากจะรู้เรื่องราวของพระเอกและนายเอกแค่ไหน แต่ในเมื่อมันเป็นสิทธิส่วนบุคคลจึงทำใจโอนเงินในบัญชีที่มีไม่ต่ำกว่าเก้าหลัก เก็บเงินไว้ในธนาคารแบบนี้ถ้าเป็นโลกเก่าคงได้โดนมิจฉาชีพโทรมาวันละหลายรอบแล้ว

ไอ้พัทธ์บอกเลิกจ้างงานสายสืบ ก่อนจะมีข้อความแจ้งเตือนขึ้นมาอีกครั้งทำเอาไอ้พัทธ์ใจกระตุกวูบ

Unknown : แล้วเรื่องที่ส่งคนไปตามทำร้ายคุณนารายังต้องดำเนินการอยู่หรือเปล่าครับ

พัทธ์ : ยกเลิกให้หมด ย้ำว่ายกเลิกให้หมด ห้ามขัดคำสั่งเด็ดขาด

Unknown : โอเคครับ ถึงยกเลิกแต่ค่าจ้างผมไม่คืนนะครับ

พัทธ์ : อืม ไม่ต้องคืน

Unknown : รับทราบครับ

พัทธ์ผ่อนลมหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง

เกือบไปแล้ว เกือบทำร้ายนายเอกตายไปแล้วไง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป