บทนำ
“ถึงคุณจะแย่งลูกไปจากฉัน ก็มีเพียงฉันเท่านั้นที่เจ็บปวด ไม่ใช่แม่หรือใครทั้งนั้น”
เรณุการะบายความเจ็บปวดในใจออกมาจนหมดสิ้น ตั้งแต่เล็กจนโต มารดาไม่เคยพูดกับเธอด้วยคำที่อ่อนโยน ไม่เคยให้ความรักความอบอุ่น มีแต่ดุด่า ทุบตีสารพัด
พ่อเลี้ยงหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งเกิดความรู้สึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาจับใจ แล้วแบบนี้เขาจะใจร้ายใจดำกับเธอได้อีกอย่างไรกัน
“จะให้ฉันกราบก็ได้ ได้โปรดอย่าพรากลูกไปจากฉันเลยเขาคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีแรงลุกขึ้นมาต่อสู้กับโชคชะตาอันโหดร้าย ฉันสัญญานะว่าจะเลี้ยงเขาให้ดีให้ความรักความอบอุ่นแก่เขา อีกหน่อยคุณก็จะแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณรักแล้ว จะมีลูกหลายๆ คนก็ยังได้ อย่าเอาลูกฉันไปเลยนะขอร้องล่ะ”
เรณุกาพนมมือไหว้ทั้งน้ำตาลุกขึ้นเดินมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม ย่อตัวลงเพื่อก้มกราบอ้อนวอนขอลูกในท้องเอาไว้ ทำเอาหัวใจที่เคยด้านชาไร้ความรู้สึกถึงกับกระตุกวูบ ยอมแพ้ต่อคนตัวเล็กอย่างราบคาบ
บท 1
ฉัตรชบาหญิงวัยสี่สิบปีถูกอัคราบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนรบเร้าให้พามาหาพันตรีธนชาติผู้เป็นบิดา ที่ได้ย้ายมาประจำการอยู่ที่จังหวัดยะลา เป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม ปกติสามีเธอจะเป็นคนเดินทางไปเยี่ยมตนกับบุตรชายที่บ้านไร่ฟ้าเคียงดิน สองเดือนก็จะไปสักครั้งหนึ่ง แล้วแต่โอกาสและเวลาอำนวย โดยพันตรีธนชาติก็สั่งกำชับนักหนา ไม่ให้เดินทางมาหาเอง ซึ่งให้เหตุผลว่ากลัวจะเดินทางลำบาก ระยะทางก็ค่อนข้างไกลพอสมควร ที่สำคัญพื้นที่ที่เขาอยู่อันตรายมาก
แต่ที่ฉัตรชบาต้องเดินทางมาในครั้งนี้ เพราะทนฟังคำขอร้องแกมอ้อนวอนของบุตรชายไม่ไหว เนื่องจากอัคราต้องการมาบอกข่าวดีแก่พันตรีธนชาติด้วยตัวเอง ว่าเขานั้นสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่ หนำซ้ำยังได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดอีกด้วย หวังเป็นของขวัญครบรอบวันเกิดห้าสิบปีของบิดาในวันนี้ด้วย
แววตาเด็กหนุ่มมุ่งมั่นและตื่นเต้น ที่จะได้พบหน้าบิดาในรอบสองเดือนที่ผ่านมา และเขายังหยิบยกท่านให้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องการเรียน การกีฬา
“อีกไกลมั้ยครับคุณแม่” อัคราหันมาถามมารดา ขณะที่กำลังนั่งรถโดยสารไปยังบ้านพักของผู้เป็นบิดา
“แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ” ฉัตรชบาหันมาตอบพลางตบหลังมือบุตรชายเบาๆ ตนก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้บุตรชายเลยสักนิด เพราะมีข่าวดี จะบอกกับสามีเช่นเดียวกัน ว่ากำลังจะมีเจ้าตัวเล็กในท้อง คิดว่าเขาคงดีใจไม่น้อย เพราะเคยร่ำร้องมาตลอด อยากจะได้บุตรสาวจากเธออีกสักคน
“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง บ้านพักของผู้พันหลังนี้แหละครับ” ลุงคนขับรถตะโกนบอกสองแม่ลูก ทั้งสองจึงช่วยกันขนกระเป๋าลงจากรถ ก่อนฉัตรชบาจะเดินไปจ่ายค่าโดยสาร จากนั้นก็หันมาชักชวนบุตรชายเดินไปยืนหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านพัก
ยังไม่ทันได้กดออดเรียกคนในบ้าน หนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม น่าจะราวๆ ประมาณเจ็ดถึงแปดขวบเดินมาที่ประตูพอดี สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ฉัตรชบาไม่น้อย ที่เห็นเด็กผู้หญิงเดินมาเปิดประตู สามีเธอก็ไม่เคยกล่าวถึงให้ฟังเลยสักครั้ง แต่ต้องสะดุดความคิดไว้ชั่วขณะ
“มาหาใครคะ” หนูน้อยเอ่ยถาม แววตาใสซื่อคู่นั้นมองแขกมาเยือนเต็มไปด้วยความสงสัย
“แล้วเธอเป็นใคร มาอยู่ทำไมที่บ้านพ่อของฉัน” อัคราถามน้ำเสียงกระโชก ตามประสาเด็กวัยรุ่นใจร้อน จนร่างเล็กสะดุ้งตกใจ ถอยร่างติดขอบประตูทันที
“อย่าเสียงดังกับน้องสิตาอัคร ดูน้องตกใจหมดแล้วเห็นมั้ย” ฉัตรชบาหันไปดุบุตรชาย ก่อนย่อตัวลง เพื่อคุยกับเด็กหญิงตัวน้อยได้ถนัดขึ้น
“ฉันมาหาพันตรีธนชาติ ไม่ทราบว่าอยู่หรือเปล่าจ๊ะ”
“อยู่ค่ะ แต่คุณพ่อเพิ่งจะขึ้นไปพักผ่อน เมื่อตะกี้นี่เอง” สรรพนามของแม่หนูน้อยขานเรียกพันตรีธนชาตินั้น ทำเอาฉัตรชบาชะงักงัน รู้สึกถึงความไม่ปกติบางอย่าง อัคราเองก็ไม่ชอบใจนัก ที่มีคนมาเรียกบิดาตนว่าพ่อ เพราะเขากับน้องในท้องของมารดาเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เรียก
“งั้นช่วยพาฉัน ไปที่ห้องพันตรีธนชาติหน่อยได้มั้ยจ๊ะหนู”
“ได้ค่ะ” แม่หนูน้อยขานรับเบาๆ แล้วพาร่างเล็กของตัวเองเดินนำแขกขึ้นไปยังห้องนอนของคนเป็นพ่อเลี้ยง
“ห้องนี้ค่ะ เดี๋ยวหนูเคาะให้นะคะ”
“ไม่ต้อง” อัคราแย้งขึ้นมาเสียงขุ่น แล้วยกมือเคาะประตูเรียก เพียงไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมากระชากประตูเปิดออกด้วยท่าทางหงุดหงิด ที่มีคนมาขัดจังหวะความสุข
อัครากำลังอ้าปากถาม แต่ทว่าเสียงตะโกนของพันตรีธนชาติดังแทรกออกมา ก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึงในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเผ้ารุงรังไม่เป็นทรง สภาพบอกได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อก่อนหน้ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เท่านั้นเสียงหวีดร้องคล้ายคนใจสลายก็ดังก้องที่หน้าประตูห้องนอน เช่นเดียวกับพันตรีธนชาติเบิกตาโพลง ด้วยอารามตกใจ ไม่คาดคิดว่าภรรยากับบุตรชายจะเดินทางมาที่นี่ ในวันนี้และเวลานี้ด้วย จังหวะนั้นอัคราก็รีบเข้าไปโอบประคองร่างบางของมารดา ที่กำลังโอนเอนร่างไปมาราวกับนกปีกหัก
“เอ่อ...ฉัตร ตาอัครมาได้ยังไง” พันตรีธนชาติกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ขณะที่หัวใจเต้นระส่ำ ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“คุณพ่อทำแบบนี้กับคุณแม่ได้ยังไง” อัคราตะโกนใส่หน้าบิดาอันเป็นที่รักและภาคภูมิใจมาตลอด ขมวดคิ้วเครียดด้วยท่าทางโกรธจัด ซึ่งการกระทำนี้ เขาไม่เคยปฏิบัติต่อท่านมาก่อน แต่ในครั้งนี้สุดทนแล้วจริงๆ
“อัครออกไปก่อนนะลูก พ่อขอคุยกับแม่เราหน่อย เธอด้วยจันทรา” พันตรีธนชาติหันไปเอ่ยน้ำเสียงเครียดขรึมกับจันทราแม่ม่ายลูกติด ที่ตนรับเลี้ยงไว้เพียงสองเดือนเศษ
“ไม่! ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก ไปเถอะอัคร ต่อไปนี้ เราจะมีกันแค่สามคนแม่ลูกเท่านั้น” ฉัตรชบาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเจือเจ็บช้ำร้าวรานใจ พร้อมจับแขนบุตรชายไว้แน่น เพราะแทบจะไม่มีแรงพอที่จะหยัดยืนเองได้
“ฉัตรฟังพี่ก่อน” พันตรีธนชาติรีบผวาร่างตามออกไป แต่ไม่ทันได้แตะสัมผัสด้วยซ้ำ อีกฝ่ายเบี่ยงตัวออกไปอีกทางราวรังเกียจเดียดฉันท์
“ฉันมันโง่เอง คุณพ่อเคยเตือนแล้ว แต่ฉันก็ไม่ยอมฟัง ดื้อที่ใช้หัวใจตัดสิน เลือกที่จะแต่งงานกับคนอย่างคุณ” ฉัตรชบากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น ริมฝีปากบางเหยียดออกหยันๆ สมเพชตัวเองยิ่งนัก
“พี่ขอโทษฉัตร เอ่อ...พี่ไม่ได้”
“หยุด! ฉันไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวของคนเลวๆ อย่างคุณอีก เชิญพวกคุณเสพสุขกันตามสบาย ถ้าพร้อมเมื่อไหร่นัดวันหย่ามาเลย”
“ไม่นะ! ฉัตร พี่ไม่ยอมหย่าเด็ดขาด” พันตรีธนชาติสวนกลับทันควัน ไม่มีทางหรอกที่เขาจะหย่าขาดจากฉัตรชบา
“แล้วจันทรากับลูกล่ะคะผู้พัน” จันทรารีบเข้ามายื้อแขนพันตรีธนชาติไว้แน่น เมื่อคิดว่าเขานั้นกำลังเลือกภรรยาของเขา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ อุตส่าห์ลงทุนลงแรงสารพัด กว่าจะมาเป็นภรรยาน้อยนายทหารใหญ่ได้
“ลูก เธอหมายถึงหนูเรย์งั้นเหรอ” หนูเรย์ที่พันตรีธนชาติเอ่ยถึงนั้น คือเรณุกาเด็กสาววัยแปดขวบลูกของจันทราที่เกิดจากอดีตพลทหารที่เคยรับใช้ตนมาก่อน และได้ทิ้งให้จันทรากับบุตรสาวไว้กับเขาที่บ้านพัก
“ไม่ใช่ค่ะ ลูกในท้อง ลูกของเราสองคนไงคะ” จันทราจับมือใหญ่มาแตะหน้าท้องแบนเรียบของตน ใช้ช่วงจังหวะที่พันตรีธนชาติก้มลงมอง แอบส่งสายตาเยาะเย้ยไปทางสองแม่ลูก
“ลูกของเราเหรอ” พันตรีธนชาติย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ซึ่งการกระทำนั้นทำให้ฉัตรชบาตัดสินใจผละร่างออกจากอ้อมแขนบุตรชาย แล้ววิ่งหนีจากภาพบาดตาบาดใจ
“คุณแม่! อย่าวิ่ง คุณแม่กำลังท้องนะครับ” คำพูดของบุตรชาย ทำเอาพันตรีธนชาติตัวเย็นยะเยือก ก่อนจะดึงสติวิ่งตามภรรยาและบุตรชายลงไป แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเห็นภรรยานอนจมกองเลือดอยู่ที่กลางถนนกับรถคู่กรณี ซึ่งคนขับรถได้แต่พร่ำบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ในขณะนั้นเสียงร่ำไห้ของบุตรชายก็ดังลั่น
“ฉัตร! อย่าเป็นอะไรนะ พี่ขอโทษ” พันตรีธนชาติแทบสิ้นสติ ถลาร่างเข้าไปหาภรรยา ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อย่ามาแตะต้องแม่ผม ผมเกลียดพ่อ!!” อัคราตะโกนก้องใส่หน้าผู้เป็นบิดา ทำเอาใจคนฟังแทบใจสลาย เป็นความผิดของเขาเอง จะโทษใครได้ เพราะความมักมาก ไม่ยับยั้งชั่งใจ จนต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาล
บทล่าสุด
#132 บทที่ 132 132
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#131 บทที่ 131 131
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#130 บทที่ 130 130
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#129 บทที่ 129 129
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#128 บทที่ 128 128
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#127 บทที่ 127 127
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#126 บทที่ 126 126
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#125 บทที่ 125 125
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#124 บทที่ 124 124
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#123 บทที่ 123 123
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
พลาดรักร้ายนายวิศวะ
"พี่สาวฉันไม่ใช่ผู้หญิงขายตัว อย่างที่พี่เข้าใจ" มิริณสวนกลับอรัณอย่างไม่ยอมทันที
"เป็นเด็กN มันไม่ได้ต่างกับผู้หญิงขายตัว" อรัณจับข้อมือเรียวเล็กของมิริณเอาไว้แน่น ด้วยความโกรธและโมโห ใบสวยหวานไร้กรอบแว่นตา จ้องมองคนปากร้ายโดยไม่เกรงกลัวแต่อย่างใด
"ถ้าเกลียดผู้หญิงขายตัว เกลียดพี่สาวฉัน เกลียดฉันมากนัก พี่ก็เลิกยุ่งกับฉันเสียทีสิ" มิริณกดน้ำเสียงโดยความไม่พอใจ พร้อมกับสะบัดมือออกจากแขนของอรัณ
"ถ้าอยากเป็นเด็กขายตัวตามพี่สาวของเธอนัก ก็มาขายให้ฉันเสียสิ จะได้ไม่ต้องวิ่งหาคนอื่นให้มันเหนื่อย แค่นอนให้ฉันกระแทกก็พอ"
"พี่รัณ" มิริณตระโกนใส่หน้าอรัณด้วยความโกรธจัด
!! เพี๊ยะ !! พร้อมกับตะเบ่งฝามือฝาดใบหน้าอันหล่อเหลาของอรัณด้วยที่เขานั้นดูถูกเธอไม่หยุด
ใบหน้าของอรัณหันไปตามแรงตบและมอง มิริณมาด้วยสายตาดุดัน
"ขอซื้อดีๆ ไม่ขาย งั้นก็โดนฉันกระแทกก่อน แล้วค่อยคิดราคามาละกัน" พูดจบอรัณก็ระดมจูบคนตัวเล็กไปทั่วทั้งใบหน้าด้วยความโมโห
คลั่งรักร้ายนายวิศวะ
"ปล่อยนะพี่ริว พี่ไม่ใช่ ผัว..." เสียงเล็กถูกกลื้นหายในลำคอ เมื่อโดนคนใจร้ายตรงหน้าระดมจูบไปทั้งใบหน้า อย่างไม่ทันตั้งตัว ริวถอนจูบออก เสมองคนตรงหน้าอย่างเย้ยหยัน
"ผัว...ที่เอาเธอคนแรกหนะ"
"พี่ริว..." เจนิสตะเบ่งเสียงด้วยสีหน้าอันโกรธจัด
"ทำไม เรียกชื่อพี่บ่อยแบบนี้ละครับ" ริวเอ่ยพร้อมกับสบตาคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดัน
"คิดว่าคืนนี้เธอจะรอดเหรอ" ริวตะเบ่งเสียงขึ้นมา จนร่างบางถึงกับชะงัก
"ปล่อย...นะ คนเลว" ยิ่งเธอต่อต้านเขายิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น
"เอาดิ...เธอตบ ฉันจูบ..." ริวเอ่ยพร้อมกับจ้องมองด้วยสายตาดุดัน
Dangerous Engineering เขตรักอันตราย นายวิศวะ
“หยุดมโนเลยอ้วน กูแค่ให้เกียร์ ไม่ได้คิดจะเอาทำเมีย” ชิ! เบรกซะฉันล้อลากเลยไอ้พี่บ้านี่
ใครจะอยากไปเป็นเมียนักเลงแบบพี่ล่ะ
“ไม่รู้ล่ะ ใจพี่อยู่ที่นิ่มแล้ว” ฉันพูดออกไป
ก็ฉันเคยได้ยินพี่ ๆ พูดว่าใจอยู่เกียร์ เพราะงั้นเขาก็ให้ฉันแล้ว สรุปแล้วหัวใจเขาอยู่ที่ฉัน
“มโนล้วน ๆ เลยนะมึง” พี่เคลิ้มเขาส่ายหัวใส่ฉัน แล้วจากนั้นเขาก็ขับรถออกจากข้างทางที่อยู่ข้างบ้านหลังใหญ่ที่เขาเดินหายเข้าไป
“เดี๋ยวนิ่มจะดูแลให้ดีเลยนะจ๊ะ” ฉันฉีกยิ้มใส่พี่เคลิ้ม
ก็ตอนนี้พี่เขาอกหัก ฉันก็แค่อยากเห็นพี่เขายิ้มก็แค่นั้น
“เรื่องของมึง เพราะกูไม่สนใจ มึงจะทิ้งก็ได้นะถ้ามันเกะกะลูกตามึง หรือจะให้กูโยนทิ้งตอนนี้ก็ได้นะ”
“อย่ามายุ่งกับของนิ่มนะ! ตอนนี้มันเป็นของนิ่มแล้ว พี่ห้ามยุ่ง”
“มโนอะไรก็มโนไป แต่อย่ามโนว่ากูเป็นผัวมึงก็พอ เพราะมันเป็นไปไม่ได้”
“ชิ! คิดว่านิ่มอยากเป็นเมียพี่หรือไง ฝันไปเถอะ นักเลงอย่างพี่เคลิ้ม นุ่มนิ่มไม่เอามาเป็นผัวหรอก ปวดหัวเรื่องผู้หญิงที่เยอะอย่างกะฝูงวัวฝูงควาย แล้วนิ่มก็ไม่มีปัญญาวิ่งหนีคู่อริพี่ด้วย นิ่มอ้วน นิ่มเหนื่อย”
“มึงมโนไปไกลแล้วนะอ้วน หยุดต่อมมโนมึงเดี๋ยวนี้”
(ผัว) เด็กมันร้าย BAD LOVE
“ตุลดูรถให้พี่หน่อยสิรถเป็นอะไรไม่รู้ติดๆ ดับๆ”
“วันก่อนแอร์เสีย เมื่อวานยางรั่ว วันนี้ติดๆ ดับๆ ถ้าจะเป็นบ่อยขนาดนี้แนะนำให้ซื้อใหม่!!” เขาบอกแบบไม่สบอารมณ์ คงจะดูออกมาฉันจงใจมาเจอ
“จะซื้อใหม่ให้เปลืองเงินทำไม พี่ชอบรถคันนี้นะมีปัญหาบ่อยดี ^_^”
“ไม่ชอบคนแก่…มากประสบการณ์”
คำพูดของตุลทำให้ฉันหน้าเหวอกันเลยทีเดียว ครั้งแรกที่มีคนพูดว่าฉันแก่ แถมยังบอกว่ามากประสบการณ์อีก ฉันยังบริสุทธิ์อยู่นะไอ้เด็กบ้า!!
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
ขย่มรักมาเฟีย
"ความทรงจำบ้าบออะไรของคุณ ฉันไม่อยากจะทบทวนอะไรทั้งนั้น ออกไปห่างๆฉันเลยนะ...อื้อ...ปล่อยฉันสิ ไอ้มาเฟียบ้า...จะมายุ่งกับฉันทำไมห้ะ!...."
"ไม่ยุ่งกับเมีย...แล้วจะให้ไปยุ่งกับหมาแมวที่ไหนล่ะหึ...ไม่ได้เจอตั้งนาน...คิดถึงดุ้นของผมไหม...อยากจะอม...อยากจะเลียเหมือนที่เคยทำหรือเปล่า...."
"ไม่....ถ้าคุณเสี้ยนมากนักก็ไปเอากับผู้หญิงของคุณสิ..ผู้หญิงพวกนั้นเขาเต็มใจทำให้คุณแบบถึงอกถึงใจ คุณจะมาบีบบังคับฉันให้เสียแรงทำไม"
"ก็ผู้หญิงพวกนั้นมันไม่ตื่นเต้นเหมือนกับคุณนิ....ผมชอบใช้แรง...โดยเฉพาะกับคุณ....ชอบเยแรงๆ....ตอกแบบจุกๆ และที่สำคัญผมชอบตอนที่คุณครางเหมือนคนกำลังจะตายตอนที่ผมกำลังเอาคุณ"
"ใครโดนคุณเอาก็ต้องครางเหมือนจะตายกันทั้งนั้นแหละ ใหญ่เกินบ้านเกินเมืองซะขนาดนั้น ไปผู้หญิงเอาพวกนั้นไป อย่ามายุ่งกับฉัน...อื้อ...ปล่อยฉันสิ"
"ทำไมชอบไล่ให้ผมไปเอาคนอื่นนักหึ....ไม่เข้าใจเหรอว่าผมจะเอาคุณ....ผมชอบหอยฟิตๆของคุณมากกว่า...ผมหลง...ผมคลั่งไคล้...และผมก็อยากจะได้มันอีก...หลายๆครั้ง....ซ้ำแล้วซ้ำเล่า....จนกว่าหอยน้อยๆของคุณมันจะรับไม่ไหว...อืม....ไม่ได้เอามานานแล้ว....คุณให้ใครมาซ้ำรอยผมหรือเปล่า...."
ลิขิตรักนายสุดหื่น
เรื่องย่อ....
“คุณอัสลาน… คุณออกไปห่างๆฉันหน่อยได้ไหม…ห้องครัวนี่มันก็กว้างมากเลยนะคุณ ทำไมคุณต้องมาใกล้ฉันขนาดนี้ด้วย…”
“ก็ผมอยากจะดูว่าคุณใส่ยาเสน่ห์อะไรลงไปในอาหารหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ผมรู้สึกโหยหาคุณตลอดเลย…”
“ใครจะบ้ามาใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกินล่ะ แค่นี้ฉันก็แทบไม่ได้นอนแล้ว… ขืนใส่ยาเสน่ห์ให้คุณกิน ฉันไม่นอนแกผ้าให้คุณเอาทั้งวันเลยเหรอ…”
“หึๆ…ก็คุณมันน่ามั่นเขี้ยวนิ จะจับจะตบตรงไหนก็แน่นไปหมดเลย…แถมกลิ่นตัวก็หอมไปยันหอยเลย…อืม…พูดไปแล้วขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยสิ วันนี้ทำงานมาโคตรเหนื่อยเลย…”
“อื้อ…คุณจะทำอะไรน่ะคุณฮัสลาน นี่มันในห้องครัวนะคุณ…เดี๋ยวพวกแม่บ้านเดินเข้ามาจะทำยังไงคะ…ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยค่ะ จะมาดมอะไรตรงนี้”
“ก็ผมอยากดมตอนนี้ไงคุณ…เห็นหน้าคุณแล้วผมก็รู้สึกเสี้ยนจนทนไม่ไหวแล้วเนี่ย…ขอผมดมให้ชื่นใจหน่อยเถอะ”
“อ้ะ….คุณอัสลาน….อื้อ….ทำไมคุณมันหื่นแบบนี้เนี่ย….เอามือของคุณออกไปนะ เดี๋ยวคนมาเห็น….อ้ะ…ซี๊ด…อ่าส์….”
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
รัก(ลับ)นายวิศวะ
"เงินนายอาจจะซื้อคนอื่นได้
แต่...ซื้อคนอย่างฉัน...ไม่ได้"
"คำพูดเธอแม่งโครตจะดูแพง
เลยวะ..." เจมส์เสมองร่างบางราวกับดูถูกผู้หญิงที่ตนกำลังสนใจ
"แต่ที่จริงถูกยิ่งกว่าแจกฟรี..."
"เพียะ"
อันนาฟาดฝ่ามือเรียวเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเจมส์ด้วยถ้อยคำที่ดูถูกและเหยียดหยาม
"เธอ..."
เจมส์จ้องอันนามาด้วยสายตาอันดุดัน ยัยนี้กล้าดียังไงมาตบหน้าเขาถึงสองครั้ง













