บทที่ 4 ไม่เข้าใจความรู้สึก

— ไคล์ —

วินาทีที่บานประตูห้องรับรองระดับวีไอพีเปิดออก กลิ่นอายความอึกทึกภายในห้องพลันเลือนหายไปจากโสตประสาทของไคล์ในทันที

สายตาคมกริบที่เคยมองทุกสิ่งรอบตัวอย่างเฉยเมย กลับถูกสะกดไว้ด้วยเงาร่างของหญิงสาวคนหนึ่งที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมถาดอาหารในมือ

ดวงหน้าหวานหมดจดที่เขาจำได้ขึ้นใจ นัยน์ตากลมโตฉ่ำวาวที่ดูบริสุทธิ์ไร้เดียงสา และเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มสลวยที่ทิ้งตัวล้อมกรอบหน้าอย่างงดงาม

มิเกล...

ความร้อนระอุใต้รอยสักมังกรทมิฬตรงแผงอกข้างซ้ายพลันสว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน มันร้อนรุ่มและเต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจที่กระตุกเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

เพราะเธออีกแล้วหรอ...

เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะต้องมาเจอเธอในสถานที่เช่นนี้ ภาพความทรงจำตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำยังคงวนเวียนหลอกหลอนอยู่ในหัวไม่ยอมจางหาย และสัมผัสจากปลายนิ้วเนียนนุ่มตอนที่เธอแตะลงบนหน้าผากของเขาเพื่อวัดไข้

สัมผัสเพียงแผ่วเบานั้นกลับตราตรึงและก่อกวนจิตใจเขามาตลอดทั้งวันอย่างน่ารำคาญ

และในตอนนี้ เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง ในฐานะพนักงานเสิร์ฟของร้านอาหารหรูแห่งนี้

ชุดยูนิฟอร์มที่เธอสวมใส่ขับเน้นให้เห็นทรวดทรงเอวคอดกิ่ว แผ่นหลังบอบบาง และเรียวขาเนียนสวยใต้กระโปรงทรงสอบที่ก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ทุกท่วงท่าของเธอดึงดูดสายตาของผู้ชายทั้งห้องให้หันไปมองเป็นตาเดียว

ไคล์ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม

ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่เห็นเธอ?

มือหนาที่วางอยู่บนพนักโซฟาเผลอกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รอยสักมังกรใต้สาบเสื้อร้อนจัดจนแทบจะเผาผลาญผิวเนื้อ

มันไม่ใช่ความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่เป็นเปลวเพลิงแห่งความกระสับกระส่ายที่แล่นพล่านไปตามกระแสเลือด ยิ่งเธอก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นกายหอมหวานอ่อนๆ ประจำตัวของเธอก็ยิ่งลอยมาปะทะจมูก ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาเริ่มพร่าเลือน

ทว่าในขณะที่เขากำลังต่อสู้กับความคิดที่สับสนในใจตนเอง เสียงหัวเราะครึกครื้นและหยาบโลนจากอีกฝั่งของโต๊ะตัวยาวก็ดังแทรกขึ้นมา

"เฮ้ย! น้องสาวคนสวย มานี่หน่อยสิ!"

ไคล์ตวัดสายตาคมไปมองตามต้นเสียงทันที

ชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดื่มแอลกอฮอล์จนหน้าแดงก่ำ กำลังเดินโซเซตรงเข้ามาหามิเกล สายตาโลมเลียที่มันใช้มองกวาดตั้งแต่ใบหน้าหวานลงไปถึงเรือนร่างของเธอ ทำให้ประกายตาสีน้ำตาลเข้มของไคล์วาวโรจน์ขึ้นมา

"มานี่สิ บริการพี่หน่อยเร็ว"

มือหยาบกร้านของมันเอื้อมออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของมิเกลอย่างถือวิสาสะ

"เอ๊ะ..."

มิเกลชะงักด้วยความตกใจ ถาดอาหารในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น

"คุณคะ... ปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวอาหารหกนะคะ" เธอพยายามดึงข้อมือตัวเองกลับอย่างสุภาพ

ทว่าแรงของคนเมาที่โถมเข้ามากลับมีมากกว่า ร่างบอบบางของเธอถูกกระชากอย่างแรงจนเสียหลัก ก่อนจะถูกกดให้นั่งลงบนตักกว้างของชายคนนั้นอย่างไม่อาจขัดขืนได้

"ว้าย!"

เสียงหวีดร้องแผ่วเบาของเธอถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะชอบใจของกลุ่มเพื่อนร่วมโต๊ะที่คิดว่าเป็นเพียงเรื่องตลกขบขันในวงเหล้า

มิเกลลนลานพยายามจะยันตัวลุกขึ้น ริมฝีปากอิ่มฝืนคลี่ยิ้มเพื่อรักษามารยาทตามหน้าที่ของพนักงานบริการ

ทว่าแววตากลมโตคู่นั้นกลับไม่ได้ยิ้มตามเลยแม้แต่น้อย มันสั่นระริกและเต็มไปด้วยความตระหนกหวาดกลัวที่พยายามซ่อนไว้

"ปล่อยฉันเถอะนะคะคุณ..." น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นพร่า

แต่ชายขี้เมากลับหัวเราะร่าในลำคออย่างย่ามใจ ฝ่ามือหนาหยาบกร้านของมันเลื่อนขึ้นมาวางแหมะลงบนต้นขาเนียนของเธอ ลูบไล้ขึ้นลงผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจลวนลาม

"อย่าเพิ่งรีบไปสิคนสวย นั่งคุยกับพี่ก่อน..."

มิเกลรีบยกสองมือขึ้นจับข้อมือของมันไว้แน่นเพื่อดันออก

"อย่าค่ะ... ได้โปรดเถอะค่ะ..."

เสียงวิงวอนของเธอดังแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ราวกับคนไร้ทางสู้ และไม่มีใครในห้องนั้นใส่ใจที่จะยื่นมือเข้ามาช่วย

สำหรับคนอื่น ภาพตรงหน้าอาจเป็นเพียงการหยอกล้อธรรมดาของลูกค้าที่กำลังมึนเมา

แต่สำหรับไคล์...

โลกทั้งใบพลันเงียบสงัดลงในชั่วพริบตา

สายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่ฝ่ามือสกปรกที่กำลังสัมผัสอยู่บนเรียวขาของเธอ จากนั้นเลื่อนขึ้นไปสบเข้ากับดวงหน้าหวานที่พยายามกล้ำกลืนความหวาดกลัว

รอยยิ้มที่ฝืนทน... แววตาที่สั่นเทา... และคำร้องขอที่ไร้คนรับฟัง...

ตึกตัก... ตึกตัก...

หัวใจของมังกรหนุ่มกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความร้อนระอุใต้รอยสักมังกรพุ่งทะยานขึ้นจนแทบจะเผาผลาญทรวงอกของเขาให้มอดไหม้เป็นจุณ

นี่มันความรู้สึกบ้าอะไรกัน...

ทำไมเขาถึงได้รู้สึกแปลกๆนี้?

ทำไมเพียงแค่เห็นมือของชายอื่นแตะต้องผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธอ เขาถึงได้โกรธ... โกรธจนเส้นประสาททั่วร่างตึงเขม็ง

ทั้งที่มิเกลไม่ใช่ผู้หญิงของเขา... เธอเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่เขาเพิ่งรู้จักได้ไม่ถึงสองวัน

แล้วทำไม... เลือดในกายของเขาถึงได้เดือดพล่านถึงเพียงนี้?

"เฮ้ย ไอ้ไคล์..." ทอมที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาสะกิดพลางเพ่งมอง

"นั่นมันมิเกล เพื่อนเบลล่านี่หว่า..."

ไคล์ไม่ได้ยินเสียงของเพื่อนสนิทอีกต่อไป เหลือเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงชีพจรที่เต้นกระหน่ำอยู่ในหู

ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาสั่นระริกด้วยแรงโทสะ

ไม่เคยมีใครหน้าไหนทำให้จิตวิญญาณแห่งมังกรในร่างเขากระหายการทำลายล้างอย่างที่เขารู้สึกตอนนี้

ฉันกำลังหวงเธออย่างงั้นหรอ...

ทำไมฉันถึงอยากก้าวเข้าไปฉีกกระชากไอ้สวะนั่นให้แหลกคามือขนาดนี้...

ไคล์หลับตาลงช้าๆ พยายามสะกดข่มเพลิงโทสะ แต่ความร้อนจากรอยสักมังกรกลับยิ่งทำให้ความโกรธของเขาทวีเพิ่มความรุนแรงขึ้นไปอีก

เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในดวงตาคมกริบได้แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุจมัจจุราช

"หึ... บ้าจริง"

เขาเค้นเสียงรอดไรฟัน ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมาอย่างเชื่องช้า

เป๊าะ!

เสียงดีดนิ้วดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วห้องรับรอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป