บทที่ 2 สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น
วูบ!
มวลความร้อนระอุแล่นพล่านขึ้นมาจากรอยสักมังกรบนแผงอกข้างซ้ายอย่างเฉียบพลัน
ไคล์ชะงักไปชั่วขณะ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อความร้อนใต้ชั้นผิวหนังเริ่มทวีความรุนแรงราวกับมีไฟฝังอยู่ภายในแผ่นอก
มือหนายกขึ้นทาบอกเสื้ออย่างแนบเนียนเพื่อสะกดกลั้นอาการผิดปกติ ก่อนจะค่อยๆ ช้อนสายตาคมกริบขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า
เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสลวยทิ้งตัวล้อมกรอบหน้าหวาน ดวงตากลมโตเป็นประกายฉ่ำ และพวงแก้มเนียนใสเจือสีเลือดฝาด... เธอคือคนเดียวกับที่เดินชนเขาเมื่อช่วงเช้าไม่ผิดแน่
ยิ่งได้มองสบตาในระยะประชิด ความร้อนประหลาดในอกกลับยิ่งปะทุขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"อ้าว รู้จักกันแล้วเหรอ?"
เสียงใสของเบลล่าดังแทรกทำลายความเงียบ
"นี่เพื่อนเบลล่าเอง ชื่อมิเกล"
มิเกลสินะ...
ไคล์ทวนชื่อนั้นในใจ นัยน์ตาสีเข้มวาววับขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะปรับเป็นนิ่งเฉย
เป๊าะ!
ไคล์ดีดนิ้วเสียงดังก้องกลางห้องเพนต์เฮาส์สุดหรูอันเงียบสงัด กลุ่มหมอกควันสีดำสนิทหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นเข้มข้น ก่อนจะค่อยๆ รวมตัวปรากฏเป็นร่างของชายหนุ่มร่างสูงก้าวออกมาจากควันดำที่พวยพุ่ง
"ในที่สุดก็เรียกกระผมสักทีนะขอรับ ท่านไคล์"
จิม ผู้ดูแลคนสนิทที่ถูกส่งมาจากท่านพ่อของเขา เพื่อประกบดูแลเขาในโลกมนุษย์ ยกมือปัดเศษฝุ่นควันที่ติดอยู่บนไหล่เสื้อ
ทว่าไคล์กลับไม่แม้แต่จะหันไปสบตา เขายืนกอดอกทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ทว่าในห้วงความคิดกลับมีเพียงภาพดวงตากลมโตและใบหน้าของหญิงสาวที่เขาเจอเมื่อตอนเช้าลอยวนเวียนอยู่
"ว่ามา มีอะไร" ไคล์ตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เรื่องภารกิจตามหาคู่ครองตามคำทำนายโบราณขอรับ มีความคืบหน้าบ้างหรือยัง?"
"ยัง"
จิมถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด
"ท่านไคล์เหลือเวลาอีกไม่กี่วันแล้วนะขอรับ วันคล้ายวันเกิดปีที่ยี่สิบสี่ใกล้เข้ามาทุกที หากยังหาหญิงสาวที่มีพลังพันธสัญญาคู่ครองไม่พบ ร่างมังกรบรรพการจะช่วงชิงการควบคุมและกลืนกินสติสัมปชัญญะของท่านไปตลอดกาลนะขอรับ..."
"พอได้แล้ว"
ไคล์ปรามเสียงเย็นเฉียบ
"ฉันอยากพักผ่อน"
เขาไม่ได้หวาดกลัวคำสาปหรือความตาย แต่สิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากที่สุดในเวลานี้ คือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นทุกครั้งที่นึกถึงใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นต่างหาก
จิมโค้งคำนับอย่างนอบน้อมและจำนน ก่อนจะค่อยๆ สลายร่างกลายเป็นกลุ่มควันสีดำจางหายไปในอากาศ ทิ้งให้ไคล์ยืนอยู่ตามลำพังในห้องอันมืดสลัว
"มิเกล..."
เขากระซิบชื่อเธอแผ่วเบา สับสนและสงสัยกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นอย่างไม่มีที่มาที่ไป
แสงแดดยามสายทอดผ่านร่มเงาของต้นไม้ใหญ่หน้าอาคารเรียน
มิเกลยืนอยู่เพียงลำพังใต้เงาไม้นั้น สองมือน้อยๆ กำลังออกแรงบิดฝาขวดน้ำพลาสติกที่ดูเหมือนจะแน่นหนาจนแก้มนวลขึ้นสีแดงระเรื่อ ท่าทางบอบบางและไร้เดียงสานั้นตรึงสายตาของไคล์เอาไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เขาเดินผ่าน
ชายหนุ่มพยายามก้าวเท้าผ่านเธอไป...
หนึ่งก้าว
สองก้าว
ทว่าขาทั้งสองข้างกลับหยุดชะงักลงดื้อๆ
ให้ตายสิ...
ไคล์ถอนหายใจก่อนจะหมุนตัวเดินย้อนกลับไปหยุดยืนตรงหน้าเธอ
"เอามานี่"
มิเกลเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่แฝงประกายดุดัน
"คะ?"
"ขวดน้ำ"
เขายื่นมือออกไปรับขวดน้ำจากเธอ บิดฝาเปิดออกอย่างง่ายดายก่อนจะส่งคืนให้ ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่สัมผัสกันเพียงผิวเผิน ทว่ากระแสความรู้สึกบางอย่างกลับแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจของเขาทันที
"ขอบคุณนะ"
เธอเอ่ยขอบคุณพร้อมรอยยิ้มบางๆ
ไคล์หันหลังเตรียมก้าวเดินออกไป ทว่าในวินาทีนั้น รอยสักรูปมังกรบนแผงอกซ้ายกลับร้อนวาบขึ้นมาราวกับถูกเหล็กเผาไฟนาบ
ความเจ็บปวดบีบคั้นจนร่างสูงเซวูบ ทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น มือหนากุมอกเสื้อแน่นเพื่อสะกดกลั้นความทรมาน
"ไคล์! นายเป็นอะไรรึเปล่า!"
มิเกลรีบถลาเข้ามาหาด้วยความตระหนก เธอสอดแขนเรียวเข้าใต้ท่อนแขนแกร่งเพื่อช่วยประคองร่างหนาไว้
สัมผัสแนบชิดและกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ลอยปะทะเข้าเต็มจมูกทำให้สติของเขาเริ่มพร่าเลือน
ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดข้างแก้มอย่างแผ่วเบา และน่าประหลาดที่ความเจ็บปวดทรมานพลันคลี่คลายลง เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วผิวกาย
"หน้านายดูไม่ดีเลยนะ..."
ใบหน้าหวานขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือเล็กแตะลงบนหน้าผากของเขาเพื่อวัดอุณหภูมิ
วูบ...
สัมผัสจากปลายนิ้วเนียนนุ่มราวกับกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านเข้าสู่กลางอก ร่างกายของไคล์เกร็งสะท้าน หัวใจเต้นกระหน่ำรัวแรงจนแทบระเบิด
เสียงอื้ออึงรอบตัวดับวูบลง เหลือเพียงภาพริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อที่กำลังขยับเอ่ยอยู่ตรงหน้า
สายตาคมกริบลดระดับลงไปจับจ้องที่กลีบปากนุ่มนั้นอย่างหิวกระหาย สัญชาตญาณดิบในกายร่ำร้องอยากดึงเธอเข้ามากอด
อยากโน้มลงไปบดขยี้ดูดดึงความหวานล้ำนั้นให้สยบอยู่ใต้บัญชาและแสดงความเป็นเจ้าของ
"ไคล์? นายดูไม่ดีเลยนะ?"
เสียงหวานสั่นพร่าช่วยดึงสติของเขากลับมา
ไคล์ผละตัวออกช้าๆ ลมหายใจยังคงหอบถี่
เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ... ผู้หญิงที่เพิ่งเจอเพียงสองวัน แต่กลับมีอิทธิพลสั่นคลอนร่างกายและจิตวิญญาณของเขาได้ถึงเพียงนี้
"ฉันต้องไปแล้ว"
เขาถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว หันหลังเดินก้าวสับออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะชะงักฝีเท้าแล้วเหลียวกลับมามองแผ่นหลังของเธออีกครั้งจากระยะไกล
หืมม! อะไรหน่ะ
นั่นมัน... เป็นไปได้ยังไง?
