บทที่ 10 ร้างลา ตอนที่ 2

“นี่คุณ... ไอ้คนฉวยโอกาส ปล่อยฉันนะ” ร่างเล็กสะบัดตัวออกจากอ้อมแขนที่พยายามรวบรัดหล่อนเข้าสู่อ้อมกอด แต่คนตัวใหญ่กว่าก็ยอมปล่อยโดยดีไม่พิรี้พิไร เขาล่าถอยออกมายืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานแล้วส่งยิ้มยียวน

“ก็คนมันคิดถึง... ทำไมเข้าใจยากจัง”

“บ้า! คุณมันบ้า” ลลินดาสวนกลับด้วยความโมโห หล่อนไม่น่าจับพลัดจับผลูยอมให้มารดาปลีกตัวไปเที่ยวกับเพื่อนของท่านแล้วทิ้งหล่อนไว้ตามลำพังเลย หล่อนน่าจะอ่านใจบุพการีออกว่าท่านต้องการอะไร

พอสบโอกาสท่านมอบหน้าที่ให้อดัมเข้ามาดูแลหล่อนโดยไม่ถามความเห็นกันสักนิด

ในทุก ๆ วันตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา หล่อนถูกชายหนุ่มบังคับพามาที่ทำงานด้วยแทบทุกวัน ถ้าหล่อนไม่ยอมเขาก็หาวิธีจนได้

“ก็ไม่เถียง... เพราะอย่างนี้ใช่ไหม คุณถึงไม่เคยรักผมสักที”

“...” คำถามตรงปักกลางหัวใจแบบไม่ต้องอ้อมค้อมทำให้หญิงสาวถึงกับหาคำตอบโต้ไม่ทัน

“ไม่ตอบแสดงว่ารักงั้นเหรอ” เขาจี้ไม่ถอย

“หึ... คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณใครจะไปรักลง เจ้าเล่ห์ ขี้โกง ทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง”

“ก็แล้วแต่... ยังไงคุณก็หนีผมไม่พ้นหรอก เตรียมตัวไว้ให้ดีก็แล้วกันว่าอยากเข้าหอท่าไหนบ้าง”

“ฝันไปเถอะ... อย่าคิดว่าหลอกคุณแม่ฉันได้แล้วจะมาใช้ลูกไม้ตื้น ๆ หลอกฉันได้ด้วย” หล่อนเดินออกจากโต๊ะทำงานของเขาที่นั่งเล่นอยู่พักใหญ่ เนื่องจากชายหนุ่มไปเข้าร่วมประชุม และเมื่อเสร็จธุระเขาก็เข้ามาโดยที่หล่อนไม่ทันได้ตั้งตัว

“อือฮึ... แต่ตอนนี้คุณก็อยู่ในห้องทำงานผมแล้วนะ ถ้าจะลองทำให้เข้าไปอยู่ในห้องหอบ้างมันก็คงไม่ยากล่ะมั้ง”

“พอเถอะ... ปวดหัว ขี้เกียจคุยด้วยแล้ว ฉันไม่ได้มาเชียงใหม่เพราะอยากมาเฝ้าคุณทำงานหรอกนะ” ลลินดาทอดร่างนั่งลงบนโซฟาชุดตรงมุมห้อง ยอมรับว่าการปรากฏตัวของดามพ์ทำให้หลาย ๆ ครั้งหล่อนลืมเรื่องเศร้าไปเสียสนิท เพราะมัวแต่เล่นสงครามประสาทกับเขา

“ก็อยากไปไหนล่ะ จะได้พาไป... จะขึ้นสวรรค์ก็ยังพาไปได้เลย”

“ฉันแต่งงานมีสามีแล้วนะคุณ กรุณาให้เกียรติฉันด้วย อีกอย่าง... อย่าพยายามอีกเลย คุณจะเหนื่อยเปล่า”

“สามีที่คุณกำลังขอหย่าน่ะเหรอ หึ... ผมจะบอกอะไรให้นะหงส์ ว่าผมจะไม่มีวันปล่อยคุณให้กลับไปถูกมันทำร้ายจิตใจอีกหรอก” อดัมเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปนั่งตรงเก้าอี้ทำงานที่ลลินดาเพิ่งปลีกตัวจากไป สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจริงจังขึ้นทุกครั้งที่พูดคุยเรื่องสามีของหญิงสาว

นั่นเป็นจุดอ่อน... ลลินดารู้ดี

“มันเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างฉันกับเขา ที่เป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย... คนนอกอย่างคุณไม่เกี่ยว เลิกตอแยฉันได้แล้ว คุณแม่กลับมาเมื่อไหร่ ฉันจะกลับกรุงเทพ”

“ไอ้หมอนั่นมันมีดีตรงไหนเชียว... คุณถึงหลงมันจนหัวปักหัวปำ”

“ฉันไม่ได้หลง... ฉันรักเขา และพี่เดลเป็นคนดี”

ชายหนุ่มหน้าตึงไปชั่วครู่ ก่อนจะแสยะยิ้มร้าย

“คนดี... ที่เข้าห้องไปนอนกับหลานของเมียอย่างนั้นเหรอ พูดอย่างนี้คงคิดอยากกลับไปหามันจนตัวสั่นแล้วสิท่า”

“เขาอาจไม่ใช่คนดีร้อยเปอร์เซ็นต์... และการที่เขาทำเลวก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะต้องหมดรักเขา ฉันเสียใจ... ผิดหวัง แต่ความรู้สึกที่มีให้พี่เดลยังเหมือนเดิมเสมอ เพราะเขาไม่ใช่คนเจ้าเล่ห์อย่างคุณที่ทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเองโดยไม่สนใจใครเลย” น้ำเสียงแน่วแน่กล่าวไม่มีติดขัด ดวงตาวาววับจ้องมองหน้าคมที่มองสวนกลับมาไม่ลดละ

“อะไรคือเจ้าเล่ห์... อะไรคือทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการ...” ชายหนุ่มยักคิ้วแล้วส่ายหน้ากวน ๆ ทำเหมือนไม่รู้ไม่รับทราบข้อกล่าวหานั้น

“หึ... แล้วที่จัดโครงการประมูลสร้างรีสอร์ต ล่อให้พี่เดลยื่นซองประมูลแล้วชนะมันคืออะไร ไหนจะหลอกล่อให้คุณแม่พาฉันมาพบคุณถึงที่อีก ตอนนี้ฉันก็มานั่งอยู่ในห้องทำงานของคุณสมกับที่คุณต้องการ ยังมีหน้ามาถามอีกเหรอว่าอะไร...”

“ผมว่าคุณกำลังเข้าใจผิดนะ... แล้วผมก็อธิบายไปหลายรอบแล้วในสองอาทิตย์นี้” คนตอบเปลี่ยนกิริยา วางปากกาที่กำลังจะเริ่มตรวจงานแล้วเอนตัวพิงพนักเก้าอี้

“งานก็ส่วนงาน ผมไม่ได้หลอกล่อให้เขามาประมูลสักหน่อย และที่เขาได้มันก็ฝีมือของเขารวมถึงปัจจัยที่เสนอเข้ามา คุณคิดว่าผมจะเอาเงินร้อยล้านไปทุ่มเพื่อแลกกับการได้แกล้งสามีคุณหรือไง”

“ฉันไม่มีวันเชื่อหรอก หรือไม่แน่... คุณอาจเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดก็ได้ เพราะคนอย่างคุณมันทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

“ไปกันใหญ่... เฮ้อ! ก็แล้วแต่จะคิดนะ อ้อ... ส่วนเรื่องคุณแม่คุณก็เหมือนกัน ท่านทราบว่าผมเพิ่งกลับจากเมืองนอกก็เลยติดต่อให้ช่วยดูแลตลอดทริปที่มาพักเชียงใหม่ เพราะเรามันก็คนคุ้นเคย... กันดีอยู่แล้วจริงไหม” ประโยคสุดท้ายนั้นชายหนุ่มจงใจยั่วยวนให้หญิงสาวคับข้องอึดอัดใจ หล่อนจะได้รู้ว่าการปะทะฝีปากกับเขาโดยการคิดเองเออเองมันไม่ใช่บทสรุปของความจริงทั้งหมด

และอะไรที่เป็นความจริง... หล่อนก็ต้องยอมรับไม่อาจปฏิเสธได้

หญิงสาวไม่ตอบโต้กลับ เหนื่อยใจที่จะตอบโต้กับคนดันทุรังอย่างอดัม หล่อนถอนหายใจแล้วหยิบหนังสือแฟชั่นขึ้นมาอ่านแก้เซ็งในระหว่างที่รอเขาเคลียร์งานเสร็จ ชายหนุ่มเองเมื่อเห็นดังนั้นก็หยิบปากกาขึ้นมาอีกครั้งก้มหน้าให้กับเอกสารกองโตที่วางให้ตรวจตรา

อดัม วีระวงศ์อุษา หนุ่มลูกครึ่งไทย-แคนาดา ผู้สืบสายเลือดเชื้อสายเจ้านายฝ่ายเหนือมาจากแม่ เป็นคนรวย... เพราะมรดกของบรรพบุรุษสร้างสมเอาไว้ให้ อีกทั้งบิดาที่เสียชีวิตไปก็ดำรงตำแหน่งในสถานทูตแคนาดาประจำประเทศไทยเสียด้วย

เขาจึงเป็นหนุ่มเนื้อหอมมาตั้งแต่สมัยเรียน เพราะรูปร่างหน้าตาก็อำนวยต่อการดึงดูดสายตา แม้แต่ผู้ชายด้วยกันเองในบางครั้งก็ยังต้องมองเพราะความทึ่ง

ด้วยความสูงกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร สูง ผิวเข้มไม่ขาวแต่ไม่ดำกร้าน... ร่างใหญ่เต็มแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อแห่งชายฉกรรจ์ หน้าตาคมคายหล่อเหลาตามแบบฉบับลูกครึ่ง คิ้วเข้ม ตาคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาช่างจิกกัดหยักได้รูป ผมสั้นรองทรงธรรมดาดำขลับเป็นเงารับกับทรงใบหน้าได้อย่างไม่มีที่ติ

ยิ่งหนวดเคราที่เว้นไว้พอครึ้มไม่รกตาจนเกินไป ยิ่งจะเป็นสิ่งดึงดูดใจเพศตรงข้ามให้หันเหลียวหลังจนคุมสติไม่อยู่กันเป็นแถบ ๆ

แต่ไม่ใช่กับลลินดา... หล่อนเป็นผู้หญิงคนเดียวในชีวิตที่เขาเดินผ่านแล้วเหมือนไร้ตัวตน หล่อนจึงดึงดูดใจเขาอย่างยิ่งตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกันเมื่อหลายปีก่อนสมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย

ลลินดาเป็นรุ่นน้อง เขาเป็นรุ่นพี่ปีสี่ในขณะที่หล่อนเพิ่งเข้าเรียนปีหนึ่ง ชายหนุ่มยังจดจำภาพหญิงสาวร่างโปร่งบางตัวเล็กเท่าขาเขาข้างหนึ่งเห็นจะได้ ผมของหล่อนยาวสลวยดำเป็นเงา ไม่ได้ทำสีแต่งเติมเหมือนอย่างในตอนนี้

หน้าสวยรูปไข่ คิ้วโก่งดังคันศรที่จิตรกรเอกเนรมิตขึ้นมา ผิวขาวสะอาดเกลี้ยงเกลา ปากรูปกระจับแดงระเรื่ออมชมพูโดยไม่ต้องแต้มลิปสติกเครื่องสำอางอย่างผู้หญิงคนอื่น ๆ หล่อนสวยโดยธรรมชาตินำพา กิริยาก็ร่าเริงสดใสสมกับวัยแรกรุ่น ทุกอย่างในตัวหล่อนสะกดสายตาของชายหนุ่มทุกคนต้องการให้มอง...

สมัยเรียน... เขาตามจีบลลินดาโดยไม่ห่วงภาพพจน์หนุ่มฮอตแม้แต่นิดเดียว แต่เหมือนเวรกรรมมันตามครอบงำ ผู้หญิงมากมายเท่าไหร่ที่เขาเคยทำให้เจ็บช้ำและไม่เคยกลับไปไยดี พอถึงคราวเจอคนที่ต้องการ เจ้าหล่อนกลับตีตัวห่างเหินให้ต้องเสียหน้าหลายต่อหลายครา

ชายหนุ่มก็ยังตื๊อทุกวิถีทาง เพราะรู้สึกถูกหักหน้า... ในวัยช่วงนั้นถือเป็นช่วงคึกคะนองและมีความมั่นใจสูง ไม่สนใจรอบข้าง ถือตัวเป็นใหญ่เพราะทางบ้านฐานะดีและมีชาติตระกูลร่ำรวย เขาจึงใช้จุดนี้ในการเข้าหาครอบครัวของหญิงสาว และได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับดาริน...

แต่ทุกอย่างก็ยังไม่ง่ายเหมือนเดิม... ดารินก็คือดาริน ต่อให้ชอบและชื่นชมเขามากแค่ไหนก็ไม่สามารถบังคับฝืนใจลูกสาวให้ตกล่องปล่องชิ้นกับตนได้อยู่ดี ความสัมพันธ์เช่นนั้นยืดเยื้อจนกระทั่งเขาเรียนจบมหาวิทยาลัย ชายหนุ่มคิดจะล้มเลิกความตั้งใจด้วยซ้ำ เพราะมีแพลนจะไปเรียนต่อเมืองนอก แต่แล้วเรื่องที่ไม่คาดฝันและไม่อาจควบคุมได้ก็เกิดขึ้น

ในคืนเลี้ยงส่งรุ่นพี่ปีสี่... ลลินดากับเขาเกิดมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันเพราะหล่อนเมา และเขาก็เมาหยำเปเช่นกัน เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในความตั้งใจแม้แต่นิดเดียว เพราะต่อให้เลวแค่ไหน อดัมก็ไม่เคยคิดว่าตนเองจะต้องทำตัวต่ำทรามถึงขนาดขืนใจผู้หญิงที่ไม่สมยอมด้วย

มันเป็นเรื่องน่าเสียใจมากกว่าจะยินดีเมื่อได้ทราบความจริงที่ว่า... เขาเป็นคนแรกของหล่อน เป็นคนที่พรากความสดใสของวัยแรกสาวทั้งหมดที่หล่อนมีไปจากชีวิตชั่วนิรันดร์

หลังจากนั้นลลินดาก็คอยเอาแต่หลบหน้า ขาดการติดต่อไปอย่างไร้ร่องรอยจนกระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องไปเรียนต่อเมืองนอกก็ไม่มีโอกาสได้พบกับหญิงสาวอีก

แม้แต่คำขอโทษ... ก็ยังไม่เคยได้เอ่ยให้หล่อนรับรู้

กระทั่ง... เขากลับมาประเทศไทยเมื่อหลายเดือนก่อนก็ได้ทราบว่าลลินดาแต่งงานมีคู่ครองแล้ว นาทีแรกในความรู้สึกก็เสียใจ เพราะเขากับหล่อนมีบางอย่างที่คาใจไม่เคยได้คลี่คลาย แต่จะทำอย่างไรได้... ในเมื่อเรื่องในวันนั้นจบไปนานแล้ว

ใครจะไปรู้ล่ะว่าโลกนอกจากจะโคจรรอบตัวเองแล้ว มันยังเหวี่ยงให้เขาและหล่อนกลับมาโคจรอยู่ใกล้กันอีกจนได้ เมื่อพิรเดชเข้าร่วมงานยื่นซองประมูลในโครงการสร้างรีสอร์ตแห่งใหม่ของเขา

หลังจากนั้นไม่นาน... มารดาของหญิงสาวที่ทราบข่าวว่าเขากลับมาแล้วก็ติดต่อขอให้ช่วยดูแลด้านต่าง ๆ ตลอดการพักผ่อนที่เชียงใหม่ในครั้งนี้ ในฐานะเจ้าบ้าน คนในพื้นที่... และเจ้าของบ้านหลังใหญ่บนดอยที่สองแม่ลูกพักอาศัยอยู่

รวมไปถึงได้เท้าความปัญหาครอบครัวที่ลลินดากำลังเผชิญ นั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อดัมอยากยื่นมือเข้ามาดูแลหญิงสาวด้วยความเต็มใจ เขาไม่คิดจะเป็นมือที่สามของใครหรอก เพียงแต่จะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหล่อนได้อีกเด็ดขาด การกระทำของเขาในอดีตมันก็เลวทรามมากพอแล้วสำหรับผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

เหตุใดเล่าสวรรค์ถึงได้ลงโทษให้หล่อนต้องพบเจอแต่ความเจ็บช้ำในเรื่องความรักและความรู้สึกอยู่ร่ำไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป