บทที่ 11 ทำนองสยองขวัญ
“เอาเป็นว่า เธอต้องทำให้คุณคามเล่นเพลงนั้นให้ได้อีกครั้ง ฉันเชื่อว่าเธอทำได้เพลงเพลิน”
ภมรทั้งขอร้องทั้งให้กำลังใจเพลงเพลิน เขารู้ว่าที่หนุ่มน้อยจำใจอยู่ที่นี่แม้รู้ว่าหน้าที่ที่ต้องทำมันยากและลำบากใจมากแค่ไหน ก็เพราะเพลงเพลินไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ไป ไม่มีงาน และไม่มีเงิน ที่สรวงเลือกเพลงเพลินก็เพราะเหตุผลเหล่านั้น ไม่ใช่เพียงเพราะดูลายมืออย่างที่เพลงเพลินเข้าใจ เจ้านายของเขาถนัดนักเรื่องใช้จุดอ่อนของคน และท่านคงมองเห็นว่าเพลงเพลินจะเป็นจุดอ่อนของคามาร์ได้ไม่ยาก
“ครับ”
เพลงเพลินรับคำเพราะเหตุผลเดียวกัน เขาไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ไป ไม่มีงาน และไม่มีเงิน งานที่นี่คือความหวังที่จะทำให้เพลงเพลินมีชีวิตที่ดีขึ้น หากเขาทนได้จนครบสัญญา เขาจะมีเงินมากพอที่จะจ้างทนายฟ้องเรียกร้องกรรมสิทธิ์ในบ้านของพ่อแม่คืนกลับมา
เพลงเพลินกลับเข้ามาในห้องของคามาร์อีกครั้งหลังแน่ใจว่าชายหนุ่มอารมณ์เย็นลงแล้ว เขาจำเป็นต้องตกลงกับคามาร์เพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น เพราะหากคามาร์ยังพยศและดื้อรั้นอยู่แบบนี้ ต่อให้เหลือเวลาอีกทั้งเดือนอีกฝ่ายก็ไม่มีทางเล่นเพลงนี้ได้
“คุณไม่ชอบอะไร ไม่พอใจอะไร หรือเกลียดอะไร ช่วยบอกผมได้ไหมครับ ผมจะได้ไม่ทำมันอีก”
คามาร์เอี้ยวใบหน้าไปตามเสียงที่ได้ยิน ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจนักว่าเพลงเพลินจะมาไม้ไหน เมื่อเย็นยังต่อปากต่อคำและด่าว่าเขาเป็นบ้าอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนสีราวกับจิ้งจก ยกธงขาวง่าย ๆ อย่างไม่น่าไว้ใจ
“ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม ได้โปรดเถอะครับ ได้โปรดวางมันไว้ก่อนแล้วตั้งใจซ้อม อย่างน้อยก็เพื่อคุณปู่ของคุณ”
คามาร์ไม่เห็นว่าตอนนี้เพลงเพลินกำลังก้มศีรษะให้อย่างขอร้อง แต่เขาสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่มันเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ราวกับว่าหากเขาเล่นเพลงนี้ไม่ได้เพลงเพลินจะต้องตายเสียอย่างนั้น
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ในห้องของคามาร์ คนตาบอดสัมผัสได้ถึงมวลความกดดันจากจังหวะการหายใจของเพลงเพลิน ก่อนที่เสียงเครือจะเปล่งออกมาอีกครั้ง
“ผมยินดีทำตามที่คุณสั่ง จะไม่เถียง ไม่ขัดใจ จะยอมเป็นทาสรับใช้ทุกอย่างเลย ถ้าคุณเล่นเพลงนี้ได้”
คามาร์เงียบไปอึดใจใหญ่ แต่เขาก็ไม่ได้คิดหาเหตุผลว่าทำไมจู่ ๆ เพลงเพลินถึงยอมยื่นข้อเสนอที่ยอมเป็นเบี้ยล่างแบบนั้น นอกจากจะทำอย่างไรให้เด็กน่ารำคาญคนนี้ออกไปจากชีวิต เพราะทุกครั้งที่เพลงเพลินเข้ามาใกล้ มันทำให้คามาร์คิดถึงคนคนหนึ่งที่เคยทำร้ายหัวใจกัน เพราะเพลงเพลินมีอะไรบางอย่างเหมือนคนคนนั้นเหลือเกิน
“ฉันไม่ชอบให้ใครมาอยู่ใกล้ เข้าถึงตัว” ชายหนุ่มจึงโพล่งออกมา
“ผมสัญญาว่าจะไม่ถูกตัวคุณอีก เมื่อเย็นผมขอโทษครับ” เพลงเพลินรีบบอก
“ฉันไม่ชอบให้ใครมาเซ้าซี้ มันน่ารำคาญ ฉันจะทำหรือไม่ทำอะไร ฉันตัดสินใจเอง”
“ครับ ผมจะจำไว้”
“กลับห้องเธอไปได้แล้ว ฉันจะนอน”
แล้วคามาร์ก็ตัดบทเอาดื้อ ๆ ปล่อยเพลงเพลินให้ยืนละล้าละลังอยู่กลางห้อง
แต่เพราะลั่นวาจาออกไปแล้วว่าจะทำทุกอย่างตามที่คามาร์สั่ง จะไม่เถียง ไม่ขัดใจ แม้ตอนนี้อยากจะลากอีกฝ่ายลงมาจากเตียงเพื่อซ้อมเปียโนต่อก็ตาม
เพลงเพลินพ่นลมออกมาเบา ๆ เขาได้แต่นับหนึ่งถึงสิบแล้วปลอบตัวเองว่าให้ใจเย็น ๆ ยังเหลือเวลาอีกสองวัน อันที่จริงใช่ว่าคามาร์จะไม่มีพื้นฐานเอาเสียเลย เพลงเพลินคิดว่าอีกฝ่ายต้องเคยเล่นเพลงนี้ได้ เพียงแต่ว่าตอนนี้เขาตาบอดมองไม่เห็นลิ่มตัวโน้ต และน่าจะมีบางอย่างในใจที่ทำให้ไม่อยากเล่นมัน เหมือนทั้งรักทั้งเกลียดอะไรทำนองนั้น
เพลงเพลินจึงถอยออกมา ปล่อยให้คามาร์อยู่กับตัวเอง และหวังว่าคำขอร้องของเขาจะทำให้อีกฝ่ายเห็นใจ แม้ว่ามันจะยากเต็มทีก็ตาม เพราะดูเหมือนว่าคามาร์จะเกลียดเขามาก โดยที่เพลงเพลินก็ไม่เข้าใจว่าทำไม
เพลงเพลินหลับไปในเวลาหลังเที่ยงคืน ความกังวลทำให้หนุ่มน้อยเดินทางเข้าไปในโลกแห่งความฝัน เขาฝันว่าได้ยินเสียงบรรเลงเปียโนเพลง Every Day I Love You นั่นจึงทำให้หนุ่มน้อยมีความสุขและไม่อยากตื่นขึ้นมาเผชิญกับโลกความจริง ที่ไม่รู้ว่าวันรุ่งขึ้นเขาจะต้องเจอกับอะไร คามาร์จะยอมซ้อมเปียโนดี ๆ หรือไม่ หรือจะหาเรื่องแกล้งอะไรเขาหรือเปล่า เขาจะถูกเลิกจ้างยกเลิกสัญญาเพราะไม่สามารถทำงานง่าย ๆ แค่นี้สำเร็จหรือไม่
ขณะที่เพลงเพลินกำลังดื่มด่ำกับท่วงทำนองอันแสนไพเราะในฝันอยู่นั้น จู่ ๆ เสียงโน้ตตัวหนึ่งก็ผิดเพี้ยนไป แล้วทันใดนั้นเสียงเปียโนก็หยุดชะงักลง ความเงียบเหงาเข้ามาแทนที่จนน่าใจหาย เพลงเพลินในฝันเงี่ยหูฟังไปรอบ ๆ เขาพยายามมองหาว่าทำนองไพเราะก่อนหน้านั้นมาจากที่ใด ใครเป็นผู้บรรเลง และมันเกิดอะไรขึ้นเสียงโน้ตถึงได้ผิดเพี้ยนไป แต่รอบกายของเพลงเพลินกลับมืดลงเรื่อย ๆ จนเขามองไม่เห็นอะไร แล้วทันใดนั้นเสียงเปียโนก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ท่วงทำนองของมันให้ความรู้สึกสยองขวัญสั่นประสาท และก่อกวนสร้างความรำคาญจนเพลงเพลินต้องคว้าหมอนมาปิดหู
“คุณคาม!”
