บทที่ 12 พูดไม่หมด

— มิเกล —

"แล้วเธอเรียกฉันมาทำไม?"

คำถามทุ้มต่ำราบเรียบที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเขา ทำเอามิเกลชะงักงันไปทั้งร่าง หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่

"ฉันเนี่ยนะ... ฉันไปเรียกนายตอนไหนกัน!"

"อืม เธอเรียก"

ไคล์ตอบสั้นๆ ทอดสายตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธออย่างนิ่งสงบ

"ป...เปล่าสักหน่อย อย่ามามั่วไปหน่อยเลย!"

มิเกลรีบปฏิเสธเสียงหลง ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตระหนกตกใจเมื่อภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ผุดวาบขึ้นมาในหัว

เดี๋ยวนะ... หรือว่าเขาหมายถึงตอนที่ฉันแตะสัญลักษณ์รูปมังกรนั่น?

ตอนที่เธอยืนอยู่หน้ากระจกในห้องน้ำ เธอแค่สงสัยว่ารอยนูนสีทองที่เปล่งประกายอุ่นวาบตรงเนินอกคืออะไรกันแน่

จึงลองใช้ปลายนิ้วสัมผัสและลูบไล้มันเล่นเบาๆ ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าตราพันธสัญญานี่จะทำงานเหมือนเครื่องส่งสัญญาณเรียกตัวเขามาแบบนี้!

และที่แย่ไปกว่านั้น... ในจังหวะที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนรอยมังกรทอง เธอเผลอพึมพำชื่อ "ไคล์..." ออกมาจริงๆ เสียด้วย

"ฉันแค่... ฉันแค่สำรวจรอยประหลาดที่นายทำทิ้งไว้เฉยๆ ก็แค่ใช้มือแตะๆ ลูบๆ ดูเท่านั้นเอง"

มิเกลก้มหน้าลงต่ำ หลบสายตาคมปลาบที่กำลังไล่ต้อน พยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด

"ไม่ได้คิดสักนิดว่าการทำแบบนั้นจะลากนายโผล่มาที่ห้องฉันได้!"

ไคล์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างช้าๆ แววตาวาวโรจน์ด้วยความขบขัน

"แค่ลูบงั้นเหรอ?"

เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นบางๆ

"อืม! ก็แค่ลูบไง จะมีอะไรอีกล่ะ!" เธอยืนยันเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความประหม่าที่เต้นระรัวอยู่ในอก

ไคล์ไม่ตอบอะไร ร่างสูงใหญ่ที่สวมเพียงเสื้อคลุมอาบน้ำหลวมๆ เริ่มก้าวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า

มิเกลก้าวถอยหลังกรูดตามสัญชาตญาณ

ปึก!

แผ่นหลังบอบบางแนบสนิทเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ เธอหมดทางหนีโดยสิ้นเชิง

ร่างบางยืนแข็งทื่อ ในเวลานี้เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ และสิ่งเดียวที่ปกปิดร่างกายเธออยู่ก็มีเพียงผ้าขนหนูผืนสั้นสีขาวที่พันรอบอกไว้อย่างหมิ่นเหม่

ในขณะที่ผู้ชายตรงหน้ากลับยืนตระหง่านอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ แผงอกเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยสักมังกรทมิฬส่งไอร้อนระอุออกมาปะทะผิวเธอทุกลมหายใจ

"น...นายจะทำอะไร ถอยออกไปนะ"

ไคล์หยุดยืนประชิดตัวเธอ ดวงตาคมไล่มองตั้งแต่หน้านวลที่แดงก่ำ ลาดไหล่กลมกลึง เรื่อยลงมาจนหยุดนิ่งอยู่ที่รอยตรามังกรสีทองตรงเนินอกเหนือรอยแยกของผ้าขนหนู รอยยิ้มบนมุมปากของเขายิ่งลึกซึ้งขึ้น

"ฉันว่ามันต้องมีอะไรมากกว่าแค่ใช้มือลูบ"

"ไม่มี! บอกว่าไม่มีก็ไม่มีสิ!"

"แน่ใจเหรอ?"

"แน่ใจที่สุด!"

"งั้นเหรอ..."

ไคล์เอียงคอเล็กน้อย แสร้งทำทีเป็นยอมเชื่อคำพูดของเธอง่ายๆ ทว่าเขาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธอแล้วยกขึ้นดันตรึงไว้กับผนังเหนือศีรษะในพริบตาเดียว!

"นี่นาย!"

มิเกลสะดุ้งสุดตัว นัยน์ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"ปล่อยนะ ทำบ้าอะไรของนายเนี่ย!"

"ก็แค่ยังสงสัยไม่หาย"

เขาตอบหน้าตาเฉย พลางโน้มกายแกร่งเข้ามาใกล้อีกนิด ใกล้จนแผงอกร้อนจัดแทบจะแนบชิดกับผ้าขนหนูผืนบางที่ห่อหุ้มทรวงอกของเธอ ลมหายใจอุ่นซ่านเป่ารดผิวแก้มเนียนจนมิเกลต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว

ไคล์ก้มมองรอยตรามังกรทองอีกครั้ง ก่อนจะช้อนสายตากลับขึ้นมาสบตากับเธอในระยะประชิด

"เธอแค่ลูบมันจริงๆ น่ะเหรอ?"

"ก็...ก็ใช่น่ะสิ จะถามซ้ำซากทำไมนักหนา!"

"แล้ว... ได้เอ่ยเรียกชื่อฉันออกมาด้วยหรือเปล่า?"

หัวใจของมิเกลกระตุกวูบ แทบจะหยุดเต้นไปในวินาทีนั้น

บ้าจริง! เขารู้ได้ยังไงกัน?!

"ป...เปล่าสักหน่อย!" เธอรีบปฏิเสธเสียงสั่น มืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระยกขึ้นทุบลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างลนลาน หวังจะผลักร่างยักษ์นี่ให้ออกห่าง

"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!"

ไคล์เบี่ยงไหล่หลบแรงทุบอันน้อยนิดนั้น ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะคว้าหมับเข้ารวบข้อมือที่เหลือของเธอขึ้นไปตรึงคู่กันไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว

"อยู่นิ่งๆ อย่าดิ้น"

"ใครใช้ให้นายมารังแกฉันก่อนล่ะ!"

"ถ้าเธอไม่คิดจะทำร้ายฉัน ฉันจะจับล็อกไว้แบบนี้ทำไม?"

"นายนี่มัน...!"

ในขณะที่เธอกำลังสับสนวุ่นวาย เสียงทุ้มต่ำพร่าเสน่หาก็ดังกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู

"สรุปว่า..."

ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มและซอกคอระหง ก่อเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าแล่นปราดไปทั่วไขสันหลังจนขนอ่อนลุกซู่

"เธอได้เรียกชื่อฉันหรือเปล่า... มิเกล?"

เสียงเรียกชื่อของเธอที่แหบพร่าและเจือไปด้วยแรงดึงดูดลึกลับทำให้มิเกลสะท้านไปทั้งร่าง

เธอรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง พยายามไม่สบสายตากลืนกินคู่นั้น ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกวูบวาบประหลาดที่ไม่อาจควบคุม

เธอหนีไม่พ้น... สายตาของเขาบอกชัดเจนว่าเขารู้ความจริงทั้งหมดอยู่แล้ว

มิเกลสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเศษเสี้ยวความกล้าที่เหลืออยู่ หันกลับมาเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบตรงๆ

"ฉัน..." เสียงของเธอแผ่วเบาและสั่นเครือ

ไคล์จ้องมองดวงหน้าหวานนิ่ง รอยยิ้มหยอกเย้าบนใบหน้าค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงแววตาลึกล้ำที่กำลังจับจ้องริมฝีปากอิ่มของเธออย่างไม่วางตา

มิเกลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเค้นเสียงยอมรับออกมาในที่สุด

"ร...เรียกชื่อนาย"

ทันทีที่ยอมรับสารภาพ ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมห้องพัก ไคล์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยประกายอารมณ์บางอย่างที่รุนแรงและดิบเถื่อนยิ่งกว่าเดิม

"ฉันเรียกชื่อนายก็จริง แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องมันเป็นแบบ—"

ทว่าคำพูดยังไม่ทันสิ้นประโยคดี ใบหน้าคมคายก็โน้มดิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว

ริมฝีปากหยักร้อนจัดของเขาก็บดขยี้ลงมาครอบครองริมฝีปากอิ่มของเธอในทันที!

อื้อ...!

โลกทั้งใบพลันเงียบสงัดลงในชั่วพริบตา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป