บทที่ 14 จะสู้หน้ายังไง
แต่ก่อนที่พวกเขาจะปล่อยให้ตัวเองก้าวไปไกลกว่านั้น
“อ๊ะ!”
ฝ่ามือของมิเกลแตะลงบนอกของไคล์ ก่อนจะออกแรงผลักเขาเบาๆ
การกระทำนั้นทำให้ชายหนุ่มชะงักทันที ราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส่เปลวไฟที่กำลังลุกโชน เขาเพิ่งตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
ไคล์ค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก ดวงตาจับจ้องใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังหอบหายใจ
ความร้อนจากตรามังกรยังคงหลงเหลืออยู่ ทว่าสติของเขากลับคืนมาแล้ว
เมื่อสบเข้ากับแววตาของเธอ เขาก็รู้ทันทีว่า ต่อให้พลังลึกลับนั่นจะเป็นต้นเหตุ...
แต่สิ่งที่เขาทำลงไปก็ยังเป็นการตัดสินใจของเขาเอง
ฉันเกือบจะหยุดตัวเองไม่ได้จริงๆ สินะ...
เขาเกือบจะ...
ไคล์หลุบตาลงชั่วครู่ ก่อนคลายมือออกจากตัวเธอและถอยห่างอย่างระมัดระวัง
“เธอเป็นอะไรรึเปล่า”
น้ำเสียงที่เอ่ยถามแผ่วเบากว่าที่เขาตั้งใจไว้มาก
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาจึงพูดขึ้นอีกครั้ง
“ฉัน...ขอโทษ”
คำขอโทษนั้นจริงใจกว่าที่สีหน้าเรียบเฉยของเขาแสดงออกมา
มิเกลรีบจัดผ้าขนหนูที่ยังห่อหุ้มร่างกายไว้ให้กระชับขึ้น ก่อนจะยกมือสางผมที่ยุ่งเหยิงอย่างลวกๆ พยายามทำตัวให้เป็นปกติที่สุด ทั้งที่หัวใจยังเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้
“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ”
ไคล์จัดเสื้อคลุมของตัวเองให้เข้าที่ พยายามรวบรวมสีหน้ากลับมาเป็นปกติ แม้ภายในจะยังสับสนกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
“เธออยากให้ฉัน...ออกไปก่อนมั้ย?”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเหลือบมองไปทางประตู
มิเกลไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี สมองของเธอเหมือนหยุดทำงานไปชั่วขณะ สุดท้ายจึงทำได้เพียงเค้นเสียงตอบออกมาจากลำคออย่างยากลำบาก
“อ่ะ...อื้ม”
เมื่อได้ยินคำตอบ ไคล์ก็พยักหน้าเบา ๆ
“ล็อกประตูด้วย แล้วก็...ระวังอย่าแตะตรานั่นอีก ถ้ายังไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง”
แม้จะรู้สึกว่าการเดินจากไปหลังเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก แต่คำตอบของมิเกลก็บอกชัดว่า ตอนนี้เธอคงต้องการเวลาอยู่ตามลำพังมากกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะควบคุมตัวเองได้ดีเพียงใด หากต้องอยู่ใกล้เธอต่อไป ในเมื่อยังไม่รู้ว่าพลังจากตราสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าด้วยกันจะส่งผลอะไรอีกบ้าง
มีเพียงตอนที่หันหลังให้เธอเท่านั้นที่มือของเขากำแน่นขึ้นเล็กน้อย
เพราะแม้จะเดินห่างออกมาแล้ว เขาก็ยังสัมผัสได้
ถึงพลังงานอ่อนๆ จากตราประทับนั้น
และภาพริมฝีปากของมิเกลก็ยังคงติดอยู่ในความคิด ไม่ยอมเลือนหายไปไหน
บ้าจริง...
- มิเกล -
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง มิเกลก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับเพิ่งได้สติกลับคืนมา
เธอยกมือขึ้นทาบอก หัวใจที่เต้นกระหน่ำอยู่ภายในยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลง
ตึกตัก
ตึกตัก
ตึกตัก
“บ้าไปแล้ว...”
เธอพึมพำเสียงเบา ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าตอนนี้ตัวเองแดงแค่ไหน
ภาพของไคล์ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ทั้งสายตาที่จับจ้องเธอ ริมฝีปากที่แนบลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และช่วงเวลาที่ระยะห่างระหว่างพวกเขาแทบไม่เหลืออยู่เลย
นี่ฉัน...จูบกับเขาอีกแล้วเหรอเนี่ย?!
มิเกลยกมือขึ้นปิดหน้า พยายามไล่ภาพเหล่านั้นออกไป แต่ยิ่งห้ามตัวเองไม่ให้คิด สมองเจ้ากรรมกลับยิ่งฉายภาพซ้ำราวกับตั้งใจกลั่นแกล้ง
“อ๊ากกกก!”
ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว วิ่งพรวดไปที่เตียงแล้วทิ้งตัวคว่ำหน้าลงกับหมอน กรีดร้องอู้อี้ออกมาอย่างหมดสภาพ
“นายไคล์! คนบ้า!”
เธอทุบหมอนสองสามทีราวกับมันเป็นตัวแทนของคนที่เพิ่งเดินออกจากห้องไป
ทำไมต้องเป็นเขาด้วย!
ผู้ชายคนนั้นมีอะไร ทำไมแค่สบตาก็ทำให้เธอเสียอาการได้ขนาดนี้ แล้วทำไมเธอถึงยังจำสัมผัสของเขาได้ชัดเจนไม่ยอมลืมเสียที!
มิเกลซุกหน้าลงกับหมอนแน่นกว่าเดิม พยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังวุ่นวาย แต่แล้วมือก็เผลอเลื่อนไปแตะบริเวณตราประทับบนหน้าอก
เธอสะดุ้งโหยง รีบชักมือกลับราวกับถูกของร้อนลวก
“เดี๋ยวนะ...”
ความทรงจำก่อนหน้านี้แล่นกลับเข้ามาในหัวทันที เธอแค่แตะตราประทับแล้วเผลอเรียกชื่อเขา...จากนั้นไคล์ก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอย่างกับใช้เวทมนตร์!
มิเกลกลืนน้ำลาย พลางจ้องตราประทับด้วยความหวาดระแวง
ถ้าฉันเผลอแตะมันอีก แล้วเขาโผล่มาอีกล่ะ?!
ไม่เอาแล้ว!
เธอส่ายหน้ารัว ๆ ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวเอง ราวกับมันจะช่วยป้องกันไม่ให้ชายคนนั้นปรากฏตัวขึ้นมาได้
คืนนี้คงเป็นคืนที่เธอไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิตแน่ ๆ
และที่แย่ที่สุดก็คือ...เธอไม่รู้เลยว่าหากได้เจอเขาอีกครั้ง จะต้องทำหน้ายังไง!
---
เช้าวันต่อมา — มหาวิทยาลัย
มิเกลเดินเข้ามาในอาคารคณะด้วยท่าทางผิดแปลกไปจากทุกวัน สายตากวาดมองซ้ายทีขวาที ก่อนจะหันกลับไปมองด้านหลังเป็นระยะ ราวกับกำลังหลบหนีใครบางคนที่อาจโผล่มาจากมุมไหนก็ได้
ไม่ใช่ว่าเธอกลัวเขาสักหน่อย!
เธอแค่...ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาต่างหาก!
เพียงแค่ใบหน้าของไคล์ผุดขึ้นมาในหัว แก้มของเธอก็ร้อนวูบขึ้นอีกครั้งอย่างทรยศต่อเจ้าของ
ให้ตายเถอะ!
เมื่อคืนเขายังกล้าจูบเธอขนาดนั้น แล้วเช้านี้เธอจะทำตัวต่อหน้าเขาให้เป็นปกติได้ยังไง?!
ยิ่งคิด มิเกลก็ยิ่งอยากเอาหน้าโขกกำแพงเพื่อเรียกสติกลับคืนมา
“มิเกลลลล!”
เสียงเรียกสดใสจากด้านหลังทำเอาเธอสะดุ้งจนไหล่กระตุก ก่อนรีบหันกลับไปมอง
เบลล่ากำลังเดินตรงมาหาเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง โดยมีทอมเดินตามอยู่ข้าง ๆ
มิเกลถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดี...อย่างน้อยก็ไม่ใช่เขา
ทว่ารอยยิ้มกลับค้างอยู่บนใบหน้า เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นคนที่เดินตามหลังทั้งสองมา
ไคล์!
