บทนำ
“ถึงคุณจะแย่งลูกไปจากฉัน ก็มีเพียงฉันเท่านั้นที่เจ็บปวด ไม่ใช่แม่หรือใครทั้งนั้น”
เรณุการะบายความเจ็บปวดในใจออกมาจนหมดสิ้น ตั้งแต่เล็กจนโต มารดาไม่เคยพูดกับเธอด้วยคำที่อ่อนโยน ไม่เคยให้ความรักความอบอุ่น มีแต่ดุด่า ทุบตีสารพัด
พ่อเลี้ยงหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งเกิดความรู้สึกสงสารหญิงสาวขึ้นมาจับใจ แล้วแบบนี้เขาจะใจร้ายใจดำกับเธอได้อีกอย่างไรกัน
“จะให้ฉันกราบก็ได้ ได้โปรดอย่าพรากลูกไปจากฉันเลยเขาคือสิ่งเดียวที่ทำให้ฉันมีแรงลุกขึ้นมาต่อสู้กับโชคชะตาอันโหดร้าย ฉันสัญญานะว่าจะเลี้ยงเขาให้ดีให้ความรักความอบอุ่นแก่เขา อีกหน่อยคุณก็จะแต่งงานกับผู้หญิงที่คุณรักแล้ว จะมีลูกหลายๆ คนก็ยังได้ อย่าเอาลูกฉันไปเลยนะขอร้องล่ะ”
เรณุกาพนมมือไหว้ทั้งน้ำตาลุกขึ้นเดินมายืนอยู่เบื้องหน้าชายหนุ่ม ย่อตัวลงเพื่อก้มกราบอ้อนวอนขอลูกในท้องเอาไว้ ทำเอาหัวใจที่เคยด้านชาไร้ความรู้สึกถึงกับกระตุกวูบ ยอมแพ้ต่อคนตัวเล็กอย่างราบคาบ
บท 1
ฉัตรชบาหญิงวัยสี่สิบปีถูกอัคราบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนรบเร้าให้พามาหาพันตรีธนชาติผู้เป็นบิดา ที่ได้ย้ายมาประจำการอยู่ที่จังหวัดยะลา เป็นเวลาเกือบสองปีเต็ม ปกติสามีเธอจะเป็นคนเดินทางไปเยี่ยมตนกับบุตรชายที่บ้านไร่ฟ้าเคียงดิน สองเดือนก็จะไปสักครั้งหนึ่ง แล้วแต่โอกาสและเวลาอำนวย โดยพันตรีธนชาติก็สั่งกำชับนักหนา ไม่ให้เดินทางมาหาเอง ซึ่งให้เหตุผลว่ากลัวจะเดินทางลำบาก ระยะทางก็ค่อนข้างไกลพอสมควร ที่สำคัญพื้นที่ที่เขาอยู่อันตรายมาก
แต่ที่ฉัตรชบาต้องเดินทางมาในครั้งนี้ เพราะทนฟังคำขอร้องแกมอ้อนวอนของบุตรชายไม่ไหว เนื่องจากอัคราต้องการมาบอกข่าวดีแก่พันตรีธนชาติด้วยตัวเอง ว่าเขานั้นสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่ หนำซ้ำยังได้คะแนนเป็นอันดับหนึ่งของจังหวัดอีกด้วย หวังเป็นของขวัญครบรอบวันเกิดห้าสิบปีของบิดาในวันนี้ด้วย
แววตาเด็กหนุ่มมุ่งมั่นและตื่นเต้น ที่จะได้พบหน้าบิดาในรอบสองเดือนที่ผ่านมา และเขายังหยิบยกท่านให้เป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องการเรียน การกีฬา
“อีกไกลมั้ยครับคุณแม่” อัคราหันมาถามมารดา ขณะที่กำลังนั่งรถโดยสารไปยังบ้านพักของผู้เป็นบิดา
“แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ” ฉัตรชบาหันมาตอบพลางตบหลังมือบุตรชายเบาๆ ตนก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้บุตรชายเลยสักนิด เพราะมีข่าวดี จะบอกกับสามีเช่นเดียวกัน ว่ากำลังจะมีเจ้าตัวเล็กในท้อง คิดว่าเขาคงดีใจไม่น้อย เพราะเคยร่ำร้องมาตลอด อยากจะได้บุตรสาวจากเธออีกสักคน
“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง บ้านพักของผู้พันหลังนี้แหละครับ” ลุงคนขับรถตะโกนบอกสองแม่ลูก ทั้งสองจึงช่วยกันขนกระเป๋าลงจากรถ ก่อนฉัตรชบาจะเดินไปจ่ายค่าโดยสาร จากนั้นก็หันมาชักชวนบุตรชายเดินไปยืนหยุดอยู่ที่หน้าประตูบ้านพัก
ยังไม่ทันได้กดออดเรียกคนในบ้าน หนูน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม น่าจะราวๆ ประมาณเจ็ดถึงแปดขวบเดินมาที่ประตูพอดี สร้างความแปลกประหลาดใจแก่ฉัตรชบาไม่น้อย ที่เห็นเด็กผู้หญิงเดินมาเปิดประตู สามีเธอก็ไม่เคยกล่าวถึงให้ฟังเลยสักครั้ง แต่ต้องสะดุดความคิดไว้ชั่วขณะ
“มาหาใครคะ” หนูน้อยเอ่ยถาม แววตาใสซื่อคู่นั้นมองแขกมาเยือนเต็มไปด้วยความสงสัย
“แล้วเธอเป็นใคร มาอยู่ทำไมที่บ้านพ่อของฉัน” อัคราถามน้ำเสียงกระโชก ตามประสาเด็กวัยรุ่นใจร้อน จนร่างเล็กสะดุ้งตกใจ ถอยร่างติดขอบประตูทันที
“อย่าเสียงดังกับน้องสิตาอัคร ดูน้องตกใจหมดแล้วเห็นมั้ย” ฉัตรชบาหันไปดุบุตรชาย ก่อนย่อตัวลง เพื่อคุยกับเด็กหญิงตัวน้อยได้ถนัดขึ้น
“ฉันมาหาพันตรีธนชาติ ไม่ทราบว่าอยู่หรือเปล่าจ๊ะ”
“อยู่ค่ะ แต่คุณพ่อเพิ่งจะขึ้นไปพักผ่อน เมื่อตะกี้นี่เอง” สรรพนามของแม่หนูน้อยขานเรียกพันตรีธนชาตินั้น ทำเอาฉัตรชบาชะงักงัน รู้สึกถึงความไม่ปกติบางอย่าง อัคราเองก็ไม่ชอบใจนัก ที่มีคนมาเรียกบิดาตนว่าพ่อ เพราะเขากับน้องในท้องของมารดาเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เรียก
“งั้นช่วยพาฉัน ไปที่ห้องพันตรีธนชาติหน่อยได้มั้ยจ๊ะหนู”
“ได้ค่ะ” แม่หนูน้อยขานรับเบาๆ แล้วพาร่างเล็กของตัวเองเดินนำแขกขึ้นไปยังห้องนอนของคนเป็นพ่อเลี้ยง
“ห้องนี้ค่ะ เดี๋ยวหนูเคาะให้นะคะ”
“ไม่ต้อง” อัคราแย้งขึ้นมาเสียงขุ่น แล้วยกมือเคาะประตูเรียก เพียงไม่นานก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินมากระชากประตูเปิดออกด้วยท่าทางหงุดหงิด ที่มีคนมาขัดจังหวะความสุข
อัครากำลังอ้าปากถาม แต่ทว่าเสียงตะโกนของพันตรีธนชาติดังแทรกออกมา ก่อนเจ้าตัวจะเดินมาถึงในชุดคลุมอาบน้ำ ผมเผ้ารุงรังไม่เป็นทรง สภาพบอกได้อย่างชัดเจนว่าเมื่อก่อนหน้ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เท่านั้นเสียงหวีดร้องคล้ายคนใจสลายก็ดังก้องที่หน้าประตูห้องนอน เช่นเดียวกับพันตรีธนชาติเบิกตาโพลง ด้วยอารามตกใจ ไม่คาดคิดว่าภรรยากับบุตรชายจะเดินทางมาที่นี่ ในวันนี้และเวลานี้ด้วย จังหวะนั้นอัคราก็รีบเข้าไปโอบประคองร่างบางของมารดา ที่กำลังโอนเอนร่างไปมาราวกับนกปีกหัก
“เอ่อ...ฉัตร ตาอัครมาได้ยังไง” พันตรีธนชาติกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ ขณะที่หัวใจเต้นระส่ำ ไม่รู้จะเริ่มต้นอธิบายอย่างไรกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
“คุณพ่อทำแบบนี้กับคุณแม่ได้ยังไง” อัคราตะโกนใส่หน้าบิดาอันเป็นที่รักและภาคภูมิใจมาตลอด ขมวดคิ้วเครียดด้วยท่าทางโกรธจัด ซึ่งการกระทำนี้ เขาไม่เคยปฏิบัติต่อท่านมาก่อน แต่ในครั้งนี้สุดทนแล้วจริงๆ
“อัครออกไปก่อนนะลูก พ่อขอคุยกับแม่เราหน่อย เธอด้วยจันทรา” พันตรีธนชาติหันไปเอ่ยน้ำเสียงเครียดขรึมกับจันทราแม่ม่ายลูกติด ที่ตนรับเลี้ยงไว้เพียงสองเดือนเศษ
“ไม่! ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก ไปเถอะอัคร ต่อไปนี้ เราจะมีกันแค่สามคนแม่ลูกเท่านั้น” ฉัตรชบาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเจือเจ็บช้ำร้าวรานใจ พร้อมจับแขนบุตรชายไว้แน่น เพราะแทบจะไม่มีแรงพอที่จะหยัดยืนเองได้
“ฉัตรฟังพี่ก่อน” พันตรีธนชาติรีบผวาร่างตามออกไป แต่ไม่ทันได้แตะสัมผัสด้วยซ้ำ อีกฝ่ายเบี่ยงตัวออกไปอีกทางราวรังเกียจเดียดฉันท์
“ฉันมันโง่เอง คุณพ่อเคยเตือนแล้ว แต่ฉันก็ไม่ยอมฟัง ดื้อที่ใช้หัวใจตัดสิน เลือกที่จะแต่งงานกับคนอย่างคุณ” ฉัตรชบากล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนสะอื้น ริมฝีปากบางเหยียดออกหยันๆ สมเพชตัวเองยิ่งนัก
“พี่ขอโทษฉัตร เอ่อ...พี่ไม่ได้”
“หยุด! ฉันไม่อยากจะฟังคำแก้ตัวของคนเลวๆ อย่างคุณอีก เชิญพวกคุณเสพสุขกันตามสบาย ถ้าพร้อมเมื่อไหร่นัดวันหย่ามาเลย”
“ไม่นะ! ฉัตร พี่ไม่ยอมหย่าเด็ดขาด” พันตรีธนชาติสวนกลับทันควัน ไม่มีทางหรอกที่เขาจะหย่าขาดจากฉัตรชบา
“แล้วจันทรากับลูกล่ะคะผู้พัน” จันทรารีบเข้ามายื้อแขนพันตรีธนชาติไว้แน่น เมื่อคิดว่าเขานั้นกำลังเลือกภรรยาของเขา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ อุตส่าห์ลงทุนลงแรงสารพัด กว่าจะมาเป็นภรรยาน้อยนายทหารใหญ่ได้
“ลูก เธอหมายถึงหนูเรย์งั้นเหรอ” หนูเรย์ที่พันตรีธนชาติเอ่ยถึงนั้น คือเรณุกาเด็กสาววัยแปดขวบลูกของจันทราที่เกิดจากอดีตพลทหารที่เคยรับใช้ตนมาก่อน และได้ทิ้งให้จันทรากับบุตรสาวไว้กับเขาที่บ้านพัก
“ไม่ใช่ค่ะ ลูกในท้อง ลูกของเราสองคนไงคะ” จันทราจับมือใหญ่มาแตะหน้าท้องแบนเรียบของตน ใช้ช่วงจังหวะที่พันตรีธนชาติก้มลงมอง แอบส่งสายตาเยาะเย้ยไปทางสองแม่ลูก
“ลูกของเราเหรอ” พันตรีธนชาติย้อนถามด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น ซึ่งการกระทำนั้นทำให้ฉัตรชบาตัดสินใจผละร่างออกจากอ้อมแขนบุตรชาย แล้ววิ่งหนีจากภาพบาดตาบาดใจ
“คุณแม่! อย่าวิ่ง คุณแม่กำลังท้องนะครับ” คำพูดของบุตรชาย ทำเอาพันตรีธนชาติตัวเย็นยะเยือก ก่อนจะดึงสติวิ่งตามภรรยาและบุตรชายลงไป แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อเห็นภรรยานอนจมกองเลือดอยู่ที่กลางถนนกับรถคู่กรณี ซึ่งคนขับรถได้แต่พร่ำบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ในขณะนั้นเสียงร่ำไห้ของบุตรชายก็ดังลั่น
“ฉัตร! อย่าเป็นอะไรนะ พี่ขอโทษ” พันตรีธนชาติแทบสิ้นสติ ถลาร่างเข้าไปหาภรรยา ด้วยความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“อย่ามาแตะต้องแม่ผม ผมเกลียดพ่อ!!” อัคราตะโกนก้องใส่หน้าผู้เป็นบิดา ทำเอาใจคนฟังแทบใจสลาย เป็นความผิดของเขาเอง จะโทษใครได้ เพราะความมักมาก ไม่ยับยั้งชั่งใจ จนต้องสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดไปตลอดกาล
บทล่าสุด
#132 บทที่ 132 132
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#131 บทที่ 131 131
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#130 บทที่ 130 130
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#129 บทที่ 129 129
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#128 บทที่ 128 128
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#127 บทที่ 127 127
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#126 บทที่ 126 126
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#125 บทที่ 125 125
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#124 บทที่ 124 124
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026#123 บทที่ 123 123
อัปเดตล่าสุด: 1/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
คุณฮั่ว โปรดรักฉัน
เจ้าสาวตัวแทนของมาเฟีย
เขามัดมือและขาของฉันแยกออกจากกัน ตรึงไว้กับมุมเตียงทั้งสี่ด้าน แล้วค่อยๆ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น
แส้ม้าของเขาลากผ่านร่องสวาทของฉัน
ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนนั้นของฉันเริ่มเปียกแฉะ และมีน้ำหยดลงมาตามต้นขา
เขาใช้แส้เฆี่ยนฉันเบาๆ แล้วออกคำสั่ง “บอกมาสิ เธอต้องการอะไร”
ตอนที่ฉันมารู้ว่าผู้ชายที่ฉันมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนด้วย—ผู้ชายคนเดียวกับที่ไล่ฉันออกจากงาน—คือเดเมียน คาวาเลียรี บอสมาเฟียผู้น่าสะพรึงกลัว มันก็สายเกินไปแล้ว
ฉันตกงาน ถูกแฟนหักหลัง และสูญเสียเงินค่ารักษาน้องสาวไป
ในตอนที่ฉันไม่เหลือหนทางไป เดเมียนก็ยื่นข้อเสนอให้ฉัน นั่นคือการเป็นเจ้าสาวตัวแทนของเขา แล้วเขาจะชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้
ฉันไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงเลือกฉัน แต่ฉันเข้าใจดีว่าตราบใดที่ฉันมอบทายาทให้เขาได้ ฉันก็จะช่วยชีวิตน้องสาวของฉันได้
ฉันตกลง
สัญญาเรียบง่าย—ไม่มีเซ็กส์ ไม่มีความรู้สึก เป็นเพียงธุรกิจเท่านั้น แต่เดเมียนกลับเป็นคนทำลายกฎของตัวเองด้วยมือของเขาเอง
หนุ่มคอลบอยมหาเศรษฐีกับฉัน
"หุบปาก" เขาพูดเสียงแหบพร่า จิ้กนิ้วลงบนสะโพกฉันแรงขึ้นอีก นำทางให้ฉันขยับบนตักเขาอย่างรวดเร็ว ทำให้ส่วนเว้าแฉะเยิ้มของฉันเสียดสีกับส่วนแข็งขืนของเขา
"ฮ้า... ลูคัส..." ชื่อของเขาหลุดออกมาพร้อมเสียงครางดังลั่น เขาจับสะโพกฉันยกขึ้นอย่างง่ายดายแล้วกดลงมาอีกครั้งจนเกิดเสียงกลวงทึบที่ทำให้ฉันต้องกัดริมฝีปาก ฉันรู้สึกได้ว่าส่วนปลายของเขาจรดเข้ากับปากทางของฉันอย่างหมิ่นเหม่...
แก้มของอาเรียน่าแดงก่ำขณะจ้องมองเพดานอย่างเหม่อลอย ตระหนักได้ว่าเธอเผลอตัวเผลอใจไปแล้ว
"ได้เลย เอาไปให้หมด! ทั้งพ่อใจหิน แม่ที่เอาแต่ใจตัวเองและถูกตามใจจนเคยตัว แล้วก็ไอ้สารเลวอ่อนแอไร้ประโยชน์คนนี้!" อาเรียน่า ซัมเมอร์ ตัดสินใจปลดปล่อยตัวเองและทำทุกอย่างที่ใจต้องการ รวมถึงการมอบกายให้ใครสักคนหลังจากจับได้ว่าคู่หมั้นของเธอแอบไปนอนกับพี่สาวของเธอในอพาร์ตเมนต์ของเขา แต่จะมีใครเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดได้อีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เด็กขายจากคลับไดนาสตี้ยอดนิยม?
เด็กขายคนนั้นทั้งมีเสน่ห์และแสนหวาน เธออดใจไม่ไหวที่จะตกหลุมรักเขายิ่งนานวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกัน
อาเรียน่าพาเขาไปที่งานหมั้นงานหนึ่ง และทุกคนก็ต้องอุทานออกมา "นายน้อยไฟร์สโตน ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้ครับ/คะ"
ดวงตาของอาเรียน่าเบิกกว้างด้วยความตกใจ นายน้อยไฟร์สโตนเหรอ?! เขาคือเจ้าชายผู้โด่งดังแห่งวงสังคมเมืองหลวงไม่ใช่หรือไง?! แล้วตอนนี้เธอจะยังหนีจากใยรักที่เขากางดักไว้ได้อีกหรือ?
เรื่องรักฉบับร้อน (คุณใหญ่/คุณคิงส์/คุณยักษ์)
จันทราพร่างพราว เหมันต์หวนคืน
ทำให้ กัวจื่อหรานได้พบกับหลินอวี้เจิน
เขาต้องตามหาไข่มุกล้ำค่ากลับคืนสู่ตระกูล
ทว่าเขากลับพบว่าสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่าคือนางที่มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
เจ้านายที่หลงใหล
อย่างไรก็ตามเธอไม่เคยคิดว่าเรื่องราวจะดราม่ามากเท่าวันรุ่งขึ้นเธอพบว่าประธานคนใหม่ของ บริษัท ของเธอเป็นคนที่เธอนอนหลับเมื่อคืนนี้! ยิ่งกว่านั้นเจ้านายใหม่คนนี้ดูใจแคบมากในขณะที่เขาขอให้แชนด์เลอร์มาที่สํานักงานของเขาในวันแรก
รักฉัน เกลียดฉัน
หนึ่งปีต่อมาเธอถูกขอหย่าและไม่เหลืออะไรเลย
เธอไม่ได้บ่นเกี่ยวกับมันเลย เธอรู้ว่าเป็นการแก้แค้นของเธอ สําหรับบาปใหญ่ที่พ่อของเธอได้กระทําต่อครอบครัวของเขา เธอต้องชดใช้... กับร่างกายของเธอ
เธอคิดว่าหลังจากการหย่าร้างเธอสามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ ได้ แต่เธอคิดผิดโดยสิ้นเชิง!
โดยบังเอิญเธอกลายเป็นหุ้นส่วนงานของเขาและอยู่กับเขาทุกวัน
เธอคิดว่าเขายังคงเกลียดเธอ แต่เธอก็ค่อยๆตระหนักว่าเขาช่วยเธอในชีวิตและอาชีพและปกป้องเธอ
เขาบอกว่าเขาเกลียดความกล้าของเธอ แต่ทําไมเขาถึงให้ความอ่อนโยนของเธอ?
วันแล้ววันแล้วเธอตกหลุมรักเขา และเลิกวิ่งหนีเขา แต่... เขาจะรักเธอกลับมาไหม?
สามีรอบตัวของฉัน
แต่ค่าผ่าตัดสําหรับแม่สูงเกินไปและดาร์เรนไม่สามารถจ่ายได้เขาต้องขอเงินจากญาติและแม้แต่แฟนเก่า
อย่างไรก็ตามเขาไม่มีอะไรนอกจากความอัปยศอดสูและถูกทุบตีอย่างไร้ความปราณีขวาเมื่อเขามีเลือดออกและกําลังจะหมดสติบนพื้นแสงสีฟ้าที่ตกลงมาจากท้องฟ้าและดาร์เรนได้รับการเสนอข้อตกลงจากพระเจ้าว่าเขาสามารถมีทุกสิ่งที่เขาต้องการในชีวิตของเขารวมถึงชีวิตของแม่ความรักและเหนือสิ่งอื่นใด ศักดิ์ศรีของเขา ก็ต่อเมื่อ...
สามีของฉันอุ่นเตียง!
ในที่สาธารณะเขาเป็นตัวควบคุมเลือดเย็นและเด็ดขาดในหมู่อาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
ในส่วนตัวเขาเป็นหมาป่าในผิวหนังของแกะเหมือนปิศาจตัวจริง เขาปล่อยเธอไปง่ายๆได้ยังไง?...
จนถึงวันที่เธอจากฉันไป
สามปีต่อมา เบลล่ากลับมาพร้อมกับลูกชายของเธอ เพียงเพื่อจะพบว่าอดีตสามีสุดที่รักของเธอ เอ็ดเวิร์ด ลองกำลังจะแต่งงานกับรูบี้ ป้าตัวน้อยของเธอ น้องสาวคนเล็กของพ่อของเธอ ซึ่งอายุเท่ากันกับเธอ และเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอในวัยเด็กด้วย
จากนั้นเบลล่าพบว่ารูบี้คือคนที่ไม่เพียงแต่สร้างภาพโกงของเบลล่าเมื่อสามปีที่แล้ว แต่ยังซื้อหมอและอ้างว่าตัวเองเป็นผู้บริจาคไตให้เอ็ดเวิร์ดด้วย...
ตอนที่เธอกำลังจะบอกความจริงกับเอ็ดเวิร์ด เธอถูกรูบี้ลักพาตัวและขังไว้ในวันแต่งงานของพวกเขา...
เซ็นต์ชื่อแล้วคุณคือของฉัน
เธอมีวันไนท์สแตนด์กับคนแปลกหน้าสุดฮอตหลังจากการหมั้นของพี่สาว
ทันทีที่เธอตื่นนอนในห้องสวีทของโรงแรม เธอก็จากไปอย่างเงียบๆ โดยไม่รู้ว่าชายบนเตียงของเธอคือรีแกน ประธานกลุ่มมอร์ริส ซึ่งไม่ชอบให้ผู้หญิงแตะต้อง
รีแกนตามหาเฮเซลต่อไปและสาบานว่าเขาจะลงโทษผู้หญิงที่กล้าหาญคนนี้และทำให้เธออยู่ในนรก
เฮเซลไม่เคยคิดว่าจะได้พบกับเรแกนในคลับเมื่อเธออยู่บนเวที
เรแกนพาเธอออกไปและขังเธอไว้บนเตียง
"ก่อนที่ฉันจะเบื่อคุณ คุณต้องทำในสิ่งที่ฉันต้องการ"
"ตอนนี้ฉันต้องการคุณ!"
บอกว่าฉันไม่ได้รักเขา แต่ฉันโกหก
เธอควรจะแต่งงานกับธีโอดอร์ ซีโอที่ร่ํารวย
อย่างไรก็ตามอุบัติเหตุบังคับให้เธอทิ้งผู้ชายที่เธอรักมากที่สุด
เจ็ดปีต่อมาเธอได้รับการสนับสนุนเป็นแพทย์ที่มีทักษะกับฝาแฝดน่ารัก
และเธอได้พบกับธีโอดอร์อีกครั้งที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ป่วยของเธอและเจ้าบ่าวในอนาคตของเพื่อนซี้ของเธอ
เธอส่งความปรารถนาไปให้คู่นี้ แต่หัวใจเธอเลือดออก
ได้เวลาบอกลาอดีตแล้ว แต่ฝาแฝดที่น่ารักของเธอมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน
พวกเขาวางแผนที่จะทําให้ธีโอดอร์คนที่มีลักษณะเหมือนพวกเขาพ่อของพวกเขา!
ขณะเดียวกันเอเวอร์ลีห์ค้นพบอุบัติเหตุที่ทําให้ธีโอดอร์และเธอเลิกกันเป็นแผนการที่เลวร้าย













