บทที่ 3 อีกแล้ว

— ไคล์ —

นั่นมันอะไรกัน...

เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด...

สายตาคมกริบยังคงตรึงแน่นอยู่ตรงท่อนแขนเรียวของมิเกล เมื่อครู่นี้...

ใต้แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านกิ่งไม้ เขาเห็นเงาลางๆ คล้ายลวดลายเกล็ดมังกรโบราณผุดขึ้นสะท้อนบนผิวเนียนผ่อง ลวดลายนั้นบางเบา แต่เขามั่นใจเต็มอกว่าตัวเองไม่ได้ตาฝาด

ไคล์ขยับเท้าจะก้าวตรงเข้าไปหาเธออีกครั้ง ความอยากรู้และสัญชาตญาณบางอย่างสั่งให้เขาเข้าไปดูให้เห็นชัดๆ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวถึงตัว รอยเกล็ดลึกลับบนผิวเธอก็ค่อยๆ เลือนหายไปในอากาศ

ชายหนุ่มชะงักเท้าค้าง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มหรี่ลงอย่างไม่เข้าใจ

หายไปแล้วงั้นเหรอ?

เขาเพ่งมองอีกครั้งอย่างละเอียด มิเกลเองก็ยืนนิ่ง ช้อนตากลมโตขึ้นมองเขากลับมาด้วยแววตาสับสน

ผิวแขนของเธอกลับมาเรียบเนียน ขาวผ่องเป็นปกติ ไร้ร่องรอยใดๆ หลงเหลืออยู่

ไคล์ขมวดคิ้วแน่น ตั้งแต่ได้พบผู้หญิงคนนี้ ร่างกายของเขาก็มีปฏิกิริยาแปลกๆ ทั้งรอยสักมังกรบนอกที่ร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างดื้อๆ

และในวินาทีที่เขาก้าวถอยห่างออกมา ความทรมานบนแผงอกค่อยๆ ทุเลาลง...

"ไคล์!"

เสียงทุ้มกวนประสาทของทอมดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแขนหนักๆ ที่พาดลงมาบนบ่ากว้าง

"มายืนจ้องอะไรตรงนี้คนเดียววะ?"

"เปล่า"

ไคล์ตอบเสียงเรียบ แต่สายตายังเผลอตวัดกลับไปมองร่างบางอีกครั้ง

มิเกลยังยืนอยู่ที่เดิม เธอทำหน้างงๆ ราวกับสงสัยว่าเขามองอะไร ก่อนที่ไคล์จะรีบเบือนหน้าหนี

"คืนนี้ไปงานวันเกิดเพื่อนฉันกัน" ทอมเอ่ยชวน

"ไม่ไป" ไคล์ปฏิเสธทันควัน

"ทำไมวะ มาอยู่ตั้งหลายวันเอาแต่เรียนแล้วก็หมกตัวอยู่ห้อง จะใช้ชีวิตน่าเบื่อแบบนี้ไปถึงไหน ไปเปิดหูเปิดตาหน่อยน่า นั่งกินข้าว ดื่มนิดๆหน่อยๆ"

"ไม่มีอารมณ์"

"ไม่ดื่มเหล้าก็ได้ ไปนั่งหล่อๆ เป็นเพื่อนฉันพอ" ทอมยังตื๊อไม่เลิก

"บอกว่าไม่"

ไคล์ปรายตามองอย่างเย็นชา

"โอเคๆ ยอมแล้ว"

ทอมยกมือสองข้างทำท่ายอมแพ้ แต่พอก้าวขาเดินหนีกลับหันมาทิ้งท้าย

"เดี๋ยวทุ่มนึงฉันขับรถไปรับหน้าหอนะเว้ย!"

ชายหนุ่มถอนหายใจยาว หากอยู่ที่อาณาจักรของเขา คำสั่งของเขาถือเป็นเด็ดขาด ไม่มีใครกล้าขัดใจ แต่ในโลกมนุษย์นี้ ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่เขาคุ้นเคย

ไคล์หันกลับไปมองใต้ต้นไม้อีกครั้ง ทว่าร่างของมิเกลก็เดินจากไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงคำถามที่วนเวียนอยู่ในหัว

รอยเกล็ดนั่น... ฉันตาฝาดไปจริงๆเหรอ?

— มิเกล —

ทันทีที่หมดคาบเรียนสุดท้าย มิเกลรีบโกยของลงกระเป๋า สองขาเรียวรีบก้าวออกจากอาคารเรียนอย่างเร่งรีบ วันนี้เธอต้องไปทำงานพิเศษต่อเพื่อเก็บเงิน

ทว่ายังไม่ทันจะพ้นรั้วมหาวิทยาลัย แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋าก็ดังขึ้น

ครืด... ครืด...

หน้าจอปรากฏชื่อโรงพยาบาล หัวใจของเธอหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม มือบางสั่นเทายามกดรับสาย

"ฮัลโหลค่ะ..."

เสียงเจ้าหน้าที่การเงินแจ้งยอดค่ารักษาพยาบาลและค่ายาพิเศษของน้องชาย มิเกลได้แต่ยืนนิ่งฟังเงียบๆ ตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นบีบคั้นหัวใจจนเธอแทบหายใจไม่ออก

เธอสูดลมหายใจลึกเพื่อสะกดก้อนสะอื้น

"ค่ะ...เข้าใจแล้วค่ะ ขอเวลาอีกนิดได้ไหมคะ...ฉันจะพยายามหามาจ่ายให้เร็วที่สุดค่ะ"

หลังจากวางสาย มิเกลยืนก้มหน้านิ่งอยู่พักใหญ่ หากอยากได้เงินก้อนให้ทันกำหนด เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับงานเพิ่ม

คืนนี้เธอจึงต้องไปทำงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารกึ่งเลานจ์ระดับ VIP ซึ่งมีห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าระดับบน ตอนไปสมัคร ผู้จัดการมองสำรวจใบหน้าหวานและทรวดทรงเอวคอดของเธอเพียงครู่เดียวก็รับเข้าทำงานทันที

มิเกลไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน ขอเพียงเป็นงานสุจริตและได้เงินมากพอจะช่วยชีวิตน้องชาย เธอก็พร้อมจะทำทั้งนั้น

"ตายแล้ว จะสายแล้ว!"

เธอเหลือบมองเวลาก่อนจะรีบสาวเท้ากึ่งวิ่งมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารทันที

— ไคล์ —

ปังๆๆ!

"เปิดประตู! ฉันมารับแล้วโว้ย!"

เสียงตะโกนของทอมดังลั่นหน้าห้อง

ไคล์กระชากประตูเปิดออก มองเพื่อนสนิทด้วยสายตาเอือมระอา

"นายนี่มัน..."

"ก็บอกแล้วไงว่าจะมา"

ทอมฉีกยิ้มกว้าง คว้าแขนเสื้อไคล์แล้วลากตัวออกมาหน้าตาเฉย

สุดท้ายไคล์ก็จำใจต้องตามมาอย่างช่วยไม่ได้

รถยนต์แล่นมาจอดหน้าร้านอาหารหรูหราที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ภายในตกแต่งโอ่อ่า มีพนักงานคอยต้อนรับอย่างเป็นระเบียบ

ทอมพาเขาเดินขึ้นบันไดไปยังห้องรับรอง VIP ชั้นบน ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป กลิ่นแอลกอฮอล์เคล้าเสียงดนตรีและเสียงหัวเราะเฮฮาก็ดังลั่น

"เฮ้ย! มากันแล้ววว!"

เพื่อนร่วมกลุ่มหลายคนยกแก้วขึ้นชนกันอย่างเมามัน ทอมเดินเข้าไปทักทายอย่างคุ้นเคย ปล่อยให้ไคล์เลือกเดินไปนั่งลงตรงมุมโซฟากำมะหยี่สีเข้ม

เขารับแก้วเครื่องดื่มมาถือไว้เฉยๆ แทบไม่ได้แตะต้องมันสายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเบื่อหน่าย บรรยากาศอึกทึกแบบนี้ไม่ใช่ที่ของเขาเลยสักนิด

จนกระทั่ง... บานประตูห้อง VIP ค่อยๆแง้มเปิดออกอีกครั้ง

พนักงานสาวร่างบางในชุดเครื่องแบบเดินถือถาดอาหารก้าวเข้ามาในห้อง ทรวดทรงเอวคอดบางที่ซ่อนอยู่ใต้กระโปรงเข้ารูปดูสะดุดตา

ทว่าสิ่งที่ทำให้ไคล์ถึงกับชะงักงันจนแทบลืมหายใจ คือดวงหน้าหวานหมดจดและเรือนผมสีน้ำตาลที่คุ้นตาเป็นอย่างยิ่ง

มิเกล...

เธอมาทำอะไรในที่แบบนี้?

ดวงตาคมเข้มของเขาวาวโรจน์ขึ้นมาในทันที ที่เห็นมิเกลส่งยิ้มสุภาพให้ลูกค้าพลางก้มลงวางจานอาหารลงบนโต๊ะ

ท่าทางนุ่มนวลและใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นในห้องทำให้ความรู้แปลกๆบางอย่างแล่นพล่านขึ้นมาในอกของไคล์

และในวินาทีที่มิเกลค่อยๆ ขยับถาดอาหารเดินใกล้เข้ามายังฝั่งโซฟาที่เขานั่งอยู่...

วูบ!

ความร้อนระอุใต้รอยสักมังกรบนแผงอกซ้ายพลันสว่างวาบและเดือดพล่านขึ้นมาอีกครั้ง

บ้าเอ๊ย....เอาอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป