บทที่ 13 เพลงรักในความทรงจำ
“คุณคามครับ พร้อมไหมครับ”
แม้คามาร์จะเก็บความกังวลใจไว้อย่างมิดชิดภายใต้ใบหน้าเฉยชาของเขา แต่เพลงเพลินก็สัมผัสมันได้จากจังหวะการหายใจ หนุ่มน้อยจึงยื่นมือไปแตะข้อศอกพร้อมกับเอ่ยคำพูดที่คิดว่ามันจะช่วยให้คามาร์มั่นใจขึ้นมาได้
“ไม่มีอะไรที่คนอย่างคุณทำไม่ได้ไม่ใช่เหรอครับ”
การใกล้ชิดกันในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้เพลงเพลินเรียนรู้ว่าต้องใช้วิธีไหนกับคนอย่างคามาร์
คามาร์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด แต่ภาษากายที่เขาแสดงออกมาทำให้เพลงเพลินยกยิ้มอย่างพอใจ ไหล่กว้างที่ลู่ลงก่อนหน้าถูกยกขึ้นมาจนแผงอกผายสง่า กอปรกับดวงตาสีน้ำเงินที่ทอประกายเด็ดเดี่ยวแม้ว่าโลกของเขาจะมืดมิด ส่งผลให้เจ้าของร่างสูงดูทรงเสน่ห์ขึ้นมาทันตา
“ไปครับ”
เพลงเพลินเกาะท่อนแขนแกร่งภายใต้สูทสีนิลด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ซ้อมไว้ ก่อนจะพาคามาร์เดินไปที่บันได
“ตอนนี้คนสำคัญในยามาสรวงรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร ส่วนบรรดาลูกหลานและผู้ติดตามกระจายกันอยู่รอบนอก” เพลงเพลินรายงานตามหน้าที่ที่ซักซ้อมมากับภมรขณะทั้งสองเดินเคียงคู่กันมาถึงเชิงบันได “ตอนนี้ทุกคนหันมามองคุณคาม”
คามาร์ส่งยิ้มและก้มศีรษะลงเล็กน้อยตามที่ซ้อมไว้ จังหวะต่อไปเขาจะต้องเดินเลี้ยวขวาเพื่อไปยังเปียโนที่ตั้งไว้แล้วเริ่มบรรเลงเพลงรักเป็นของขวัญวันเกิดให้สรวง แต่ทว่ายังไม่ทันที่คามาร์จะก้าวเท้าไป แรงรั้งจากมือของเพลงเพลินก็ทำเขาต้องชะงักเท้าลง
“สวัสดีครับพี่คาม”
ไม่ต้องรอให้ภมรที่รีบเข้ามาประชิดหรือเพลงเพลินที่ยืนชิดอยู่ข้าง ๆ บอกว่าคนตรงหน้าที่กล้าเข้ามาขวางทางเป็นใคร คามาร์ก็จำเสียงนั้นได้ไม่เคยลืม
“รัณ”
เขารำพึงชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่คนฟังใจหาย แต่ศรัณก็ไม่คิดที่จะถอยไปง่าย ๆ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ ถ้ารัณไม่มางานนี้ ก็คงไม่มีโอกาสได้พบพี่อีกสินะครับ”
ในวินาทีนั้นเสียงพูดคุยของคนในงานหยุดลงราวกับทุกคนพร้อมใจกันกลั้นหายใจ เพลงเพลินสัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึดอัดและมัดกล้ามแขนของคามาร์ที่เกร็งขึ้นมากะทันหัน หนุ่มน้อยจึงหันไปจับจ้องใบหน้าของ ‘ศรัณ’ ทันที ชายผู้นี้มีประวัติและภาพถ่ายอยู่ในแฟ้มที่ภมรให้อ่าน เพลงเพลินจำได้ว่าเขาเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของศร สุราลัย น้องชายของคุณท่าน แต่ทำไมถึงได้มีท่าทีราวกับเป็น ‘แฟนเก่า’ ที่มีความหลังน่ากระอักกระอ่วนกับคามาร์เช่นนี้เล่า
ระหว่างที่เพลงเพลินจ้องมองศรัณ และอีกฝ่ายกำลังเอาแต่มองคามาร์อย่างตัดพ้อ เจ้าของดวงตาสีน้ำเงินก็ตัดสินใจก้าวเดินไปข้างหน้าโดยที่ไม่พูดอะไร เพลงเพลินที่เกาะแขนเขาอยู่จึงถูกลากขึ้นเวทีเตี้ย ๆ นั้นไปด้วย
“คุณคาม”
“อยู่กับฉัน… ตรงนี้” คามาร์ส่งเสียงสั่งแกมขอร้อง
ตามที่ซ้อมกันไว้เพลงเพลินจะเดินเคียงข้างคามาร์มาถึงด้านข้างเวทียกระดับสูงราวหนึ่งฟุต แล้วยืนรอเขาอยู่ตรงนั้นจนคามาร์บรรเลงเปียโนจบลง หลังจากนั้นทั้งสองจะเดินเคียงคู่กันไปอวยพรวันเกิดสรวงที่โต๊ะ แต่บัดนี้พวกเขามานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดียวกันหลังเปียโน มันจึงสร้างเสียงฮือฮาออกมาจากบรรดาแขกที่กำลังจับจ้องมาจากทุกทิศทาง
หัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ที่รู้จักครอบครัวสุราลัยมาก่อนที่จะก่อตั้งยามาสรวงต่างกำลังคิดตรงกันจากสถานการณ์ที่เห็นตรงหน้าว่าจะเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยเดิมอีกครั้งหลังจากเวลาล่วงเลยมากว่าห้าสิบปีอย่างนั้นหรือ!
ศรัณมองตามคามาร์กับชายหนุ่มอีกคนที่มีลักษณะคล้ายกับตัวเองทั้งความสูงสีผิวสีผมหรือแม้แต่สีของดวงตาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเสียดายเสียใจและเคียดแค้น เพราะคามาร์กำลังแสดงให้คนทั้งยามาสรวงเห็นว่าหนุ่มรุ่นน้องคนนั้นสำคัญกับเขามากแค่ไหน คนที่จะยืนเคียงข้างว่าที่ผู้นำคนใหม่ไม่ใช่ศรัณอีกต่อไป
แล้วแก้วไวน์ในมือของศรัณก็ถูกบีบจนเกือบแตกทันทีที่คามาร์เริ่มบรรเลงเพลงที่พวกเขาเคยเล่นด้วยกัน เพลงที่คามาร์เคยบอกว่ามันเป็นของศรัณคนเดียว
