บทนำ
ปัง!! เพล้ง!! ขวดแก้วนั้นถูกปาเต็มแรงบุรุษไปกระทบกับประตูห้องที่สายตาคมเข้มเขม่นมองเคร่งขรึม เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำเมากระเด็นติดทั้งประตู ฝาผนังและพื้นตามแรงอารมณ์กราดเกรี้ยว
หากนึกย้อนกลับไปคิดทบทวนดีๆ สัตตบงกชเป็นคนเอาเหล้าเข้ามาให้เขาก่อนจะขอตัวขึ้นไปนอน
และเขาก็นั่งดื่มจนดึก...หลังจากนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งช่วงเช้า
ทั้งที่...การดื่มก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ต่อให้เมาแค่ไหนก็ไม่เคยไร้สติจนเลอะเลือนความทรงจำสูญสิ้น...อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา
บท 1
“ใจเย็นๆ สิหงส์ ลูก...อย่าเพิ่งด่วนสรุปอะไรเลย นี่ยังเช้าอยู่ตาเดลคงยังหลับไม่ตื่นหรอก” เสียงของหญิงวัยกลางคนเอ่ยปากห้ามบุตรสาวในขณะที่กำลังเดินตามหลังด้วยความรีบเร่ง แต่ดูเหมือนไม่ได้ผล ร่างเล็กคุ้นเคยเดินลิ่วเข้ามาในบ้านหลังใหญ่แล้วตรงขึ้นบันไดไปยังด้านบน
“อาจเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด โธ่...อย่าใจร้อนเลยลูกแม่” นางเหนื่อยหอบเพราะไม่ได้กระฉับกระเฉงอย่างบุตรสาวที่อ่อนเยาว์กว่าจนคนรับใช้ต้องเข้ามาช่วยพยุง ลลินดาปรี่ตรงไปยังห้องนอนของตนเองทันที แล้วเปิดออกโดยไม่เคาะเรียกหรือรีรออะไรทั้งนั้น
ใจของหล่อนมันร้อนรุ่มเนื้อตัวเฉียบชาเย็นยะเยือกไปหมดแล้ว...
“เขาไม่ได้อยู่ในห้องจริง ๆ ด้วย” หล่อนก่นพร่ำกับตัวเอง ดวงตาเหลือบสำรวจด้วยความพะว้าพะวงกล้า ๆ กลัว ๆ กลัว...ในสิ่งที่ได้รับรู้มา หัวใจเต้นระส่ำมือไม้ชื้นเหงื่อไปหมด ไม่คิดว่าการโกรธเคืองกันระหว่างสามีและหล่อนครั้งนี้จะนำพาเรื่องหน้าไม่อายมาเข้าหู กระนั้นหล่อนก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นคู่ผัวตัวเมียก็ย่อมร้อนใจเมื่อได้รับรู้ถึงพฤติกรรมอันน่าบัดสีซึ่งเกิดขึ้นในเรือนหอของหล่อนเอง
“ห้อง...เอ่อ ห้องคุณหนูนาค่ะคุณหงส์”
“อีอ้อน!!”
“ขอโทษค่ะคุณนาย...แต่หนูไม่พูดไม่ได้จริง ๆ เรื่องใหญ่ขนาดนี้” สีหน้าของอ้อนเด็กรับใช้ในบ้านสลดลงทันทีเมื่อดารินเอ็ดตะคอก
“แม่ว่าไม่มีอะไรหรอก นังอ้อนมันก็ระแวงเพ้อเจ้อ ถ้าลูกอยากดูก็ไปเคาะเรียกน้องมันออกมาเถอะ จะได้กลับ ๆ กันซะที” ดารินถอนหายใจยาวแล้วเหลือบมองอ้อนด้วยสายตาไม่พอใจนัก ลลินดากระทืบเท้าเดินตรงไปยังอีกฝั่งซึ่งอยู่ตรงกันข้าม แล้วเคาะประตูเสียงดังในขณะที่เด็กรับใช้ก็พยุงดารินเดินตามไปติด ๆ
“หนูนา! หนูนาเปิดประตูให้พี่หน่อย” หล่อนร้องเรียกชื่อเจ้าของห้องเสียงดัง แต่ไร้การตอบรับ ทั้งเคาะทั้งทุบประตูโครมครามมันจึงน่าแปลกที่มีแต่ความเงียบตอบกลับมา
“หนูนา! หนูนา!” หล่อนตะโกนเรียกอีกครั้งแล้วจับลูกบิดประตูหมุนไปพลาง แล้วก็ชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่าประตูห้องไม่ได้ล็อค
แต่มือของหล่อนก็สั่นและเรี่ยวแรงหดหายเอาดื้อ ๆ หัวใจเสียวปลาบชาวาบในขณะที่กำลังตัดสินใจเปิดเข้าไป พอเอาเข้าจริง ๆ หล่อนก็ไม่กล้า...
“มันจะอะไรกันนักหนา...ก็เปิด ๆ เข้าไปสิ นี่เพิ่งจะตีห้าหนูนามันคงหลับลึกไม่รู้เรื่องหรอก รายนั้นขี้เซาจะตาย”
“ไม่จริง...หนูนาไม่เคยหลับเป็นตายขนาดนี้” หล่อนเถียงมารดาเสียงแผ่ว ประโยคนั้นกึ่งบอกกล่าวกับตัวเองไปด้วยในตัว
“งั้นแม่เปิด...” ดารินถอนหายใจซ้ำอีกครั้งคล้ายรำคาญเต็มทีแล้วเดินตรงเข้าไปจับลูกบิดประตูเสียเอง
“คุณแม่...”
“หนูนาเอ๊ย! หนู...”
“...” ทุกคนตกอยู่ในความเงียบ ดารินอ้าปากค้างขานเรียกชื่อเจ้าของห้องไม่เต็มคำในประโยคสุดท้ายนั้น น้ำเสียงหล่นหายไปกับความตะลึงพรึงเพริดกับภาพตรงหน้า
“พี่เดล...” ลลินดาครางชื่อเล่นของสามีเสียงสั่นเบาหวิวพอ ๆ กับความรู้สึกของหล่อนในขณะนี้
“ลูกหงส์!/คุณหงส์!” สองเสียงประสานเรียกชื่อเจ้าของร่างที่กำลังทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความตกใจ อ้อนเข้าไปประคองในขณะที่ดารินก็ทรุดเข้าไปกอดลูกสาวคนเดียวเอาไว้
“หงส์ใจเย็น ๆ ลูก ใจเย็น ๆ หงส์ยังมีแม่นะ” ดารินกอดรัดลูกสาวพลางใช้มือลูบไปตามตัวพร้อมกับเอ่ยคำปลอบโยน เสียงเอะอะโวยวายไม่ได้เข้าถึงความรู้สึกของหล่อนเลย
ลลินดานึ่งอึ้งเหมือนสติได้หลุดสูญหายไปแล้ว ลำคอของหล่อนแหบแห้ง ช่วงอกเจ็บแค้นจุกแน่นจนต้องกลั้นหายใจไปโดยอัตโนมัติ มันเป็นความเจ็บปวดทางใจอย่างที่สุด เจ็บ...โดยไม่ต้องมีบาดแผลใด ๆ แม้แต่รอยขีดข่วน แต่ร้าวลึก...ชอกช้ำเกินจะหาคำใดมาเสกสรรบรรยาย ภาพบนเตียงกว้างในห้องนอนของหลานสาวที่หล่อนรับมาอุปการะดูแลส่งเสียให้เล่าเรียนมีร่างสองร่างกำลังกอดก่ายหลับพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันภายใต้ผ้านวมสีขาวผืนหนา... สามีของหล่อนกับหลานสาว...
“อืม...” เสียงอันไม่พึงประสงค์รบเร้าสติอันดิ่งลึกในห้วงของการหลับใหลให้ค่อย ๆ หลุดจากภวังค์นิทรานั้น เปลือกตาสองข้างปรือกระพริบ พ่นลมหายใจเป็นจังหวะแล้วขยับตัว
“...” ความรู้สึกหนักอึ้งทำให้ชายหนุ่มลืมตาทันทีเพื่อสำรวจสิ่งรอบข้างของวันใหม่ และรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในทันทีเมื่อสติคืนกลับมาครบถ้วน เขาหันมองร่างเล็กที่กอดเกี่ยวเอาไว้ เพ่งพินิจพิจารณาเพียงเสี้ยววินาทีก็ต้องตกใจจนสะดุ้งเพริบ แล้วผลักร่างนั้นออกจากตัวทันที
“เฮ้ย!!!”
“อุ้ย!” แรงเหวี่ยงผลักทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งตื่นในฉับพลัน นิทราอันลึกล้ำถูกฉุดให้สูญหายไปในพริบตา หล่อนยังงง ๆ แว็บแรกของความรู้สึกคือเจ็บ...จนต้องนิ่วหน้า
“หงส์...คุณแม่!” เสียงทุ้มอุทานในขณะที่ร่างเล็กซึ่งอยู่บนเตียงข้าง ๆ เขาเพิ่งจะหันไปตามเสียงและสัญชาตญาณว่ามีบางอย่างอยู่ตรงปลายหางตาตรงประตูห้องนั้น
“พี่หงส์...คุณยาย...” แล้วทุกอย่างก็ไหลเวียนเข้ามาจนได้บทสรุป...
“ทำไมทำกับหงส์แบบนี้ ไม่รักกันแล้วไม่พอใจอะไรก็เลิกกันดี ๆ แกทำร้ายน้ำใจหงส์ทำไม!” ดารินคร่ำครวญแทนบุตรสาวที่ยังจ้องคนทั้งคู่ด้วยสายตานิ่งงัน...โศกแสน มากกว่าเสียใจมันคือความผิดหวังทรมาน และรับไม่ได้
“ผมเปล่านะคุณแม่...หงส์คือผม ผมไม่รู้...” พิรเดชรีบคว้าเอากางเกงที่หล่นอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมทั้งที่ยังอยู่ในผ้าห่ม ส่วนสัตตบงกชเหมือนกำลังช็อกกับสิ่งที่เกิดขึ้น ใบหน้าที่เคยแย้มยิ้มอยู่เสมอบัดนี้ขาวซีด นั่งขดตัวกอดผ้านวมผืนเดียวกันนั้นปิดเอาไว้เหนืออก
“หงส์ไม่เคยคิดเลยว่าพี่เดลจะทำกับหงส์แบบนี้ ฮือ ๆ...นั่นหลานแท้ ๆ ของหงส์นะพี่เดล แล้วนี่ก็เรือนหอของเรา” ลลินดาเริ่มปรับตัวกับสถานการณ์ได้บ้าง แต่หล่อนก็ยังสั่นอยู่ ร่างเล็กพยายามลุกขึ้นยืนทั้งที่สองมือกำเข้าหากันแน่นโดยมีเด็กรับใช้และมารดาช่วยพยุง
ดวงตากลมโตที่เคยเปล่งประกายสดใสแดงก่ำเศร้าหมอง น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลเอ่ออาบแก้มจนเปียกปอนกัดกินร้าวรานไปถึงใจ
พิรเดชกระโดดลงจากเตียง หันมองสัตตบงกชด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะหันมาทางลลินดาด้วยความสำนึกผิดและอยากอธิบาย แต่ก็รู้แก่ใจดีว่าคงไม่มีใครเชื่อคำพูดของเขาหรอก แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่มั่นใจอะไรทั้งนั้น รู้แต่เพียงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันต้องมีสาเหตุ เขาไม่ใช่คนมักง่าย...แต่ไม่เคยคิดนอกใจลลินดาด้วย ยิ่งเรื่องจะคิดไม่ซื่อลอบทำร้ายหัวใจของหล่อนด้วยการมีสัมพันธ์กับหลานในบ้าน ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย
ลลินดาฝืนตัวให้เข้มแข็งเดินตรงเข้าไปหาเขาทั้งที่ขาแทบจะก้าวไม่ออก พิรเดชเองก็ย่างเท้าตรงมายังหล่อนเช่นกัน ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ สายตาเว้าวอนด้วยอยากให้เมียรักได้เข้าใจ
“หงส์...พี่...” เพี๊ยะ!!! ความเจ็บแปลบซาบซ่านแผ่ขยายไปทั้งแก้มด้านที่ถูกลลินดาตบฉาดใหญ่ แต่ความเจ็บนั้น ก็ยังน้อยกว่าที่หล่อนรู้สึกยิ่งนัก
“หงส์...เขาทำถึงขนาดนี้ก็ปล่อยเขาไปลูก ไม่ต้องไปสนใจ แม่อยู่ตรงนี้ทั้งคน” ดารินปรี่เข้าไปจับแขนของลูกสาวเอาไว้ มองหน้าพิรเดชด้วยความโกรธและไม่พอใจอย่างที่สุด
“พี่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น...หงส์เชื่อพี่นะเราต้องคุยกัน”
“พี่เดลคิดว่าหงส์เห็นตำตาขนาดนี้แล้วยังหลงโง่เชื่อคำพูดของพี่อยู่อีกเหรอ เลว! ระยำที่สุดทำไมทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้!!!” ลลินดากรีดร้องโหยไห้ พิรเดชเหมือนจะขาดใจตาม เขาจะเข้าไปใกล้หล่อนก็ใช้มือปัดออกอย่างแรง อีกทั้งยังมีแม่ยายคอยกันท่าอยู่ด้วย อะไร ๆ ก็ดูไม่เข้าข้างเอาเสียเลย
“ออกไปให้พ้นจากชีวิตลูกสาวฉันเลยนะไอ้ชาติชั่ว แกก็อีกคน! งูพิษ!! เลี้ยงไม่เชื่อง อย่าได้ตายดีเลยนังเด็กเลว!!” ดารินหายใจหอบตามแรงโมโห ด่ากราดพาลไปทั่วเพราะเจ็บแค้นแทนบุตรสาว ในขณะที่ลลินดายังคงยืนกำหมัดแน่นปรับอารมณ์อยู่นั้นนางก็สาวเท้าเร็วพุ่งเข้าไปหาเด็กสาวซึ่งนั่งกอดผ้านวมตัวสั่นงกอยู่บนเตียง
“คุณยายหนูนาขอโทษ หนูนาไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฮือ ๆ” สัตตบงกชกล่าวด้วยน้ำเสียงสะท้านไหว หล่อนปวดร้าวเมื่อยขบไปทั้งตัวจนแทบขยับไม่ได้ และไม่ต้องสืบสาวเล่าความก็พอจะเข้าใจและรู้แจ้งในสิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนกับที่ทุกคนในห้องนี้เข้าใจนั่นแหละ...หล่อนไม่เหลือความดีงามใด ๆ อีกต่อไปแล้ว
“หน้าด้าน!! กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา” สองมือที่ผ่านวัยล่วงเลยมา กว่าครึ่งชีวิตดึงกระชากร่างแบบบางที่นั่งขดอยู่ใต้ผ้าห่มจนล้มคว่ำหน้าลงบนที่นอน สัตตบงกชกรีดร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวด แต่มือก็ยังกำกระชับผ้าห่มเอาไว้แน่นไม่ให้หลุดออกจากตัว
เพราะหล่อนรู้ว่าร่างกายของหล่อนนั้นเปลือยเปล่า...
“อ้อน! มาเอามันออกไป ระยำเหมือนแม่มันไม่มีผิด อุตส่าห์เอ็นดูชุบเลี้ยงให้ข้าวให้น้ำสุดท้ายมันก็ลอบกัดเหมือนหมาจร คนแบบนี้เลี้ยงเสียข้าวสุก” ดารินยังพยายามลากเด็กสาวตามแรงโมโห อ้อนรีบเข้ามาช่วยจนสัตตบงกชร่วงลงมากองกับพื้นตามแรงกระชากในที่สุด
“ฮือ ๆ พี่หงส์หนูนาขอโทษ หนูนาไม่ได้ทำนะพี่หงส์ หนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลวทรามแบบนี้ให้พี่หงส์เสียใจเลย พี่หงส์ หนูนารักพี่หงส์นะ” หล่อนร่ำร้องเรียกชื่อญาติสาวผู้มีพระคุณแล้วเว้าวอนขอความเชื่อใจกลับคืน ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้เลย
ลลินดายืนนิ่ง...สายตาของหล่อนมองตรงไปยังพิรเดชด้วยความคับแค้นในใจ ในแววตานั้นตั้งคำถามมากมายที่ไม่อาจเค้นออกมาเป็นคำพูดเพราะความเจ็บจุก อยากรู้เหลือเกินว่าเขายังมีความเป็นคนหลงเหลืออยู่บ้างไหม
“พี่เดลพาหนูนาไปซะ...อย่ากลับมาให้หงส์เห็นหน้าอีก” ในที่สุดหล่อนก็กลั้นใจพูดออกมา
“หงส์...พี่ไม่รู้เรื่อง”
“พี่หงส์...อย่าทำแบบนี้เลย ให้หนูนาไปคนเดียวเถอะ หนูนาผิดเอง”
ต่างก็พยายามประคับประคองไม่ให้สถานการณ์มันเลวร้ายไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เหมือนจะไร้ประโยชน์ใด ๆ
“นังอ้อน! ฉันบอกให้ลากมันออกไป” ดารินออกคำสั่งซ้ำอีกครั้ง อ้อนเข้ามาฉุดดึงมือของสัตตบงกชแต่หล่อนปัดออกแล้วขยับคลานเข้าไปหาลลินดาซึ่งมีศักดิ์เป็นน้า แต่หล่อนเรียกพี่จนติดปากมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากอายุก็ไม่ได้ห่างกันมากนัก
“พี่หงส์...พี่หงส์จะโกรธจะเกลียดหนูนายังไงก็ได้หนูนาไม่ว่าเลย แต่พี่หงส์เชื่อหนูนานะว่าหนูนาไม่เคยคิดทำเรื่องเลว ๆ แบบนี้จริง ๆ” สองมือน้อยกอดขาของผู้หญิงที่รักเหมือนพี่สาวในไส้แล้วพร่ำบอกถึงความจริงใจที่มีอยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน แต่ก็ไม่สามารถตอบได้เช่นกันว่าทำไม...ถึงได้มีเรื่องบัดสีต่ำช้าขนาดนี้เกิดขึ้น
“เอามือแกออกไป...อย่าเอาความสกปรกมาแตะต้องตัวฉัน” ลลินดาเอ่ยออกมาด้วยความแค่นแค้น หากพวกเขาเอาหอกดาบมาทิ่มแทงฟาดฟัน หล่อนคงเจ็บปวดรวดร้าวน้อยกว่านี้
หนึ่งคนเป็นสามีที่จงรัก มอบกายมอบใจมอบชีวิต มอบความเชื่อใจทุก ๆ อย่าง
อีกหนึ่ง...เป็นหลานสาวที่เกิดจากญาติซึ่งหล่อนเวทนาชุบเลี้ยงเสมือนน้องในไส้ เติบโตมาด้วยกัน ผูกพันกันไม่เคยคิดห่างเหิน หล่อนมอบสิ่งดี ๆ ให้กับสัตตบงกชเสมอตัวเอง เพราะสงสารว่าเป็นเด็กกำพร้าไม่มีคนดูแล อีกทั้งหล่อนเองก็เป็นลูกคนเดียว การได้มีญาติร่วมสายเลือดมาอยู่ใกล้ ๆ คอยพูดคุยปรึกษา อยู่ด้วยกันแก้เหงามันเป็นความสุขใจอย่างหนึ่ง
แต่ใครจะคิดล่ะว่า...หล่อนต้องแบ่งปันทุกอย่างในชีวิตให้กับสัตตบงกชแม้กระทั่งสามี...
“พี่หงส์...พี่หงส์อย่าทำแบบนี้เลย พี่หงส์จะให้หนูนาทำยังไงก็ได้หนูนายอมทุกอย่าง แต่อย่าเกลียดหนูนาเลย ชั่วชีวิตของหนูนามีแต่พี่หงส์เท่านั้นที่เมตตา หนูนาไม่เคยลืมบุญคุณ ฮือ ๆ” ร่างเล็กเกาะกอดรวบขาของลลินดาเอาไว้แน่น สะอื้นจนทั้งสองร่างสั่นเทาไปพร้อม ๆ กัน
ท่ามกลางความสับสนปนเป หล่อนไม่รู้จริง ๆ ว่าจะหาทางออกในยามนี้ได้อย่างไร นอกจากอ้อนวอนขอร้องให้ ลลินดารับฟังความจากปากของหล่อนบ้าง
“ก็เลยตอบแทนด้วยการนอนให้ผัวฉันเอาตอนที่ฉันไม่อยู่งั้นเหรอ หึ...ฉันน่าจะเชื่อคุณแม่ตั้งแต่แรกว่าแกมันเลี้ยงไม่เชื่อง เลือดชั่ว ๆ ในตัวของแกมันรอวันกำเริบอยู่ตลอดเวลา”
“พี่หงส์...” สัตตบงกชก้มหน้านิ่ง ได้แต่สะอื้นร่ำร้องตัวโยน หล่อนเจ็บตัวไม่เท่าไหร่ การสูญเสียที่เกิดขึ้นก็เทียบค่าไม่ได้เลยกับความรู้สึกอันเลวร้ายของลลินดาในยามนี้
“ออกไปซะนังหน้าด้าน ไม่ต้องมาให้ลูกฉันเห็นหน้าหนา ๆ ของแกอีก ไปเสียทั้งคู่นั่นแหละ ชั่วช้าเลวทรามสิ้นดี ออกไปจากชีวิตของลูกสาวฉันซะแล้วจะไปทำระยำตำบอนที่ไหนก็เชิญ!!” ดารินยังคงเจ็บแค้นแทนบุตรสาว ขับไล่ไสส่งคนทั้งคู่ไม่ขาดปาก นางเหมือนจะคุมสติไม่อยู่เช่นกันทั้งที่ไม่ได้เคยแสดงกิริยาและวาจาสาดเสียเทเสียเช่นนี้มาก่อน
ลลินดากัดฟันสะบัดขาออกจากการกอดรวบของสัตตบงกช แต่เด็กสาวไม่ยอมปล่อย หล่อนจึงใช้มือผลักศีรษะที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงนั้นเต็มแรง และใช้เท้าเตะถีบไปด้วยความรังเกียจ
ผลั่ก! “พี่หงส์...” เด็กสาวผละออกเต็มแรง ถลาลงมานอนฟุบอยู่บนพื้นไม่ไกลนัก ใบหน้าแดงปื้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาหันมองร่างเล็กของลลินดาที่กำลังหันเดินออกไปจากห้องด้วยความอาวรณ์และสำนึกผิดเหลือล้น
“หงส์เดี๋ยว! ฟังพี่ก่อน”
“หยุดนะไอ้บ้า! อย่ามายุ่งกับลูกฉัน!!” ดารินตรงเข้าไปขวางพิรเดชเอาไว้ทันทีเมื่อเขาทำท่าจะเดินตามลลินดาเพราะอยากปรับความเข้าใจ ไม่ต้องการให้เรื่องมันจบลงเพียงเท่านี้ หากปล่อยมือ ลลินดาให้ห่างตัว เขาเชื่อว่าโอกาสต่อไปคงยากที่จะได้เจรจาถึงความเป็นจริง
“คุณแม่ควรให้ผมได้พูดบ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น ไม่ใช่สรุปความแล้วเข้าใจผิดกันไปเองแบบนี้ ผมยังยืนยันว่าผมไม่ได้ทำ! ผมไม่เคยต้องการใครนอกจากหงส์”
“เข้าใจผิดงั้นเหรอ หึ...ต้องให้ลูกฉันถูกพวกแกสวมเขาจนตรอมใจตายไปก่อนใช่ไหมถึงจะเข้าใจถูก ไม่มีอะไรต้องพูดทั้งนั้นเดล...เตรียมตัวไปเซ็นใบหย่ากับหงส์ให้เร็วที่สุดก็พอ”
“ไม่มีทาง!! ถ้าคิดว่าจะพรากหงส์ไปจากผมล่ะก็...ไม่ว่าใครผมก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย คุณแม่เป็นคนนอก ไม่ควรเข้ามายุยงปั่นหัวเมียผมในสถานการณ์อย่างนี้”
“แก!”
“ถอยไปผมต้องการคุยกับเมียผมคนเดียวเท่านั้น!!!” พิรเดชประกาศสิทธิ์สีหน้าเคร่งขรึม ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีความเกรงใจในตัวแม่ยายหรอก แต่หากปล่อยให้เลยตามเลยเขาจะต้องเสียลลินดาไปตลอดชีวิตเป็นแน่
ซึ่ง...เขาจะไม่มีวันยอมให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด
“หยุดซะที! ฉันไม่มีอะไรจะคุยอีกแล้ว คาหนังคาเขาขนาดนี้ยังจะต้องคุยกันอีกเหรอ อย่างที่คุณแม่บอก...” เจ้าของร่างงามหยุดชะงักตรงหน้าประตูแต่ไม่ได้หันหน้ากลับมามองใคร หล่อนไม่อยากประจานความอ่อนแอของตัวเองไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“เราจะหย่ากันในเร็ว ๆ นี้ แล้วไม่ต้องมายุ่งกันอีกเลย”
“หงส์! พี่จะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นแน่ ๆ” พิรเดชสาวเท้าผ่านหน้าดารินไปอย่างไม่แยแส แทบจะเบียดนางล้มไปเลยก็ว่าได้เมื่อเห็นเมียรักเดินลิ่วเปิดประตูห้องหายลับไป
เขาสนใจแต่ลลินดา สายตา หัวใจและทุกความรู้สึกจดจ้องอยู่แต่กับเมียรักโดยลืมผู้หญิงอีกคนซึ่งกำลังเผชิญชะตากรรมซึ่งเกิดขึ้นร่วมกัน...
สีหน้าและแววตาของดารินไม่ได้เสมอกับรูปลักษณ์และเสื้อผ้าอาภรณ์สูงค่าที่นางสวมอยู่ เด็กสาวขลาดกลัวจนตัวสั่นงก ทั้งจิตใจบาดเจ็บบอบช้ำเป็นทุนเดิม สัตตบงกชยามนี้หล่อนเหมือนลูกนกที่ถูกลอยแพอยู่กลางสายธารอันเชี่ยวกราก
หันแลไปทางไหนก็เดียวดาย...เปียกปอนลมฝนแสนสาหัสจนมองไม่เห็นเลยว่าจะมีวันพรุ่งนี้สำหรับหล่อนหรือเปล่า
“ขังมันไว้ในห้องนี้อย่าให้ออกไปไหน เอาโซ่เอากุญแจมาคล้องไว้ฉันจะกลับมาสะสางกับเธอหลังจากที่ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว อย่าทำตัวให้เป็นปัญหาอีก ไม่อย่างนั้นได้เดือดร้อนถึงแม่หล่อนเป็นแน่”
ดารินหันไปออกคำสั่งกับเด็กอ้อนน้ำเสียงตะคอกเข้ม แล้วหันมองยังร่างที่คงฟุบสะอื้นอยู่ตรงพื้นอย่างสมเพช
นางดูจะสงบอารมณ์ได้มากขึ้น ไม่พ่นพูดคำหยาบหรือออกอาการฟาดงวงฟาดงาอย่างในตอนแรก แต่สายตาและท่าทางก็ยังแสดงถึงความเกลียดชังในตัวเด็กสาวอย่างเปิดเผย เมื่อสั่งการคนรับใช้เสร็จสรรพนางก็กระทืบเท้าออกไปจากห้องนอนนั้นอีกคน
“แกตายแน่หนูนา...ทีนี้จะได้ไปเป็นขอทานข้างถนน หึ หึ” อ้อนหัวเราะกระซิกเหมือนกับสะใจนักหนากับความทุกข์ยากของเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่กล้าจะซ้ำเติมอะไรมากไปกว่านั้นนอกจากทำตามคำสั่งของดาริน รีบไปเสาะหาเครื่องมือมาพันธนาการขังสัตตบงกชเอาไว้อย่างแน่นหนา
กริ๊ก!! เสียงลั่นกุญแจล็อคดังแว่วเข้าหู ร่างเล็กที่ทวยทุกข์หอบสังขารขยับลุกขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก ความเมื่อยขบรุมเร้าทั่วสรรพางค์ ใจกลางลำตัวเจ็บแปลบจนต้องลากเท้าทีละน้อยเพื่อพาตัวเองไปนั่งลงบนเตียง
เด็กสาวใช้สองมือกอดรัดตัวเองเอาไว้แน่น น้ำตายังคงไหลรินไม่ขาดสายแม้จะพยายามใช้มือปากเช็ดจนใบหน้าเปียกชื้นไปหมด
เหลือบไปเห็นรอยเกรอะกรังตรงผ้าปูที่นอนแล้วความเศร้าก็กัดกร่อนรุนแรงหนักหน่วง สิ่งที่แปดเปื้อนเป็นคราบสีน้ำตาลแดงซึ่งละเลงอยู่ตรงนั้นคือความสาวที่หล่อนพึงต้องรักษาเอาไว้ให้กับคู่ชีวิต หรือไม่ก็เป็นผู้ชายที่พึงยินยอมพร้อมพลีให้แก่เขา
ไม่ใช่...ชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นน้าเขยอย่างพิรเดช
ไม่ใช่...สามีของญาติซึ่งอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าไม่มีที่ไปอย่างหล่อน
เนรคุณ...
คำนี้ช่างเหมาะสมยิ่งนัก หล่อนกอดก่ายโยกตัวไปตามแรงสะอื้นอย่างสุดกลั้นให้กับความทุกข์และความเจ็บช้ำที่รุมเร้าโดยไม่ได้ตั้งตัว หากย้อนกลับไปได้เมื่อคืนนี้หล่อนคงเข้านอนแต่หัวค่ำ และไม่ควรใส่ใจเป็นห่วงพิรเดชซึ่งนั่งดื่มเหล้าเมามายอยู่เป็นอาจินร่วมสองสัปดาห์มาแล้วตั้งแต่มีเรื่องทะเลาะกับ ลลินดาเป็นการส่วนตัวระหว่างผัวเมีย
แต่คิดทบทวนเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเหตุใดพิรเดชถึงได้มาอยู่กับตนได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นหล่อนก็แค่เอาวิสกี้ไปให้เขาตรงซุ้มด้านนอกตัวบ้านตามคำสั่งของชายหนุ่ม และกลับขึ้นมานอนในทันทีไม่ได้ตอแยเท้าความใด ๆ
แล้วจู่ ๆ...มารู้สึกตัวอีกทีหล่อนก็ถูกความอัปยศอดสูครอบงำจนดิ้นไม่หลุด ซ้ำไม่อาจต่อต้านขัดขืนราวกับถูกสะกดเอาไว้ด้วยมนต์ดำ
หรือพิรเดชเมาจนเข้าห้องผิด...
และมีสัมพันธ์กับหล่อนเพียงเพราะคิดว่าเป็นลลินดา
บทล่าสุด
#87 บทที่ 87 ตอนพิเศษ 2 ตอนที่ 2 (อวสาน)
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#86 บทที่ 86 ตอนพิเศษ 2 ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#85 บทที่ 85 ตอนพิเศษ ตอนที่ 5
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#84 บทที่ 84 ตอนพิเศษ ตอนที่ 4
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#83 บทที่ 83 ตอนพิเศษ ตอนที่ 3
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#82 บทที่ 82 ตอนพิเศษ ตอนที่ 2
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#81 บทที่ 81 ตอนพิเศษ ตอนที่ 1
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#80 บทที่ 80 บทส่งท้าย ตอนที่ 9
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#79 บทที่ 79 บทส่งท้าย ตอนที่ 8
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026#78 บทที่ 78 บทส่งท้าย ตอนที่ 7
อัปเดตล่าสุด: 1/27/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
ทาสสวาทอสูรเถื่อน
“แพงไปหรือเปล่า สำหรับค่าตัวของคุณอย่างมากก็คืนละแสน” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับมองร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขาด้วยสายตาหื่นกระหาย เขายอมรับว่าเขาชอบผู้หญิงคนนี้ เพราะเธอสวยและที่สำคัญนมตูมชะมัดยาก
มันโดนใจเขาจริงๆ ยิ่งสเต็ปการอ่อยของผู้หญิงคนนี้เขาก็ยิ่งชอบ เพราะมันทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับสิ่งที่เธอกำลังทำ
“ถ้าคุณไม่สู้ก็ปล่อยฉันสิคะ ฉันจะได้ไปหาคนที่เขาใจถึงกว่าคุณ” พิชชาภาพูดจบก็เอามือยันหน้าอกของฟรานติโน่แล้วทำท่าจะลุกออกจากตักของเขา ก่อนจะถูกมือใหญ่รั้งเอวไว้ไม่ให้ลุกขึ้น
“ได้ ผมจะให้คุณคืนละล้าน แต่คุณต้องตามใจผมทุกอย่าง” ฟรานติโน่พูดไปพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากเจ้าเล่ห์ คิดว่าคนอย่างเขาจะยอมเสียเงินหนึ่งล้านบาทง่ายๆงั้นเหรอ คอยดูเถอะเขาจะตักตวงจากเธอให้คุ้มสมราคาที่เขาต้องจ่ายไป
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
พิษรักคุณหมอ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเอง
สปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
เมียขัดดอก
"คุณหมอคะฉันขอร้องล่ะคุณหมอช่วยแม่ฉันด้วยเถอะนะ" หญิงสาวขอร้องอ้อนวอนถึงขั้นยกมือขึ้นมากราบไหว้
"ทางเราช่วยได้เท่าที่ช่วยจริงๆ" ถ้าเขาทำแบบนั้น โรงพยาบาลของเขาอาจจะถูกฟ้องได้ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีเลย และมันก็ไม่คุ้มกับการเสี่ยง
"ฉันขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบเท้าฉันก็ยอม"
"คุณอย่าทำแบบนี้เลย"เขารีบพยุงร่างของหญิงสาวที่กำลังจะคุกเข่าลงตรงหน้าให้กลับขึ้นมายืนใหม่อีกครั้ง
"คุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้ ฉันเคยเรียนหมอมาค่ะ ฉันคงพอช่วยงานคุณได้ไม่มากก็น้อย" เพราะเธอเคยเรียนมาด้านนี้ก็เลยรู้ว่าใครที่สามารถจะช่วยแม่ของเธอได้ และก็รู้ด้วยว่ามันเสี่ยงมากถ้าจะทำแบบนี้
"คุณก็เคยเรียนหมอมา คุณก็คงจะรู้ผมคงช่วยไม่ได้"
"ถ้าเปลี่ยนจากช่วยงานเป็นเอาร่างกายของฉันแลกเปลี่ยนได้ไหมคะ"
"คุณพูดอะไร"
"ถ้าคุณหมอยอมช่วยผ่าตัดให้แม่ฉันฉันจะยอมมอบร่างกายให้คุณค่ะ" เธอมีคนที่จะมาบริจาคอวัยวะแล้ว เหลือแค่การผ่าตัดเท่านั้น..
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด













