บทที่ 2 วันตกอับ

“ถ้าได้งานแล้วเงินเดือนเดือนแรกออก ฉันจะเปลี่ยนคู่ใหม่ แกทนอีกหน่อยแล้วกันนะเจ้าเพื่อนยาก”

เพลงเพลินพูดกับรองเท้าคู่ใจที่เขาใช้มาตั้งแต่เข้าเรียนในชั้นปีที่หนึ่งในมหาวิทยาลัยของรัฐที่อยู่ไม่ไกลบ้านนัก

เขาจบจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ในสังกัดมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งย่านชานเมืองเพราะบิดาเคยเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่นั่น หลังบิดาจากไปเพลงเพลินก็เดินตามความฝัน ใช้ความสามารถและพรสวรรค์ที่มีสอบเข้าเรียนที่นั่นจนได้ ตอนนี้เขาจบมาแล้ว ถ้าพ่อยังอยู่คงภูมิใจ แต่ท่านก็จากโลกนี้ไปเสียแล้ว

บ้านหลังใหญ่ในสวนที่พ่อกับแม่สร้างไว้ บัดนี้เหลือเพียงเขากับแม่เลี้ยงและน้องชายที่ไม่ได้รักใคร่ไยดีเขานัก จ้องจะขับเขาออกจากบ้านอยู่ร่ำไป

ชีวิตรันทดของเพลงเพลินมันเริ่มจากวันที่แม่จากไปด้วยอุบัติเหตุ หลังจากนั้นพ่อก็หันหน้าเข้าหาแอลกอฮอล์จนจับพลัดจับผลูได้เมียใหม่เป็นเด็กในบาร์ชื่อว่ารัชนก เธอตั้งท้องกับพ่อของเขาแล้วก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้าน แรก ๆ ก็ดี แต่พอหลายปีเข้าก็ออกลาย ก่อนพ่อตายได้ฝากฝังให้ดูแลเพลงเพลินจนกว่าจะเรียนจบด้วยเงินก้อนหนึ่ง

เพลงเพลินได้ค่าขนมวันละยี่สิบบาทในชั้นประถม และเพิ่มเป็นสามสิบบาทในชั้นมัธยม

“แค่จบมอสาม เงินที่พ่อมึงฝากไว้ก็จะหมดอยู่แล้ว กระแดะอยากจะเรียนต่อมอปลาย กูให้ได้แค่วันละเท่านี้แหละ”

“แต่เงินที่พ่อฝากไว้น่าจะเหลืออีกเป็นล้านนะครับ”

“เป็นล้านพ่อมึงสิ และที่มึงยัดห่าอยู่ทุกวัน มันไม่ต้องใช้เงินหรือไง ไหนจะน้องมึงอีกล่ะ”

เพลงเพลินในวัยสิบสี่ปีน้ำตาร่วง และก็น้ำท่วมปากในเวลาเดียวกัน จะเรียกร้องอะไรก็ไม่ได้เพราะสิทธิ์ในการเบิกถอนเงินในบัญชีของพ่อเป็นของแม่เลี้ยง

เขาต้องใช้เงินอย่างกระเบียดกระเสียร แอบไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัดบ้าง พอได้เงินมาหยอดกระปุก แต่ก็มักจะโดนน้องชายอย่างกีตาร์ขโมยไปอยู่เรื่อย

เรื่องอาหารการกินก็อดอยาก เพราะรัชนกเป็นคนใจดำมาก หากวันไหนเพลงเพลินกลับบ้านผิดเวลา ข้าวที่เหลือจะถูกเทไว้ในกะละมังข้าวหมา

“วันนี้มีอะไรกินบ้างครับ เพลินหิวมากเลยครับน้านก”

“ไม่มี กูเทให้หมาหมดแล้ว”

“อ้าว แต่เพลินยังไม่ได้กินข้าวเลยนะครับ”

“แล้วใครใช้ให้มึงกลับบ้านดึก ๆ ดื่น ๆ ล่ะ กูก็นึกว่าไม่กลับ ก็เลยเทให้ไอ้เปียโนหมดแล้ว”

เปียโนเป็นหมาแก่ที่พ่อกับแม่ของเพลงเพลินเลี้ยงไว้ตั้งแต่มันเป็นหมาเด็ก หลังพ่อตาย แม่เลี้ยงก็ขังมันไว้ในกรงหมา ให้ข้าววันละเวลาในตอนกลางคืน มันจึงหิวโซ เทให้เท่าไร เจ้าเปียโนก็กินหมด

“เปียโน”

เพลงเพลินในวัยสิบห้าคลานเข้าไปในกรงหมา เจ้าเปียโนพอเห็นเขาก็ร้องหงิง ๆ ลากกะละมังข้าวแห้งกรังมาให้ดูว่ามันยังไม่อิ่ม

“แกยังไม่อิ่ม แต่ฉันยังไม่ได้กินเลย กินน้ำไปก่อนแล้วกันนะ”

เพลงเพลินเอาน้ำในขวดที่หยิบติดมือมาด้วยเทใส่ถ้วยให้มัน เจ้าเปียโนเลียแผล็บ ๆ ไม่นานก็หมด เพลงเพลินเองก็ยกที่เหลือในขวดขึ้นดื่ม เอาน้ำกลั้วท้องประทังความหิว ในครัวไม่มีอะไรเหลือสักอย่าง ทั้งข้าวสาร ไข่ หรือแม้แต่น้ำปลา

ของใช้ในบ้านถูกรัชนกทยอยขายทีละชิ้น ทั้งเฟอร์นิเจอร์ ตู้ โต๊ะ และที่เพลงเพลินเสียใจที่สุดก็คือเปียโนของพ่อ

“เปียโนของพ่อหายไปไหนล่ะครับน้านก”

“กูขายไปแล้ว”

“ขายได้ไงครับ นั่นมันเป็นเครื่องดนตรีที่พ่อรักที่สุด พ่อบอกว่ายกให้เพลิน”

“จะเก็บไว้ให้ปลวกมันขึ้นเหรอ ข้าวสารจะไม่มีกรอกหม้ออยู่ละ ยังหัวสูงนั่งเล่นเปียโน หนวกหูจะตายห่า”

“ฮือ แต่มันเป็นของเพลิน น้าไม่มีสิทธิ์มาขายของเพลินนะ ฮึก ฮึก” เพลงเพลินในวัยสิบหกปีร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กหกขวบเพราะความเสียใจ

“กูขายไปแล้ว มึงจะทำไม”

หลังจากนั้นเพลงเพลินก็เก็บไวโอลินเครื่องดนตรีชิ้นสุดท้ายของพ่อไว้กับตัวตลอดเวลา เพราะกลัวว่ารัชนกจะเอาไปขาย เขาใช้มันหาเงินส่งตัวเองเรียนในมหาวิทยาลัย ด้วยการไปเล่นดนตรีเปิดหมวกตามตลาดนัดและถนนคนเดินพอให้มีเงินกินข้าวในแต่ละวัน ส่วนค่าเทอมถ้าหาเงินทันก็จ่าย ถ้าหาไม่ทันก็ขอทางมหาวิทยาลัยผ่อนผัน โชคดีหน่อยที่บ้านอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนักเพราะพ่อกับแม่มาสร้างไว้ตอนที่พวกท่านย้ายมาสอนที่นี่ เพลงเพลินจึงใช้วิธีไปกลับจะได้ไม่ต้องเสียค่าหอพักเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ

หนุ่มน้อยคิดถึงชีวิตในวันเก่า ๆ แล้วก็ได้แต่ปลอบใจตัวเองที่ผ่านมันมาได้ก็นับว่าเก่งมากแล้ว หากได้งานทำเมื่อไร เขาคงจะหลุดพ้นไปจากแม่เลี้ยงเสียที

มือเรียวยื่นไปบิดลูกบิดประตูก็พบว่ามันถูกล็อก เขาถอนหายใจออกมาอย่างหมดหวัง คืนนี้คงต้องนอนข้างกรงหมาอีกตามเคย

เพลงเพลินเดินคอตกไปข้างบ้าน ข้างกรงหมาร้างมีแคร่ไม้ไผ่อยู่ตัวหนึ่ง มันตั้งอยู่ใต้ชายคาที่ยื่นออกมาพอให้น้ำค้างไม่ลงหัว วางกระเป๋าไวโอลินไว้เป็นหมอน แล้วล้มตัวลงนอนอยู่ตรงนั้นเช่นทุกครั้งที่กลับบ้านเกินห้าทุ่มเหตุเพราะยังได้เงินจากการสีไวโอลินเปิดหมวกไม่ถึงเป้าที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการหางานในวันต่อไป

หนุ่มน้อยทอดสายตามองเข้าไปในกรงหมาที่บัดนี้ไม่มีเจ้าเปียโนนอนอยู่ในนั้นแล้ว มันหมดกรรมไปแล้วตั้งแต่เมื่อปีก่อน ไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเพราะความหิวและความเจ็บปวดจากการถูกทุบตี เพลงเพลินได้แต่คิดว่าเมื่อไรกันที่เขาจะหลุดพ้นบ้าง ชีวิตอันแสนสุขที่เคยวาดฝันเมื่อยามที่พ่อแม่ยังอยู่นั้นบัดนี้มันช่างมืดมนเสียเหลือเกิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป