บทที่ 6 แรงดึงดูด
ฮึก...เจ็บ...
รอยสักรูปมังกรบนแผงอกซ้ายปวดร้าวอีกครั้ง จนไคล์แทบหายใจไม่ออก
เขาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น มือกุมหน้าอกแน่น พยายามขบฟันสะกดกลั้นพลังที่กำลังปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่ง
ทำไมต้องเป็นตอนนี้
ทว่าทันทีที่ฝ่ามือนุ่มนิ่มของมิเกลแตะลงบนไหล่กว้าง ความเจ็บปวดที่แทบรับไม่ไหวกลับลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด
กระแสพลังบางอย่างที่อ่อนโยนและนุ่มละมุนไหลผ่านจากปลายนิ้วของเธอ ซึมลึกเข้าสู่ร่างกายเพื่อช่วยดับพิษร้อนในอกเขาจนเย็นวาบ
นี่มัน... พลังของยัยนี่หรอ
ไคล์เงยหน้าขึ้นมองดวงหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความตกใจและความเป็นห่วง
ในวินาทีนั้นเอง บางสิ่งที่หลับใหลอยู่เบื้องลึกของจิตวิญญาณพลันตื่นขึ้นมาอย่างฉับพลัน
อย่านะ...
เขาสั่งตัวเองในใจ ทว่าร่างกายกลับทรยศโดยสิ้นเชิง
มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบาง กระตุกแรงเพียงนิดร่างน้อยก็ลอยหวือเข้ามาปะทะอกแกร่ง ก่อนที่เขาจะประกบริมฝีปากร้อนจัดลงบนกลีบปากอิ่มนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว
วูบ...
ชั่วพริบตาที่เนื้อแนบเนื้อ ความเจ็บปวดจากคำสาปมลายหายไปจนหมดสิ้น ทว่าสิ่งที่ปะทุขึ้นมาแทนที่กลับเป็นไฟปรารถนาอันมหาศาล
ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้มเนียน กลิ่นกายหอมหวานล่อลวงให้สติของเขาเริ่มเตลิดเปิดเปิง
เขาต้องการเข้าใกล้เธอมากกว่านี้... อยากสัมผัสให้ลึกซึ้งจนเธอหลอมละลายคามือ
ไคล์ผละออกเพียงเสี้ยววินาที สบมองดวงตากลมโตที่สั่นระริกด้วยความตระหนก ก่อนจะก้มลงไปครอบครองริมฝีปากของเธออีกครั้งอย่างหิวกระหาย
คราวนี้สัมผัสไม่ได้เร่งร้อนเหมือนทีแรก แต่กลับแนบแน่นและเอาแต่ใจ
ปลายลิ้นร้อนแทรกซอนเข้าไปกวาดชิมความหวานล้ำอย่างลึกซึ้ง ดูดดึงและเกี่ยวรัดจนร่างบอบบางในอ้อมแขนเริ่มอ่อนระทวย
มิเกลเผลอเผยอริมฝีปากตอบรับและปล่อยให้วงแขนแกร่งโอบรัดเอวคอดแน่นขึ้น
ยิ่งได้ชิม ยิ่งได้สัมผัส ความต้องการในอกของไคล์ก็ยิ่งทวีคูณจนแทบควบคุมไม่อยู่
คำพูดเตือนสติของจิมเมื่อคืนพลันย้อนกลับเข้ามาในหัวอย่างแจ่มชัด
‘เมื่อถึงวันเกิดปีที่ยี่สิบสี่ หากท่านยังตามหาเธอไม่พบ... พลังของมังกรจะกลืนกินท่านไปตลอดกาล’
หรือว่า... คนที่ช่วยฉันได้ จะเป็นเธอคนนี้จริงๆ?
— มิเกล —
มิเกลยืนนิ่งงันอยู่กลางห้องโถงกว้าง สายตากวาดมองไปรอบตัวด้วยความสับสนปนตกใจ
บรรยากาศรอบกายหยุดนิ่งไปในชั่วพริบตา ผู้คนที่กำลังหัวเราะค้างอยู่ในท่าทางเดิม แม้แต่เสียงเพลงที่เคยเปิดดังกระหึ่มก็เงียบหายไปจนไม่ได้ยินสิ่งใดนอกจากเสียงลมหายใจของตัวเอง
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย...
มิเกลรีบหันกลับไปมองไคล์ทันที
“ไคล์...”
เขายังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ แต่ใบหน้าคมคายกลับซีดเผือดลงอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่เซวูบลงไปเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง
“อึก...”
“ไคล์!”
มิเกลรีบถลาเข้าไปหา ร่างของเขาทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่ากับพื้น มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกซ้ายแน่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ความหวาดระแวงต่อสิ่งประหลาดรอบตัวถูกแทนที่ด้วยความเป็นห่วง เธอรีบนั่งลงข้างๆ เขาทันที
“นายเป็นอะไร เจ็บตรงไหนรึเปล่า!”
มิเกลวางมือลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างระมัดระวัง
วินาทีนั้น ไคล์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ เธอไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเขาคิดอะไร
“ไคล์...?”
ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยถามต่อ มือหนาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“เดี๋ยว—”
คำพูดของมิเกลขาดหายไปในลำคอ เมื่อไคล์ออกแรงดึงร่างของเธอเข้าไปหา ก่อนจะประกบริมฝีปากลงมาอย่างกะทันหัน
ดวงตาของมิเกลเบิกกว้างด้วยความตกใจ
“อื้อ...”
เธอพยายามยกมือดันอกแกร่งของเขาออก แต่แรงที่มีกลับน้อยเกินไปจนไม่สามารถขยับร่างหนาได้เลย
มิเกลควรจะตกใจและผลักไส ทว่าสัมผัสจากริมฝีปากอุ่นจัดและลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดอยู่บนใบหน้ากลับทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัว
ความร้อนบางอย่างแล่นผ่านจากจุดที่สัมผัสลงไปยังกลางอกและแผ่กระจายไปทั่วร่าง
ไคล์ผละริมฝีปากออกเพียงเล็กน้อย เขายังคงก้มหน้ามองเธอในระยะประชิด แววตาเต็มไปด้วยความสับสนระคนความต้องการอย่างรุนแรง เหมือนตัวเขาเองก็ไม่อาจเข้าใจการกระทำของตนเองได้
มิเกลสบตากับเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เป็นจังหวะ
และก่อนที่เธอจะทันตั้งสติ ไคล์ก็โน้มตัวลงมาทาบทับริมฝีปากลงมาอีกครั้ง
คราวนี้มิเกลหลับตาลงอย่างไม่อาจต้านทาน
สัมผัสครั้งใหม่ไม่ได้เร่งร้อนเหมือนทีแรก แต่กลับแนบชิดและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ปลายลิ้นของเขาแตะลงตรงรอยแยกของกลีบปากอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังรอคอยการยินยอมจากเธอ
มิเกลตัวสั่นสะท้านก่อนจะเผลอเผยอริมฝีปากออกเพียงนิด
เมื่อเธอเปิดทาง ไคล์ก็แทรกสัมผัสเข้ามาเกี่ยวรัดทันที เขาค่อยๆ ลิ้มรสอย่างใจเย็น ทว่าแฝงไปด้วยความหนักแน่นที่ทำให้เรี่ยวแรงของเธอค่อยๆ หายไป
ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอย สอดนิ้วผ่านเส้นผมยาวแล้วรั้งตัวเธอเข้าหาอกกว้างจนแนบชิด
มิเกลสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากจังหวะการเต้นของหัวใจเขาที่รัวแรงไม่ต่างจากเธอ
ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาทำให้เธอเคลิบเคลิ้มไปชั่วขณะ จนแทบหลงลืมไปว่า ชายหนุ่มตรงหน้าคือคนที่เธอเพิ่งจะได้พบเจอไม่นาน
ไม่ได้นะเกล....
“นายทำอะไร ปล่อยนะ!”
เสียงหวานร้องทักท้วงพร้อมกับแรงผลักจากสองมือเล็กที่ดันแผงอกเขาออกเต็มเหนี่ยว
ร่างของไคล์ชะงักไป ดวงตาคมกริบกะพริบถี่เหมือนดึงสติของตนเองกลับมาจากความมัวเมา
อยู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างกะทันหัน
มิเกลยังคงนั่งนิ่งอยู่บนพื้น สับสนกำสิ่งที่เกิดขึ้น ลมหายใจของเธอยังคงหอบสะท้าน ทว่าไม่ทันที่เธอจะได้เรียบเรียงความคิดหรือตั้งสติกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ฝ่ามือหนาก็เอื้อมลงมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางของเธออย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
"ลุกขึ้น"
