บทที่ 5 คนที่หยุดเวลาไม่ได้
เป๊าะ!
พริบตานั้น ควันสีดำสนิทอันลึกล้ำและเยียบเย็นก็พวยพุ่งทะลักออกจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ได้ลอยฟุ้งเหมือนกลุ่มควันธรรมดา แต่กลับหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นมืดมิดประหนึ่งประตูมิติโบราณที่เปิดออก ละอองไอสีดำแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้วของห้อง ผ่านโต๊ะ ผ่านเก้าอี้ และแทรกซึมผ่านร่างกายของทุกคน
และในเสี้ยววินาทีต่อมา...
ทุกสรรพสิ่งรอบตัวพลันหยุดนิ่งสนิทลงโดยสิ้นเชิง
หยดน้ำที่กำลังหยดร่วงจากก้นแก้วค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เสียงเพลงและเสียงหัวเราะดับวูบลงในพริบตา แม้แต่เส้นผมของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังพลิ้วไหวก็ยังคงค้างอยู่ในองศาเดิม
เวลาของโลกมนุษย์ถูกพันธนาการไว้ด้วยอำนาจมนตร์สะกดของเขาอย่างสมบูรณ์
ไคล์ยังคงยืนอยู่ที่เดิม ทว่าร่างกายกลับยังคงร้อนรุ่มด้วยความไม่เข้าใจในตัวเอง เขากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเดินตรงไปยังโซฟาตัวนั้น
ชายขี้เมายังคงค้างอยู่ในท่าทางเดิม รอยยิ้มหยาบคายยังติดอยู่บนมุมปาก และฝ่ามือหนายังคงวางแปะอยู่บนต้นขาของมิเกล
เพียงแค่เห็นภาพนั้นในระยะประชิด ความรู้สึกแปลกๆก็แล่นปราดขึ้นสู่สมองจนไคล์ไม่สนใจเหตุผลของมันอีกต่อไป
มือหนาเอื้อมออกไปคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของมิเกล แล้วออกแรงกระชากร่างของเธอออกจากตักของชายคนนั้นในทันที!
แรงดึงอันมหาศาลเหวี่ยงร่างบอบบางลอยหวือเข้ามาปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างจัง ไคล์รีบตวัดท่อนแขนแข็งแรงเข้าโอบรัดรอบเอวคอดไว้แน่นเพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มลงไปกับพื้น
เรือนร่างนุ่มนิ่มแนบชิดติดกับอกกว้างจนไร้ช่องว่างให้อากาศผ่าน กลิ่นหอมละมุนจากผิวกายเธอโอบล้อมตัวเขาไว้ทุกลมหายใจ
"อ๊ะ!"
วูบ!
ความร้อนระอุใต้รอยสักมังกรบนแผงอกซ้ายพลันระเบิดออกอย่างรุนแรง คลื่นพลังงานแล่นพล่านไปทั่วขั้วหัวใจ ทว่าในครั้งนี้... มันกลับไม่ใช่ความเจ็บปวดทรมาน แต่มันคือความอบอุ่นและซาบซ่านอย่างล้ำลึกที่ตอบรับกระแสพลังจากร่างของเธอ
ไคล์ก้มลงมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันเพียงปลายจมูก ลมหายใจร้อนผ่าวของทั้งคู่เป่ารดประสานกันจนผิวกายร้อนวูบวาบ
เธอ...
ความคิดประหลาดผุดขึ้นมาในหัว ทว่าความไม่พอใจกับเหตุการณ์ก่อนหน้ากลับดึงความสนใจของเขาให้หันกลับไปมองชายขี้เมาที่นั่งนิ่งอยู่ตรงหน้าเสียก่อน
สายตาของไคล์วาวโรจน์ด้วยความอำมหิต หมัดหนักๆ ที่อัดแน่นด้วยความโกรธพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ผลัวะ!
แรงกระแทกซัดเข้าใส่ใบหน้าของชายคนนั้นเต็มแรง จนร่างเขากระเด็นลอยไปกระแทกกับพนักโซฟาอีกฝั่ง ทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์คือ ร่างของมันกลับยังคงหยุดนิ่งค้างอยู่ในท่านั้น ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ ภายใต้อำนาจมนตร์สะกด
ไคล์ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะหันกลับมามองหญิงสาวในอ้อมแขนอีกครั้ง
และในวินาทีนั้นเอง... ประสาทการรับรู้ของเขาก็พลันกระตุกวูบ
เดี๋ยวนะ... เมื่อกี้เธอส่งเสียงร้องอย่างนั้นเหรอ?
นัยน์ตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตระหนกตกใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด...
ตรงหน้าเขา มิเกลกำลังกะพริบตาถี่ๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากภวังค์ แขนเรียวของเธอขยับไหวเบาๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะกวาดมองไปรอบห้องที่เงียบสงัดด้วยความงุนงง
"เกิดอะไรขึ้นคะ...?"
เสียงหวานใสที่เอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบาทำเอาไคล์ยืนนิ่งค้างไปทั้งร่าง
เธอขยับตัวได้...
ชายหนุ่มหันขวับไปมองผู้คนรอบห้องอีกครั้ง แก้วน้ำยังคงลอยค้าง ทุกคนยังคงหยุดนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน
ทำไมเธอถึง......
มิเกลค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบสายตากับเขาในระยะประชิด แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสับสนระคนสงสัย แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อเมื่อพบว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งของชายหนุ่ม
"ไคล์?" เธอเรียกชื่อเขาเสียงเบา
"นะ นาย... กำลังทำอะไรอยู่เหรอ?"
ไคล์พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว ลำคอของเขาแห้งผากราวกับผืนทราย
เขาค่อยๆ ผ่อนแรงและคลายท่อนแขนที่โอบรัดเอวเธอไว้ออกอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้ร่างบางถอยห่างออกไปเพียงก้าวหนึ่ง ทว่าสายตายังคงจับจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตฉ่ำวาวคู่นั้นอย่างไม่วางตา
มนตร์สะกดหยุดเวลาของสายเลือดมังกรทมิฬ... ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนสามารถต้านทานได้มาก่อน
ไม่เคยมีเลยแม้แต่คนเดียว...
ต่อให้เป็นนักเวทระดับสูงที่มีพลังแกร่งกล้า หรือสิ่งมีชีวิตชั้นสูงแห่งแดนเวทมนตร์ ก็ไม่อาจขยับปลายนิ้วได้แม้แต่เสี้ยวเซนติเมตรภายใต้อาคมบทนี้
แต่ผู้หญิงคนนี้... มนุษย์ตัวเล็กๆ ที่ดูแสนจะบอบบางและไร้พิษสงคนนี้ เธอกลับหลุดพ้นจากพันธนาการแห่งกาลเวลาได้อย่างง่ายดาย แถมยังเอ่ยปากถามเขาด้วยท่าทีที่แสนจะธรรมดา
ไคล์มองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น หัวใจอันแข็งแกร่งของมังกรหนุ่มเต้นกระหน่ำด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคย
และนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตอันยาวนาน... ที่ความคิดหนึ่งผุดพรายขึ้นมาจนทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นและสะท้านไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ
หรือว่า... หญิงสาวในคำทำนายโบราณคนนั้น... จะเป็นเธอ?
