บทที่ 6 เสียการควบคุม
"ตากแดดร้อนๆอยู่ตรงนี้ จนกว่าจะตายฉันถึงจะพอใจ"
เวหาสั่งคำขาด ขณะที่ฝันหวานถูกกดตัวลงกับเก้าอี้ไม้ก่อนที่เชือกเส้นหนาจะรัดแน่นรอบข้อมือและข้อเท้าของเธอ ตรึงร่างให้นั่งอยู่ในท่าที่ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้
"อาจารย์..."
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสั่นไหว
"ตอนที่อาจารย์สอน หนูก็คิดว่าอาจารย์เป็นคนที่มีเหตุผล ที่ผ่านมา... หนูเข้าใจผิดสินะคะ"
เสียงของเธอสั่นสะท้าน หัวใจปวดหนึบโดยไม่รู้สาเหตุ
เวหามองเธอนิ่ง ๆ ดวงตาของเขาไร้ซึ่งอารมณ์
"เงียบปากดิ เก็บแรงของเธอไว้บำเรอร่างกายฉันเถอะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนจับเธอกดลงตรงนี้ต่อหน้าไอ้พวกนี่ หรือว่าเธออยากลองสมสู่ทีเดียวห้าคนก็ได้นะ ฉันไม่ติด!"
“ได้ใช่ไหมครับนาย” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าวขึ้น
“เสือก ของของกูพวกมึงห้ามคิดจะแตะแม้แต่ปลายเล็บ!”
พูดจบพลันเดินออกไปทิ้งให้ฝันหวานนั่งตากแดดโดยมีชายชกรรจ์สี่คนยืนเฝ้าคนตัวเล็ก
‘รำคาญว่ะ แม่ง ! ’
บนห้องทำงานชั้นสองของบ้านพักตากอากาศ เงาสูงของเวหาทอดยาวไปตามแสงแดดที่ส่องลอดผ้าม่านเข้ามา กลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยคลุ้งไปทั่วห้อง พร้อมเสียงปลายนิ้วเคาะโต๊ะไม้ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
"ฉันจะทำยังไงให้ผู้หญิงอย่างเธอทรมานอย่างสาสมกับสิ่งที่เธอทำดีวะ?"
เวหาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบจับจ้องคนตัวเล็กที่ถูกมัดไว้ริมสระน้ำผ่านกระจกบานใหญ่
เขาควรจะทำให้เธอหวาดกลัวจนต้องคุกเข่าขอร้อง หรือควรจะปล่อยให้เธอทรมานไปเรื่อย ๆ
ก๊อก ๆ ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ
"เข้ามา!"
ประตูเปิดออกพร้อมกับร่างของ ‘มิ่ง’ มือขวาคนสนิทที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
"ไอ้มิ่ง มึงมีไร"
"นายครับ... นายจะให้เธออยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหนครับ?" มิ่งถาม น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความกังวล "นี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้วนะครับ"
"แล้วมึงมีปัญหาอะไร?"
เวหาหันขวับกลับมามอง สีหน้าขุ่นเคืองทันที
"เปล่าครับ ผมแค่แปลกใจ..." มิ่งอึกอักไปเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ "ปกติ... นายไม่เคยทำร้ายเด็กกับผู้หญิง แล้วทำไม…"
"มึงไม่ต้องมาแส่รู้ เพราะยัยนั่นกูไม่นับว่าเป็นคน!"
เสียงของเวหากดต่ำจนแทบเป็นคำขู่ ดวงตาคมกริบจับจ้องมิ่งอย่างคาดโทษ
"ว่างนักรึไง? งานที่กูสั่งมึงทำหมดแล้วเหรอ หรืออยากได้งานเพิ่ม?"
"ผมก็แค่สงสารผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่ต้องมาตากแดดฮะนาย... ดูสิ ผิวขาว ๆ ของเธอแดงก่ำหมดแล้ว"
แก๊ก!
เสียงขึ้นไกปืนทำให้มิ่งเงียบกริบทันที เวหายกปืนขึ้นเล็งไปที่เขาด้วยสายตาไร้ความปรานี
"ไสหัวไป ก่อนที่กูจะไม่ไว้ชีวิตมึง"
มิ่งเม้มปากแน่นก่อนจะโค้งศีรษะให้เล็กน้อย แล้วรีบวิ่งออกจากห้องไปทันที
‘ไอ้นี่เดี๋ยวได้ตายก่อนยัยนั่น’
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่โรยตัว เวหากระตุกยิ้มเย็นขณะจ้องปืนในมือ
"เป็นอะไรของนายนะ ยังไม่รู้สาเหตุการตายจริงๆของคุณม่านฟ้าเลย ทำไมนายดูไร้เหตุผลจังหรือเคยมีเรื่องกันมาก่อน"
เขาพึมพำกับตัวเอง มิ่งรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนอารมณ์ร้อน แต่ปกติ... เขาไม่เคยเสียการควบคุมขนาดนี้
‘แค่ตากแดดมันจะไปทรมานไรวะ จับกดน้ำดับลมหายใจเลยดีไหม’
แดดร้อนระอุสาดกระทบร่างของฝันหวานที่นั่งนิ่งบนเก้าอี้ไม้ ผิวขาวจัดเริ่มขึ้นสีแดงก่ำจากการถูกแดดแผดเผา ข้อมือเล็กที่ถูกมัดไว้เริ่มขึ้นรอยแดงจากแรงกดทับ
‘ยายจ๊าช่วยหนูด้วย’
เวหาก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ สายตาไร้อารมณ์กวาดมองเธอที่ยังนั่งนิ่ง
"ดูเหมือนเธอจะยังอยู่ดีมีสุขนะ"
ฝันหวานค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอปรือเล็กน้อยจากอาการเพลียแดด ก่อนจะฝืนยิ้มเยาะกลับไป
"สุขไม่สุข ลองมาเป็นหนูแทนไหมคะอาจารย์?"
เสียงแหบแห้งของเธอทำให้เวหาขมวดคิ้ว
"ต่อปากต่อคำได้ดีหนิ หวังว่าจะไม่ตายก่อนอุ้มท้องนะ"
“หมายความว่ายังไงคะ ทำไมหนูต้องท้อง อาจารย์จะทำไร!”
เวหามองเธอด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะก้มลงกระชากแขนเธอขึ้นจากเก้าอี้จนร่างเล็กเซเข้าหาเขาพลันสะบัดออกด้วยความรังเกียจและเดินออกไป
แต่ในจังหวะนั้นเอง
ศักดิ์ลูกน้องของเวหาที่ยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ห่าง ๆ กำหมัดแน่น หัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความรู้สึกที่ขัดแย้งกัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีคอยตะโกนบอกให้เขาทำอะไรสักอย่าง ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็กลัวอำนาจของเวหา
‘นายขาดสติไปแล้ว ทำไงดีวะ’
เขาขบกรามแน่น ก่อนจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปใกล้สระระหว่างที่รู้สึกว่านายของตนเดินลับสายตาไปแล้ว พลันรีบแก้มัดที่ข้อมือของฝันหวาน มือของเขาสั่นระริกขณะที่ดึงปมเชือกออกจากกัน
แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะดึงปมสุดท้ายออก…
ปัง!
"ใครที่คิดจะช่วยชีวิตยัยผู้หญิงสารเลวนั่น ฉัน ยิ ง มันทิ้งแน่ รวมถึงโคตรเง้าศักราชมันด้วย ถ้าไม่อยากตายดีก็ลองดู!"
เสียงของเวหาดังขึ้นจากริมสระว่ายน้ำ ร่างสูงยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น มือขวาของเขาถือปืนสีดำสนิท เล็งมาตรงหัวของศักดิ์โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“พวกมึงเอาร่างไอ้ศักดิ์ออกไป เกะกะสายตา”
ฝันหวานแทบทรุดลงกับพื้นเมื่อตระหนักได้ว่า เวหาที่เธอเคยเคารพเชื่อถือ...
แท้จริงแล้วคือ ‘มาเฟีย’ ที่โหดเหี้ยมที่สุด!
และเธอ... ก็คือ ‘เหยื่อ’ รายต่อไป!
‘กลัวจนตัวสั่นเลยยัยนี่…ไม่มีอะไรน่ากลัวเท่าผู้หญิงไร้ความคิดอย่างเธอหรอก’
