บทนำ
“ถึงคุณจะแย่งลูกไปจากฉัน ก็มีเพียงฉันเท่านั้นที่เจ็บปวด ไม่ใช่แม่หรือใครทั้งนั้น”
เรณุการะบายความเจ็บปวดในใจออกมาจนหมดสิ้น ตั้งแต่เล็กจนโต มารดาไม่เคยพูดกับเธอด้วยคำที่อ่อนโยน ไม่เคยให้ความรักความอบอุ่น มีแต่ดุด่า ทุบตีสารพัด
พ่อเลี้ยงหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งเกิดความรู้สึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาจับใจ แล้วแบบนี้เขาจะใจร้ายใจดำกับเธอได้อีกอย่างไรกัน
“จะให้ฉันกราบก็ได้ ได้โปรดอย่าพรากลูกไปจากฉันเลยเขาคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีแรงลุกขึ้นมาต่อสู้กับโชคชะตาอันโหดร้าย ฉันสัญญานะว่าจะเลี้ยงเขาให้ดีให้ความรักความอบอุ่นแก่เขา อีกหน่อยคุณก็จะแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณรักแล้ว จะมีลูกหลายๆ คนก็ยังได้ อย่าเอาลูกฉันไปเลยนะขอร้องล่ะ”
เรณุกาพนมมือไหว้ทั้งน้ำตาลุกขึ้นเดินมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม ย่อตัวลงเพื่อก้มกราบอ้อนวอนขอลูกในท้องเอาไว้ ทำเอาหัวใจที่เคยด้านชาไร้ความรู้สึกถึงกับกระตุกวูบ ยอมแพ้ต่อคนตัวเล็กอย่างราบคาบ
บท 1
ฉัตรชบาหญิงวัยสี่สิบปีถูกอัคราบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนรบเร้าให้พามาหาพันตรีธนชาติผู้เป็นบิดา ที่ได้ย้ายมาประจำการอยู่ที่จังหวัดยะลา เป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม ปกติสามีเธอจะเป็นคนเดินทางไปเยี่ยมตนกับบุตรชายที่บ้านไร่ฟ้าเคียงดิน สองเดือนก็จะไปสักครั้งหนึ่ง แล้วแต่โอกาสและเวลาอำนวย โดยพันตรีธนชาติก็สั่งกำชับนักหนา ไม่ให้เดินทางมาหาเอง ซึ่งให้เหตุผลว่ากลัวจะเดินทางลำบาก ระยะทางก็ค่อนข้างไกลพอสมควร ที่สำคัญพื้นที่ที่เขาอยู่อันตรายมาก
แต่ที่ฉัตรชบาต้องเดินทางมาในครั้งนี้ เพราะทนฟังคำขอร้องแกมอ้อนวอนของบุตรชายไม่ไหว เนื่องจากอัคราต้องการมาบอกข่าวดีแก่พันตรีธนชาติด้วยตัวเอง ว่าเขานั้นสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่ หนำซ้ำยังได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดอีกด้วย หวังเป็นของขวัญครบรอบวันเกิดห้าสิบปีของบิดาในวันนี้ด้วย
แววตาเด็กหนุ่มมุ่งมั่นและตื่นเต้น ที่จะได้พบหน้าบิดาในรอบสองเดือนที่ผ่านมา และเขายังหยิบยกท่านให้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องการเรียน การกีฬา
“อีกไกลมั้ยครับคุณแม่” อัคราหันมาถามมารดา ขณะที่กำลังนั่งรถโดยสารไปยังบ้านพักของผู้เป็นบิดา
“แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ” ฉัตรชบาหันมาตอบพลางตบหลังมือบุตรชายเบาๆ ตนก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้บุตรชายเลยสักนิด เพราะมีข่าวดี จะบอกกับสามีเช่นเดียวกัน ว่ากำลังจะมีเจ้าตัวเล็กในท้อง คิดว่าเขาคงดีใจไม่น้อย เพราะเคยร่ำร้องมาตลอด อยากจะได้บุตรสาวจากเธออีกสักคน
“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง บ้านพักของผู้พันหลังนี้แหละครับ” ลุงคนขับรถตะโกนบอกสองแม่ลูก ทั้งสองจึงช่วยกันขนกระเป๋าลงจากรถ ก่อนฉัตรชบาจะเดินไปจ่ายค่าโดยสาร จากนั้นก็หันมาชักชวนบุตรชายเดินไปยืนหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านพัก
ยังไม่ทันได้กดออดเรียกคนในบ้าน หนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม น่าจะราวๆ ประมาณเจ็ดถึงแปดขวบเดินมาที่ประตูพอดี สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ฉัตรชบาไม่น้อย ที่เห็นเด็กผู้หญิงเดินมาเปิดประตู สามีเธอก็ไม่เคยกล่าวถึงให้ฟังเลยสักครั้ง แต่ต้องสะดุดความคิดไว้ชั่วขณะ
“มาหาใครคะ” หนูน้อยเอ่ยถาม แววตาใสซื่อคู่นั้นมองแขกมาเยือนเต็มไปด้วยความสงสัย
“แล้วเธอเป็นใคร มาอยู่ทำไมที่บ้านพ่อของฉัน” อัคราถามน้ำเสียงกระโชก ตามประสาเด็กวัยรุ่นใจร้อน จนร่างเล็กสะดุ้งตกใจ ถอยร่างติดขอบประตูทันที
“อย่าเสียงดังกับน้องสิตาอัคร ดูน้องตกใจหมดแล้วเห็นมั้ย” ฉัตรชบาหันไปดุบุตรชาย ก่อนย่อตัวลง เพื่อคุยกับเด็กหญิงตัวน้อยได้ถนัดขึ้น
“ฉันมาหาพันตรีธนชาติ ไม่ทราบว่าอยู่หรือเปล่าจ๊ะ”
“อยู่ค่ะ แต่คุณพ่อเพิ่งจะขึ้นไปพักผ่อน เมื่อตะกี้นี่เอง” สรรพนามของแม่หนูน้อยขานเรียกพันตรีธนชาตินั้น ทำเอาฉัตรชบาชะงักงัน รู้สึกถึงความไม่ปกติบางอย่าง อัคราเองก็ไม่ชอบใจนัก ที่มีคนมาเรียกบิดาตนว่าพ่อ เพราะเขากับน้องในท้องของมารดาเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เรียก
“งั้นช่วยพาฉัน ไปที่ห้องพันตรีธนชาติหน่อยได้มั้ยจ๊ะหนู”
“ได้ค่ะ” แม่หนูน้อยขานรับเบาๆ แล้วพาร่างเล็กของตัวเองเดินนำแขกขึ้นไปยังห้องนอนของคนเป็นพ่อเลี้ยง
“ห้องนี้ค่ะ เดี๋ยวหนูเคาะให้นะคะ”
“ไม่ต้อง” อัคราแย้งขึ้นมาเสียงขุ่น แล้วยกมือเคาะประตูเรียก เพียงไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมากระชากประตูเปิดออกด้วยท่าทางหงุดหงิด ที่มีคนมาขัดจังหวะความสุข
อัครากำลังอ้าปากถาม แต่ทว่าเสียงตะโกนของพันตรีธนชาติดังแทรกออกมา ก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึงในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเผ้ารุงรังไม่เป็นทรง สภาพบอกได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อก่อนหน้ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เท่านั้นเสียงหวีดร้องคล้ายคนใจสลายก็ดังก้องที่หน้าประตูห้องนอน เช่นเดียวกับพันตรีธนชาติเบิกตาโพลง ด้วยอารามตกใจ ไม่คาดคิดว่าภรรยากับบุตรชายจะเดินทางมาที่นี่ ในวันนี้และเวลานี้ด้วย จังหวะนั้นอัคราก็รีบเข้าไปโอบประคองร่างบางของมารดา ที่กำลังโอนเอนร่างไปมาราวกับนกปีกหัก
“เอ่อ...ฉัตร ตาอัครมาได้ยังไง” พันตรีธนชาติกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ขณะที่หัวใจเต้นระส่ำ ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“คุณพ่อทำแบบนี้กับคุณแม่ได้ยังไง” อัคราตะโกนใส่หน้าบิดาอันเป็นที่รักและภาคภูมิใจมาตลอด ขมวดคิ้วเครียดด้วยท่าทางโกรธจัด ซึ่งการกระทำนี้ เขาไม่เคยปฏิบัติต่อท่านมาก่อน แต่ในครั้งนี้สุดทนแล้วจริงๆ
“อัครออกไปก่อนนะลูก พ่อขอคุยกับแม่เราหน่อย เธอด้วยจันทรา” พันตรีธนชาติหันไปเอ่ยน้ำเสียงเครียดขรึมกับจันทราแม่ม่ายลูกติด ที่ตนรับเลี้ยงไว้เพียงสองเดือนเศษ
“ไม่! ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก ไปเถอะอัคร ต่อไปนี้ เราจะมีกันแค่สามคนแม่ลูกเท่านั้น” ฉัตรชบาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเจือเจ็บช้ำร้าวรานใจ พร้อมจับแขนบุตรชายไว้แน่น เพราะแทบจะไม่มีแรงพอที่จะหยัดยืนเองได้
“ฉัตรฟังพี่ก่อน” พันตรีธนชาติรีบผวาร่างตามออกไป แต่ไม่ทันได้แตะสัมผัสด้วยซ้ำ อีกฝ่ายเบี่ยงตัวออกไปอีกทางราวรังเกียจเดียดฉันท์
“ฉันมันโง่เอง คุณพ่อเคยเตือนแล้ว แต่ฉันก็ไม่ยอมฟัง ดื้อที่ใช้หัวใจตัดสิน เลือกที่จะแต่งงานกับคนอย่างคุณ” ฉัตรชบากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น ริมฝีปากบางเหยียดออกหยันๆ สมเพชตัวเองยิ่งนัก
“พี่ขอโทษฉัตร เอ่อ...พี่ไม่ได้”
“หยุด! ฉันไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวของคนเลวๆ อย่างคุณอีก เชิญพวกคุณเสพสุขกันตามสบาย ถ้าพร้อมเมื่อไหร่นัดวันหย่ามาเลย”
“ไม่นะ! ฉัตร พี่ไม่ยอมหย่าเด็ดขาด” พันตรีธนชาติสวนกลับทันควัน ไม่มีทางหรอกที่เขาจะหย่าขาดจากฉัตรชบา
“แล้วจันทรากับลูกล่ะคะผู้พัน” จันทรารีบเข้ามายื้อแขนพันตรีธนชาติไว้แน่น เมื่อคิดว่าเขานั้นกำลังเลือกภรรยาของเขา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ อุตส่าห์ลงทุนลงแรงสารพัด กว่าจะมาเป็นภรรยาน้อยนายทหารใหญ่ได้
“ลูก เธอหมายถึงหนูเรย์งั้นเหรอ” หนูเรย์ที่พันตรีธนชาติเอ่ยถึงนั้น คือเรณุกาเด็กสาววัยแปดขวบลูกของจันทราที่เกิดจากอดีตพลทหารที่เคยรับใช้ตนมาก่อน และได้ทิ้งให้จันทรากับบุตรสาวไว้กับเขาที่บ้านพัก
“ไม่ใช่ค่ะ ลูกในท้อง ลูกของเราสองคนไงคะ” จันทราจับมือใหญ่มาแตะหน้าท้องแบนเรียบของตน ใช้ช่วงจังหวะที่พันตรีธนชาติก้มลงมอง แอบส่งสายตาเยาะเย้ยไปทางสองแม่ลูก
“ลูกของเราเหรอ” พันตรีธนชาติย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ซึ่งการกระทำนั้นทำให้ฉัตรชบาตัดสินใจผละร่างออกจากอ้อมแขนบุตรชาย แล้ววิ่งหนีจากภาพบาดตาบาดใจ
“คุณแม่! อย่าวิ่ง คุณแม่กำลังท้องนะครับ” คำพูดของบุตรชาย ทำเอาพันตรีธนชาติตัวเย็นยะเยือก ก่อนจะดึงสติวิ่งตามภรรยาและบุตรชายลงไป แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเห็นภรรยานอนจมกองเลือดอยู่ที่กลางถนนกับรถคู่กรณี ซึ่งคนขับรถได้แต่พร่ำบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ในขณะนั้นเสียงร่ำไห้ของบุตรชายก็ดังลั่น
“ฉัตร! อย่าเป็นอะไรนะ พี่ขอโทษ” พันตรีธนชาติแทบสิ้นสติ ถลาร่างเข้าไปหาภรรยา ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อย่ามาแตะต้องแม่ผม ผมเกลียดพ่อ!!” อัคราตะโกนก้องใส่หน้าผู้เป็นบิดา ทำเอาใจคนฟังแทบใจสลาย เป็นความผิดของเขาเอง จะโทษใครได้ เพราะความมักมาก ไม่ยับยั้งชั่งใจ จนต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาล
บทล่าสุด
#132 บทที่ 132 132
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#131 บทที่ 131 131
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#130 บทที่ 130 130
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#129 บทที่ 129 129
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#128 บทที่ 128 128
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#127 บทที่ 127 127
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#126 บทที่ 126 126
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#125 บทที่ 125 125
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#124 บทที่ 124 124
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#123 บทที่ 123 123
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
ความรักที่หายไป
เขายังพาผู้หญิงที่ฉันเกลียดมาอยู่ต่อหน้าฉันแล้วพูดว่า "ลินทร์พิตาตั้งท้องแล้ว"
ทุกคนรู้ว่าฉันรักวรธันย์หมดหัวใจ เพื่อเขา ฉันยอมเสียสละทุกอย่างที่มี แม้กระทั่งทำให้ปลายนิ้วที่ใช้เล่นเปียโนของฉันบาดเจ็บอย่างถาวรเพื่อช่วยชีวิตเขา...
พวกเขาทุกคนหัวเราะเยาะฉัน แต่ฉันก็เซ็นเอกสารหย่าอย่างเด็ดเดี่ยวและจากไปตลอดกาล
ลุ้นรักซีอีโอร้าย (Inevitable Love)
"ถ้ากลัวผมจะทำเหรอ?" ซีอีโอหนุ่มย้อนถามถามด้วยน้ำเสียงเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ "สรุปว่าเด็กในท้องนี่... ลูกของผมใช่ไหม?"
หนึ่งคืนที่ผิดพลาด... กลายเป็นความลับที่ตราตรึงไปชั่วนิรันดร์
‘ไพลิน พิทักษ์โยธิน’ ทายาทสาวพันล้าน คืนสุดท้ายในลอนดอนควรเป็นการเฉลิมฉลองการเรียนจบที่แสนหวาน แต่เธอกลับตื่นขึ้นมาบนเตียงของชายแปลกหน้าพร้อมกับความสาวที่สูญสลายไป
ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำขอโทษ มีเพียงความละอายและความเจ็บปวดที่เธอฝังลึกไว้เพียงลำพัง
จนกระทั่งรอยผิดพลาดในคืนนั้นเริ่มงอกเงยขึ้นในครรภ์!
‘มาร์คัส แกร์ริสัน’ ซีอีโอหนุ่มผู้ยืนอยู่บนยอดของอาณาจักรเทคโนโลยีโรโบติกส์ระดับโลก เขาเป็นทั้งอัจฉริยะและปริศนา ร่ำรวยแต่เย็นชา ปิดกั้นหัวใจจากความรักมานานนับปี
ทว่าหญิงสาวแปลกหน้าในคืนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงรอยเล็บที่สลักลึกบนแผ่นหลังและความโหยหาที่กัดกินใจเขาจนไม่อาจลบเลือน
เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงทั้งคู่ให้มาเจอกันอีกครั้งในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ มาร์คัสจำเจ้าของรอยเล็บบนแผ่นหลังได้แม่นยำตั้งแต่วินาทีแรก
ยิ่งเห็นหน้าท้องที่เริ่มนูนเด่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่านั่นคือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา
ไม่มีเมีย..ก็ไม่มีชีวิต
เสียงของเขาเย็นชาและบาดหู “คุณเป็นภรรยาของผม มีหน้าที่ตอบสนองความต้องการทางร่างกายของผมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย”
“สงครามเย็นของเรายังไม่จบนะ!” การขัดขืนของฉันไร้ประโยชน์ เขาได้สอดใส่เข้ามาในร่างกายของฉันแล้ว
มืออันเย็นเฉียบของเขาลูบไล้หน้าอกของฉัน ชีวิตแต่งงานห้าปี กับการมีเซ็กส์นับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เขารู้ดีว่าจะปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการของฉันได้อย่างไร
ในจังหวะที่ร่างกายของฉันสั่นระริกและกำลังจะแตะขอบสวรรค์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นกะทันหัน เขาหยุดการกระทำทันที เอามือปิดปากฉันไว้ แล้วกดรับสาย
ปลายสายเป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาเบาๆ ว่า “ที่รักคะ ฉันอยู่ที่นี่แล้วนะ”
Dangerous มาเฟียกุมรัก
การเริ่มต้นจากความเข้าใจผิด สุดท้ายแล้วจะจบด้วยความเข้าใจได้จริงไหม…
เมื่อวิศวะดุหวงเด็ก
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้













