บทที่ 5 ลางร้าย ตอนที่ 3

“อา...” มือใหญ่จับขวดวิสกี้ที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วลุกเดินฝ่าฝนเข้าในเขตตัวบ้านอย่างไม่รีบเร่งนัก ราวกับว่า... เม็ดฝนที่ตกโปรยจนทั้งตัวเปียกปอนไปหมดนั้นไม่ได้สะเทือนถึงความรู้สึกแม้แต่น้อย

           จิตใจเขามันเฉาชาไปหมดแล้ว... แต่ก็ไม่อยากนั่งดื่มกลางสายฝนฟ้าที่ตกเทแบบไม่นึกลืมหูลืมตา เพราะเวลาก็ล่วงค่ำเข้าไปแล้วด้วย ร่างใหญ่เดินเข้าในบ้านทั้งที่ตัวเปียก เขาไม่อยากกลับมาสักนิด แต่ก็ยังมีความหวังว่าลลินดาอาจจะยอมกลับมาเปิดใจรับฟังคำเจรจาจากเขา

           วันนี้ทั้งวันชายหนุ่มพยายามตามตัวภรรยาสาว... ทั้งไปบ้านของแม่ยายที่ไม่มีใครยินดีต้อนรับ แต่เขาก็ยังบุกเข้าไปจนได้ แต่ก็นั่นแหละ... ลลินดาไม่ได้อยู่ที่นั่น แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของหล่อนกี่คนต่อกี่คนก็ไม่มีใครรู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย

           สุดท้าย... ก็ต้องโผผินกลับคืนเรือนหอ อย่างน้อย ๆ ทุกความทรงจำดี ๆ ระหว่างเขาและหล่อนก็ยังอบอวลอยู่ทุกตารางนิ้ว รวมไปถึง... ความบาดหมางที่ยังไม่อาจหาทางเยียวยา

           “หึ...” สายตาสาดเหลือบแลไปยังห้องนอนอีกฝั่งที่ทำให้เขาต้องเผชิญปัญหาชีวิตคู่ ห้องปิดสนิท... เขาไม่รู้หรอกว่าเจ้าของห้องนั้นจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร เพราะไม่ได้สนใจถามถึงเลย

           ไม่จำเป็น... มือกำขวดวิสกี้ที่ยังเหลือน้ำเมาอยู่ค่อนขวดแน่นจนเห็นเส้นเอ็นนูนปูดโปน

           ปัง!! เพล้ง!! ขวดแก้วนั้นถูกปาเต็มแรงบุรุษไปกระทบกับประตูห้องที่สายตาคมเข้มเขม่นมองเคร่งขรึม เศษแก้วแตกกระจายเกลื่อนพื้น น้ำเมากระเด็นติดทั้งประตู ฝาผนังและพื้นตามแรงอารมณ์กราดเกรี้ยว

หากนึกย้อนกลับไปคิดทบทวนดี ๆ สัตตบงกชเป็นคนเอาเหล้าเข้ามาให้เขา ก่อนจะขอตัวขึ้นไปนอน

           และเขาก็นั่งดื่มจนดึก... หลังจากนั้นก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นจนกระทั่งช่วงเช้า

           ทั้งที่... การดื่มก็ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเขา ต่อให้เมาแค่ไหนก็ไม่เคยไร้สติจนเลอะเลือนความทรงจำสูญสิ้น... อย่างเช่นเมื่อคืนที่ผ่านมา

           สันกรามขบเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงกรอดผ่านไรฟันหันกลับมาเปิดประตูห้องตัวเองแล้วย่างเท้าเข้าไปทันที มือหนึ่งดึงประตูกระแทกปิดไม่เบาแรงนักตามอารมณ์ที่กำลังฉุนเฉียว

           นี่เขาต้องนอนร่วมบ้านกับผู้หญิงที่เพิ่งทำให้ครอบครัวของเขากับภรรยาแตกหักไม่มีชิ้นดีอย่างนั้นเหรอ ในคืนที่ฝนฟ้ากระหน่ำตกไม่ลืมหูลืมตา เมียรักต้องจากจรหนีไปอยู่ไหนเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ แต่คนก่อปัญหาร่วมกับเขากลับยังอาศัยอยู่ภายใต้หลังคาบ้านที่เพิ่งถูกสุมไฟจนวายวอด

           พิรเดชหายลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกปอนน้ำฝนและชำระร่างกาย ก่อนจะกลับมานั่งบนเตียงใหญ่เปิดโน้ตบุ๊กเช็กความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของลลินดาผ่านเพื่อนพ้องที่ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือไป เสียงฟ้าด้านนอกยังคงคำรามราวกับมีพายุใหญ่ทั้งที่ไม่มีวี่แววมาก่อน

           สายฟ้าสาดฟาดแสงเป็นระยะในขณะที่จิตใจของชายหนุ่มยังคงจดจ่ออยู่กับการตามหาภรรยาผ่านเพื่อนทางโซเชียล

รวมถึงระดมส่งข้อความหาเจ้าหล่อนนับสิบข้อความ แต่ก็ยังไร้การตอบรับ...

           ลลินดาไม่ได้ออนไลน์เลยเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ เข้าไปแล้ว พิรเดชร้อนรุ่มในใจยิ่งนัก เขาจะไม่มีวันปล่อยให้เวลาล่วงเลยถึงขั้นหย่าร้างอย่างแน่นอน

           “โธ่เว้ย!!” โครม! โน้ตบุ๊กยี่ห้อดังถูกมือใหญ่ปัดกระเด็นลงจากโต๊ะข้างหัวเตียงอย่างไม่แยแสเมื่อทุกอย่างไม่สมกใจที่มันร้อนรุ่ม หลายชั่วโมงที่เขาสืบเสาะแกะรอยจากช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเปล่าประโยชน์ ดังเช่นเดียวกันกับที่วันนี้ทั้งวันก็ออกไปขับรถตามหาแต่ก็คว้าน้ำเหลว

           ตกดึกสงัด... ฝนยังคงตกเทไม่ขาดสายดั่งเช่นใจเขาก็กระวนกระวายไม่ลดละเช่นกัน แม้ตัวเขาเองและลลินดาจะมีปัญหาทะเลาะกันบ่อยครั้ง ซึ่งโดยส่วนมากแล้วก็เป็นแค่เรื่องพ่อแง่แม่งอนตามประสาคู่ผัวตัวเมีย หญิงสาวเป็นลูกคนเดียว ถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แน่นอนว่ามารดาของหล่อนเอาใจและทุ่มเทสารพัด ลลินดาจึงเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคนรอบข้างที่ต้องยอมให้กับหล่อน...

           แต่นั่นไม่ได้มีอะไรเลวร้าย เพราะหล่อนเป็นคนจิตใจดี มีเมตตาอาทรต่อผู้อื่นเสมอ อารมณ์ร้าย... แต่ไม่เคยคิดร้ายกับใคร ขี้โมโหแต่ก็มีเหตุผล ไม่เสแสร้ง เกลียดก็เกลียด ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ตรงไปตรงมา แต่ไม่กระโชกโฮกฮากอย่างคนไร้การอบรม หล่อนมีเสน่ห์ซ่อนเร้นอยู่ในตัวมากมายน่าค้นหา

           เขาจึงรักลลินดา... โดยไม่ต้องมีข้อแม้ใด ๆ ให้มากความ

           ทุก ๆ ครั้งเมื่อมีปากเสียงกันไม่ว่าเรื่องใด หญิงสาวมักหลบหน้ากลับไปพักอยู่กับมารดาที่บ้านเดิมเสมอ เขาจึงต้องเป็นฝ่ายตามไปง้อถึงที่เป็นประจำ บางครั้งสองวันสามวันก็รั้งตัวเมียรักกลับมาได้

           แต่บางครั้ง... หล่อนก็โกรธเขาจริงจังกินเวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะปรับความเข้าใจกันได้

           เช่นครั้งนี้ที่ก่อให้เกิดปัญหาลุกลามก็เช่นกัน...

เขาและหล่อนห่างเหินกันอยู่ร่วมสองสัปดาห์ ทะเลาะกันเพียงเพราะหญิงสาวไม่เห็นด้วยกับการยื่นซองประมูลโครงการก่อสร้างรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ซึ่งผู้ว่าจ้างเป็นคนรู้จักกับดาริน แต่หล่อนไม่ใคร่ชอบใจให้ร่วมงานนัก สาเหตุมาจากเหตุใดนั้นเขาไม่เคยถาม

เมื่อผลการประมูลปรากฏว่าเขาได้เซ็นสัญญากับโครงการดังกล่าว ปัญหาก็เกิดขึ้นในครอบครัวทันที ลลินดายื่นคำขาดไม่ยอมให้ร่วมงานกับทางนั้น รวมถึงต่อว่าที่ชายหนุ่มไม่ยอมรับฟังคำทัดทาน ไม่ยอมปรึกษาก่อนจะตัดสินใจ เหมือนเห็นหล่อนไม่มีความสำคัญ...

ความจริงแล้วไม่ใช่เลย สำหรับเขาอะไรที่เป็นงานและแน่ใจว่าจะรับมือได้ เขาไม่เคยบ่ายเบี่ยง เพราะไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนหล่อนกระมังจึงเล็งเห็นทุกงานที่เข้ามามีคุณค่าไปเสียทั้งหมด หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนบากบั่นขนาดนี้ มีหรือจะสามารถผลักดันตัวเองจนสามารถเคียงคู่กับดอกฟ้าอย่างลลินดาได้

ความแตกต่างก่อนหน้านี้มันก่อเกิดช่องว่างมากเหลือเกิน แต่เขา... ก็สามารถพิสูจน์ตัวเองโดยการสมานรอยทางนั้นได้อย่างเต็มภาคภูมิ ใช้เวลาเพียงสามปี เขาก็เพียรโหมงานจนสามารถมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างเป็นของตัวเอง จากแรกเริ่มที่เป็นแค่พนักงานสถาปนิกรับงานทั่วไป

เพื่ออะไรล่ะ... ที่ต้องพยายามขนาดนั้น

ก็เพื่อไม่ให้หญิงสาวที่เขารักเฝ้าถนอมต้องอับอายผู้คนว่าแต่งงานกับผู้ชายไม่เอาไหน ไม่สมฐานะ ทุกอย่างที่พากเพียรก็เพื่อความเสมอเหมือนสมบูรณ์แบบในชีวิตคู่ระหว่างเขาและหล่อน แล้วทำไม... มันถึงยังไม่เพียงพอสักที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป